“Riot Vanguard” ถือได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ Anti-Cheat ตัวเด่นของค่าย Riot ซึ่งตกเป็นข้อถกเถียงอยู่เรื่อย ๆ เพราะแม้จะทำงานได้ลึก แต่ก็มักมีผู้เล่น Valorant แจ้งปัญหามาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกันกับครั้งล่าสุดที่เพิ่งมีการอัปเดตใหม่เข้ามา
และด้วยอัปเดตนี้เอง มันก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าเสียงแตกที่กำลังลุกลามอยู่บนโลกออนไลน์ มันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วท่าทีล่าสุดของทาง Riot Games เป็นอย่างไร เราขอไล่เรียงเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. เกม Valorant มี Riot Vanguard คอยทำงานและป้องกันโปรแกรมโกงอย่างเข้มงวด แต่ด้วยมันสมองของคนอยากจะโกง ก็สามารถพลิกแพลงมาใช้อุปกรณ์ภายนอกที่เรียกว่า “การ์ด DMA” (Direct Memory Access) ช่วยทำให้โปรแกรมโกงสามารถอ่านหน่วยความจำของ PC ได้โดยตรง และหลบเลี่ยงการตรวจจับของ Riot Vanguard ได้
2. อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ โปรแกรม Riot Vanguard ปล่อยอัปเดตใหม่ และทำให้มันสามารถ “ปิดการทำงาน” ของ DMA ได้ ต่อให้คน ๆ นั้นจะไม่ได้เปิดเกม Valorant อยู่ หรือไม่ได้ลง Valorant ไว้ในเครื่องก็ตาม
3. เรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยกลุ่มผู้ใช้งาน DMA ซึ่งบอกว่าเฟิร์มแวร์ (ระบบที่ใช้ควบคุม DMA) ถูกปิดการทำงานโดย Riot Vanguard และทำให้ไม่สามารถใช้การ์ด DMA นั้นต่อได้อีก แม้จะถอนการติดตั้งโปรแกรมออกไปก็ยังไม่หาย ทางเดียวคือต้องลง OS ใหม่เท่านั้น
4. ขณะเดียวกัน หลังอัปเดตนี้ถูกปล่อยมา ก็มีการแจ้งปัญหาเพิ่มเติมว่า Vanguard ทำงานผิดพลาด และเกิดกับผู้เล่น Valorant ที่ไม่ได้มีการ์ด DMA และไม่เคยโกงเลยด้วยซ้ำ (ตามคำกล่าวอ้าง)
5. อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าวันศุกร์ ทาง Riot Games ก็ออกมาโพสต์รูปที่เป็นการ์ด DMA กำลังวางเรียงรายอยู่มากมาย พร้อมกล่าวในเชิงประกาศชัยชนะ ว่าของพวกนี้มันกลายเป็น “ที่ทับกระดาษราคา 6,000 เหรียญฯ” ไปแล้ว
6. แม้ว่านี่จะเป็นโพสต์เยาะเย้ยคนโกง และเป็นสไตล์การสื่อสารแบบวัยรุ่น ๆ ที่ Riot มักจะทำมาตลอด แต่ด้วยความที่สถานการณ์ตอนนั้นยังไม่ชัดเจน อาจมีทั้งคนที่โกงจริง โกงไม่จริง ต่างก็กำลังเจอปัญหาจากอัปเดตใหม่ของ Vanguard อยู่ เลยกลายเป็นว่าโพสต์นี้โดนทัวร์ลงจากชาวเน็ตแบบยับ ๆ
7. และด้วยโพสต์ที่ไม่ชัดเจนนี้ ก็ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งที่อาจเข้าใจผิดไปว่า Vanguard ทำให้ฮาร์ดแวร์ของคนโกงนั้นพังไปเลย ก็เลยยิ่งต่อต้านหนักขึ้นไปอีก บอกว่านี่มันคือมัลแวร์ชัด ๆ หรือแม้กระทั่งบอกว่าอยากจะให้ทุกคนรวมตัวกันฟ้อง Riot ก็มี
8. ด้วยเหตุนี้ Riot Games จึงต้องออกมาชี้แจงอีกรอบ บอกว่าพวกเขาแค่ล้อเล่นเรื่องที่ทำอุปกรณ์พัง เพราะจริง ๆ แล้ว Vanguard ไม่ได้ทำให้คอมใครพังแต่อย่างใด แต่แค่ทำให้การ์ด DMA ของคนโกงนั้นใช้งานกับ Valorant ไม่ได้อีก
9. แม้แถลงนี้จะช่วยให้ชัดเจนขึ้นบ้าง แต่ก็ยังมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่กังวลว่า Vanguard มันกำลังทำงานแบบดุดันเกินไป เข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้มากเกินไป และตอนนี้ Subreddit ก็กำลังเต็มไปด้วยกระทู้ร้องเรียนว่าโดน Vanguard แบนแบบไม่เป็นธรรม ซึ่งเราก็คงพิสูจน์ไม่ได้ทั้งหมด ว่าคนที่เจอปัญหานั้นเป็นผู้เล่นสายคลีนจริง ๆ หรือเป็นคนโกงแต่บอกว่าตัวเองไม่ได้โกง
10. สาเหตุที่ดราม่านี้ค่อนข้างเสียงแตก เพราะก็มีทั้งฝั่งที่ชื่นชม (และสะใจ) ว่า Riot สามารถจัดการคนโกงได้แบบเด็ดขาดขึ้นอีกระดับ ส่วนอีกฝั่งก็มองว่าท่าทีที่ Riot แสดงออกมานั้นดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยคนที่คอมพังจริง ๆ เพราะเรื่องนี้อยู่ รวมถึงเรื่องที่ว่า โปรแกรม Vanguard อาจจะกำลังไม่ได้ทำให้ซวยแค่คนโกง แต่คนเล่นปกติก็โดนร่างแหไปด้วย
11. หลายคนมองว่าบทลงโทษของ Vanguard ดู “ทำเกินเหตุ” โดยที่ก็ยังสงสัยอยู่ว่ามันตรวจจับได้แม่นยำจริง ๆ หรือไม่ (เพราะอย่าลืมว่าทุกโปรแกรมนั้นมีบั๊กเกิดขึ้นได้เสมอ) และก็ยังกังวลด้วยเช่นกันว่ามันจะแค่เล่นงานการ์ด DMA จริง ๆ หรืออาจจะพลาดไปโดนส่วนอื่นจนทำให้ PC เสียหาย
12. ตอนนี้ดราม่ายังดำเนินต่อไป และต้องรอจับตาดูว่า Riot Games จะเดินหน้าต่อหรือขอถอยก่อนสำหรับอัปเดตล่าสุดของ Riot Vanguard ตัวนี้












