BY Nuttawut Apiratwarakul
27 ธ.ค. 25 2:00 pm

ผู้ชนะสาขา Best Visual | Clair Obscur: Expedition 33 – THE BEST 2025

28 Views

และสำหรับเกมที่นำเสนองานศิลป์ออกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ เราขอยกให้กับ Clair Obscur: Expedition 33 ซึ่งเรามักจะนิยามว่า การได้เล่นเกมนี้ ก็เหมือนกำลังได้เข้าไปเยี่ยมชมนิทรรศการงานศิลปะ ที่รวบรวมผลงานอันโดดเด่นไว้มากมายหลายศาสตร์หลายแขนง

ยกตัวอย่างองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ก็คือชื่อเกม Clair Obscur ซึ่งหมายถึง “แสงสว่าง” และ “ความมืด”

ในทางศิลปะแล้ว มันมีเทคนิคการวาดภาพแบบหนึ่งที่เรียกว่า Chiaroscuro อยู่ ซึ่งเป็นการเน้นให้มีความสว่างตัดกับเงาอย่างชัดเจน หรือก็คือเป็นภาพที่มีคอนทราสต์สูงนั่นเอง เทคนิคนี้จะช่วยให้ภาพสามารถบอกเล่าอะไรสักอย่างออกมาได้อย่างทรงพลัง และจิตรกรเอกอย่างเลโอนาร์โด ดา วินชี ก็ใช้มันได้อย่างชำนาญในยุคสมัยของเขา

ใน Expedition 33 เอง ทีมงาน Sandfall (ผู้พัฒนา) ก็เลือกที่จะวางสัญญะของ “แสงสว่างและความมืด” ไปไว้ในหลาย ๆ องค์ประกอบของเกมด้วย โดยแทนความสว่างด้วยสีทอง และความมืดเป็นสีดำ ซึ่งเราจะได้เห็น 2 คู่สีนี้ไปปรากฏอยู่ตามหน้าเมนู UI รวมถึงในหลาย ๆ แผนที่ ก็มักจะมีสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหินสีดำขลับ สลับกับลวดลายแตก ๆ ที่เป็นสีทอง ปรากฏมาให้เห็นคู่กันอยู่บ่อยครั้ง

นอกจากนี้ในเกมก็ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่เชิดชูถึงงานศิลปะในองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นการหยิบนำกลิ่นอายแบบ Belle Époque (‘ยุคสวยงาม’ ของฝรั่งเศส) เข้ามาใช้เป็นเซ็ตติ้งฉากหลังในเกม ชื่อเมือง Lumière ซึ่งมาจากสองพี่น้องผู้คิดค้นกล้องถ่ายและฉายภาพยนตร์ได้เป็นครั้งแรก รวมไปถึงในด้านเกมเพลย์เอง การที่ตัวเกมมีระบบแอ็กชันที่ผู้เล่นต้องคอยรับมือกับท่าโจมตีของศัตรู ไม่ว่าจะหลบหรือ Parry ก็ตามแต่ ก็เหมือนเป็นการ “เต้นรำ” ไปกับจังหวะทำนองที่แตกต่างกันในแต่ละซีน

ในด้านกราฟิกเอง ก็ต้องบอกว่าทีมงานนำเสนอมาได้น่าสนใจมาก แม้จะเป็นเกมที่พัฒนาบน Unreal Engine 5 ซึ่งก็มีคาแรคเตอร์ของงานภาพที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่น่าจะพอจับทางได้ แต่สิ่งที่พวกเขาทำ ก็คือการใช้สารพัดเทคนิคพิเศษมาช่วยแต่งเติมให้เกมนี้มีสไตล์เป็นของตนเอง ทั้งการเล่นแสงเงา การเลือกใช้คู่สี เกลี่ยสีให้เหมาะ การใส่เอฟเฟคต์ Bloom และอีกมากมาย จนทำให้ภาพที่ได้ “ดูงดงามแบบไม่สมจริง” คล้ายว่าเรากำลังชมภาพวาดอยู่ในแบบที่สามารถจับต้องได้

ต้องยอมรับตามตรงว่า ความสวยงามเหล่านี้ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสม่ำเสมอกับทุกฉากในเกม เพราะบางฉากก็มีความแปลก ๆ แบน ๆ อยู่ และผู้เล่นหลายคนก็อาจจะไม่ได้ชอบงานภาพฟุ้ง ๆ ที่ให้ความรู้สึกว่ามีแสงจ้าวูบวาบอยู่ล้นจอไปหมดด้วย

ทั้งนี้ ถึงจะไม่มีหลักฐานปรากฏชัด แต่การเลือกใส่เอฟเฟคต์ Bloom เข้ามา (โดยเฉพาะช่วงที่มีแสงแดดส่อง) ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทีมงานต้องการจะบอกใบ้เราตั้งแต่ต้นด้วยเหมือนกัน ว่าโลกภายในเกมที่เรากำลังเล่นอยู่นี้ แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

ด้วยองค์ประกอบและแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ศิลปะฝรั่งเศส ซึ่งชัดเจนในแนวทาง ไม่ได้ลดทอนลงเพื่อให้ดูร่วมสมัย สิ่งเหล่านี้เอง มันจึงถักทอให้ Clair Obscur: Expedition 33 กลายเป็นละครบทใหญ่ที่ทั้งเศร้าและงดงาม เป็นภาพเขียนชิ้นเอกที่ศิลปิน (ทีมผู้พัฒนา) หลายชีวิตบรรจงสร้างสรรค์มันขึ้นมาด้วยหัวใจ และเป็นเกมที่เปี่ยมไปด้วยความยอดเยี่ยมในด้านงานวิชวล ที่เราขอยกย่องให้ว่าเป็นที่สุดจริง ๆ สำหรับปี 2025 นี้

Nuttawut Apiratwarakul

โน้ต - Co-Founder / Editor-in-chief

Back to top