Support
gene@gamingdose.com
มีเกมไม่น้อยในหมู่วิดีโอเกมร่วมสมัยที่หยิบยกเอาธีมหรือเรื่องราวทางการเมืองมาใช้เป็นฉากหลังในการดำเนินเรื่อง ทั้งแบบที่มาเป็นเงามืดฉาบย้อมบรรยากาศอย่างที่ SIlent Hill f พูดถึงญี่ปุ่นยุค 1960 แบบที่ใช้ประเทศจำลองเพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์จริงอย่างที่ Papers, Please แอบกล่าวถึงเบอร์ลินในยุคสงครามเย็น หรือแม้กระทั่งพาเราไปจ้องหน้ากับบาดแผลทางประวัติศาสตร์ตรง ๆ อย่างที่ Detention พาเราไปสบตากับความสยดสยองของเหตุการณ์ White Terror ในไต้หวัน
1998: The Toll Keeper Story เองก็เป็นหนึ่งในเกมจำพวกท้ายสุด เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ที่ตัวเกมกล่าวถึงนั้นไม่ใช่อดีตที่ผ่านมานานจนแทบไม่มีคนเกิดทัน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองห่างไกลจนเราไม่อาจจินตนาการถึงได้ เพราะเรื่องที่ตัวเกมเล่าออกมานั้นใกล้ตัวเรากว่าที่คิด หรือหากจะพูดให้ตรงกว่านั้นคือมันเล่าถึงการลุกฮือของประชาชนที่อดรนทนไม่ไหวกับความฉ้อฉลและการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมโดยรัฐบาลที่ยึดกุมอำนาจมาอย่างยาวนานในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังทิ้งบาดแผลทางประวัติศาสตร์ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นแก่ผู้คนมากมาย
Loading articles…
End of content
Could not load articles. Use the next page link to continue.
จากโจรสลัดสู่ตำนานมือสังหาร: เปิดประวัติ Edward Kenway ตั้งแต่กำเนิดจนวาระสุดท้าย
พรีวิว Marvel’s Wolverine ประสบการณ์การเล่น 2 ชั่วโมง
ย้อนวันวานชีวิตของเด็กเฝ้าร้านเกม
เกม Co-op สนุกตรงไหน? ทำไมการเล่นเกมกับเพื่อนถึงเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าตลอดชีวิต
เราเข้าใกล้ยุคอวสานเกมแผ่นหรือยัง ?