สารบัญ / Contents
หลังจากปล่อยให้เกมตระกูล Onimusha เงียบหายไปนานหลายปี ในที่สุด Capcom ก็เตรียมปลุกซีรีส์ซามูไรปราบอสูรกลับมาอีกครั้ง ผ่านตัวเกมภาคใหม่ในชื่อ Onimusha: Way of the Sword ล่าสุดตัวเดโมได้ถูกปล่อยให้แฟน ๆ ที่สนใจได้ลองทดสอบกันแล้ว และหลังสัมผัสแบบเต็ม ๆ ทีมงานเรารู้สึกยังไงวันนี้ขอหยิบยกมาเล่าให้ฟังกัน
Onimusha: Way of the Sword เป็นความพยายามครั้งใหม่ในการคืนชีพให้ชื่อ Onimusha แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่แค่การหยิบเกมการเล่นแบบเดิมมาใส่ภาพให้ทันสมัย แต่เป็นความพยายามในการยกระดับซีรีส์ให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว แม้เนื้อหาและเอกลักษณ์ทั้งหมดของ Onimusha จะถูกยกมานำเสนอ แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือระบบการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องกันเลยทีเดียว
เล่ากันสั้น ๆ ง่าย ๆ Onimusha: Way of the Sword ถือเป็นภาคใหม่ในสไตล์ Reboot นั่นก็คือเนื้อหาทั้งหมดจะไม่เกี่ยวข้องกับเกมภาคก่อน ๆ (หรือแม้แต่อนิเมชั่นใน Netflix) ดังนั้นผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นภาคเก่า ๆ ก็สามารถกระโดดมาสนุกกับภาคนี้ได้ทันที ส่วนแฟนภาคเก่าก็จะเห็นเสน่ห์ดั้งเดิมและจุดเด่นต่าง ๆ อยู่เช่นกัน
ตัวเดโมรวม ๆ มีความยาวประมาณ 30 นาที ซึ่งตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดมาเล่นแล้วบนทุกเครื่อง ทั้ง PC, PlayStation 5 และ Xbox ดังนั้นใครอยากลองสัมผัสด้วยตัวเองก็ไปลองกันได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย
ในเดโมจะมีความยากให้เลือกสองระดับคือ Story และ Action และหยิบเอาฉากช่วงต้นเกมมาให้ผู้เล่นได้ลองสัมผัส ตัวฉากมีความเป็นเส้นตรงและมีแผนที่แบบชัดเจน ไม่ต้องห่วงว่าจะหลงทางสามารถเน้นไปที่การเดินหน้าสนุกกับการต่อสู้ได้แบบเต็มที่

ระบบต่อสู้ที่ให้ความสำคัญกับ “จังหวะ” มากกว่า “ความเร็ว”
ความน่าสนใจของตัวเกมเริ่มตั้งแต่การจัดวางปุ่มควบคุม โดยค่าเริ่มต้นจะนำปุ่มโจมตีหลักไปอยู่ที่ สามเหลี่ยม และ วงกลม (หรือปุ่ม Y และ B) ขณะที่ปุ่ม สี่เหลี่ยม หรือ X ถูกใช้สำหรับการป้องกัน (กดค้าง) ปัดป้อง (กดจังหวะเดียวตอนถูกโจมตีเข้ามา) และสะท้อนการโจมตี (กดพร้อมกับปุ่มทิศทางดันเข้าหาศัตรู)
สไตล์การวางปุ่มทำให้เห็นแบบชัด ๆ ว่าทีมงาน Capcom ต้องการให้ Onimusha ต่างจากเกมแอกชั่นทั่ว ๆ ไป และอยากนำเสนอการต่อสู้ด้วย “ดาบ” เป็นหัวใจสำคัญ
แม้ตัวเกมจะไม่มี Stamina Gauge แต่ทุกการเหวี่ยงดาบของตัวเอก มิยาโมโตะ มูซาชิ ล้วนมีน้ำหนัก มีช่วงอนิเมชั่นเตรียมตัวก่อนโจมตี การโจมตีแต่ละครั้งให้ความรู้สึกหนักแน่น มีแรงปะทะ และสามารถเชื่อมต่อเป็นคอมโบได้อย่างลื่นไหล

ระบบ Parry ที่ไม่ใช่แค่กดให้ตรงจังหวะ
หลายเกมในปัจจุบันมักใช้ระบบ Parry เป็นหัวใจสำคัญของการต่อสู้ โดยให้ผู้เล่นกดปุ่มในจังหวะที่กำหนดเพื่อป้องกันการโจมตี โดยในเกมนี้การ Parry ก็มีความสำคัญแถมยกระดับไปด้วยสารพัดสไตล์การป้องกัน ตามแต่ที่ผู้เล่นต้องการ
เมื่อทำ Perfect Parry สำเร็จ เกมจะโชว์ท่าแอนิเมชันเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป มุมกล้องจะปรับเพื่อเน้นจังหวะการปะทะของดาบ พร้อมประกายไฟและเอฟเฟกต์ที่ทำให้ทุกการปัดป้องดูทรงพลังราวกับฉากดวลดาบในภาพยนตร์ซามูไร
สำหรับแฟน Onimusha ฉบับดั้งเดิม ท่า Issen หรือการโจมตีสวนกลับแบบดาบเดียวดับก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม แต่โดยรวมระบบการต่อสู้หลักได้ถูกปรับให้มีความช้าลงเน้นเล่นกับจังหวะการโจมตีของเรากับศัตรูนั่นเอง
ดาบปะทะดาบ
อีกหนึ่งระบบที่โดดเด่นคือ Sword Clash หรือการปะทะดาบโดยตรงระหว่างผู้เล่นกับศัตรู
เมื่อกดโจมตีฟันดาบเข้าใส่กัน ตัวเกมจะตัดเป็นแอนิเมชันการดวลดาบที่เน้นการวัดใจ โดยผู้เล่นจะต้องกดสลับการโจมตีแบบ มือเดียวและสองมือให้ “ตรงข้าม” กับศัตรู
เช่นศัตรูออกท่าฟันมือเดียวเราต้องกดฟันสองมือสวนไป หากกดได้ถูกต้องครบถ้วนเราก็จะเป็นฝ่ายชนะในศึกดาบปะทะกับดาบ
ผลลัพธ์คือการต่อสู้ที่ดูเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยการตอบโต้และแก้เกมแบบต่อเนื่อง สร้างความรู้สึกเหมือนกำลังชมฉากดวลดาบในภาพยนตร์

ดวลบอสโชว์ฝีมือ
ไฮไลต์ของเดโมคือการต่อสู้กับบอสอย่าง Ganryu ตัวละครนักดาบคู่ปรับของตัวเอกมูซาชิ
การต่อสู้ครั้งนี้ทำหน้าที่รวบรวมทุกระบบที่เกมสอนตลอดเดโม ไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การป้องกัน การหลบหลีก และการสวนกลับ
Ganryu ไม่ใช่บอสที่พุ่งเข้ามาโจมตีแบบต่อเนื่อง แต่จะคอยกดดันผู้เล่นเป็นจังหวะ ซึ่งถ้าเราเชี่ยวชาญระบบทั้งหมดของเกม ฉากสู้บอสจะให้ความรู้สึกของการ “ดวลดาบ” ที่เข้มข้น
ท่วงท่าทุกอย่างบนจอถูกนำเสนอแบบลื่นไหลและที่ยอดเยี่ยมคือเราจะรู้สึกว่าเราเป็นคน “บังคับ” ตัวละครโชว์ฝีมือ ใช้เพลงดาบต่าง ๆ ด้วยตัวเราเอง
งานแอนิเมชันชั้นยอด
นอกจากระบบต่อสู้แล้ว อีกจุดที่โดดเด่นอย่างมากในเดโมก็คือคุณภาพของงานแอนิเมชัน
มูซาชิตัวเอกเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างเพิ่มความน่าสนใจระหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นท่าเก็บดาบ การขยับไหล่เพื่อปกปิดแขนที่สวม Oni Gauntlet สีหน้าที่แสดงอารมณ์ ผ้าคลุมไหล่สุดเท่ หรือแม้แต่ระหว่างการยืนเฉย ๆ ก็สะท้อนความมั่นใจของยอดนักดาบตัวจริง
โดยทุก ๆ การเคลื่อนไหวถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต และเมื่อรวมเข้ากับน้ำหนักของการฟันดาบ เอฟเฟกต์ของการ Parry ก็ยิ่งทำให้ตัวละครดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
งานภาพก็สวยงามลื่นไหล โชว์ศักยภาพของ RE Engine กันแบบเต็มที่อีกครั้ง

ความประทับใจแรก
จากเดโมที่ได้ทดลองเล่น Onimusha: Way of the Sword น่าจะเป็นอีกหนึ่งยอดเกมแอกชั่นแห่งปีได้อย่างไม่ยากเย็น Capcom พิสูจน์ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าพวกเขาเข้าใจสูตรสำเร็จในการทำเกมแอกชั่นให้สนุก
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนเป็นนักดาบยอดฝีมือ ทุกการโจมตีมีความหมาย ทุกการปะทะของดาบดูน่าตื่นเต้น
ถ้าจะมีจุดไหนน่าเสียดายไปบ้างก็อาจจะเป็นเรื่องของ “ความง่าย” ในเดโม โดยถ้าคุณเป็นคอเกมแอกชั่นอยู่แล้วก็อาจจะรู้สึกว่าศัตรูในเกมรวมไปจนถึงบอสในเดโมนั้นค่อนข้างจะง่ายไปเสียหน่อย ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะทั้งหมดที่ถูกนำมาใส่เอาไว้เป็นเพียงแค่ช่วงต้นเกมในระดับ Tutorial ทำให้ศัตรูยังไม่มีความดุดันเท่าไหร่
แต่ด้วยระบบทั้งหมดที่มี ก็พอจะเดาได้ว่าเนื้อหาเต็ม ๆ ในเกมน่าจะท้าทายไปอีกขั้น ดังนั้นใครที่คิดว่าศัตรูโดยรวมยังยืนนิ่งมากไปหน่อยก็รอดูของจริงกันได้อีกที
Onimusha: Way of the Sword มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 กันยายน 2026 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC














