สารบัญ / Contents
เรียกได้ว่าเป็นตระกูลเกมแข่งรถสไตล์ Arcade ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ยิ่งภาคใหม่คราวนี้บุกไปซิ่งกันถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นดินแดนอันมีวัฒนธรรมการแข่งเฉพาะตัว ก็ยิ่งทำให้แฟนเกมหลายคนตั้งความหวังว่า Forza Horizon 6 จะเป็นมาตรฐานใหม่ของเกมแข่งรถ Open World
และล่าสุดทีมงาน GamingDose ของเราได้มีโอกาสสัมผัสลองเล่นตัวเกมแบบเต็ม ๆ มาแล้ว ซึ่งตัวเกมภาคใหม่มีจุดเด่นมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น วันนี้เราจะหยิบมาเล่าให้ฟันกันแบบหมดเปลือก
เกริ่นก่อนว่าในการทดสอบที่เราได้ลองเล่น ทีมงานจัดให้ทดลองเล่นได้ 3 รูปแบบ คือ จอยคอนโทรลเลอร์, จอยพวงมาลัย ไปจนถึง Full Cockpit แบบจัดเต็มทั้งเก้าอี้และชุดตอบสนองพวงมาลัยของยี่ห้อ Logitech
โดยเวอร์ชันที่เราได้เล่นคือตัวเดียวกับที่ใช้พรีวิวกันช่วงสิ้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และแพลตฟอร์มที่ใช้ทดสอบคือเครื่อง Xbox Series X

สัมผัสแรกในดินแดนอาทิตย์อุทัย
เนื้อหาของเกมในช่วง Intro จะเป็นการแนะนำสภาพแวดล้อม วิวทิวทัศน์ต่าง ๆ และโชว์รถเด่นประจำภาคนี้ สัมผัสแรกตั้งแต่เริ่มขับคือมีความลื่นไหลมาก ในตัวเกมฉบับ Preview โหมดภาพจะเป็นโหมด Quality ที่รันที่ 30 FPS
โดยจุดเด่นอยู่ที่ตัวกราฟฟิก องค์ประกอบโลกในเกมสวยงามสมกับการใช้แผนที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะขับไปถนนเส้นไหนก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะชมบรรยากาศรอบ ๆ เป็นระยะ
ในส่วนของถนนหนทางก็ถูกออกแบบมาให้ขับสะดวก ไม่ว่าจะในเมืองหรือชนบทก็มีเส้นทางให้ลองฝีมือ ทั้งการเหยียบคันเร่งสุดเท้า หรือการชะลอรถเพื่อปรับตัวเข้ากับเส้นทางแคบ ๆ เพื่อเร่งแซง ซึ่งภาคนี้ผู้เล่นต้องปรับตัวเรื่องการเบรกมากขึ้น เนื่องจากมีเส้นทางที่เลี้ยวกะทันหันค่อนข้างบ่อย ต่างจากภาคก่อน ๆ ที่เส้นทางจะกว้างและยิงยาวเป็นส่วนใหญ่

บรรยากาศและ AI บนท้องถนน
น่าเสียดายที่ตัว Demo ไม่ได้ปลดจุดวาร์ปไว้ให้ เราจึงไม่ได้ลองทดสอบให้ครบทุกเส้นทาง เพราะต้องขับไปจุดต่าง ๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด เส้นทางที่เราลองคือสายชนบทที่เป็นถนนยาวตัดผ่านหมู่บ้านเล็กๆ และได้ลองขับเข้าตัวเมืองบนทางด่วนยาวๆ ซึ่งสะใจมาก ใครที่เป็นแฟนสายซิ่งรถญี่ปุ่นได้ชื่นใจกันถ้วนหน้าแน่นอน
จุดสังเกตเพิ่มเติมคือปริมาณรถ AI ชาวบ้านที่ขับบนถนนยังค่อนข้างน้อย แม้จะไม่ถึงขั้นเงียบเหงา แต่ถ้าเทียบกับภาพจำย่านโตเกียวในภาพยนตร์หรืออนิเมะที่รถต้องเยอะและท้าทายในการหลบหลีก จุดนี้เลยคาดหวังว่าทีมงานจะปรับปรุงให้สมจริงขึ้นในเวอร์ชันเต็มครับ
ส่วน AI ที่เป็นรถมาให้เราลองท้าแข่งแบบ Head to Head ก็รู้สึกว่าสู้ได้ง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ เส้นทางแข่งไม่ซับซ้อนมากอาจจะขึ้นอยู่กับสถานที่เราไปเจอแล้วท้าแข่งเพราะถ้าเป็นในเมืองอาจจะมีการเลี้ยวที่ยากกว่านี้
ในแง่ของสภาพแวดล้อมต้องบอกว่า “ญี่ปุ่น” ในเกมถูกสร้างขึ้นมาได้น่าประทับใจ ทีมงานเก็บรายละเอียดหมดทุกเม็ด เรียกได้ว่าเป็น Forza Horizon ที่ลงลึกในเรื่องของฉากไปอีกขั้น นอกจากนั้นการเลือกใช้ญี่ปุ่นเป็นฉากหลักทำให้ตัวแผนที่ในเกมมีความหลากหลาย มีสภาพแวดล้อมไล่กันไปตั้งแต่แสงไฟนีออนในเมืองไปจนถึงทุ่งข้าวในย่านชนบท

รีวิวรถ 3 รุ่นในตัว Demo
นอกจากรถในช่วง Intro แล้ว ใน Demo ยังมีรถให้เลือกลองอีก 3 คัน ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างกันชัดเจน
- 1994 Toyota Celica GT-Four ST205: ฟีลการขับมีความสมดุล สไตล์กลางๆ ขับง่ายสำหรับมือใหม่ ทั้งการเลี้ยว การเร่ง และการดริฟต์สไลด์ทำได้สมูทมาก
- 1970 GMC Jimmy: สาย Off-Road ตัวจริง ใช้เวลาเร่งความเร็วพอสมควร แต่เหมาะมากสำหรับลุยพื้นที่ชนบท
- 1989 Nissan Silvia K’S: คันนี้เข้าใจว่าทีมงานจูนมาให้ลองขับแบบเข้าโค้งเยอะๆ หรือลงเขาอารมณ์แบบ Initial D เพราะแค่เหยียบคันเร่งรถก็พร้อมจะไหล ยางมีความลื่นนิดๆ ทำให้รถดริฟต์ตลอดเวลา
ภาพรวมการขับขี่ให้ความรู้สึกที่ดี มือใหม่ขับง่าย ส่วนมือเก๋าก็สามารถสนุกกับการจูนรถและลักษณะของท้องถนนที่หลากหลายได้
ความรู้สึกของการเล่นมีความสมจริง เน้น Skill เน้นความสามารถของผู้เล่นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะสไตล์การขับจะไม่ใช่การรัวปุ่มแบบภาคก่อน ๆ หรือในเกมแข่งรถ Arcade เกมอื่น

ยกระดับการบังคับและระบบเสียง
ในส่วนของการเล่นด้วยพวงมาลัย รู้สึกว่าภาคนี้ตัวเกมให้ “น้ำหนักแรงต้าน” ที่ทั่วถึงและสมจริงขึ้นกว่าภาคเก่า แต่ก็ยังบังคับง่าย (ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการตั้งค่าเพื่อความสะดวกในงานทดสอบหรือไม่) จากที่พูดคุยกับผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ ก็ลงความเห็นไปในทางเดียวกัน
เรื่องเสียงเครื่องยนต์และสภาพแวดล้อมยังคงทำได้ดี ไม่ว่าจะขับบนถนนลูกรังหรือวิ่งเข้าอุโมงค์ การจัดการเสียงลื่นไหลไม่มีสะดุด มีการจำลองการสะท้อนของเสียงกับสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมมาก
และส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือเสียงเครื่องยนต์ถือว่าอัปเกรดจากเดิมแบบชัดเจน มีความดุดัน สมจริงมากขึ้นกว่าเก่า เพราะในภาคที่ผ่านมาบางครั้งเสียงเครื่องยนต์ในเกมให้ความรู้สึกว่าเป็นเสียงปลอมที่ชัดเจนมากเกินไป เรียกได้ว่าคนรักรถน่าจะถูกใจกันมากขึ้น

การนับ 6 ของแฟรนไชส์ Forza Horizon ที่น่าจับตามอง
Forza Horizon 6 ถือเป็นภาคใหม่ที่น่าสนใจมาก ๆ ด้วยความที่คราวนี้ทางทีมงานเกมได้มุ่งเน้นให้ผู้เล่นลองไต่ระดับเลเวลการแข่งของตัวเองมากขึ้น ไม่ไปสปอยล์ผู้เล่นมากเกินไปในช่วงต้นเกม ทำให้การเล่นดูมีอะไรให้ทำเยอะขึ้น
ทั้งการออกไปสำรวจเส้นทางใหม่ การตามหารถในตำนานรุ่นดัง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในทั่วทุกมุมของแผนที่ หรือการเก็บของสะสมจากซอกซอยในแผนที่เพื่อเพิ่มค่า exp บวกกับแผนที่ประเทศญี่ปุ่นแบบนี้ยิ่งเพิ่มพลังความเบียวให้สายซิ่ง JDM กันมากขึ้นไปอีก แต่งรถจูนรถสู้กับโค้งกันมันให้สะใจ
ใครที่สนใจอยากเหยียบคันเร่งกัน ตอนนี้ตัวเกม Forza horizon 6 เปิดให้พรีออเดอร์แล้ว หรือใครมี PC Game Pass ก็สามารถรอเล่นได้เลย Day 1 ซึ่งเวลาที่ตัวเกมเปิดให้เล่นคือ 19 พ.ค. นี้












