GamingDose

Support

BY Nuttawut Apiratwarakul

รีวิว Call of Duty : Black Ops Cold War ภารกิจมืดล่าข้ามโลกกับเกมยิงที่ยังยอดเยี่ยมแม้อาจไม่ถูกใจแฟน Modern Warfare

GDWeb ปกบทความ 1 5
Views
ติดตามบน Google News

เกมยิง FPS ที่ดีที่สุดในปีและมีระบบที่น่าสนใจในหลายส่วน แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างในบางจังหวะแต่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเกม COD ที่มีคุณภาพ

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมของทุกปีกับการที่เราต้องมีเกมตระกูล Call of Duty ออกมาส่งท้ายให้คอเกมสายยิงได้สนุกก่อนกาลเวลาล่วงเข้าสู่ปีใหม่ และแม้ปี 2020 จะถือว่าเป็นปีที่มนุษยชาติต้องจดจำกับสารพัดเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิต แต่ Call of Duty ก็ไม่ผิดสัญญาและปล่อยภาคใหม่ในชื่อ Black Ops Cold War ออกมาให้เราได้เล่นกัน ส่วนตัวแล้วผมเองก็เป็นแฟนเกมตระกูลนี้และผ่านมือมาแล้วทุกภาคทั้งในส่วนของ Singleplayer และ Multiplayer  ซึ่งตัวเกมภาคนี้มันจะดีแค่ไหน สมการรอคอยของแฟนเกมหรือเปล่าไปดูกันเลย

Call of Duty Black Ops Cold War เปิด Ray Trace

Story 

“We Have A Job To Do”

เรื่องราวใน Black Ops Cold War จะหยิบเอาเหตุการณ์ในเกม Call of Duty จักรวาล Black Ops มาสานต่อ โดยเนื้อหาในภาคนี้จะย้อนกลับไปเป็นเนื้อเรื่องหลังเหตุการณ์ในเกม Black Ops ภาคแรก เป็นช่วงที่โลกกำลังอยู่ในวิกฤติการณ์สงครามเย็น หลังการปรากฏตัวของสายลับโซเวียตในตำนานอย่าง Perseus ทำให้รัฐบาลอเมริกาตัดสินใจตั้งทีมไล่ล่าเพื่อหยุดยั้งแผนการร้ายครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็น “Bell” สมาชิกใหม่ของหน่วยลับ CIA

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น Black Ops Cold War จะเป็นการผสมระหว่างฉากลุยถล่มแหลกสลับกับการสืบสวนสอบสวนค้นหาความจริงในการตามหาตัว Perseus จุดเด่นอีกอย่างของ Black Ops Cold War ก็คือการที่เนื้อหาในโหมด Singleplayer นั้นมีเรื่องของ “ตัวเลือก” เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื้อหาระหว่างการเล่นรวมไปจนถึงฉากจบนั้นมีหลายแนวทาง ดังนั้นเกมเมอร์สายเก็บเนื้อหาก็อาจจะต้องเล่นตัวเกมภาคนี้กันหลายรอบหน่อย

ที่ต้องพูดถึงก็คือการที่เนื้อหาในภาคนี้เชื่อมโยงกับจักรวาล Black Ops ดังนั้นเราก็จะได้พบเจอกับตัวละครชื่อดังอย่าง Mason และ Woods ซึ่งมีฉากและบทสนทนาที่แฟน ๆ ตัวละครเก่า ๆ จะต้องชื่นชอบ

เนื้อเรื่องในภาคนี้ก็คืออารมณ์ในการตามล่าค้นหาความจริงผสมกับการไล่ล่าแบบสนุก ๆ ตามสไตล์ Call of Duty ซึ่งเนื้อเรื่องในช่วงแรกถึงช่วงกลางนั้นดำเดินรอยตามสูตรสำเร็จ ก่อนจะใส่เกียร์ขยับเข้าสู่ความ WTF ในช่วงท้ายและปิดฉากได้แบบสมบูรณ์ ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชื่นชอบสไตล์การเล่าเรื่องของ Black Ops โดยเฉพาะคนที่คาดหวังว่าจะได้เจอฉากลุยสุดยิ่งใหญ่รัว ๆ แต่โดยรวมแล้ว Black Ops Cold War ก็มีเอกลักษณ์ในส่วนของการเล่าเรื่องและแข็งแกร่งพอจะยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง

ส่วนใครที่เป็นแฟน Lore หรือเนื้อหาความเชื่อมโยงของจักรวาลต่าง ๆ ใน Call of Duty โดยเฉพาะแฟน Modern Warfare ฉบับ Reboot คุณก็จะได้เจอเซอร์ไพรส์บางอย่างในเกมภาคนี้ด้วย

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.14 19.07.01.36

Gameplay 

เปิดฉากกันมาก่อนเลยว่าตัวเกมภาคนี้ไม่ได้ใช้เอนจิ้นเดียวกันกับตัวเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Modern Warfare แต่เป็นการหยิบเอาเอนจิ้นของภาค Black Ops 3 มาอัพเกรดพัฒนาด้วยเครื่องมือจากเอนจิ้นของภาค Modern Warfare ผลที่ตามมาก็คือกราฟฟิกของตัวเกมนั้นมีความสวยงามที่ลดลงกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด อีกจุดที่ถูกเปลี่ยนก็คืออนิเมชั่นการใช้ปืนซึ่งภาค Modern Warfare ใช้เทคโนโลยี Motion Capture จากนักแสดงส่วนภาคนี้จะใช้การเรนเดอร์ขึ้นมาซึ่งก็ถือเป็นข้อเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มเกม

โหมด Singleplayer ภาคนี้ยังมีลูกเล่นพิเศษให้เราสามารถเลือกปรับแต่งตัวเอกอย่าง Bell ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศ สีผิว ประวัติ และลักษณะนิสัยเฉพาะตัว ซึ่งเจ้าลักษณะนิสัยนั้นส่งผลกระทบต่อโบนัสพิเศษที่ผู้เล่นจะได้รับ  ในด้านของอารมณ์เกมนั้นความพิเศษนอกจากการยิงแหลกแจกกระสุนตามสไตล์ Call of Duty ตัวเกมยังผสมการไขปริศนา การตามหาหลักฐาน ต่าง ๆ เข้าไปในเกม น่าเสียดายที่หลักฐานต่าง ๆ ที่ให้ผู้เล่นตามหานั้นวางเอาไว้แบบชัดแจ้งจนเราไม่ได้รู้สึกว่าได้ใช่ความสามารถในการเป็นหน่วยลับสักเท่าไหร่ ส่วนตัวปริศนานั้นภายในเกมก็มีให้แก้แบบจริงจังเพียงแค่ 2 อันเท่านั้น ถือว่าน่าเสียดายมาก ๆ เพราะธีมหลักของภาคนี้ในการไล่ล่าตามหาสายลับในตำนานสามารถผูกโยงกับมินิเกมดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจาก Call of Duty ในภาคอื่น ๆ ก็คือบางภารกิจในภาคนี้จะเน้นการลอบเร้นเป็นอย่างมากทำให้อารมณ์โดยรวมของ Singleplayer ในภาคนี้จะมีช่วงที่เน้นการพูดคุยมากเป็นพิเศษ ส่วนที่น่าเสียดายอีกอย่างคือภาคนี้ตัวเกมในโหมด Singleplayer นั้นมีความยาวเพียงแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น และแม้ว่าตัวเกมจะมีฉากจบหลายแบบรวมไปถึงมีตัวเลือกให้เลือกในระหว่างภารกิจซึ่งส่งผลกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเกมแต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มความยาวหรือลดความจำเจในการเล่นซ้ำ ๆ ได้มากขนาดนั้น

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.14 14.09.56.44

ข้อดีจริง ๆ ของเกมตระกูล Call of Duty ก็คือเรื่องของ Gunplay หรือความสนุกในระบบการยิงของปืน ซึ่งส่วนนี้ Black Ops Cold War ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ดี ความรู้สึกของการใช้อาวุธยังคงยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนกล หรือไรเฟิลซุ่มยิง แต่จุดที่ลดคุณภาพลงไปแบบชัดเจนก็คือเรื่องของเสียงปืนทั้งเสียงจากฝั่งคนยิงไปจนถึงเสียงกระสุนที่วิ่งผ่านอากาศก่อนจะกระทบลงรอบ ๆ ตัวเรา

โหมด Multiplayer ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายส่วนทั้งในฐานะเกม Call of Duty และเกมตระกูล Black Ops เริ่มกันตั้งแต่การถอนเอาระบบ Pick 10 ที่มักถูกใช้ในเกมตระกูล Black Ops ทิ้งไป การจัด Loadout ต่าง ๆ ในภาคนี้จะเน้นความเรียบง่ายตรงตัวแบบเดียวกับในภาค Modern Warfare แต่ยังเสริมด้วยลูกเล่นพิเศษอย่างการใช้งาน Wildcard หรือ Perk พิเศษอยู่เช่นกัน

ด้าน Gunplay นั้นภาคนี้มี TTK หรือ Time To Kill ที่สั้นเอามาก ๆ เรียกได้ว่าปาดมาเจอหน้ากับเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ล้มลงไปนอนวัดพื้นกันแล้ว ใครที่คิดว่า Modern Warfare ยิงกันตายเร็วมาก ๆ ภาคนี้ตัวเวลาในการยิงกันนั้นถูกลดให้สั้นลงไปอีกระดับ ระบบพิเศษอย่างการพาดปืน หรือ Tactical Sprint จากภาคก่อนก็ถูกเอาออกไป เปลี่ยนเป็นระบบการเคลื่อนที่ของตัวเองซึ่งก็เป็นการวิ่งในรูปแบบเดียว

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.15 21.52.08.10

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.15 21.38.55.53

อีกจุดที่ถูกเปลี่ยนในภาคนี้ก็คือระบบ Streak ที่เปลี่ยนไปใช้ Scorestreak แทนที่ Killstreak และไม่มีการ Reset แม้เราจะถูกสังหาร แน่นอนว่าการที่เราไม่ตายและทำเกมได้ต่อเนื่องจะทำให้เราได้รับคะแนนที่เยอะกว่า แต่การที่ตัวเกมไม่มีการล้างคะแนนหลังตายก็ทำให้ทีมงานใส่ระบบ Cooldown ป้องกันการ Spam ปล่อยของเล่นเข้าไปในเกม แต่โดยรวมแล้วจากการลองสัมผัสเองผมพบว่าระบบ Scorestreak ของภาคนี้ทำให้ความต่อเนื่องของตัวเกมถูกขัดจังหวะในหลายส่วน หลายครั้งหลายตอน Streak ทั้งหลายถูกเก็บสะสมมาระดมยิ่งใส่พร้อม ๆ กันแทนที่จะค่อย ๆ ถูกใช้ไปตลอดทั้งเกมเหมือนในภาคที่ผ่านมา ๆ

เสียงเท้าในภาคนี้มีความดังที่ชัดเจนเอามาก ๆ ในทุกสภาพแวดล้อม การจะตีโอบลอบโจมตีจึงทำได้ลำบาก ประกอบกับแผนที่ส่วนใหญ่ในเกมนั้นมีขนาดที่ค่อนข้างแคบ ทำให้รูปแบบการต่อสู้กลายเป็นการวิ่งยิงยัดหน้ากันเสียเป็นส่วนใหญ่

จุดที่เป็นข้อเสียใหญ่ของโหมด Multiplayer ในภาคนี้ก็คือเรื่องของแผนที่ซึ่งถูกออกแบบมาให้มองเห็นศัตรูได้ลำบาก มีบางมุม บางฉากที่ศัตรูยืนอยู่กลางฉากแต่เราก็มองไม่เห็นเพราะตัวละครถูกรายละเอียดภายในฉากกลืนไปหมด อีกจุดที่ถือเป็นข้อเสียที่ควรได้รับการปรับปรุงคือระบบจุด Respawn ที่มีจำกัด ทำให้จุดเกิดนั้นมีอยู่ไม่กี่มุมและบางครั้งมุมเกิดของเราก็ถูกสลับไปมาแบบค่อนข้างไร้เหตุผล

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.15 21.41.59.66

โหมดการเล่นของ Multiplayer นั้นนอกจากโหมดพื้นฐานแบบ 6 Vs 6 ที่เราคุ้นเคยกันแล้วในภาคนี้ก็ยังมีโหมดพิเศษที่เป็นการต่อสู้ในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง  Combined Arms ซึ่งเป็นการต่อสู้ชิงพื้นที่แบบ 12 Vs 12 และ โหมด Fireteam: Dirty Bomb โหมด 40 ผู้เล่นที่แบ่งเป็นเล่นออกเป็น 10 ทีมเข้าต่อสู้แย่งชิงแร่ยูเรเนียมและจุดระเบิดให้สำเร็จ

โดยรวมแล้ว Black Ops Cold War มีโหมด Multiplayer และ Gameplay หลักที่สนุกแต่ยังคงต้องการการปรับสมดุลและการปรับแต่งเพิ่มเติมในอีกหลายส่วน ซึ่งหากทีมงานแก้ไขจุดบกพร่องส่วนนี้ได้

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.16 20.38.15.83 Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.16 20.26.07.23

และเมื่อพูดถึง Black Ops อีกหนึ่งโหมดที่ต้องพูดถึงก็คือโหมดซอมบี้ ซึ่งแม้จะเป็นโหมดที่อาจจะไม่ค่อยฮิตเท่าไหร่ในหมู่ผู้เล่นชาวไทยแต่สำหรับแฟน Call of Duty เมืองนอกแล้วนี่คือโหมดหลักที่เล่นกันข้ามปีเลยทีเดียว สำหรับการเริ่มต้นโหมดซอมบี้ในภาคนี้ก็เป็นการขึ้นเนื้อหาใหม่หลังโหมดซอมบี้ตัวเก่าปิดตำนานกันไป ซึ่งครั้งนี้เนื้อเรื่องก็เป็นการต่อสู้ระหว่างหน่วยงามลับ Requiem และองค์กรลับ Omega ผู้ต้องการใช้งานวิจัยจากซอมบี้เพื่อครอบงำโลก ข้อดีอย่างแรกของโหมดซอมบี้ในภาคนี้คือทาง Activision ประกาศจะปล่อยแผนที่ใหม่ให้แฟนโหมดซอมบี้ได้เล่นกันแบบฟรี ๆ หลังในภาคก่อนแฟน ๆ ต้องคอยซื้อ Pack แผนที่ให้โหมดนี้กันมาตลอด

โหมดซอมบี้เปิดฉากใน Die Maschine ซึ่งรูปแบบการเล่นหลักก็ยังคงเป็นการเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ที่ปรากฎตัวออกมาเป็นรอบ ซึ่งตัวเกมก็เน้นการร่วมมือและการสื่อสารกันระหว่างทีม ซึ่งระบบส่วนใหญ่ของเกมก็ยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ระบบที่เพิ่มเข้ามาคือ Exfiltration ที่หลังจากจบรอบที่ 10 และทุก ๆ 5 รอบหลังจากนั้นผู้เล่นจะมีโอกาสในการขอถอนตัวด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่มารับและยิ่งคุณเล่นไปรอบลึกมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งจะได้รับของรางวัลมากยิ่งขึ้น สำหรับแฟน ๆ โหมดซอมบี้นั้น Black Ops Cold War ก็ยังคงเป็นภาคที่เล่นได้สนุกและเชื่อว่าจะมีอัพเดทใหม่ ๆ ตามมาในภายหลัง แถมข้อดีคือภาคนี้ผู้เล่นสามารถเก็บเลเวลของ Battlepass ผ่านโหมดซอมบี้ได้แล้วเพราะ Battlepass อันใหม่ของ Call of Duty จะผนึกรวมค่าประสบการณ์จากทุกโหมดทั้ง Mutlplayer WarZone และ Zombies ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเล่นโหมดไหนก็ไม่เสียเวลาเปล่าอีกต่อไป

Call of Duty Black Ops Cold War Screenshot 2020.11.15 21.53.24.15

Presentation

ในส่วนของบรรยากาศในตัวเกมทุกโหมดนั้นทีมพัฒนาถ่ายทอดความรู้สึกของช่วงปี 80 ออกมาได้อย่างชัดเจน แสงไฟนีออน อาวุธ อุปกรณ์ต่าง ๆ จุดที่ต่างออกไปก็คือเหล่าอาวุธปืนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีศักยภาพที่สูงมากทั้งในแง่ของความแม่นยำไปจนถึงความทันสมัยในการใช้งาน ซึ่งที่คาดหวังว่าจะได้เกมยิงปี 80 ที่สมจริง ๆ ก็อาจจะผิดหวัง เพราะโดยเนื้อแท้แล้วนี่เป็นเกม Call of Duty ที่ปืนทุกกระบอกแม่นยำใช้งานง่าย ส่วนอุปกรณ์เสริมและ Streak ต่าง ๆ ก็ทรงอานุภาพและจัดการศัตรูได้ง่ายดายเช่นกัน

กราฟิกก็ถือเป็นอีกจุดที่น่าเสียดาย Black Ops Cold War มีหลายฉากหลายจังหวะที่แสดงผลออกมาได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะจุดที่เป็นพื้นผิว Texture ของชุดหรือปืน แต่ส่วนการแสดงผลแสงเงา ทรงผม และพื้นผิวของวัตถุในฉากยังถือว่ามีรายละเอียดที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้บรรยากาศโดยรวมของเกมน่าประทับใจน้อยกว่าตัวเกมในภาค Modern Warfare

จุดเด่นจริง ๆ ในแง่การนำเสนอของ Black Ops Cold War จึงเป็นเรื่องของการเล่าเรื่องที่แหวกแนวไปจาก Call of Duty ภาคเก่า ๆ เน้นใช้ฉากเงียบ ๆ คุยกันในการเค้นซีนอารมรณ์ ซึ่งใครที่เบื่อฉากยิงกันภูเขาระเบิดจากภาคก่อน ๆ ก็มาดูสไตล์การเล่าเรื่องแบบใหม่ได้ในภาคนี้ครับ

สรุป

Black Ops Cold War มีไอเดียที่น่าสนใจหลายอย่างและมีระบบการเล่นหลักที่สนุกใช้ได้ แต่ข้อเสียหลายอย่างของตัวเกมก็มีขนาดที่ใหญ่จนไม่อาจมองข้ามไปได้เช่นกัน สำหรับแฟนโหมด Singleplayer คุณจะได้พบกับการนำเสนอที่น่าสนใจ อารมณ์การเล่าเรื่องที่แตกต่างไปจาก Call of Duty ภาคเก่า ๆ แม้จะมีหลายฉากหลายส่วนของเกมไปไม่ “สุด” แต่เนื้อเรื่องก็ปิดฉากแบบสมบูรณ์และเต็มอิ่ม

สำหรับแฟน Mutliplayer คุณอาจจะผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงหลายจุดที่ปรับไปจาก Modern Warfare แต่ Black Ops Cold War ก็นำเสนอหลายอย่างที่น่าสนใจและโดดเด่นในแบบของตัวเองเหมาะกับการเป็นเกมยิงแก้เบื่อได้เช่นกันหากคุณชอบเกมยิงแบบ Call of Duty แต่อยากได้การต่อสู้ที่เร็วขึ้นกว่านั้นไปอีกขั้น

นี่อาจจะไม่ใช่ภาคต่อที่ยอดเยี่ยมจนสามารถก้าวข้าม Modern Warfare ไปได้ แต่ Black Ops Cold War ก็ถือเป็นเกม FPS ที่ยอดเยี่ยมในแบบของตัวเอง หากทีมพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาหลายส่วนและปรับสมดุลของตัวเกมได้ เกมนี้ก็มีลุ้นจะขึ้นไปเทียบชั้นกับ Modern Warfare ได้เช่นกัน

ข้อดี 

  • มีการนำเสนอและเนื้อเรื่องที่โดดเด่นน่าสนใจ
  • Gunplay รวดเร็ว ฉับไว แตกต่างจากภาคที่แล้ว
  • ระบบ Progress ที่เชื่อมโยงทุกโหมดไปจนถึง Warzone

ข้อด้อย

  • หลายส่วนของเกมเหมือนถูกพัฒนาไปไม่สุดและต้องเร่งออกวางจำหน่าย
  • โหมด Muttiplayer มีปัญหาหลายส่วน จำนวนแผนที่มีแค่ 8 ด่าน
  • ระบบเสียงและกราฟิกดูด้อยลงกว่า Modern Warfare แบบเห็นได้ชัด

อาจไม่ใช่ Call of Duty ที่แฟนเกมภาค Modern Warfare ต้องการ แต่ Black Ops Cold War ก็สนุกในแบบของตนเองและหวังว่าทีมงานจะต่อสู้แก้ไขพัฒนาตัวเกมกันต่อไป

Score 7.5 / 10

 

Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) – ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้