BY Somoat

อดีตมือเขียนบท Dragon Age ให้ความเห็นว่าเกมซีรีส์นี้ จะไม่มีทางกลับมาเป็นอย่างเดิมได้ หากยังอยู่ในมือของ EA

Dragon Age The Veilguard 1
Views
ติดตามบน Google News

David Gaider อดีตมือเขียนบทคู่บุญของ BioWare ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ยุครุ่งเรื่อง ให้ความเห็นกับสื่อ PC Gamer ว่า Dragon Age จะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ หากยังอยู่ภายใต้การดูแลของ EA โดยให้เหตุผลว่าทางค่ายไม่ได้เข้าใจในซีรีส์นี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

“สมัยที่ผมยังทำงานอยู่ (ที่ BioWare) โปรเจกต์เกมซีรีส์นี้มันเสี่ยงจะโดนพับมาหลายต่อหลายรอบแล้ว เหตุผลเดียวที่เรายังได้ออกเกมมาตั้งหลายภาคก็เป็นเพราะว่ายอดมันทะลุเป้าทุกทีเลย ทำพวกเขาเซอร์ไพรส์กันได้ทุกรอบ” Gaider เล่า

เขาอธิบายว่าหลักฐานที่ทำให้เห็นกันชัด ๆ ว่า EA ไม่เข้าใจ Dragon Age คือตัวอย่างแรกของเกมเน้นโชว์เลือดสาดประกอบกับเพลงของ Marilyn Manson เพื่อเน้นเอาใจวัยรุ่นคลั่งความดาร์กมากกว่าโลกแฟนตาซีที่มีความเป็นผู้ใหญ่ และความเข้าใจผิดก็ไม่เคยถูกแก้ไขมาจนถึงทุกวันนี้ ดังที่ผู้บริหาร Andrew Wilson โทษว่า The Veilguard ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะขาดฟีเจอร์ live service

“มันตลกดีนะ เวลา Mass Effect ขายไม่ดี ทางค่ายก็จะหาเหตุผลมาเข้าข้างสารพัด เพราะเกมมันยืนด้วยองค์ประกอบความแอ็กชัน พวกเขาก็ชอบคิดว่ามันต้องขายได้สิ เจ๋งขนาดนี้” Gaider อธิบายถึงความคาดหวังแปลก ๆ ที่ BioWare มักจะได้รับจาก EA และเสริมด้วยว่าผู้บริหารมักปฏิบัติกับ Dragon Age เหมือน “ลูกเมียน้อย” (เขาใช้คำว่า red-headed stepchild)

แต่ถึงอย่างนั้น ในฐานะนักเขียนดั้งเดิม Gaider เองก็มีไอเดียสำหรับเกมภาคต่อของซีรีส์แฟนตาซีนี้เหมือนกัน แต่เขาก็ออกตัวด้วยว่าไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่นัก เพราะเพราะเดิมทีแล้ว เขาก็ออกจากทีมสร้าง Dragon Age ด้วยตัวเองแต่แรก และความหวังของซีรีส์นี้ยังริบหรี่อยู่มากตราบใดที่ BioWare ยังคงวุ่นอยู่กับการปั้น Mass Effect ภาคใหม่

“ผมชอบความท้าทายนะ” Gaider กล่าว “ถ้าฟ้าดินบันดาลให้ผมได้มีโอกาสชุบชีวิตซีรีส์ Dragon Age ซึ่งก็คงจะยากแหละ แต่ก็ยังมีไอเดียคร่าว ๆ อยู่ ผมคงพาเกมกลับไปในจุดที่ทำให้คนรักมันตั้งแต่แรก เกมมันควรจะมืดมนและอันตรายกว่านี้ แล้วก็น่าจะทำอะไรที่มันช็อคคนสักหน่อย อะไรทำนองนี้แหละครับ”

ความเห็นของคุณ Gaider ถือว่าสอดคล้องกับเสียงวิจารณ์ที่มีต่อเกมภาค The Veilguard อยู่ไม่น้อยทีเดียว ทั้งในแง่ที่ว่าตัวบทเกมภาคนี้ขาดความแปลกใหม่ และนำเสนอตัวละครออกมา “วัยรุ่น” เกินไป แต่ก็ยังมีจุดที่ถือว่าทำได้ดี เช่นการนำเสนอตัวละคร Solas และการคลายปมที่ถูกทิ้งไว้มากมายตลอดเกมทุกภาคที่ผ่านมา

ผลงานเก่า ๆ ของ David Gaider มีทั้ง Baldur’s Gate 2, Neverwinter Nights, Star Wars: Knights of the Old Republic และ Dragon Age ทั้ง 3 ภาค (ยกเว้น The Veilguard) ส่วนผลงานล่าสุดของเขาคือ Stray Gods: The Roleplaying Musical จากสตูดิโอ SummerFall ของเขาเอง ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมว่านำเสนอเรื่องราวของเทพกรีกผ่านเกมโดยใช้สไตล์ละครเพลงได้อย่างโดดเด่น

Sittichai Pleantongdee

Sittichai Pleantongdee

สิทธิชัย เปลี่ยนทองดี (สมโอ็ต) – Freelance writer เล่นเกมแบบไม่จริงจังมากว่า 30 ปี ชอบใช้จอยเล่นเกมยิง เอ็นจอยการซื้อเกมอินดี้ลดราคา และเป็นนักตกกุ้งมือสมัครเล่น