แอปเปิลเรืองแสงสีแดงแวววาว มันเป็นกุญแจวิเศษที่ใช้ไขความลับที่รออยู่ด้านหน้า
เมื่อตะวันตกดิน ความจริงจะเริ่มปรากฎ
ถนน Florence
Vertin – ขอโทษทีนะคะ เพลงที่เด็ก ๆ พวกนั้นร้องมันคือเพลงอะไรเหรอ?
Book Merchant – ว่าไงคุณผู้หญิง เจ้าดูไม่เหมือนคนแถวนี้เลยนะ เดาว่าคงเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนข้าสินะ

Vertin – จะว่าอย่างงั้นก็ได้ค่ะ
Book Merchant – เยี่ยมไปเลยนะ ข้าน่ะชอบแนะนำแขกที่มาใหม่เสมอ
พ่อค้าคนนั้นกระแอมแล้วเริ่มพูดต่อ
Book Merchant – กวีผู้มีชื่อเสียงเคยกล่าวว่า ฟลอเรนซ์เป็นดั่งบุตรสาวที่สวยสง่าที่สุดแห่งกรุงโรม ข้าคิดว่าเพราะเหตุนี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาถึงที่นี่ เพราะเชื่อตามคำพูดที่เหล่ากวีบอกเล่า ราวกับค้นหาสมบัติภายในอาณาจักรที่ล่มสลาย
พ่อค้าโน้มตัวมาแล้วลดเสียงลง
Book Merchant – แต่ตอนนี้ข้าได้ข่าวลือใหม่ว่า ผู้คนกำลังไล่ตามเป้าหมายใหม่ในฟลอเรนซ์แห่งนี้
Vertin – หมายถึงแอปเปิลทองคำหรือเปล่าคะ? เหมือนว่าทุกคนจะพูดถึงมันกันอยู่
Book Merchant – เป็นเช่นนั้นแหละ ดูท่าเจ้าจะรู้เรื่องหลายอย่างมากกว่าที่ข้าคิดนะ มีคนเล่าลือว่าแอปเปิลผลนั้นสามารถแสดงให้เห็นถึง “ปาฏิหาริย์” ได้ ถ้าถูกยกไปไว้หน้าภาพวาดฝาผนังบางภาพในเมือง ตั้งแต่นั้นมา เมืองนี้ก็ดั่งถูกเมฆหมอกปกคลุม หลายคนอยู่ที่นี่เพียงเพื่อแสวงหาสมบัติของ The Compliners (ผู้เรียกร้อง) ที่ว่า
Vertin – The Compliners งั้นเหรอ? ชื่อแปลกดีจังนะ เป็นพวกศิลปินหรือนักร้องตามชื่อหรือเปล่าน่ะ?
Book Merchant – พวกเขาบอกว่าตัวเองเป็นลัทธิที่รวมตัวกันภายในเมือง เพื่อขับร้องเพลงสวดพิธีกรรมในเวลายามค่ำ จึงเป็นที่มาของชื่อแบบนี้น่ะ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะซ่อนวัตถุโบราณบางอย่างไว้ในห้องลับที่ไหนสักแห่งในมหาวิหารฟลอเรนซ์ด้วย
ระหว่างพูด พ่อค้าชี้ไปที่โดมสูงตระหง่านของมหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ มหาวิหารเซนต์แมรีแห่งบุปผา แต่คนในท้องที่นี้จะรู้จักกันว่ามหาวิหารฟลอเรนซ์ หรือ Il Duomo มันตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองฟลอเรนซ์ราวกับราชินีปกครองอาณาจักร

Book Merchant – พวกเขาน่าจะไปที่นั่นเพื่อทำเรื่องชั่วร้ายบางอย่าง และอาจทำลายมหาวิหารอันสวยงามนั่น
พ่อค้ามองไปรอบ ๆ ก่อนจะทำท่าทางน่ากลัว
Book Merchant – แต่ข่าวลือเองก็บอกว่าโบราณวัตถุที่พวกเขาซ่อนไว้นั้น มีมูลค่ามหาศาลมาก
Vertin – หืม?
Book Merchant – รู้ไว้แค่ว่ามันมีมูลค่ามากก็แล้วกัน! เชื่อกันว่าถ้าใครเจอมันเข้าล่ะก็ คนผู้นั้นจะร่ำรวยพอจะซื้อฟลอเรนซ์ทั้งเมืองได้เลย
Vertin – พูดจริงเหรอคะ? จะบอกว่ามีเงินซ่อนอยู่มากมายพอที่จะซื้อเมืองทั้งเมืองได้เลยเนี่ยนะ มันไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอ?
พ่อค้าหนังสือลูบเคราแล้วหัวเราะ
Book Merchant – ฮะ ๆ แม่หนู เธอคิดว่าตระกูลเมดิซีเข้ามาควบคุมเมืองตั้งแต่แรกได้ยังไงล่ะ? เงินไง! มันซื้อได้ทั้งงานศิลปะ กองกำลังทหาร หรือตำแหน่งพระสันตะปาปายังได้เลย! แล้วจะนับประสาอะไรกับแค่ทั้งเมืองกัน
Vertin – เข้าใจแล้วล่ะ ห้องลับที่มีสมบัติ ฉันว่าฉันเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน
Book Merchant – โอ้ งั้นรึ? งั้นเจ้าเคยได้ยินเรื่องทางเข้าห้องลับนี้ไหม ว่ามันพบได้เฉพาะการเจอข้อความที่ซ่อนอยู่บนภาพวาดฝาผนังเท่านั้นน่ะ
Vertin – ฉันว่าส่วนนี้มันเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาน่ะนะ เลยเป็นเหตุผลที่เรื่องแอปเปิลทองคำแสดงปาฏิหาริย์ถึงดึงดูดผู้คนได้มากมายขนาดนั้น

Book Merchant – ฟังดูดีมากคุณผู้หญิง เดาว่าเจ้าก็เป็นหนึ่งในนักล่าสมบัติเหมือนกันสินะ
Vertin – ก็ไม่เชิงหรอกนะ
Book Merchant – ข้าเข้าใจแล้ว แต่ข้าเกรงว่างานเจ้าน่าจะล้นมือแน่ ๆ มหาวิหารมันใหญ่กว่าที่เธอคิด ข้าว่าไม่ใช่สิ่งที่จะหาเจอง่าย หรอกนะ วิธีเดียวที่จะหาห้องนั้นได้ก็คือการไขปริศนาบนภาพวาดฝาผนัง
Vertin – งั้นคงต้องให้คุณช่วยเหลือบ้างแล้วล่ะ
พ่อค้ายิ่มร่าทันที และเวลาต่อมาเขาก็หยิบหนังสือต้นฉบับเล่มหนึ่งออกมายื่นให้เธอ
Book Merchant – จัดให้เลยแม่หนู นี่ต้องช่วยเธอได้อย่างแน่นอน เพาะมันคือสำเนาภาพวาดฝาผนังทั้งหมดที่เคยมีบันทึกว่ามีปฏิกิริยากับแอปเปิลทองคำ ปกทำจากผ้าไหม ลงสีด้วยฝุ่นเทมเพรา และขอบเคลือบทองด้วย ถ้าซื้อตอนนี้ข้าแถมฟรีบทกวีของดันเต้ด้วยนะ! เชื่อข้าสิแม่หนู ถ้ามีเจ้าเล่มนี้ เจ้าจะเจอสมบัติที่เจ้าตามหาอยู่แน่ ๆ
Vertin – เดี๋ยวนะ ถ้าคุณมีสำเนาบันทึกข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว ทำไมคุณไม่ใช้มันไปตามหาสมบัติซะเองล่ะ? สมบัติมันมากพอจะซื้อทั้งเมืองได้เลยนี่ ฉันสงสัยว่าทำไมคุณทิ้งโอกาสนี้ไปซะเอง?
Book Merchant – ข้าไม่ใช่นักล่าสมบัตินะแม่หนู และข้าก็ไม่คิดว่าชีวิตเยี่ยงเจ้าชายจะเหมาะกับข้าด้วย ข้าพอใจที่จะขายกุญแจสู่มหาสมบัตินี้ให้คนอื่นเท่านั้นแหละ
พ่อค้ายกหนังสือขึ้นมา มืออีกข้างวางทาบหน้าอก ทำหน้าเสียใจ
Book Merchant – ปกติแล้วราคาจะอยู่ที่ 10 ฟลอรินส์ แต่เนื่องจากเจ้าเป็นลูกค้ารายที่ 8 ของข้าในวันนี้ เจ้ารู้ไหมว่าในเมืองฟลอเรนซ์แห่งนี้ เลข 8 ถือเป็นเลขนำโชคและความหวังอันเป็นนิรันดร์ มันเลยเป็นเหตุผลที่หอศีลจุ่มซันโจวันนีและมหาวิหารฟลอเรนซ์ถึงมีรูปทรง 8 เหลี่ยม ดังนั้น สำหรับเจ้า 8 ฟลอริส์! ไม่ ไม่สิ 5 ไปเลยละกัน! ข้อมูลที่มีประโยชน์ขนาดนี้ กับราคา 5 ฟลอรินส์เนี่ย เจ้าไม่ควรพลาดจริง ๆ นะ!
Vertin – ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเลย

พ่อค้าเงียบสนิท บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะวางหนังสือลงบนชั้นอย่างแรง
Book Merchant – นี่เจ้าเดินทางไปมาในฟลอเรนซ์โดยไม่มีเงินติดตัวสักฟลอรินส์เนี่ยนะ บ้ารึไงเนี่ย! ข้าไม่เหลือเวลาจะคุยกับเจ้าแล้วแม่หนู กลับไปล่าไอ้ของสิ่งนั้นซะเถอะ
Vertin – เดี๋ยวก่อน ฉันได้ยินมาว่าแอปเปิลทองคำนั่น ทั้งบินแล้วก็พูดได้ด้วย ฉันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับเพื่อนที่หายตัวไปของฉัน หนังสือเล่มนั้นอาจช่วยฉันตามหาเขาได้ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างไหมล่ะ ฉันเก่งเรื่องพลังอาร์… เอ่อ เวทมนตร์น่ะ เราพอจะแลกเปลี่ยนกันได้ไหม เวทมนตร์ของฉันกับหนังสือเล่มนั้นของคุณ
Vertin หยุดนิ่งเพื่อรอดูท่าทีของพ่อค้าหนังสือ แต่ดูเหมือนพ่อค้าจะเอือมระอาเต็มทน
Book Merchant – ไม่เอาด้วยล่ะ ทีนี้หลีกไปได้แล้ว!
Leonardo – นั่นคือทุกอย่างที่ข้ารู้เกี่ยวกับพวก The Compliners แล้ว ทั้งห้องลับและวัตถุโบราณของพวกเขา
APPLe – เอ่อ.. ก็พอจะเข้าใจอยู่
ข้อมูลที่เจ้าแอปเปิลรับรู้มาจากดาวินชีดูท่าจะเยอะเกินกว่าที่เส้นประสาทของผลไม้จะรับมือไหว
Templar Commander – เราพยายามกันอย่างมากกว่าจะได้ตัวเจ้ามา เจ้าแอปเปิล ก่อนหน้านี้เจ้าโดนขายไปที่ Palazzo ไปที่ San Marco หรือแม้กระทั่งไปอยู่ในมือพวกกองโจร
Leonardo – แล้วก็ข้าด้วย!
ชายสวมเกราะเตะดาวินชีอย่างแรง เขาล้มลงกลิ้งไปที่กำแพงใกล้ ๆ
Templar Commander – พูดให้มันน้อยลงแล้วขยันทำงานให้มากขึ้นหน่อยเถอะแกน่ะ! ต่อจากนี้ไป ทำตามที่ข้าสั่ง เข้าใจไหม!?
เลือดซึมไหลออกมาจากศีรษะของเขา แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่เงียบ ๆ และยิ้มอย่างขมขื่น
Leonardo – แค่ก ๆ ครับ เข้าใจแล้ว

APPLe – แล้วผมล่ะ? พวกคุณก็จะรุมอัดผมให้ยอมแพ้ด้วยไหม?
Templar Commader – เฮอะ ไม่จำเป็นหรอก สภาพเจ้าก็เหมือนกับตายแล้วนั่นแหละ แต่เราอาจจะพอช่วยแกได้บ้าง ถ้าแกทำตัวให้มันมีประโยชน์หน่อย ก็ไม่สำคัญอะไรหรอกนะ แค่เจ้าไม่มีทางเลือก
ขณะที่หัวหน้าเทมพลาร์กำลังวางมาด เสียงใบมีดกรีดอากาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงทหารทั่วไปที่ร้องดังออกมา
Templar I – หัวหน้า มีพวกมัน…
ทหารนายนั้นยังไม่ทันพูดจบก็ล้มลง เส้นเลือดบนสีหน้าเปลี่ยนสีจากแดงเป็นเขียว
Templar Commander – อะไรกัน! พิษเหรอ นี่มันลอบสังหาร!
Templar II – บนหลังคา!
เสียงอินทรีบินต่ำเหนือมหาวิหารก่อนจะกรีดร้องเสียงแหลม

APPLe – นกอินทรีงั้นเหรอ ไม่น่าจะมาเห็นได้ในเมืองเลยนี่?
ลีโอนาร์โดรีบคว้าตัวแอปเปิลไว้แล้ววิ่งไปยังทิศทางของนกอินทรี
Leonardo – เขามาแล้ว ผู้ช่วยของเรามาแล้ว! เอซิโอ!
ชายสวมฮูดสีเทา กระโดดลงมาระหว่างทหารสองคนอย่างแม่นยำ ใบมีดสองใบโผล่ออกมาจากแขนเสื้อ แทงทะลุอกของทั้งสองคน ก่อนที่พวกมันจะทันตั้งตัวด้วยซ้ำไป
Templar II – เอซิโอ เอาดิโตเร มือสังหาร…

หัวใจของนายทหารหยุดเต้นก่อนที่ร่างจะล้มลงสู่พื้น หยาดเลือดแดงเข้มก็กระจายไปทั่วบริเวณ มือสังหารคนนี้สะบัดใบมีดออกมาอย่างคล่องแคล่ว ดูเผิน ๆ เหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เขาก้มศีรษะลงอย่างเคารพ ในขณะที่ผู้คนล้มลงรอบตัวเขา
Ezio – ความตายเอ๋ย อย่าได้โหดร้าย ไปสู่สุคติเถอะ
กองกำลังทหารบุกเข้ามาด้านในมากขึ้นเรื่อย ๆ
Templar Commander – ล้อมพวกมันไว้!
Ezio – ดูท่าข้าจะประเมินพวกมันต่ำไปหน่อย เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย

ลีโอนาร์โดรีบหันไปทาง APPLe ที่ยังคงไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง
Leonardo – เราต้องแยกกัน เอซิโอ ฝากเจ้านี่ไปด้วย! เจ้ารู้ว่าจะหาข้าเจอที่ไหน
Ezio – ไม่มีปัญหาหรอกสหาย
Templar III – จับตัวพวกมันให้หมด!
APPLe – Leonardo!
Ezio – ไม่ต้องห่วง เขาเป็นถึงแขกผู้มีเกียรติของดยุคแห่งมิลาน พวกมันอาจไล่ล่าเขา แต่ไม่ทำร้ายเขาในที่สาธารณะแน่ แต่พวกเราไม่ได้โชคดีขนาดนั้น ทีนี้ไปกันเถอะ
APPLe – ก็ได้ ๆ ผมมีทางเลือกไม่มากสักเท่าไรสินะ แต่อย่างน้อยคุณก็ดูสุภาพกว่าพวกคนก่อน ๆ ที่จับตัวผมไปก็แล้วกัน
เจ้าแอปเปิลปีนขึ้นไปเกาะไหล่ของมือสังหาร
เอซิโอเร่งฝีเท้าวิ่งและปีนป่ายขึ้นไปบนหลังคาอย่างว่องไว
บนหลังคา เมืองฟลอเรนซ์
Templar Commander – พวกมันกำลังไปทาง Palazzo รีบไปจับตัวพวกมัน!
Ezio – พยายามเข้านะ นี่ จับแน่น ๆ ล่ะ!
APPLe – ได้ครับ โว้!
เอซิโอวิ่งฉิวไปตามหลังคาบ้านเรือนราวกับปลาที่อยู่ในน้ำ ไม่นานนัก เงาของคนที่ไล่ตามหลังก็ลับตาไป

Citizen I – นี่ ๆ เห็นอะไรไหม บนหลังคานั่น ข้าว่าข้าเห็นบางอย่างเป็นแสงทอง ๆ!
Citizen II – สีทองงั้นเหรอ หรือว่าจะเป็นแอปเปิลทองคำ รีบไปเอามาเร็ว!
ผู้ไล่ตามเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสาม ชาวเมืองเองก็เข้าร่วมการไล่ล่าครั้งนี้ด้วย ถนนในเมืองฟลอเรนซ์ไม่เคยวุ่นวายขนาดนี้มาก่อน
Citizen II – ข้าจะรวย ข้าจะรวยแล้ว! หลีกไปโว้ย!
APPLe – ให้ตายเถอะพระเจ้า ผมไม่เคยรู้สึกฮอตขนาดนี้มาก่อนเลย นี่สินะสิ่งที่กัปตัน (Regulus) รู้สึกตลอด! ว่าแต่ช่วยเร่งความเร็วอีกนิดจะได้ไหมครับ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่ง่วงในวันคริสต์มาสต์อีฟแล้ว
Ezio – ไก่งวงเหรอ? ช่างมันเถอะ ตอนนี้ความเร็วไม่ช่วยอะไรหรอกนะ พวกมันมีอยู่ทุกที่เลย แต่ไม่เป็นไร ยังพอมีทางออกอยู่บ้าง
เอซิโอมองขึ้นไปยังยอดหอคอยของราชวัง
Ezio – เราต้องปีนขึ้นไป
20 นาทีต่อมา
APPLe – ผมคิดว่าเราปลอดภัยแล้วนะครับตอนนี้ ผมขอชื่นชมทักษะการปีนป่ายของคุณจริง ๆ ครับ จากตรงนี้คงไม่มีใครมาตามล่าเราได้อีก
Ezio ยังคงตื่นตัวภายใต้ความเงียบ เขาสอดส่องไปรอบ ๆ
Ezio – อย่าเพิ่งวางใจไป พวกเทมพลาร์มันก็เรียนรู้ทักษะการปีนป่ายเหมือนกัน หลังจากไล่ล่าพวกเรามาหลายปี พวกมันอาจจะขึ้นมาบนหลังคาตอนไหนก็ได้
APPLe – เข้าใจแล้วครับ งั้นผมจะคอยระวังและเตรียมตัวเมื่ออันตรายมาถึง

ดวงอาทิตย์ลอยต่ำ และค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับแสงยามเย็น เมฆสีแดงสดและแสงแดดสีทอง ผสมผสานกันบนขอบฟ้า สาดส่องลงมาบนกระเบื้องและอิฐทุกก้อนในเมืองเก่าแห่งนี้ ใต้เท้าของเอซิโอ หลังคาบ้านเรือนนับไม่ถ้วน ก่อตัวรวมกันเป็นผืนดินสีแดงจากหลังคา ขยายออกไปจนสุดขอบเมือง เขามองลงไปอย่างเงียบ ๆ ความรู้สึกราวกับเจ้านกที่หลงถิ่น
APPLe – ว้าว… นี่มันจุดชมวิวชั้นเยี่ยมเลยนะครับ
Ezio – ฟลอเรนซ์ นานมากแล้วจริง ๆ
ไม่ไกลออกไปนัก มหาวิหารตั้งตระหง่านและสง่างาม ตัวอาคารพร่ามัวไปด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเย็น และเมื่ออาทิตย์ตกดิน เงาของมันก็ทอดยาวขยายไปถึงครึ่งเมือง
APPLe – นั่นคือมหาวิหารที่ว่าสินะครับ มันซ่อนวัตถุโบราณไว้จริง ๆ งั้นเหรอ?
Ezio – ใช่ ข้าเชื่ออย่างนั้น ข้าใช้เวลาสำรวจมันมาหลายครั้ง สำรวจยันสุสานใต้ดิน แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
Ezio จ้องมองไปยังส่วนโค้งที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์บนโดมของมหาวิหาร
Ezio – การหาห้องลับนั่นให้เจอ มันสำคัญมากจริง ๆ













