GamingDose

Support

BY Nuttawut Apiratwarakul

ดูแล้วมาเล่า The Blood of the Dawnwalker : ตำนานใหม่แห่งแดนมืดที่ไม่ใช่แค่ The Witcher ฉบับแวมไพร์

Gamescom2025 The Blood of the Dawnwalker WEB 2
2 Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

Rebel Wolves ทีมพัฒนานี้ถูกก่อตั้งโดย Konrad Tomaszkiewicz ผู้กำกับ The Witcher 3: Wild Hunt และทีมงานเก่าจาก CD Projekt Red ที่เคยสร้างทั้ง The Witcher และ Cyberpunk 2077 ฉาย Demo พิเศษในงาน gamescom 2025 ที่ผ่านมา

ทีมงานยืนยันกับเราว่าผลงานชิ้นแรกของพวกเขา The Blood of the Dawnwalker ไม่ได้มาเพื่อเป็น “The Witcher with vampires” อย่างที่ใครหลายคนคิด แต่มันคือการตีความใหม่ของ Dark Fantasy ในยุคกลาง ที่โหด เศร้า และสวยงามในเวลาเดียวกัน

เราเห็นอะไรจากในเดโมแบบ Exclusive วันนี้ขอหยิบมาเล่าให้เพื่อน ๆ ที่สนใจได้ฟังกันครับ

The Blood of the Dawnwalker 3

โลกแห่งยุคกาฬโรคกับมนุษย์ที่อ่อนแอและแวมไพร์ผู้ปกครอง

เนื้อเรื่องในเกมจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 ท่ามกลาง หุบเขาคาร์เพเธียน ที่กำลังเผชิญกับโรคระบาด มนุษย์อ่อนแรงและสิ้นหวัง นี่คือโอกาสของเผ่าพันธุ์แวมไพร์ที่เรียกว่า Vrakhiri พวกมันยื่น “ทางรอด” ให้มนุษย์ การรักษาและรอดชีวิตจากโรคร้ายโดยแลกกับเลือด ทำให้โลกทั้งใบค่อย ๆ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกมัน

ผู้เล่นรับบทเป็น Coen ชายผู้มีชะตากรรมซับซ้อน เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็น Daywalker  ครึ่งมนุษย์ ครึ่งแวมไพร์ ที่อยู่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และภารกิจที่ผลักดันเขาคือการช่วยครอบครัวภายในเวลาเพียงแค่ 22 วัน

Setting รวมของโลกนั้นยอดเยี่ยมและเนื้อหาหลักก็ชวนตื่นเต้นให้เราเอาใจช่วย Coen ภารกิจของเขามีเดิมพันเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่ดูไม่ใช่การกู้โลก แน่นอนว่าชะตากรรมของ Daywalker ทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจ

The Blood of the Dawnwalker 4

กลางคืน: พลังแห่งแวมไพร์

ในตัวอย่างเกมที่สื่อได้เห็น Coen แทรกซึมเข้าไปในมหาวิหาร Svartrau Cathedral ท่ามกลางแสงจันทร์และพิธีบูชายัญ เขาโชว์พลังเหนือมนุษย์ที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจาก RPG อื่น ๆ

เช่นการใช้ Plane Shift – เดินบนผนังและเพดานราวกับแมงมุม

การใช้ Shadowstep – เคลื่อนที่เป็นเงามืดเพื่อลอบเร้นหรือเข้าประชิด

และการใช้ Voracious Bite – กัดศัตรูดูดเลือดฟื้นพลัง พร้อมความโหดเลือดสาด

ฉากการต่อสู้ตอนกลางคืนเต็มไปด้วยความรวดเร็วและความรุนแรง แขนขาศัตรูปลิวกระจาย พร้อมระบบกล้องที่ปรับได้ทั้งใกล้ ไกลเพื่อความถนัดของผู้เล่น

ตัวมุมกล้องนั้นถูกปรับปรุงมาใหม่หลังได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ ในการเปิดตัวครั้งที่แล้ว เรารู้สึกได้เลยว่ามุมกล้องดูดีขึ้นแบบชัดเจน ทำให้การสำรวจและการต่อสู้ดูอัพเกรดน่าสนใจขึ้นกว่าเดิมจริง

The Blood of the Dawnwalker 2

กลางวัน: มนุษย์ที่ใช้เวทและดาบ

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น Coen จะสูญเสียพลังแวมไพร์ เขาจึงต้องอาศัย การสืบสวน เวทมนตร์ และฝีมือดาบแทน ทำให้เกมเปลี่ยนอารมณ์จากสายลอบเร้นแบบเถื่อน ๆ  กลายเป็นเกมนักสืบไล่หาเบาะแสและดวลดาบกับศัตรูแทน

เราจะได้เดินทางไล่ สนทนากับนักบวชเพื่อขอเบาะแส สำรวจโรงพยาบาลบ้าเก่า และพบกับ Almshouse Monstrosity สิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ที่ไร้สติ ก่อนจะใช้เวท Compel Soul เพื่อปลุกซากศพให้เผยเบาะแสที่น่าขนลุก

การต่อสู้กลางวันเน้นการใช้ดาบและเวทมนตร์ โดยมีระบบบล็อกแบบทิศทาง คล้ายเกม Kingdom Come: Deliverance และผสมการใช้เวทเพื่อสร้างจังหวะการเล่นได้หลากหลายแบบ

ระบบต่อสู้ “Adaptive Flow”

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือระบบ Adaptive Flow ซึ่งผสมระหว่าง แอ็กชันเรียลไทม์ และ การหยุดเวลาเลือกคำสั่ง คล้าย Final Fantasy VII Remake ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะควบคุมทุกจังหวะเองเพื่อความแม่นยำ หรือปล่อยให้เกมช่วยป้องกันอัตโนมัติ

ส่วนใครไม่ชอบความยากแบบท้าทายก็ไม่ต้องกังวลตัวเกมมาพร้อมระบบปรับความยากมีให้เลือกกันตั้งแต่ Story Mode จนถึง Hardcore สนุกได้ทุกระดับฝีมือ จะเน้นการสำรวจดูฉากเพลิน ๆ หรือดำดิ่งสู่ระบบการต่อสู้แบบจัดเต็มก็ได้ตามใจเรา

The Blood of the Dawnwalker 6

ความงามแบบโกธิค + ความโหดแบบดิบ

ภาพกราฟิกที่สร้างด้วย Unreal Engine 5 ทำให้เกมนี้เป็นงานศิลป์ชิ้นใหญ่ ทั้งโบสถ์กระจกสีที่ส่องแสงจันทร์ ทั้งเมืองยุโรปยุคกลางที่มีชีวิต และป่ามืดที่น่าหวาดหวั่น Rebel Wolves ลงรายละเอียดจนแม้แค่ “แสงไฟบนหน้าต่าง” ก็เล่าเรื่องราวของโลกนี้ได้ออกมาอย่างน่าสนใจ

บรรยากาศยิ่งถูกขับเน้นด้วย เสียงเพลงที่ขับร้องแบบโหยหวน ที่ทำให้นึกถึงความขลังของ The Witcher แต่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตามงานภาพและการนำเสนอยังสัมผัสได้ในรายละเอียดเชิงลึกว่าตัวเกมไม่ได้มีทุนสร้างระดับเกม AAA ชื่อดัง ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าจะเห็นกราฟิกระดับแถวหน้าของวงการ หรือพื้นผิวที่มีรายละเอียดสมจริงยกระดับเทคโนโลยี

งานภาพในเกมจะเน้นไปที่การออกแบบ อาศัยงานศิลป์และฝีมือของทีมงานมาดึงความน่าสนใจแทนที่ความงามด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำ ๆ

บทสรุป – ก้าวแรกของตำนานใหม่

The Blood of the Dawnwalker คือการผสมผสานที่น่าสนใจระหว่าง ดาร์กแฟนตาซียุโรปยุคกลาง กับ ตำนานแวมไพร์ ในรูปแบบที่ยังไม่เคยมีใครเล่ามาก่อน ระบบกลางวัน-กลางคืนที่เปลี่ยนทั้งการเล่นและการเล่าเรื่อง ทำให้ทุกการตัดสินใจมีน้ำหนัก และทุกครั้งที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกลงไป คุณจะได้สัมผัสโลกอีกใบที่ไม่เหมือนเดิม

นี่คือเกมที่ไม่ได้มาแทน The Witcher แต่พร้อมจะสร้างชื่อของตัวเองในฐานะตำนานใหม่แห่งแดนมืดนั่นเอง

Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) – ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้