สารบัญ / Contents
COMPUTEX 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่บรรดาผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ต่างนำเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกมาโชว์กันอย่างคึกคัก และแน่นอนว่า CORSAIR ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในทุก ๆ ปี
จากเคสรุ่นใหม่ไปจนถึงชุดระบายความร้อน AIO พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์ เทคโนโลยีป้องกันการ์ดจอรุ่นใหม่ รวมถึงอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์หลากหลายชิ้น เรียกได้ว่างานปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า CORSAIR กำลังผลักดันสินค้าทุกชนิดของตัวเองไปอีกระดับ
และนี่คือทุกสิ่งที่ CORSAIR เปิดตัวภายในงาน COMPUTEX 2026
WARTHOG การกลับมาของตำนาน Vengeance C70 หลังหายไป 14 ปี

หลังจากแฟน ๆ เรียกร้องกันมานาน ในที่สุด CORSAIR ก็เปิดตัว WARTHOG ผู้สืบทอดของเคสระดับตำนานอย่าง Vengeance C70 ที่เคยโดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ทหาร โดยครั้งนี้ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมดให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์ยุค 2026
WARTHOG มาพร้อมระบบระบายอากาศประสิทธิภาพสูง รองรับพัดลมได้สูงสุด 13 ตัว และติดตั้งหม้อน้ำ 360 มม. ได้ถึง 3 ตำแหน่ง พร้อมฟีเจอร์เด่นอย่าง InfiniRail Fan Mounting System, RapidRoute 2.0 Cable Management, และ GPU Anti-Sag Stabilization Arm สำหรับรองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่ในปัจจุบัน
ตัวเคสมีให้เลือกทั้งรุ่น WARTHOG และ WARTHOG RS โดยรุ่น RS จะมาพร้อมพัดลม RS200 ขนาด 200 มม. จำนวน 2 ตัว และ RS120 อีก 1 ตัว ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
นอกจากนี้ยังคงเอกลักษณ์สาย Military เอาไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นด้ามจับเหล็กด้านบน ปุ่มควบคุมสไตล์เครื่องบินรบ ป้าย “Remove Before Build” และฟีเจอร์ไฟส่องพอร์ตด้านหลังเครื่องที่ช่วยให้เสียบสายได้ง่ายขึ้นในพื้นที่แสงน้อย
WARTHOG มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Olive Drab พร้อมรองรับเมนบอร์ดแบบ Reverse Connector อย่าง ASUS BTF, MSI Project Zero และ GIGABYTE Project Stealth สำหรับสายประกอบคอมยุคใหม่ที่ต้องการความเรียบร้อยสูงสุด
HX1000i SHIFT CRYSTAL PSU โปร่งใสสุดล้ำที่หลายคนรอคอย

อีกหนึ่งไฮไลต์จากงาน COMPUTEX 2026 คือ CORSAIR HX1000i SHIFT CRYSTAL พาวเวอร์ซัพพลายดีไซน์สุดโดดเด่นที่นำแนวคิดจากต้นแบบที่เคยโชว์ในงาน COMPUTEX 2025 มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จริง
จุดเด่นสำคัญคือฝาครอบด้านข้างแบบ Transparent Crystal ที่เผยให้เห็นอุปกรณ์ภายใน PSU อย่างชัดเจน ชวนให้นึกถึงยุคต้นปี 2000 ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใสกำลังได้รับความนิยม พร้อมเพิ่มความสวยงามด้วยแผง PCB สีขาว ชิ้นส่วนภายในที่คุมโทนสีเดียวกัน และพัดลม RGB ขนาด 140 มม. ที่ช่วยส่องโชว์ฮาร์ดแวร์ภายในได้อย่างเต็มที่
ตัว PSU ใช้ดีไซน์ SHIFT ที่ย้ายพอร์ตเชื่อมต่อสายไฟมาไว้ด้านข้างเพื่อให้จัดสายได้ง่ายขึ้น พร้อมติดตั้ง iCUE LINK System Hub มาในตัว และยังเป็นหนึ่งใน PSU รุ่นแรกของ CORSAIR ที่รองรับ PinProtect+ ระบบป้องกันกระแสไฟเกิน (OCP) รุ่นใหม่ที่สามารถตรวจสอบสถานะและปรับแต่งการทำงานผ่าน iCUE ได้
สำหรับสายโชว์สเปกหรือคนที่ชื่นชอบเคสแบบ Open Frame และ Pegboard Build รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งใน PSU ที่โดดเด่นที่สุดของ CORSAIR ในปี 2026 ทั้งในแง่ของดีไซน์และเทคโนโลยีภายใน
TITAN II ULTRA AIO รุ่นใหม่ที่แรงที่สุดของ CORSAIR

CORSAIR เปิดตัว iCUE LINK TITAN II ULTRA 360 LCD AIO ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำรุ่นเรือธงตัวใหม่ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจาก TITAN Series เดิม พร้อมยกระดับประสิทธิภาพจนกลายเป็น AIO ที่แรงที่สุดของ CORSAIR ในปัจจุบัน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดอยู่ที่ Dual-Layer Cross-Flow Radiator หม้อน้ำดีไซน์ใหม่ที่ให้สารหล่อเย็นไหลผ่าน 2 เส้นทางแทนการไหลแบบเส้นทางเดียว ช่วยเพิ่มพื้นที่ถ่ายเทความร้อนภายในหม้อน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้ระบายความร้อนได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมอย่างชัดเจน แม้จะแลกมาด้วยความหนาของหม้อน้ำที่เพิ่มเป็น 40 มม. จากมาตรฐานทั่วไปที่ 27 มม.
นอกจากนี้ยังมาพร้อมปั๊มรุ่นใหม่ FlowDrive 2 ที่ช่วยเพิ่มอัตราการไหลของน้ำในระบบ พร้อมลดระดับเสียงรบกวนขณะทำงาน ทำให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและความเงียบในเวลาเดียวกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการชุดน้ำระดับท็อปพร้อมหน้าจอ LCD และรองรับระบบ iCUE LINK อย่างเต็มรูปแบบ TITAN II ULTRA 360 LCD ถือเป็นรุ่นเรือธงที่ CORSAIR วางตำแหน่งไว้สำหรับสายประกอบคอมประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะ
TITAN II 360 RGB และ LCD ทางเลือกสำหรับเคสขนาดเล็ก

สำหรับผู้ที่สนใจ TITAN II ULTRA แต่เคสไม่รองรับหม้อน้ำหนา 40 มม. CORSAIR ก็มีทางเลือกอย่าง iCUE LINK TITAN II 360 RGB และ TITAN II 360 LCD ที่ยังคงได้รับเทคโนโลยีใหม่เกือบทั้งหมดจากรุ่น ULTRA ไม่ว่าจะเป็นปั๊ม FlowDrive รุ่นที่ 2, ระบบเชื่อมต่อ iCUE LINK และการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า
ความแตกต่างหลักคือ TITAN II รุ่นมาตรฐานเลือกใช้หม้อน้ำขนาดมาตรฐานหนา 27 มม. แบบ Single-Layer ทำให้ติดตั้งได้ง่ายกว่าและรองรับเคสได้หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ยังคงมอบประสิทธิภาพการระบายความร้อนระดับสูงสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานสาย Performance ที่ต้องการ AIO รุ่นใหม่ของ CORSAIR ในขนาดที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า TITAN II ULTRA
NIGHTSWORD v2 Wireless SD เมาส์เกมมิ่งที่รวม Stream Deck ไว้ในตัว

CORSAIR นำหนึ่งในเมาส์ยอดนิยมของค่ายกลับมาอีกครั้งในชื่อ NIGHTSWORD v2 Wireless SD
จุดเด่นสำคัญคือ Stream Deck Launch Button ที่กดเพียงครั้งเดียวก็สามารถเรียกใช้งาน Elgato Virtual Stream Deck Overlay ขึ้นมาบนหน้าจอได้ทันที ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงคำสั่งลัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกิลในเกม, มาโคร, ควบคุมสตรีม, Discord, Spotify หรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ ผ่านระบบปลั๊กอินของ Elgato ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถตั้งค่าการทำงานร่วมกับปุ่มบนเมาส์ได้สูงสุด 8 ปุ่ม
ด้านประสิทธิภาพ NIGHTSWORD v2 WIRELESS SD มาพร้อมเซนเซอร์ CORSAIR MARKSMAN S ความละเอียดสูงสุด 33,000 DPI, ความแม่นยำ 99.7%, ความเร็วติดตาม 750 IPS และรองรับแรงเร่ง 50G พร้อมระบบ 8,000Hz Hyper-Polling ทั้งโหมดมีสายและไร้สาย เพื่อลดความหน่วงในการตอบสนองให้น้อยที่สุด
ตัวเมาส์ใช้สวิตช์ Optical ที่ไม่มีดีเลย์จากการ Debounce และรองรับการคลิกได้สูงสุดถึง 100 ล้านครั้ง ขณะที่ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ของ NIGHTSWORD ด้วยรูปทรงสำหรับผู้ถนัดขวาและที่พักนิ้วโป้ง ช่วยให้จับใช้งานได้สบายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
รองรับการเชื่อมต่อทั้ง SLIPSTREAM Wireless 2.4GHz, Bluetooth และ USB-C พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 170 ชั่วโมง และสามารถตั้งค่าปุ่ม มาโคร DPI และไฟ RGB ได้ผ่าน CORSAIR Web Hub โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
AX1600i SHIFT การกลับมาของ PSU เรือธงระดับ 1600W

CORSAIR เปิดตัว AX1600i SHIFT รุ่นสานต่อของ AX1600i หนึ่งในพาวเวอร์ซัพพลายระดับเรือธงที่ได้รับความนิยมมายาวนาน โดยอัปเดตให้รองรับมาตรฐานฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ด้วยการออกแบบ SHIFT Side-Mounted Connectors ที่ย้ายจุดเสียบสายไฟมาไว้ด้านข้าง ช่วยจัดสายได้สะดวกขึ้น พร้อมรองรับ 12V-2×6 แบบ Native ถึง 2 ช่อง สำหรับการ์ดจอประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่
แม้จะมีกำลังไฟสูงถึง 1600W แต่ตัว PSU มีความยาวเพียง 170 มม. ทำให้ยังสามารถติดตั้งในเคส Mid-Tower ทั่วไปได้ง่าย นอกจากนี้ยังรองรับการตรวจสอบและควบคุมการทำงานผ่าน iCUE แบบเรียลไทม์ ทั้งการติดตามข้อมูลพลังงาน แรงดันไฟ และสถานะการทำงานของ PSU
CORSAIR ยังเปิดตัวเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อย่าง PinProtect และ PinProtect+ ที่ถูกติดตั้งภายใน PSU โดยตรง เพื่อเฝ้าตรวจสอบกระแสไฟของสาย 12V-2×6 ทุกพิน หากตรวจพบว่าพินใดรับกระแสไฟมากเกินไปเป็นเวลานาน ระบบจะตัดการจ่ายไฟไปยัง GPU เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับ PinProtect+ จะเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลกระแสไฟของแต่ละพินผ่าน iCUE รวมถึงสามารถกำหนดค่าระดับการป้องกันได้เอง เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับ Enthusiast ที่ต้องการควบคุมและติดตามระบบอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CORSAIR ในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบที่ใช้การ์ดจอระดับสูงในยุคปัจจุบัน
RM1200e รุ่นใหม่ PSU ที่มาพร้อม PinProtect

CORSAIR เปิดตัว RM1200e รุ่นใหม่ปี 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในพาวเวอร์ซัพพลายรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี PinProtect ระบบป้องกันอัจฉริยะที่คอยตรวจสอบกระแสไฟของสาย 12V-2×6 เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการ์ดจอประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ ทำให้ RM1200e กลายเป็นหนึ่งใน PSU ที่เน้นความปลอดภัยมากที่สุดสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้ระดับ Enthusiast
นอกจากระบบป้องกันรุ่นใหม่แล้ว RM1200e ยังมาพร้อมมาตรฐานประสิทธิภาพ Cybenetics Gold, ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดเพียง 160 มม. ติดตั้งได้ง่ายในเคสหลากหลายขนาด และรองรับ Zero RPM Mode ที่หยุดการทำงานของพัดลมเมื่อโหลดไม่สูง ช่วยให้ระบบทำงานเงียบสนิทในระหว่างการใช้งานทั่วไป พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความเงียบ และความปลอดภัยในเครื่องเดียว
CLIPPER PRO MINI 60 คีย์บอร์ดสายแข่งขันอย่างแท้จริง

CORSAIR เดินหน้าบุกตลาดอุปกรณ์เกมมิ่งสาย Competitive แบบต่อเนื่อง โดยส่งคียบอร์ดตัวใหม่ในชื่อ CLIPPER PRO MINI 60 คีย์บอร์ดขนาด 60% ที่มาพร้อมสวิตช์แม่เหล็ก MGX Hyperdrive Core
CLIPPER PRO MINI 60 มาพร้อมฟอร์มแฟกเตอร์ 60% ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่วางเมาส์สำหรับการสะบัดและเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ พร้อมเทคโนโลยี Hall Effect รุ่นใหม่ที่รวมฟีเจอร์สำหรับการแข่งขันไว้ครบครันในขนาดกะทัดรัด
หัวใจสำคัญคือสวิตช์แม่เหล็ก CORSAIR MGX HYPERDRIVE CORE ที่สามารถปรับระยะกดได้ตั้งแต่ 0.2–3.8 มม. รองรับอายุการใช้งานสูงสุด 100 ล้านครั้ง และใช้โครงสร้างแกนแบบใหม่เพื่อลดอาการโยกของสวิตช์ เพิ่มความแม่นยำในการกด
ด้านฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ระดับแข่งขัน ประกอบด้วย
🔹 Rapid Trigger รีเซ็ตการกดได้เร็วกว่า Mechanical Keyboard ทั่วไป ช่วยให้ Counter-Strafe และการกดซ้ำทำได้ฉับไวขึ้น
🔹 FlashTap SOCD จัดการคำสั่งการเคลื่อนที่ที่กดสวนทางกัน เพิ่มความแม่นยำในการเคลื่อนไหวสำหรับเกม FPS
🔹 Multi Action กำหนดคำสั่งได้สูงสุด 4 รูปแบบในปุ่มเดียว ทั้งตอนกดและปล่อยปุ่ม
🔹 Smart Tap แยกการทำงานระหว่างการแตะและการกดค้าง ช่วยเพิ่มจำนวนคำสั่งบนคีย์บอร์ด 60%
🔹 Tap Lock เปลี่ยนคำสั่งที่ต้องกดค้างให้กลายเป็นสวิตช์เปิด-ปิด ช่วยลดภาระการใช้นิ้วระหว่างเล่นเกม
คีย์บอร์ดยังรองรับ AXON Hyper-Polling 8,000Hz ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า Gaming Keyboard ทั่วไปถึง 8 เท่า พร้อมมาตรฐาน IP57 ป้องกันฝุ่นและน้ำ รวมถึงชั้นซับเสียงแบบ Dual-Layer เพื่อสัมผัสการพิมพ์ที่เงียบและแน่นขึ้น
ผู้ใช้สามารถปรับแต่งทุกฟังก์ชันผ่าน CORSAIR Web Hub ได้โดยตรงผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม ทั้งการตั้งค่า Hall Effect, RGB, Macro และบันทึกโปรไฟล์ไว้ในตัวคีย์บอร์ดได้สูงสุด 5 โปรไฟล์
นอกจากนี้ CORSAIR ยังประกาศว่าจะนำฟีเจอร์ Hall Effect ชุดใหม่เหล่านี้ไปอัปเดตให้กับ VANGUARD PRO 96 ผ่านซอฟต์แวร์ในอนาคตอีกด้วย
HS35 v3 หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

รุ่น HS35 v3 WIRELESS มาพร้อมไดรเวอร์ Neodymium ขนาด 50 มม. ที่ได้รับการปรับจูนเสียงใหม่ รองรับ Dolby Atmos Spatial Audio บน PC ช่วยเพิ่มมิติของเสียงรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้า กระสุน หรือเสียงสภาพแวดล้อมภายในเกม
รองรับการเชื่อมต่อครบทั้ง 2.4GHz Wireless, Bluetooth และสาย 3.5 มม. ทำให้สามารถใช้งานได้กับ PC, Mac, PlayStation, Nintendo Switch, สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง
ด้านการออกแบบ HS35 v3 WIRELESS ใช้โครงสร้าง Floating Headband แบบใหม่ ร่วมกับฟองน้ำหุ้มผ้าระบายอากาศ ช่วยลดแรงกดบนศีรษะและเพิ่มความสบายในการใช้งานต่อเนื่อง โดยมีน้ำหนักเพียง 250 กรัม พร้อมไมโครโฟนแบบถอดได้และปุ่มควบคุมเสียงบนตัวหูฟัง
ส่วน HS35 v3 รุ่นมีสาย ยังคงใช้ไดรเวอร์ 50 มม. ชุดเดียวกับรุ่นไร้สาย แต่เชื่อมต่อผ่านสาย 3.5 มม. รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์หลากหลายแพลตฟอร์มแบบ Plug-and-Play โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
ตัวหูฟังรุ่นมีสายมีน้ำหนักเบาลงเหลือเพียง 230 กรัม พร้อมไมโครโฟน Boom Mic แบบรอบทิศทาง และปุ่มควบคุมระดับเสียงกับปิดไมค์บนตัวหูฟังเช่นเดียวกัน
FRAME 5000D WOOD RS เมื่อเคสไม้กลับมาอีกครั้ง

หลังจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีจาก FRAME 4000D WOOD ในช่วงต้นปี 2026 ทาง CORSAIR จึงขยายดีไซน์ลายไม้สู่รุ่นพี่อย่าง FRAME 5000D WOOD RS โดยมีให้เลือกทั้งสี White Oak โทนสว่างสะอาดตา และ Walnut โทนไม้เข้มที่ให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่นมากขึ้น
นอกจากการปรับโฉมภายนอกแล้ว รุ่นใหม่นี้ยังอัปเกรดพอร์ตด้านหน้าให้ทันสมัยขึ้นด้วยการเปลี่ยนจาก USB Type-A มาเป็น USB Type-C พร้อมเปลี่ยนแผงกระจกข้างเป็นแบบ Full Glass Panel เต็มบาน ช่วยโชว์ฮาร์ดแวร์ภายในได้โดดเด่นกว่ารุ่น FRAME 5000D เดิมที่ใช้กระจกแบบ 3/4 ของตัวเคส
สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ FRAME 5000D อยู่แล้ว CORSAIR ยังเปิดทางให้อัปเกรดได้ด้วยการวางจำหน่าย แผงหน้าลายไม้, ชุด Front I/O รุ่นใหม่ และกระจกข้างแบบ Full Glass แยกเป็นอุปกรณ์เสริม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเคสเดิมให้มีรูปลักษณ์แบบ WOOD RS ได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเคสใหม่ทั้งตัว
LX360 และ RX360 Unified Frame Fans

CORSAIR เปิดตัว iCUE LINK LX360 และ RX360 UNIFIED FRAME Fans ชุดพัดลมแบบเฟรมรวมที่นำพัดลม 120 มม. จำนวน 3 ตัวมารวมเป็นชิ้นเดียว ช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น ลดความยุ่งยากในการจัดการสาย และทำให้ภายในเคสดูสะอาดเป็นระเบียบมากกว่าเดิม
ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดย RX360 เน้นการสร้าง Airflow สำหรับระบายอากาศภายในเคส ขณะที่ LX360 ถูกออกแบบให้มีแรงดันลมสูง (Static Pressure) เหมาะสำหรับใช้งานร่วมกับหม้อน้ำของชุดระบายความร้อน AIO
นอกจากนี้ CORSAIR ยังมีรุ่น LX360-R Reverse Blade ที่กลับทิศทางใบพัด ทำให้สามารถติดตั้งเป็นพัดลมดูดอากาศเข้า (Intake) พร้อมโชว์ด้านสวยงามของพัดลมจากภายในเคสได้ เหมาะสำหรับเคสที่เน้นความสวยงามและการโชว์ระบบ RGB โดยเฉพาะ ถือเป็นอีกก้าวของการออกแบบพัดลมที่ช่วยให้ทั้งการประกอบและการจัดสายภายในเครื่องสะดวกยิ่งขึ้น
RX II RGB พัดลมรุ่นใหม่ที่ฉลาดกว่าเดิม

CORSAIR อัปเกรดพัดลม iCUE LINK RX RGB สู่รุ่นใหม่ RX II RGB โดยปรับปรุงโครงสร้างและการออกแบบให้ทำงานเงียบลงกว่าเดิม ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนไว้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถลดรอบการทำงานได้ต่ำสุดเพียง 400 RPM สำหรับรุ่น 120 มม. และ 300 RPM สำหรับรุ่น 140 มม. ช่วยให้ระบบเงียบยิ่งขึ้นในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
จุดเด่นสำคัญของ RX II คือการติดตั้ง Temperature Sensor ภายในพัดลมแต่ละตัว ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบอุณหภูมิผ่าน iCUE ได้แบบเรียลไทม์ และกำหนดให้พัดลมแต่ละตัวปรับรอบหมุนหรือเปลี่ยนเอฟเฟกต์ไฟ RGB ตามอุณหภูมิที่ตรวจจับได้ ช่วยให้การจัดการ Airflow และ Fan Curve ภายในเครื่องมีความละเอียดและยืดหยุ่นมากขึ้น
RX II RGB มีให้เลือกทั้งขนาด 120 มม. และ 140 มม. พร้อมตัวเลือกสี Black และ White รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ iCUE LINK สำหรับการประกอบพีซีที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความเงียบ และการจัดสายที่เรียบร้อย
TC80 Gaming Chair เก้าอี้เกมมิ่งรุ่นใหม่

CORSAIR เปิดตัว TC80 Gaming Chair เก้าอี้เกมมิ่งรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายและหลักสรีรศาสตร์ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยยังคงฟีเจอร์สำคัญสำหรับการนั่งใช้งานเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับตำแหน่งได้หลากหลายรูปแบบ, ที่รองรับหลังส่วนล่าง (Lumbar Support) ในตัว และหมอนรองคอแบบถอดได้
ตัวเก้าอี้เลือกใช้วัสดุผ้าบริเวณจุดที่มีการสัมผัสและใช้งานบ่อย ช่วยลดปัญหาวัสดุแตกลอกหรือแห้งกรอบเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ขณะที่ขอบด้านนอกยังคงใช้วัสดุหนังสังเคราะห์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและพรีเมียม
ด้วยการผสมผสานระหว่างความสบาย ความทนทาน และดีไซน์ที่เรียบหรู TC80 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหาเก้าอี้เกมมิ่งคุณภาพดีในงบประมาณที่คุ้มค่ามากขึ้น
จอ LCD ขนาด 5 นิ้วสำหรับระบบ iCUE LINK

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ของ TITAN II ULTRA แต่ยังพอใจกับชุดระบายความร้อนที่ใช้งานอยู่ CORSAIR เปิดตัว iCUE LINK 5-inch LCD Screen Module โมดูลอัปเกรดหน้าจอแยกที่สามารถติดตั้งเข้ากับ AIO รุ่นที่รองรับ CapSwap ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดระบายความร้อนใหม่ทั้งชุด
จุดเด่นคือหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ที่ใหญ่กว่าหน้าจอ LCD ของ CORSAIR รุ่นก่อนอย่างมาก ช่วยให้แสดงข้อมูลระบบ, Widget ต่าง ๆ, ภาพเคลื่อนไหว หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ต้องการได้อย่างชัดเจนและเต็มตายิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โมดูลยังเชื่อมต่อผ่าน DisplayPort ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่าเดิม รองรับการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบคล้ายกับหน้าจอเสริม XENEON EDGE และช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับชุดพีซีของผู้ใช้งานสายแต่งเครื่องได้อย่างเต็มที่
XENEON EDGE สีใหม่ Smoke และ Crystal

CORSAIR ขยายไลน์จอเสริม XENEON EDGE ด้วยตัวเลือกสีใหม่ 2 แบบ ได้แก่ Crystal และ Smoke เพื่อตอบโจทย์สายแต่งคอมที่ต้องการความโดดเด่นมากขึ้น โดยรุ่น Crystal มาพร้อมตัวเครื่องและขาตั้งแบบใสโปร่งแสงทั้งหมด ขณะที่รุ่น Smoke ใช้วัสดุโปร่งแสงสีเข้มและพื้นผิวแบบฝ้า ให้ลุคพรีเมียมและทันสมัยยิ่งขึ้น
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสองรุ่นยังคงมีฟังก์ชันการทำงานเหมือนกับ XENEON EDGE รุ่นมาตรฐานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผล Widget ต่าง ๆ การเชื่อมต่อกับ iCUE รวมถึงความสามารถในการแสดงข้อมูลสถานะระบบและการปรับแต่งเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานสาย Custom PC
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการโชว์ฮาร์ดแวร์ภายในเคส หรือกำลังสร้างเครื่องสไตล์โปร่งใส XENEON EDGE Crystal และ Smoke ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเติมเต็มความสวยงามของชุดคอมได้อย่างลงตัว โดยยังคงประสิทธิภาพและความสามารถของ XENEON EDGE เอาไว้อย่างครบถ้วน













