Uwe Boll ผู้กำกับที่ชอบหยิบเอาเกมชื่อดังมาย่ำยีบนจอภาพยนตร์

สำหรับวงการภาพยนตร์แล้วนั้น การหยิบเอาเกมสักเกมมาสร้างน่าจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของพวกเขา และในประวัติศาสตร์ ก็มีน้อยเรื่องนัก ที่เกมจากหนังจะประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยมันก็ยังพอมีคนชมและชื่นชอบ แต่ ผลงานของชายผู้นี้ที่ถูกนับว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับสุดห่วยของวงการภาพยนตร์ แถมยังปากเด็ดใจกล้า ท้าต่อยกับเหล่านักวิจารณ์ก็ทำมาแล้ว วันนี้ GamingDose ขอพาทุกท่านมารู้จักผู้กำกับที่ชอบหยิบเอาเกมชื่อดังมาย่ำยีบนจอภาพยนตร์ แถมยังเลือดร้อนผู้นี้ Uwe Boll

Uwe Boll คือใคร ?

ชายชื่อ Uwe Boll เป็นบุคลากรในวงการภาพยนตร์โดยส่วนมากจะทำหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท มีเชื้อสายเยอรมัน ตัวเขาเองนั้นชื่นชอบภาพยนตร์ และดูหนังมาเป็นจำนวนมากตั้งแต่เด็ก และอีกแง่มุมที่ใครหลายไม่ทราบ เขาจบการศึกษาระดับปริญญาเอก และมีตำแหน่งนำหน้าว่า ดร.เลยทีเดียว! แต่ทำไมคนระดับ ดร. ถึงได้หันมาทำหนังห่วย ๆ แบบนี้กันล่ะ ?

นั่นก็เพราะว่าการที่เขาชอบและคลุกคลีอยู่กับภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือแม้เราจะคลั่งไคล้อะไรสักแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะทำมันออกมาได้ดี Uwe Boll คือสุดยอดนักทำหนังห่วยตลอดกาล และโชคร้ายหน่อยที่ส่วนมากนักมันเป็นหนังจากวิดีโอเกม

หยิบเกมชั้นดีมาสับจนยับบนจอภาพยนตร์

เกมเมอร์หลายคนอาจไม่ทราบว่าเกมที่เคยดังในอดีต ส่วนมากก็ถูกตา Uwe Boll นี่แหละที่หยิบมาปู้ยี่ปู้ยำบนจอภาพยนตร์ และภาพยนตร์ที่เขาหยิบมาทำนั้นเราจะยกตัวอย่างมาให้ชมกันเช่น

Bloodrayne : เกมแอ็คชั่นเมื่อแวมไพร์สาวต้องเข้าห้ำหั่นกับกองกำลังนาซี ลำพังเนื้อเรื่องกับบทของเกมก็กาวพออยู่แล้ว ยิ่งมาทำเป็นหนังยิ่งทำให้หนักเข้าไปอีก โดยภาพยนตร์ BloodRayne ที่ Uwe Boll กำกับนี้ได้คะแนนรีวิวจากเว็บไซต์ imdb ไปเพียง 2.9/10 เท่านั้น

Far Cry : ไม่น่าเชื่อว่าเกมระดับนี้ของ Ubisoft ก็ถูกพี่แกเอาไปยำด้วย โดยตัวเกมที่ถูกจับไปทำเป็นหนังคาดว่าน่าจะเป็นช่วงที่ Far Cry 2 วางจำหน่ายพอดี แน่นอนว่าความห่วยของมันสวนทางกับตัวเกมที่ได้รับคำวิจารณ์ไปในทางที่ดี หนัง Far Cry ของ Uwe Boll ถูกโหวตให้ได้คะแนนไป 3.1/10 จากเว็บไซต์ imdb

Postal : หนึ่งในเกมสุดเวียร์ด และคัลท์จนโด่งดังเป็นอย่างมากอย่าง Postal ก็เคยถูกพี่แกหยิบไปทำเป็นหนังเช่นกัน และแนวทางของหนังก็ช่างต่างไปจากเกมอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนความบ้าบอคอแตกของหนังเรื่องนี้จะทำให้หลายคนชอบมากกว่าสองเรื่องข้างบน เพราะได้คะแนนคนดูไป 4.5/10

และยังมีอีกหลายเรื่อง ที่เราไม่ได้กล่าวถึง แต่โดยรวมแล้วถือว่า Uwe Boll เป็นหนึ่งในนักทำหนังที่รักในการเอาเกมในดวงใจเหล่าเกมเมอร์ขึ้นมาทำลายภาพจำของมันเลยทีเดียว

เลือดพี่มันร้อน! กับการท้าต่อยนักวิจารณ์

สำหรับผู้ผลิตผลงานทุกแขนง ไม่ว่าจะงานสายอะไรก็มักจะมีสิ่งที่เรียกว่า นักวิจารณ์ มาคอยติชมไม่ว่าจะรุนแรงหรืออ่อนโยนแค่ไหน แต่การวิจารณ์เป็นสิ่งที่สื่อทุกวงการต้องมี และมีเหล่าผู้ผลิตผลงานไม่กี่คนนักที่จะได้ทำสิ่งนี้ นั่นคือใจกล้าจัดเวทีท้าประลอง โดยเชิญนักวิจารณ์ที่ด่าผลงานของเขาขึ้นมาชกกันตัวต่อตัว!

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้เขาดูดีขึ้นมานัก เพราะเขาเองก็มีประสบการณ์เป็นนักมวยมือสมัครเล่นมาก่อน และมีข่าวหลุดมาว่า นักวิจารณ์ทั้ง 4 คนที่เขาเลือกมานั้น นอกจากจะไม่เป็นมวยแล้ว ยังเลือกเอาคนที่ร่างกายดูบอบบาง อ่อนแอ และตัดคนที่เป็นมวยหรือแข็งแรงออกไป

เลิกทำหนังแล้ว แต่ไปได้ดีกับธุรกิจภัตตาคาร

ข้อนี้หลายคนเห็นข่าวแล้วอาจจะดีใจ เพราะในช่วงปี 2016 ในที่สุด Uwe Boll ก็ออกมาบอกว่าเขาคงจะเลิกทำหนัง เพราะมันขาดทุนเกินกว่าที่เขาจะรับไหวแล้ว จริง ๆ แล้วเขาไม่มีทุนทำภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 2005 แต่ที่เขายังคงทำหนังออกมาเรื่อย ๆ เพราะเขาควักกระเป๋าตังค์ตัวเองออกมาจ่ายในการทำหนัง ซึ่งแทนที่มันจะดี แต่กลับยิ่งแย่ลง ห่วยลงไปเรื่อย ๆ และดูท่าว่าสภาพการเงินเขาก็คงไม่ไหวแล้วเช่นกัน

แม้ว่าผู้ชมหลายคนจะดีใจ ที่อย่างน้อยผู้ผลิตหนังห่วย ๆ ก็จะเก็บตัวไปซะที แต่หลายคนก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นดราม่าอะไรมันส์ ๆ ให้ได้ชมกันอีกแล้ว และตอนนี้ผลงานล่าสุดของ Uwe Boll ก็คือ Rampage : President Down ที่ฉายไปเมื่อปี 2016 นั่นเอง

และถึงแม้ว่าเขาจะเลิกทำหนังไปแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ได้รับคำชมในชีวิตบ้างสักที เพราะเขาเลือกที่จะไปเปิดภัตตาคารอาหาร และมันก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้รับคำวิจารณ์อาหารในระดับที่ยอดเยี่ยม แถมภัตตาคารของเขายังติดอันดับ 37 จาก 100 อันดับภัตตาคารชั้นเลิศในแคนาดาอีกด้วย

สุดท้ายแล้วคนเรายังไงก็ต้องมีดีสักอย่างจริง ๆ นั่นแหละครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง