ยอดใช้จ่ายด้านเกมทั่วโลกทะยานแตะหมื่นล้านเหรียญ เมื่อเกมเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วง COVID-19

ตัวเลขการใช้จ่ายด้านเกมทั่วโลกพุ่งทะลุ 1 หมื่นล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดเป็นผลจากการกักตัวอยู่บ้านเพราะ COVID-19 ส่งให้ LoL ที่ทำรายได้สูงสุดในส่วนของ PC ตกไปอยู่ในอันดับ 2 อีกครั้งหลังจากรองตำแหน่งมาได้หลายครัง

ตามรายงานของ superdataresearch ระบุว่า ในตอนนี้ LoL ได้ตกไปอยู่ในอันดับสองของ 10 อันดับเกม PC ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก โดยเป็น DFO เกมแนว 2D Side Scrolling Action MMORPG จากเกาหลีใต้ที่เปิดให้บริการมามากกว่า 10 ปีเป็นผู้ครองตำแหน่งนี้แทน ซึ่งทั้งสองเกมเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในเกาหลีใต้เองและทั่วโลก และก็มีการสลับกันขึ้นอันดับหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง

โดยสถิติที่มีการบันทึกไว้โดย superdata เช่นเดียวกันในปีที่แล้วระบุว่า DFO ทำรายได้รวมตลอดทั้งปีเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ตัวเลขกว่า 1.6 พันล้านเหรียญฯ และเป็น LoL ที่ทำรายได้ตามมาในอันดับ 4 ทำไป 1.5 พันล้านเหรียญฯ

ซึ่งในปีนั้น เป็น Fortnite ที่ทำรายได้เป็นอันดับ 1 โดยทำเงินรวมทุกแพลตฟอร์มไปกว่า 1.8 พันล้านเหรียญฯ (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท) ในส่วนของอันดับต่อ ๆ มาก็ได้แก่ Crossfire, Westward Journey Online II ที่ทำรายได้หลักในประเทศจีน, Doom Eternal, CS:GO, Borderland 3 และ Half-Life: Alyx ตามลำดับ

ทางด้านของ Console อันดับหนึ่งตกเป็นของ Animal Crossing: New Horizons ตามมาด้วย FIFA 2020, MLB The Show, Doom Eternal และ CoD: Mordern Warfare ตามลำดับ และในส่วนของ Mobile Game อันดับหนึ่งก็ยังตกเป็นของ Honour of Kings ตามมาด้วยเกมแนว Puzzel อย่าง Gardenescapes และ Candy Crusg Saga โดยมี Last Shelter Survival และ Pokemon GO ตามมาติด ๆ ในอันดับ 4 – 5

ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมด ไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของแต่ละอันดับแต่อย่างใดแต่ โดย Superdata จะทำรายงานสรุปที่เป็นตัวเลขของปีที่ผ่านมา ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ของปีถัดไป

สำหรับตัวเลขรายได้ของวงการเกมทั่วโลกนั้นก็ได้เพิ่มขึ้นแตะหลักหมื่นล้านเหรียญได้สำเร็จแล้ว (ราว 3 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่า 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในตลาดของ Console มีอัตราการเติบโตที่มากกว่าของ PC อยู่เล็กน้อย

ซึ่งก็น่าจับตามองว่า หลังวิกฤต COVID-19 นี้จะส่งผลโดยรวมต่อวงการเกมอย่างไรเมื่อมันจบลง ก็ต้องคอยติดตามในส่วนนี้กันต่อไป

ที่มา superdataresearch.com

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close