GamingDose

Support

BY Nuttawut Apiratwarakul

รีวิว Assassin’s Creed Valhalla: Dawn of Ragnarok

Gd ปกบทความ Template (1)
Views
ติดตามบน Google News

ก่อนที่ผมจะได้สัมผัสกับ DLC ตัวล่าสุดของ Assassin’s Creed Valhalla ตัวนี้ ทีมงาน Ubisoft ที่ผมได้พูดคุยด้วยย้ำอยู่เสมอว่า Dawn of Ragnarok จะเป็น DLC ของเกมตระกูล Assassin’s Creed ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยสร้างกันมา 

และหลังได้สัมผัสกับตัว DLC แบบเต็ม ๆ เพื่อมาทำการรีวิว ผมเองก็ไม่แปลกใจที่ทำไม Ubisoft ยืนยันในคำพูดดังกล่าว  Dawn of Ragnarok อัดแน่นด้วยเนื้อหามากมาย ทั้งภารกิจหลัก ภารกิจรอง กิจกรรมเสริม และสารพัดของให้ตามไปเก็บบนแผนที่แบบเดียวกับที่แฟน ๆ Assassin’s Creed ภาคหลัง ๆ คงคุ้นเคย

นี่คือเนื้อหาเสริมที่ต้องใช้เวลาราว ๆ 35 – 40  ชั่วโมงในการเล่น และถ้าคุณยังโหยหาเนื้อหาใหม่ ๆ ของ Assassin’s Creed Valhalla แล้วล่ะก็ DLC นี้ก็จะมาช่วยเติมเต็มความอยากของคุณได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับแฟนเกมคนอื่นหรือเกมเมอร์ทั่วไป เจ้า DLC ตัวนี้มันนำเสนออะไรบ้างคุ้มค่าขนาดไหน มีอะไรน่าสนใจ ไปดูกันเลย

Acv Keyart Dor 16x9 20220307 6pm Cet

Story

*คำเตือนเนื้อหาหลังจากนี้ Spoil เนื้อเรื่องสำคัญของ Assassin’s Creed Valhalla* 

เนื้อหาใน Dawn of Ragnarok จะหยิบเอาการนำเสนอส่วนหนึ่งของตัวเกม  Assassin’s Creed Valhalla มาขยายปมให้ไกลขึ้นไปอีก Eivor ในฐานะร่างกลับมาเกิดใหม่ของ Odin ได้เริ่มฝันเห็นภาพนิมิตรเกี่ยวกับ Odin 

หลังจากนั้นก็เป็นคิวของผู้เล่นที่จะต้องออกผจญภัยในฐานะ Odin ไปในดินแดนของเหล่าคนแคระ Svartalfheim โดยมีภารกิจหลักคือช่วยเหลือบุตรชายอย่าง Baldr ที่ถูกยักษ์ไฟจับตัวไป ก็เป็นการหยิบเอาตำนานของเหล่าชาวนอร์สมาเหล่าใหม่ผ่านเลนส์ของโลก Assassin’s Creed 

โดยรวมแล้วจุดเด่นของ DLC ตัวนี้น่าจะเป็นเรื่องของการขยายตัวละคร Odin ที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เฉิดฉายมากนักในตัวเกมภาคหลัก   โดยภายใน DLC นี้เราจะได้ไปสำรวจมองเห็นความคิด เป้าหมาย และแง่มุมที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นของตัวละครนี้ 

โดยเฉพาะการที่ Odin ในเกมภาคหลักนั้นถือได้ว่าเป็น “ตัวร้าย” คนสำคัญของเนื้อเรื่อง การได้มาสวมบทเป็น Odin อีกครั้ง (แม้ในเกมภาคหลักเราจะได้เล่นเป็น Odin อยู่แล้วก็ตาม) ก็นับเป็นสิ่งที่แฟนพันธุ์แท้ในส่วนของเนื้อเรื่องของ Assassin’s Creed สามารถมองหาความสนุกจากส่วนนี้ได้

จุดที่ต้องชื่นชมก็คือตัว Odin ใน DLC นี้มีพัฒนาการของตัวละครที่น่าสนใจกว่าในเกมภาคหลักอย่างมาก เพราะในขณะที่เกมภาคหลักนำเสนอ Odin เป็นไอ้จอมเทพสุดเลวที่เห็นแก่ตัว (และใน DLC นี้จริง ๆ ก็ไม่ต่างกัน) แต่ใน DLC นี้ผู้เล่นจะได้เห็นมุมมองอื่น ๆ ของตัวละครนี้มากขึ้น

Acv Screen Exp3 Dor Gearsetatfactory 20220309 12.01 Pm Cet

Presentation

ตัวการนำเสนอนั้นก็เรียกได้ว่ายกมาจากตัวเกมภาคหลัก กิจกรรมของผู้เล่นก็จะยังคงวนเวียนอยู่กับการต่อสู้ การลอบเร้น การสำรวจแผนที่ ทำภารกิจ และแม้ตัวเกมจะมีความพยายามในการใส่ระบบใหม่ ๆ เข้ามา (ซึ่งเราขอยกยอดไปพูดถึงทีเดียวในช่วง Gameplay) แต่โดยรวมแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจะได้ทำใน DLC ตัวนี้ก็คือทุกอย่างที่คุณเคยทำมาแล้วทั้งนั้นในตัวเกมหลัก

การนำเสนอของตัวเกมก็เป็นอีกจุดเด่นของ DLC ดินแดน Svartalfheim นั้นเต็มไปด้วยวิวที่สวยงาม ตัวเกมนั้นอัดแน่นด้วยความแฟนตาซีเต็มรูปแบบฉีกแนวจาก Assasin’s Creed แบบเดิม ๆ ที่เราคุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้นการนำเสนอของ DLC นี้ก็มุ่งเน้นให้ผู้เล่นได้รู้สึกถึงการออกสำรวจโลกด้วยตัวเองมากกว่าเดิม ภารกิจรวมไปถึงระบบหลักอย่างการตามหาที่ซ่อนตัวของเหล่าคนแคระนั้นมีตัวช่วยที่ชี้ชัดน้อยลง โดยรวม ๆ แล้วทำให้ DLC ตัวนี้ให้ความรู้สึกของการออกสำรวจและการผจญภัยมากกว่าตัวเกมภาคหลักหรือ DLC อื่น ๆ ที่ผ่านมาของ Valhalla

แต่น่าเสียดายที่แม้ฉากหน้าของเกมจะฉาบด้วยความหวือหวาของแสงสีแฟนตาซี แต่โดยรวมแล้วการนำเสนอของ Dawn of Ragranok ก็ไม่ได้แตกต่างจากประสบการณ์เดิม ๆ ที่เราเคยได้รับ

หากจะพูดให้เห็นภาพชัดก็คือว่าถ้าคุณเป็นคนที่ Burn Out หรือเบื่อกับเนื้อหาของ Assassin’s Creed Valhalla ไปแล้ว ใน Dawn of Ragrarok ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ ๆ เพียงพอให้คุณหวนกลับมาสู่ตัวเกมได้ แต่ในทางตรงกันข้ามหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบระบบการเล่นและสนุกกับ Assassin’s Creed Valhalla และต้องการเนื้อหาใหม่ ๆ DLC ตัวนี้ก็เข้ามาตอบโจทย์คุณแบบเต็ม ๆ 

Acv Screen Exp3 Dor Enemyvariety 20220309 12.01 Pm Cet

Gameplay

อย่างที่เราพูดกันไปข้างต้น ระบบการเล่นทั้งหมดของ DLC ตัวนี้เป็นการยกเอาตัวเกมภาคหลักกลับมาใช้ใหม่ แต่ทาง Ubisoft ก็ได้ใส่ลูกเล่นใหม่ ๆ เข้ามาใน DLC นี้ด้วยเหมือนกัน 

Odin จะมาพร้อมกับความสามารถในการดูดพลังชีวิตของศัตรู เพื่อนำมาใช้ร่ายอาคมพิเศษ โดยในเกมจะมีอาคมให้เลือกใช้อยู่ 5 รูปแบบ แต่ผู้เล่นจะสามารถเลือกติดตั้งได้เพียงแค่ 2 อันเท่านั้น ซึ่งความสามารถเหล่านี้ก็เข้ามาช่วยเสริมเกมการเล่นหลักทั้งในส่วนของการต่อสู้ การไขปริศนา หรือการลอบเร้น ยกตัวอย่างเช่นความสามารถแรกที่ตัวเกมมอบให้กับเรา ส่งผลให้ Odin สามารถกลายร่างศัตรูเผ่ายักษ์ไฟ ทำให้สามารถลอบเร้นเข้าหาศัตรูชนิดเดียวกันและมีความสามารถในการเดินบนลาวาไฟได้

ระหว่างการเล่นผมสัมผัสได้ว่าทีมงาน Ubisoft พยายามมอบความสามารถหลาย ๆ อย่างให้ผู้เล่น และในการเล่นจริงก็มีความคาดหวังว่าผู้เล่นจะปรับเปลี่ยนพลังเหล่านี้ให้เข้ากับสถานการณ์หรือรูปแบบการเล่นเฉพาะตัว ซึ่งน่าเสียดายมากที่การออกแบบทั้งในส่วนของปริศนาและการต่อสู้นั้นมันยังไม่ “ดี” ถึงขั้นที่ทำให้เรารู้สึกฟินเวลาใช้พลังต่าง ๆ เหล่านี้เอาชนะอุปสรรค 

นอกจากพลังใหม่ที่ถูกใส่เข้ามา ใน DLC นี้ก็ยังมาพร้อมกับ Skill ใหม่ ๆ ให้ได้ปลดล็อค อาวุธใหม่อย่างง้าวยาว atgeir และชุดเกราะใหม่ให้ไล่ล่าตามหามาสะสม

Acv Screen Exp3 Dor Crystalcavernshelter 20220309 12.01 Pm Cet

สรุป

โดยรวมแล้ว Assassin’s Creed Valhalla: Dawn of Ragnarok ก็เหมือนอาหารจานเก่าที่ยกไปปรุงรสโรยเกลือใหม่แล้วเอากลับมาเสริฟอีกครั้ง มันมีรสชาติใหม่ ๆ ถูกเสริมเข้ามาแต่จานหลักโดยรวมก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างออกไป

ใครที่สนุกกับ Assassin’s Creed Valhalla อยู่แล้ว และต้องการเนื้อหาใหม่ ๆ เพื่อจะกลับเข้าไปสนุกกับตัวเกมอีกครั้ง Dawn of Ragnarok ก็จะตอบโจทย์นั้นของคุณได้แบบตรงจุด 

มันมีโลกในเกมและเนื้อเรื่องหลักที่น่าสนใจ โทนแฟนตาซีของเกมก็ทำออกมาได้ดีพอช่วยตัดเลี่ยนจากเกมหลักได้บ้าง

แต่สำหรับแฟนเกมทั่วไปหรือผู้เล่นธรรมดาที่ผ่านการผจญภัยใน Valhalla มาแบบยาวนานแล้ว ความแตกต่างที่ Dawn of Ragnarok นำเสนอยังไม่เพียงพอให้ถือเป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและห้ามพลาดแต่อย่างใด

ข้อดี

เนื้อเรื่องและตัวละครน่าสนใจ

ฉากหลังสวยงามเพลิดเพลิน

ความสามารถใหม่บางอันใช้งานได้สนุก

ข้อด้อย

ขาดการนำเสนอหรือไอเดียใหม่ที่น่าตื่นเต้น

ระบบการเล่นหลักเหมือนเดิม

คะแนน   7.0 / 10 

Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) – ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้