GamingDose

Support

BY Kawikon Kangkavakin

สัมภาษณ์ผู้พัฒนา Onimusha: Way of the Sword

article web cover oni
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษแล้วที่เกมภาคหลักของแฟรนไชส์ซามูไรดาร์คแฟนตาซีอย่าง Onimusha ห่างหายจากโลกวิดีโอเกมไป แต่การรอคอยนั้นก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วด้วยการมาถึงของ Onimusha: Way of the Sword ผลงานภาคใหม่แกะกล่องที่ช่วยปลุกวิญญาณของแฟรนไชส์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง ถือเป็นการประกาศเกมภาคต่อที่เซอร์ไพรส์แฟนเกมไปทั่วโลก

และในช่วงงาน gamescom asia x Thailand Game Show ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราได้รับเกียรติจากทาง CAPCOM ให้มาเข้าร่วมสัมภาษณ์คุณอากิฮิโตะ คาโดวากิ (Akihito Kadowaki) และคุณซาโตรุ นิเฮย์ (Satoru Nihei) ผู้ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับ Onimusha: Way of the Sword เราจึงขอรวบรวมประเด็นและเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกมนี้มาฝากทุกคนกัน จะมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย!

จุดกำเนิดการคืนชีพแฟรนไชส์ Onimusha กลับมา

Onimusha Key Art 16×9

เป็นที่รู้กันดีว่าแฟรนไชส์นี้ได้ห่างหายจากโลกวิดีโอเกมไปนานนมถึง 19 ปี ซึ่งมันเป็นเวลาที่ยาวนานเสียจนแฟนเกมถอดใจเรื่องภาคต่อไปนานแล้ว มันเลยเป็นสาเหตุว่าทำไมทุกคนถึงเซอร์ไพรส์ตอนที่เกมนี้ประกาศทำภาคต่ออย่างเป็นทางการ

ทางผู้พัฒนาได้เปิดเผยในสัมภาษณ์ครั้งนี้ไว้ว่า Onimusha คือแฟรนไชส์ที่พวกเขารักสุดหัวใจไม่ต่างกับแฟนเกม และทาง CAPCOM เองก็มีความคิดที่จะหยิบเกมนี้กลับมาสานต่ออยู่ตลอดช่วงสองทศวรรษนี้ แต่ที่ผ่านมาพวกเขาไม่สามารถตามหาทีมที่เหมาะสมได้

เนื่องจากกำลังคนส่วนใหญ่ของค่ายก็จะต้องไปให้ความสำคัญกับเกมเรือธงอย่าง Resident Evil, Monster Hunter กับ Street Fighter มากกว่า ทรัพยากรด้านบุคคลก็เลยเหลือน้อย แถมกำลังคนที่ใช้ในการสร้างเกม AAA มันไม่ได้ใช้แค่ 30-40 คนแบบสมัยก่อนแล้ว แต่มันต้องการคนขั้นต่ำหลักร้อยเลย ไหนจะปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ที่ทำให้กระบวนการสร้างภาคต่อมันเป็นไปได้ยาก 

การมาของ RE Engine คือสิ่งที่ชุบชีวิตแฟรนไชส์ Onimusha

ย้อนไปในปี 2017 ที่ RE Engine เปิดตัวครั้งแรกในเกม Resident Evil 7 นั่นคือประกายไฟดวงแรกที่จุดความหวังให้ CAPCOM สามารถหยิบแฟรนไชส์ซามูไรดาร์คแฟนตาซีกลับมาอีกครั้ง และทุกอย่างก็คืบหน้าจนถึงจุดพีคในช่วงปี 2020 ที่ทางค่ายสามารถเดินหน้าลุยโปรเจกต์นี้ได้แบบเต็มตัว 

ทำไมตัวละครหลักต้องเป็น ‘มิยาโมโตะ มุซาชิ’ และ ‘ซาซากิ กังริว’?

onimusha way of the sword

ตัวละครที่ถูกหยิบมาพูดถึงบ่อยที่สุดนับตั้งแต่คลิปตัวอย่างเปิดตัวเกมนี้ ก็คือว่าที่พระเอกและตัวร้ายหลักอย่างมุซาชิและกังริวนั่นเอง ที่สำคัญคือถ้าได้ลองสังเกตดูดี ๆ พลังของทั้งสองคนจะมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ซึ่งมันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจจนใครหลายคนก็นึกสงสัยถึงที่มาที่ไปในการเลือกสองคนนี้มาเป็นตัวละครหลักใน Way of the Sword

ทางผู้พัฒนาได้ให้สัมภาษณ์ว่า “สาเหตุหลักที่ทำให้เราหยิบยกสองคนนี้มาเป็นตัวละครหลักในเรื่องก็เพราะพวกเขามีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และยังเป็นสุดยอดนักดาบขนานแท้ที่ต่อสู้อย่างภาคภูมิและแข็งแกร่งเหมือน ๆ กัน ด้วยสาเหตุนี้เอง เราจึงอยากให้เขาได้พลังในแบบเดียวกัน ถือเป็นการเคารพประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองต่างเป็นยอดนักดาบที่มีฝีมือเท่า ๆ กันไปในตัวด้วย”

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้พัฒนาบอกก็คือ พวกเขามีความต้องการอยากจะเล่นกับความสัมพันธ์ระหว่างมุซาชิและกังริวมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะพวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นตัวละครสำคัญในแฟรนไชส์ Onimusha ด้วย พวกเขาจึงอยากให้แฟนเกมทุกคนได้เกาะติดการประจันหน้ากันของสองตัวละครนี้ไปตลอดรอดฝั่ง ติดตามดูว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวของทั้งสองมันจะไปจบลงที่ตรงไหน ซึ่งเพราะแบบนี้เอง การทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่งเท่ากันก็เลยสำคัญมาก

“เติบโตและเรียนรู้สู่การจารึกเป็นตำนาน” คือธีมหลักประจำภาคนี้ 

onimusha ss 2

ชื่อหลักประจำภาคนี้อย่าง Way of the Sword (วิถีแห่งคมดาบ) ได้สรุปใจความสำคัญของเนื้อหาในภาคนี้ไปในตัวอยู่แล้ว เมื่อใดที่มันเป็น “วิถี” แน่นอนว่ามันมีเซนส์ของการเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไปในตัว ทางผู้พัฒนาได้เล่าไว้ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของมุซาชิ เขาก็จะได้กลายมาเป็นสุดยอดนักดาบในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้จะพาไปสำรวจการเดินทางและการเติบโตของเขา ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นสุดยอดนักดาบอย่างที่เรารู้จักกัน

ความตะเกียกตะกายในการยอมรับตัวตนของเอง

เราจะเห็นได้ว่ามุซาชิในเกมจะมีอาวุธถุงมือพิเศษด้วย ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังมาก แต่ตัวของมุซาชิเองก็ไม่ได้อยากจะใช้พลังนี้เท่าไหร่เพราะเขาอยากจะทรงพลังด้วยฝีมือของเขาเอง ทางผู้พัฒนาก็ได้บอกว่ายิ่งเราเล่นไปเรื่อย ๆ เราก็จะได้เห็นเขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับพลังของตัวเองมากขึ้น

พวกเขายังบอกด้วยว่า “ถ้าคุณได้ดูอนิเมะหรือเกมอื่น ๆ ส่วนมากแล้วเวลาที่ตัวเอกได้พลังบางอย่าง พวกเขาจะยอมรับในพลังนั้นและเก่งขึ้นเรื่อย ๆ สามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้ทุกอย่าง แต่สำหรับมุซาชิแล้ว เขาไม่แม้กระทั่งจะอยากได้พลังมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แล้วเขาก็จำเป็นที่จะต้องหาทางปรับตัวกับพลังที่เขาไม่อยากได้นี้

ตัวเอกที่สู้แบบปากกัดตีนถีบ ติดดินและดิบเถื่อน

onimusha ss 1

หนึ่งในสิ่งที่ทางผู้พัฒนาเน้นย้ำบ่อยมากในเซสชั่นสัมภาษณ์นี้ก็คือ การที่ตัวเอกหลักของเราอย่างมุซาชิ เขาจะไม่ได้เป็นพระเอกที่เอาชนะทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย แต่เขาจะ “ล้มลุกคลุกคลาน” ตลอดการผจญภัยในเกมนี้ ซึ่งการนำเสนอตัวละครแง่นี้มันทำให้คนเล่นมองเห็นเขาเป็นคนที่เจ็บเป็น และไม่ได้เป็นยอดมนุษย์ที่ไม่มีวันแพ้ ช่วยเสริมสร้างแง่มุมความเป็นมนุษย์ของตัวละครให้ชัดเจนขึ้น

เรื่องดาบคือเรื่องใหญ่สำหรับ Way of the Sword

Game Page Featured Onimusha Way of the Sword Inits

แค่ชื่อภาคก็เกี่ยวกับดาบแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรถ้าดาบจะเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นอันหนึ่ง ทั้งในเรื่องของท่วงท่าการกวัดแกว่งดาบ การนำเสนอรูปแบบการต่อสู้ และประเภทของดาบ มันจะต้องมีรายละเอียดที่ถูกที่ควรอย่างที่มันควรจะเป็น ซึ่งทางผู้พัฒนาเขาก็ได้จ้างนักดาบมืออาชีพมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาหลักเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะเลย 

แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่ Onimusha คือวิดีโอเกมที่มีฉากหลังเป็นโลกดาร์คแฟนตาซี มันก็ต้องเสริมแต่งความ “เหนือมนุษย์” เข้าไปด้วยเพื่อทำให้เกมมันดูหวือหวาตามสไตล์ของช็องแฟนตาซี

รับประกันความฟินของการใช้ดาบ “เชือดเฉือน” ศัตรู

onimusha ss 3

“คุณจะได้สัมผัสกับความฟินในการตัดร่างกายศัตรู” นี่คือสิ่งที่ผู้พัฒนาพูดสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับเกมเพลย์ของ Way of the Sword ไว้ ด้วยความที่นี่คือเกมแอ็คชั่นที่ใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก การเชือดศัตรูด้วยคมดาบจึงเป็นกิจวัตรที่คุณจะได้ทำตลอดทั้งเกม คุณจะได้เห็นทั้งซากศพและกองเลือดของศัตรูที่ไหลท่วมไปทั่วฉาก เพราะฉะนั้น ถ้าใครที่ชื่นชอบความโหดเลือดสาด คุณจะได้รับสิ่งนั้นสมใจแน่นอนใน Onimusha ภาคนี้

อีกส่วนสำคัญที่ผู้พัฒนาภูมิใจนำเสนอมากก็คือเรื่องของเอฟเฟคระหว่างการต่อสู้ และเสียงของดาบที่ตกกระทบกันไปมาระหว่างการดวลดาบกัน พวกเขายืนยันเลยว่ามันเป็นประสบการณ์ต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเล่นสนุกกับเกมเพลย์ตรงหน้ายอยู่ตลอด

การหยิบนักแสดงญี่ปุ่นในตำนานอย่าง ‘โทชิโระ มิฟูเนะ’ มาเป็นต้นแบบของมุซาชิ

MV5BMTM3NzE2MzEyNF5BMl5BanBnXkFtZTcwNzA5MTU4Mw@@. V1 FMjpg UX1000

สำหรับใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคคลาสสิค หรือชอบดูหนังซามูไรของญี่ปุ่น คงจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของสุดยอดนักแสดงผู้ล่วงลับอย่าง ‘โทชิโระ มิฟูเนะ’ แน่นอน ซึ่งเขาก็ได้ถูกเลือกให้มาเป็นต้นแบบให้กับตัวเอกของเกมภาคนี้

ความน่าสนใจคือผู้พัฒนาได้เปิดเผยว่า แรกเริ่มเดิมที พวกเขาไม่ได้มีไอเดียที่จะหยิบนักแสดงคนนี้มาเป็นต้นแบบเลย แต่ยิ่งพวกเขาดีไซน์ตัวละครมุซาชิไปเรื่อย ๆ มันก็ดันยิ่งเหมือนโทชิโระ มิฟูเนะไปโดยปริยาย สุดท้ายพวกเขาจึงได้ตัดสินใจหยิบเขามาเป็นต้นแบบไปเลย ทั้งในส่วนของรูปร่างหน้าตา และวิธีการเคลื่อนไหวร่างกายของเขา ทุกอย่างถูกยึดให้อ้างอิงตามเขาในหนังซามูไรที่เขาเล่น

Onimusha

ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็คือรายละเอียดเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Onimusha: Way of the Sword นั่นเอง บอกตามตรงว่าทางผู้เขียนและผู้ถอดบทแปล ไม่ได้มีความสนใจเกมนี้มาตั้งแต่แรก แต่หลังจากที่ได้เข้าเซสชั่นสัมภาษณ์นี้ บอกตามตรงว่าความรู้สึกอยากเล่นมันได้พุ่งกระฉูดขึ้นมาทันทีเลย 

สำหรับ Onimusha: Way of the Sword นั้น มีกำหนดวางขายบน PlayStation 5, Windows, and Xbox Series X/S ในปี 2026 ที่จะถึงนี้ ใครอยากเล่นก็เตรียมลับคมดาบรอไว้ได้เลย

Kawikon Kangkavakin

Kawikon Kangkavakin

กวีกร กังกเวคิน (กีวี่) – คนรักวรรณกรรมที่หลงใหลในโลกวิดีโอเกม ผู้จัดรายการ “วรรณเกม” และรับบทบาทเป็น Content Manager ประจำบ้าน GamingDose

Related posts

Read More