Mark Darrah อดีตโปรดิวเซอร์ของเกมซีรีส์ Dragon Age ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ FRVR ว่าทัศนะของเขา อนาคตของ Dragon Age จบสิ้นไปแล้วหลังภาค The Veilguard ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้า เพราะ EA ไม่ใช่บริษัทที่เน้นการผลิตเกม แต่สนใจเรื่องการทำเงินเป็นหลัก
“เคยมีคนบอกว่า EA เป็นกองทุนรวม (hedge fund) ที่ทำเกมได้นิดหน่อย มันพยายามลงทุนกับเกมให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมว่าทุกวันนี้มันก็เป็นจริงตามนั้นนะ ” Darrah กล่าว เขาอธิบายว่า การทำเกมใด ๆ กับบริษัทยักษ์แห่งนี้ยากเกินกว่าที่ควรจะเป็นเสมอ “เพราะ EA มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับการพยายามทำเกมออกมาขายน่ะครับ”
เขาชี้ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว EA มีลิขสิทธิ์เกมจำนวนมาก “จนน่าขนลุก” ที่ถูกดองเอาไว้เฉย ๆ และไม่มีใครตัดสินใจหรือฟันธงได้ว่าใครกันแน่ที่มีสิทธิ์หยิบมันกลับขึ้นมาปัดฝุ่นทำภาคใหม่
“สมมติว่ามีใครสักคนเอาเกม(จาก IP ที่ถูกดองไว้) พวกนี้มาเสนอขอทุน อยู่ดี ๆ มันก็จะมีสักสองสามคนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ แล้วสับโครงการที่เอามาเสนอจนแหลกเลย” และเขาก็คิดว่าหากมีใครเสนอโปรเจกต์ Dragon Age ภาคใหม่ก็คงจะหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน “เผลอ ๆ คนที่ออกมาสับเขานี่จะเป็นคนจากทีม Dragon Age เองซะด้วยซ้ำ ผมว่ามันมีหลายเหตุผลมากเลยที่เกมจะไม่ได้ทำต่อไปแล้ว”
มุมมองของคุณ Darrah ค่อนข้างสอดคล้องกับความเห็นของ David Gaider อดีตหัวหน้าทีมเขียนบทของ Dragon Age ที่เคยออกมาพูดก่อนหน้านี้ Gaider มองว่าโอกาสที่เกมซีรีส์นี้มีโอกาสไปต่อได้ยากมาก เพราะ EA ไม่ได้เข้าใจแก่นสารและจุดขายของมันจริง ๆ กระทั่งความสำเร็จของภาค Inquisition ก็ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ












