สารบัญ / Contents
รอคอยกันมายาวนานหลังเปิดตัวไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ในที่สุดเกมต่อสู้จากจักรวาลของเกม League of Legends อย่าง 2XKO ก็มาเปิดให้เกมเมอร์ได้ทดสอบกันแล้วในทั่วทุกมุมโลก และ GamingDose จะมาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นเช่นไร
Presentation – การผสมผสานรูปแบบของเกม Live Service เข้ากับเกมต่อสู้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
2XKO มีการนำเสนอในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับเกมอื่น ๆ ในเครือของ Riot ค่อนข้างมาก มันเป็นเกมต่อสู้ในรูปแบบ Live Service ที่เล่นฟรี แต่ก็มีของที่ต้องปลดล็อกผ่านการเล่นหรือซื้อด้วยเงินจริง เช่น ตัวละคร Champion, ของตกแต่ง, สี และอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าในอนาคตก็น่าจะมี Skin หลากรูปแบบมาขายกินเงินผู้เล่นอย่างมากมายแน่นอน
ซึ่งในเวอร์ชัน Closed Beta นี้ ผู้เล่นจะสามารถปลดล็อกของหรือเก็บเงินกับ Token เพื่อซื้อของและ Champion ผ่านการทำภารกิจต่าง ๆ ที่ถ้าหากเล่นไปเรื่อย ๆ ภารกิจเหล่านี้ก็จะปลดล็อกความคืบหน้าให้เอง ซึ่งความคืบหน้านั้นจะไม่ได้ยกยอดไปยังเกมตัวเต็ม แต่จะใส่มาไว้เหมือนเป็นการทดลองระบบมากกว่า

ส่วนการออนไลน์นั้นทำได้น่าสนใจ เพราะในโหมดออนไลน์นั้นผู้เล่นจะได้เข้ามาใน Lobby ที่มีผู้เล่นรวมตัวกัน มองหาคนที่กำลังว่างแล้วจับคู่เล่น ให้บรรยากาศเหมือนในร้านเกมตู้ที่เราเข้าไปหยอดเหรียญแล้วรอคนมาเล่นด้วย หรือเข้าไปเล่นกับคนในร้านที่นั่งอยู่ได้เลย แถมมีจอใหญ่ให้ดูคู่เอกที่กำลังแข่งกันในตอนนั้นด้วย เรียกได้ว่าสร้างบรรยากาศออกมาดีทีเดียว
และตอนนี้ตัวเกมก็อัปเดตโหมด Ranked มาให้ได้ทดสอบฝีมือกันแบบเต็ม ๆ ด้วย สำหรับผู้เล่นเลเวล 3 ขึ้นไป ซึ่งจะมีการเล่นแบบ Placement หาแรงค์ที่เหมาะสมของผู้เล่น แล้วไต่ระดับขึ้นไปจนถึงขั้นสูงสุด เหมือนกับการเล่นเกม LoL ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี

เกมต่อสู้ที่สามารถแปะมือแท็คทีมกับเพื่อนได้
สำหรับคนเล่นเกมต่อสู้แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่แตกต่างเช่นกันก็คือการเล่นกับเพื่อนเป็นทีม นี่คือเกมต่อสู้ที่คุณสามารถเล่นกับเพื่อนเป็นทีมสองคนไปงัดกับผู้เล่นอื่นในโลกออนไลน์ได้ด้วย คราวนี้ถ้าแพ้ก็หาตัวคนผิดนอกจากตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องโทษตัวเองอย่างเดียวอีกต่อไป หรือจะให้เพื่อนแบกในตานั้นแทนก็ได้ เรียกว่าเป็นการลดความกดดันในการเล่นเกมต่อสู้ลงได้หลายเท่าทีเดียว เพราะไม่ต้องแกความหัวร้อนไว้กับตัวคนเดียวแล้วนั่นเอง
แม้ในตอนนี้ก็ยังมีบางระบบที่ยังไม่เปิดแต่มีแนวโน้มว่ามาแน่นอนอย่าง Battle Pass ที่เอาไว้เก็บแต้มแลกของตามสไตล์เกมปัจจุบัน กับของแต่ง Cosmetic อื่น ๆ ที่มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร รวมถึงระบบการใช้ Token ที่ได้จากการเล่นเพื่อเอาไปแลกรับ Champion ต่าง ๆ ที่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่าทางทีมงานน่าจะออกแบบระบบมาให้ลงตัวกับผู้เล่นสายฟรีและสายเติมอย่างแน่นอน

Gameplay – เข้าถึงง่าย แต่ยากที่จะเล่นให้เชี่ยวชาญ
สิ่งแรกที่เราอยากจะเล่าก่อนก็คือเรื่องของ Gameplay ใน 2XKO เราจะสามารถเลือกตัวละครที่เล่นได้สองตัวเป็นคู่ Tag Team เปลี่ยนเข้าออกได้อย่างอิสระ ควบคุมในเกมแบบสองมิติสไตล์ Air Dasher ที่ตัวละครแต่ละตัวจะสามารถพุ่งไปข้างหน้าและหลังทั้งบนพื้นและกลางอากาศได้ ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็จะเหมือนกับเกมอย่าง Marvel VS Capcom หรือ Guilty Gear นั่นเอง
สิ่งที่ทำให้ 2XKO แตกต่างจากเกมต่อสู้แบบ Tag Team อื่น ๆ ก็คือระบบ Fuse ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นในแบบไหน ซึ่งจะแบ่งออกเป็นดังนี้

Pulse: Fuse ที่เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง มีความคล้ายคลึงกับระบบ Modern ใน Street Fighter 6 ที่แค่กดปุ่มรัว ๆ ก็ออกเป็นท่าคอมโบสุดโหดได้แล้ว
Double Down: Fuse นี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้กดท่า Super แบบต่อเนื่องจาก Partner ของตัวเองได้ เหมือนเป็นการใช้ท่า Assist ช่วยให้คอมโบยาวยึ่งขึ้น รวมถึงเซฟชีวิตเปลี่ยนตัวได้ทันทีในยามฉุกเฉิน
2X Assist: คล้ายกับ Double Down แต่เป็นการใช้ท่า Assist ของตัวละครเสริมได้สองครั้งติดกัน เพิ่มโอกาสในการหลอกคู่ต่อสู้หรือทำคอมโบที่ต้องการใช้ Assist สองแบบในชุดเดียวได้ง่ายดายมากขึ้น
Freestyle: เปิดให้ผู้เล่นสามารถกด Handshake Combo ได้สองครั้งในรอบเดียว ทำคอมโบและการ Mix Up ที่ยาวและซับซ้อนได้อย่างที่ Fuse อื่นทำไม่ได้ เป็น Fuse ที่อาจจะต้องฝึกฝนเยอะหน่อย เพราะมีความซับซ้อนและใช้ทักษะในการกดที่เยอะกว่าการใช้คอมโบปกติ รวมถึงต้องรู้ว่าตัวละครที่เล่นสามารถทำอะไรได้บ้าง
Juggernaut: Fuse นี้จะทำให้เราเลือกเล่นได้แค่ตัวละครเดียว แต่จะมีพลังโจมตีและท่า Snap ที่มาแทนที่ Tag Launch เอาไว้บังคับให้ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนตัวเข้ามาทันที เหมาะกับคนที่อยากเล่นคนเดียวไม่มี Assist มาทำให้ลำบากใจ
SideKick: สำหรับคนที่อยากใช้ Assist แต่ไม่อยากเปลี่ยนตัว SideKick ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเราสามารถใช้ Assist ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องห่วงว่าคู่หูของเราจะโดนอัดตาย แต่ก็แลกกับการที่จะไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้
Fuse ทั้งหกแบบนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าผู้เล่นอยากเล่นแบบไหน และแม้แต่ละแบบนั้นจะดูซับซ้อน แต่ถ้าอาศัยเวลาฝึกฝนก็จะเข้าใจกลไกของมันได้ไม่ยาก อาจจะยกเว้น Fuse บางแบบที่ต้องใช้เวลาในการฝึกและเข้าใจตัวละครที่เล่นให้ลึกขึ้นอีก แต่โดยรวมนั้นก็ไม่ได้ยากมากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้แน่นอน

การกดสกิลที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้สมองในการจำมากมาย
ปุ่มควบคุมในเกมนี้จะมีปุ่มโจมตีเบา กลาง หนัก ปุ่ม Special ไว้กดท่าไม้ตายสองปุ่ม ซึ่งนี่ถือเป็นจุดแตกต่างจากเกมต่อสู้อื่น ๆ ในตลาดอย่างมาก เพราะผู้เล่นไม่จำเป็นต้องกดควงปุ่มทิศทางแบบเกมอื่น ๆ เพื่อกดท่าไม้ตาย กดเพียงแค่ปุ่ม Special กับทิศทางก็จะออกเป็นท่าให้แล้ว ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีท่า Special แบบปกติที่กดร่วมกับปุ่มทิศทางอยู่ตัวละครประมาณ 4-6 ท่า ใช้งานร่วมกับการโจมตีธรรมดาเพื่อการออกคอมโบที่ต้องการได้ในทันที
และสไตล์การต่อคอมโบของเกมนี้นั้นจะเป็นแบบไล่ปุ่มโจมตีเบา กลาง ไปถึงหนักและจบด้วยไม้ตาย ซึ่งจะค่อนข้างยาวมากในระดับหนึ่ง แต่ตัวเกมก็มีระบบป้องกันไม่ให้เจ็บตัวจากท่าซ้ำ ๆ กัน ที่เรียกว่า Limit Strike เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายที่กดคอมโบทำท่าซ้ำ ๆ กันจนตายได้ ต้องดัดแปลงคอมโบให้ไม่ซ้ำกันเพื่อความแรงสูงสุด ซึ่งนับเป็นระบบที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากเจ็บตัวกับคอมโบโดยหาทางแก้ไม่ได้เลย

ส่วนการ Tag นั้นจะมีทั้งแบบ Tag ออกมาตรง ๆ ด้วยการกดปุ่ม Tag ค้างเอาไว้ หรือใช้ผ่านระบบที่เรียกว่า Handshake Combo ที่หลังการใช้ท่า Assist ไปแล้วตัวคู่หูของเรายังอยู่ในฉาก ก็สามารถกด Tag เปลี่ยนตัวเข้ามาอัดต่อได้ทันที ถ้าหากใช้อย่างคล่องแคล่วแล้วก็จะสามรถสร้าง Mixup ที่คาดเดาได้ยากหรือคอมโบที่ซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
ถ้าหากผู้เล่นเลือก Fuse ที่มีเพื่อนร่วมทีม ก็จะสามารถใช้ท่า Assist เพื่อช่วยเหลือในการเล่นหรือโจมตีต่อคอมโบได้ แต่ถ้าเรียกมาในจังหวะไม่ดี ก็อาจจะโดนอัดทั้งคู่ไปพร้อมกัน(เรียกกันว่า Happy Birthday) ซึ่งตัวละครที่เป็น Assist จะโดนอัดเจ็บหนักมากกว่าปกติ ถ้าโชคไม่ดีก็อาจจะตายคู่เป็น 2XKO แพ้ในยกนั้นไปเลย
สำหรับรูปแบบการต่อท่าคอมโบนั้นจะเป็นการกดปุ่มไล่จากเบาไปหนัก จบด้วยไม้ตายหรือใช้ Assist ของเพื่อนร่วมทีมมาต่อท่าให้คอมโบยาวขึ้นไปอีก ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีท่า Assist ที่ใช้ช่วยเหลือในการเล่นอยู่สองแบบ คือแบบเร็วและแบบปกติ ซึ่งจะมีคุณสมบัติทั้งช่วยในการขัดขวางการเล่นของฝ่ายตรงข้ามหรือต่อคอมโบให้ยาวขึ้น อยู่ที่การสร้างสรรค์หรือ Fuse ที่ใช้ จะต่อได้มากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่จินตนาการของคนเล่น

ส่วนอีกระบบหนึ่งที่เอาไว้ใช้ในตอนที่เพลี้ยงพล้ำก็คือ Break ที่เอาไว้ใช้ในเวลาที่โดนโจมตี ซึ่งการ Break นี้จะเป็นการดันฝ่ายตรงข้ามออกไปแล้วเปลี่ยนตัวเข้ามาทันที และ Fury ที่เอาไว้ใช้ตอนที่พลังชีวิตเหลือเพียง 40% หรือเหลือตัวละครแค่ตัวเดียว ซึ่งระบบนี้จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้สูงขึ้นและสามารถใช้ท่า Dash Cancel ได้ในระหว่างคอมโบ ทำให้สามารถต่อท่าคอมโบสุดโหดได้ด้วย โดยทั้งสองระบบนี้จะใช้เกจด้านล่างพลังชีวิตร่วมกัน และต้องเลือกให้ดีว่าในยกนั้นจะใช้ Break หรือ Fury ในการแก้ไขสถานการณ์
การกดคอมโบที่ต้องมีสมาธิกับการกดให้ตรงจังหวะ
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงสักหน่อยก็คือจังหวะของการกดคอมโบ เกมนี้จังหวะการกดนั้นจะต้องมีความเป๊ะในระดับหนึ่ง ด้วยการที่ตัวเกมมีท่า Unique Attack หรือท่าโจมตีธรรมดาแบบพิเศษที่ต้องใช้การกดทิศทางเพิ่มเติมด้วย แล้วเกมจะไม่ยอมเผื่อช่องให้เรากดล่วงหน้าหรือ Buffer เอาไว้ก่อน ต้องกดตามจังหวะเท่านั้น ทำให้การฝึกฝนท่าคอมโบยังคงเป็นสิ่งสำคัญอยู่ ยกเว้นจะไปใช้ Fuse แบบ Pulse ที่มี Auto Combo ให้ใช้
นอกจากระบบเด่น ๆ ที่เป็นของตัวเองแล้ว 2XKO ยังมีระบบที่นำมาจากเกมอื่นและปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง เช่น ระบบ Parry ปัดป้องการโจมตี, Push Back ดันการโจมตีกลับไปในช่วงที่ตั้งรับอยู่ และอื่น ๆ ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งกับเกมบุกและเกมตั้งรับ

จะเห็นได้ว่าระบบการเล่นของ 2XKO นั้นมีการปรับเปลี่ยนและโอบรับทั้งของใหม่และของเก่าผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เล่นใหม่ได้เล่นกันง่ายมากขึ้น หากแต่ถ้าจะเล่นให้เก่งจริง ๆ การฝึกฝนก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการกดคอมโบที่ต้องกดตามจังหวะ แต่ก็ตัดเรื่องของการควงปุ่มทิศทางออกไป ให้โฟกัสกับเรื่องอื่นได้ง่ายขึ้น ลดกำแพงทางด้าน Skill Floor ให้เตี้ยลง แต่ Skill Celling หรือระดับการเรียนรู้ก็ยังสูงอยู่เช่นเคย
Graphics & Performance – กินสเปคเครื่องน้อย แต่ก็เล่นได้ลื่นไหลผ่าน Rollback Netcode
2XKO มาในภาพกราฟฟิกแบบสามมิติแบบ Cell-Shade ที่สวยงามแต่ก็กินสเปคเครื่องไม่มาก เครื่อง PC ใครที่ไม่แรงก็ยังสามารถเล่นเกมนี้ได้สบาย แต่ในช่วงทดสอบ Closed Beta นี้อาจจะยังมี Bug ให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากขนาดที่รบกวนประสบการณ์ในการเล่นแต่อย่างใด
และแน่นอนตามสมัยนิยม ตัวเกมก็ใช้ Rollback Netcode ในการเล่นแบบออนไลน์ที่ก็การันตีได้ว่าเล่นได้ลื่นแบบไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ถ้าไม่ได้ไกลกันมากจนเกินไป ระยะคนเล่นจากเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นก็ยังเล่นด้วยได้แบบลื่นไหลแน่นอน

โดยรวมแล้ว 2XKO ในช่วง Closed Beta นี้แสดงให้เราเห็นว่าตัวเกมมีศักยภาพที่ดีมากในการเป็นเกมต่อสู้ที่จะเข้ามาแข่งขันกับเกมอื่น ๆ ที่ครองตลาดอยู่อย่าง Street Fighter 6 และ Tekken 8 ด้วยจุดแข็งมาก ๆ คือเล่นได้ฟรี และมีการเรียนรู้ที่ง่ายดาย แต่ก็ต้องอาศัยการเรียนรู้ในเชิงลึกเพื่อที่จะเล่นให้เก่ง และที่น่ายินดีคือทาง Riot Games ก็ยังมีการเปิด Invite ให้คนเล่นอยู่เรื่อย ๆ แบบยาว ๆ จนกว่าเกมจะเปิด พร้อมแก้ปัญหาของตัวเกมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับคนที่อยากลอง ก็สามารถหาคีย์หรือ Invite Link ได้ไม่ยากและมีแจกเรื่อย ๆ แต่ต้องเตือนก่อนว่าความคืบหน้าในการเล่นต่าง ๆ ช่วง Closed Beta นี้จะไม่ยกยอดไปยังเกมเต็มแต่อย่างใด แต่สำหรับคนอยากลอง ก็ถือเป็นเกมต่อสู้ที่อนาคตไกลอย่างไม่ต้องสงสัยเลย













