แม้จะมีหลายอย่างที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Marvel’s Spider-Man แต่ว่าข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ Wolverine ไม่ได้เป็นเกม Open World แบบเดียวกับ Spider-Man แต่เป็นเกมแบบเส้นตรง
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเกม Open World หรือเกมแบบ Sandbox ครับ” Mike Daly ผู้กำกับเกมจาก Insomniac Games กล่าวกับทาง IGN “สิ่งที่พวกเราต้องการก็คือเกม Singleplayer ที่มีระบบการต่อแบบถึงเลือดถึงเนื้อ เนื้อเรื่องเข้มข้นและน่าสนใจ ซึ่งภารกิจต่าง ๆ ของเกมก็สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของมัน”
แน่นอนว่าจากตัวอย่าง Gameplay ที่เราได้เห็นใน State of Play Marvel’s Wolverine นั้นเต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ดุเดือดและเลือดสาดจริง ๆ ซึ่งแตกต่างจาก Spider-Man ที่เน้นความแพรวพราวและคล่องตัว และทางทีมงานเองก็คิดว่า การนำเสนอเกม Wolverine ที่ดีที่สุดนั้น การเป็นเกมแบบ Open World ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะกับตัวของ Wolverine สักเท่าไหร่
Daly กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นที่พวกเขาถามตัวเองกันว่า เราจะสร้างเกม Wolverine ที่นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครนั้นออกมาให้ดีที่สุดได้อย่างไร ซึ่งเขาตอบว่า Logan นั้นเป็นคนที่เดินทางไปทั่วโลก ไม่ยึดติดกับที่ใดที่หนึ่ง ถูกดึงดูดกับการตามล่าหาอดีตของตัวเอง และยังถูกผลักดันด้วยภาระหน้าที่ต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าแนวทางที่เหมาะสมในการสร้าง Marvel’s Wolverine ก็คือการให้เขาได้ไปในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกนั่นเอง

นอกจากนั้นทางทีมสร้างยังให้ความสำคัญกับรูปแบบการเล่นที่หลากหลายด้วย เช่นการสะกดรอยตามศัตรูแล้วจัดการพวกมัน หรือการสำรวจในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อหาทางไปต่อหรือเสริมความได้เปรียบ และด้วยฉากที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นี้ก็จะทำให้เราได้เห็นความแตกต่างในแต่ละพื้นที่มากขึ้นไปด้วย ซึ่งเหมาะสมกับ Wolverine ที่เดินทางไปทั่วโลกและเจออะไรแปลกใหม่เรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
Marvel’s Wolverine วางจำหน่ายในวันที่ 15 กันยายนนี้ บนระบบ PS5













