BY Kawikon Kangkavakin

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer | เกมแข่งรถสายเลือดใหม่ จากผู้สร้าง Burnout

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

นับตั้งแต่ตอนที่เกม Star Wars Racer Revenge ปล่อยออกมาเมื่อปี 2002 หรือก็คือเมื่อ 24 ปีก่อน เราก็ไม่ได้เห็นผลงานเกมแข่งรถในโลก Star Wars อีกเลย จนกระทั่งการมาถึงของ Star Wars: Galactic Racer ที่เตรียมจะวางขายในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ ซึ่งจากที่ได้เห็นในตัวอย่างเกมเพลย์กันไป นี่ก็ถือเป็นเกมแข่งรถที่น่าตั้งความคาดหวังได้สูงอยู่เหมือนกัน ยิ่งมีชื่อของอดีตผู้พัฒนาเกม Burnout ด้วยแล้ว มันก็ยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

และในช่วงงาน Tokyo Game Show 2026 ที่ผ่านมา ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปเล่นเกมนี้มาเป็นเวลากว่า 30 นาทีด้วยกัน ซึ่งหลังจากได้ลองเล่น บอกตามตรงเลยว่ามันดูดีกว่าที่คิดไว้พอสมควร ผู้เขียนจึงขอมาแชร์ประสบการณ์หลังเล่นให้ทุกคนได้อ่านกัน เกมนี้มีจุดไหนน่าสนใจบ้าง? แล้วรู้สึกยังไงหลังได้เล่นเกมจริง? มาหาคำตอบกันได้เลย

นี่คือเกมที่อยู่ในจักรวาล Star Wars

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

หลายคนพอได้เห็นโลกของสมรภูมินักซิ่งในตัวอย่างกันไป ก็อาจจะรู้สึกว่าภาพรวมของเกมมันดูจะฉีกจากสถานการณ์และความเป็นไปในจักรวาล Star Wars พอสมควร ทำให้คุณอาจสงสัยว่านี่เป็นเกมที่ถูกนับเป็น canon ใน Star Wars หรือเปล่า แต่แท้จริงแล้ว นี่คือเกมที่มีฉากหลังอยู่ในจักรวาล Star Wars จริง ๆ

แล้วจากที่ได้พูดคุยกับทีมพัฒนาด้วยแล้ว พวกเขาก็เอ่ยปากบอกเช่นกันว่า เรื่องราวที่ถูกเขียนใน Galactic Racer จะผ่านการให้คำปรึกษาจาก Lucasfilm ทุกขั้นตอน เพื่อทำให้ผู้เล่นมั่นใจได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกมจะสอดคล้องไปกับโลกในจักรวาล Star Wars แล้วในขณะเดียวกันก็ช่วยขยายเรื่องราวใหม่ ๆ ออกไปด้วย

โดยเนื้อหาของเกมนี้จะอยู่ในช่วงไทม์ไลน์หลังจบเหตุการณ์หนังภาค 6 หรือ Return of the Jedi นั่นเอง

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

เรื่องราวมีอยู่ว่า หลังจากที่จักรวรรดิกาแล็กติกล่มสลาย บีซาลีสก์ผู้มีอำนาจคนหนึ่งที่ชื่อ Darius Pax เกิดนึกอยากเอาการแข่งขันชิงจ้าวแห่งความเร็วแบบพ็อดเรซซิ่งกลับมา แต่เขาอยากจัดให้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเปิดโอกาสให้ใช้ยานพาหนะได้หลากหลาย ไม่จำกัดอยู่กับแค่พ็อดเรซเซอร์อย่างเดียว ท้ายที่สุด การแข่งขันที่เรียกว่า Galactic League ก็ถือกำเนิดขึ้นมา

โดยเรจะได้รับบทเป็น Shade นักซิ่งปริศนาที่มีความแค้นกับตระกูล Bool ซึ่งด้วยสาเหตุนี้เอง เขาก็เลยอยากจะโค่น  Kestar Bool นักแข่งที่กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ Galactic League

Galactic Racer ไม่ได้มีแค่การแข่งรถ

ในส่วนของเนื้อหาเกมนี้นั้น ผู้เขียนยังไม่สามารถพูดถึงมันได้มากเนื่องจากช่วง 30 นาทีที่ได้เล่นไป ยังไม่ค่อยได้เห็นอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นได้คือ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน เราจะได้เดินอยู่ในพื้นที่นอกสนามแข่ง โดยในพื้นที่นั้นก็จะมี NPC ต่าง ๆ ที่เราเข้าไปพูดคุยด้วยได้

ซึ่งการพูดคุยกับพวกเขาก็จะทำให้เราได้เข้าใจ lore และรายละเอียดยิบย่อบต่าง ๆ ของโลกในเกมมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงดีเทลเล็กน้อย แต่มันก็พอจะเป็นจุดคั่นเวลาที่ทำให้เราได้พักเบรคจากเกมเพลย์อันดุเดือด มาเสพบรรยากาศและเนื้อหาได้บ้าง

การแข่งขันที่เร้าใจ ดุเดือด กระตุ้นอะดรีนาลีนได้เต็มเปี่ยม

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

ต้องยอมรับเลยว่า ความรู้สึกในการควบคุมยานพาหนะในเกมนี้มันยอดเยี่ยมเอามาก ๆ… การเร่งเครื่อง การเปิดไนตรัส การดริฟต์ การเบรค และการปะทะกับยานพาหนะอื่น ล้วนมีการตอบสนองที่ดีมาก โดยเฉพาะในส่วนของความเร็วที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกได้จริง ๆ ว่านี่เป็นยานพาหนะแฟนตาซีที่ซิ่งได้ไวเหนือจินตนาการ ไม่ใช่รถยนตร์ทั่วไปแบบที่เราคุ้นชิ้นกัน

แล้วในเมื่อนี่เป็นผลงานจากอดีตผู้สร้าง Burnout ด้วย เกมเพลย์ก็ออกมาดุเดือดสมใจ ใครเคยเล่น Burnout มาก่อน ก็จะได้กลับไปสัมผัสความสะใจของการเบียดกระแทกยานพาหนะคันอื่นจนเละอีกครั้ง 

นอกจากนี้ ด้วยความที่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่รถปกติธรรมดาด้วยแล้ว แต่มันเป็นถึงกับยานยนต์ในจักรวาล Star Wars ความเร้าใจก็ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ แถมในเกมนี้ เรายังมี ability พิเศษมากมายนับไม่ถ้วนที่ช่วยให้เราโจมตีหรือป้องกันศัตรูได้ ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มมิติให้เกมการเล่นได้เป็นอย่างดี

แล้วสำหรับใครที่สงสัยว่าเกมนี้เป็นเกมง่ายหรือยาก? ผู้เขียนก็ขอตอบให้ชัดเจนตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า “มันไม่ใช่เกมง่าย” คุณต้องใช้ทักษะหลายอย่างมากในการพิชิตอุปสรรคในเกม

เกมเพลย์ที่บีบให้ต้องงัดทุกทักษะมาใช้

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

ความท้าทายแรกที่เห็นได้ชัดเจนสุดของ Galactic Racer ก็คือดีไซน์ด่าน โดยแต่ละด่านนั้นจะมีอุปสรรคเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทางโค้ง ทางแคบ รวมไปถึงสิ่งกีดขวางต่าง ๆ 

ซึ่งพอลักษณะแผนที่ของแต่ละด่านมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมปริมาณด่านยังมีเยอะมาก ผู้เล่นอย่างเราจึงต้องคอยจดจำตำแหน่งสำคัญในแต่ละจุดอยู่ตลอด ว่าจุดไหนต้องเลี้ยว จุดไหนต้องเตรียมหลบ และจุดทางแยกไหนที่จะย่นระยะทางเราได้ดีที่สุด ซึ่งการจะทำทุกอย่างนี้ให้สมบูรณ์แบบได้นั้น จะต้องอาศัย “สติ” และ “ไหวพริบ” ที่สูงมาก

ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องคอยสังเกตยานพาหนะของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นด้วย เพราะถ้าเรามัวแต่เหม่อโฟกัสกับการขับอย่างเดียว เราอาจจะโดนพวกเขาเล่นงานจนเละได้ ซึ่งหากเราทำยานยนต์ระเบิด 2 ครั้ง เราจะตกรอบการแข่งขันทันที แล้วต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่

เกมแข่งรถที่ถูกตีความใหม่ด้วยระบบ Roguelike

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

การแข่งขันของเกมนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 1 เซสชั่นใหญ่ด้วยกัน โดยใน 1 เซสชั่นก็จะมีการแข่งขันหลายสิบแมตช์ และการแข่งขันทั้งหลายนี้จะถูกแบ่งแยกเป็นหลายเส้นทางให้เราได้เลือกแข่ง โดยแต่ละเส้นทางก็จะมีอุปสรรคและความยากง่ายไม่เหมือนกัน

บางเส้นทางอาจเป็นแมตช์การแข่งปกติล้วน บางเส้นทางอาจเป็นแมตช์การแข่งกันทำลายยานยนต์อีกฝ่ายปนเข้ามาด้วย บางเส้นทางอาจมีแมตช์แข่งโซโล่ทำเวลาให้ได้ไวที่สุด และบางเส้นทางอาจมีอีเวนต์ปริศนาที่อาจเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ได้

ในส่วนของวิธีผ่านด่านแต่ละแมตช์ก็เรียบง่ายมาก หากเราทำอันดับได้ที่ 1-3 เราก็จะได้ไปต่อในแมตช์ถัดไป ซึ่งหากเราผ่านแมตช์นั้นไปได้ เราก็จะได้ของรางวัลเป็นแต้มไว้ใช้อัพเกรดยานพาหนะ พร้อมกับได้ทรัพยากรในการยกระดับสแตทในแต่ละส่วนนั่นเอง

ยิ่งเล่นไปได้ไกล รถของเราก็จะยิ่งเทพขึ้น แต่หากเราพลาดท่าไปแค่แมตช์เดียว เราก็จะตกรอบแล้วเสียการอัพเกรดทั้งหมดไป พูดแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือมันเป็นระบบ Roguelike นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การพ่ายแพ้ก็ไม่ได้ทำให้ชัยชนะที่ผ่านมาสูญเปล่า เพราะทุกครั้งที่เราแพ้ เราจะได้ทรัพยากรสะสมจากแต่ละแมตช์ มาใช้ในการอัพเกรดยานพาหนะแบบ “ถาวร” ด้วย ดังนั้น ต่อให้เราจะล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน เราจะไม่ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่แบบมือเปล่าแน่นอน

ปรับแต่งได้ละเอียด ทั้งในส่วนของสไตล์การเล่น และรูปลักษณ์ของยานยนต์

จุดที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกทึ่งมากก็คือรายละเอียดของยานพาหนะที่เราปรับแต่งได้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น Ability ที่เราใช้ ประเภทยานพาหนะที่เราเลือก สกิลเสริมที่เราจะติดเข้าไป รวมไปถึงสแตทที่เราเลือกอัพเกรด องค์ประกอบทั้งหมดที่ว่ามานี้ได้ทำให้ผู้เล่นมีแนวทางในการออกแบบยานยนต์ของตัวเองที่หลากหลายมาก 

เราอยากเล่นแบบไหน ก็ปรับแต่งได้ตามใจเลย แต่นอนว่าการจะทำแบบนั้นได้เต็มที่ก็จะต้องอาศัยทรัพยากรและแต้มในการอัพเกรดนั่นเอง ซึ่งพอมันมาประกอบรวมเข้ากับระบบ Roguelike ที่ติดพันด้วยแล้ว นี่จึงเป็นเกมที่ดูดวิญญาณเอาอย่างมาก

ส่วนใครที่ชอบแต่งรถเอาสวยเอางาม รูปลักษณ์ยานพาหนะก็ปรับแต่งได้ละเอียดไม่แพ้กัน

การกลับมาของเกมแข่งรถจักรวาล Star Wars ที่น่าตั้งความหวัง

ความรู้สึกหลังเล่น Star Wars: Galactic Racer

บอกตามตรงว่าเวลา 30 นาทีที่ผู้เขียนได้ทดลองเล่นไป มันช่างผ่านไปไวเหลือเกินเนื่องด้วยความเร้าใจและความเพลิดเพลินที่เกมมอบให้

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำอีกรอบว่านี่เป็นเพียงการทดลองเล่นเท่านั้น ตัวเกมยังมีหลายอย่างอีกเยอะมากที่รอให้ผู้เล่นไปเจอกันเองในเกมเวอร์ชั่นเต็ม ไม่ว่าจะเป็นโหมดการเล่นแบบอื่น รวมไปถึงโหมดมัลติเพลเยอร์

เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากสัมผัสกับเกมแข่งรถที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ผลงานอย่าง Star Wars: Galactic Racer ก็สามารถมอบประสบการณ์แบบนั้นให้กับคุณได้ แต่มันจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงหรือเปล่า เราก็คงต้องมาหาคำตอบนี้พร้อมกันหลังจากที่เกมวางขายแล้ว

Star Wars: Galactic Racer มีกำหนดวางขาย 6 ตุลาคมนี้ บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC

Kawikon Kangkavakin

Kawikon Kangkavakin

กวีกร กังกเวคิน (กีวี่) – คนรักวรรณกรรมที่หลงใหลในโลกวิดีโอเกม ผู้จัดรายการ “วรรณเกม” และรับบทบาทเป็น Content Manager ประจำบ้าน GamingDose