GamingDose

Support

BY KKMTC

เรื่องราวตำนานลับ GTA ที่จากของลือกลายเป็นของจริงในเกม

gd website gta
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

Grand Theft Auto เป็นซีรีส์เกมแอ็กชัน-ผจญภัย Open World ที่ทีมงาน Rockstar Games มักชอบใส่ Easter Egg หรือคอนเทนต์ประหลาดให้เกมเมอร์หลายคนงุนงงเสมอ ซึ่งทำให้เกมเมอร์ได้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม เพื่อสืบค้นหาปริศนาทั้งหมดในเกม GTA แล้วก่อให้เรื่องราวตำนานหรือทฤษฎีต่าง ๆ ใน GTA มากมาย

ตำนานบางเรื่องยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ตำนานบางเรื่องถูกกุเรื่องขึ้นมาเองจนโดนพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง และแน่นอนว่าก็มีตำนานบางเรื่องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง แล้วเรื่องราวตำนานลับ GTA ดัง ๆ ที่จากของลือได้พิสูจน์กลายเป็นของจริงในเกมจะมีอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

Ghost Car

GTA SA

Ghost Car เป็นตำนานลึกลับยุคแรก ๆ ของ GTA: SA ที่หลายคนกล่าวถึงเป็นจำนวนมาก และเกมเมอร์หลายคนสามารถพิสูจน์ความจริงจากการเห็นด้วยตาตัวเอง

ในเกม GTA SA มีรถยี่ห้อหนึ่งชื่อว่า “Glendale” เป็นรถ 4 ประตูที่เห็นได้ตามท้องถนน และรถประจำตัวของ Big Smoke แต่รู้หาไม่ว่ารถ Glendale มีอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่า “glenshit” (อ้างอิงจาก internal file) เป็นรถ Glendale ที่มีสภาพยับเยินเหมือนเพิ่งโดนพังด้วยไม้เบสบอล

แต่ที่น่าแปลกใจคือ รถ glenshit จะไม่สามารถซ่อมแซมจากการเข้าร้าน Pay ‘n’ Spray หรือแม้กระทั่งใช้สูตรโกงเติมเลือดได้ และรถคันนี้สามารถพบได้ในแถว Back O’ Beyond กำลังจอดอยู่กลางป่าที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ยากมาก

Ghost Car 2

อย่างไรก็ตาม ก็มีรายงานจากเกมเมอร์หลายคนว่ารถ glenshit สามารถขับรถเองได้ทั้งที่ไม่มีคนขับ นอกจากนี้ ในเกมเวอร์ชัน PS2 รถดังกล่าวมีอาการ Glitch ที่รถจะล้มคว่ำลงจากเขาหรือต้นไม้ ทำให้สังคมเกม GTA ต่างเรียกรถคันดังกล่าวว่า “Ghost Car” (รถวิญญาณ) และกลายเป็นตำนานดังของ GTA จนถึงทุกวันนี้

Ghost Car สามารถพบได้ในเกม GTA IV และ GTA V แต่มีความแตกต่างจากกรณีของ GTA SA ตรงที่รถ Ghost Car สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป ซึ่งคาดว่าเป็น Glitch ของเกม

Ghost Train

GTA SA 2

หลังจากเกม GTA SA ออกวางจำหน่าย ก็มีข่าวลือจากเกมเมอร์หลายคนว่ามี “Ghost Train” หรือรถไฟผีหลอกเพ่นพ่านทั่วรางรถไฟ และมันมีพฤติกรรมดุชอบเปลี่ยนรางรถไฟกะทันหัน เพื่อหันไปชนผู้เล่นจนเสียชีวิต แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจน และขาดความสมเหตุสมผลในเรื่องการเปลี่ยนรางรถไฟ ทำให้ตำนานดังกล่าวถูกระบุว่าไม่เป็นความจริง

แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2008 เกมเมอร์นามว่า “normangabor” สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า Ghost Train มีอยู่ในเกมจริง ๆ โดยเกมเมอร์สามารถพบ Ghost Train ได้ระหว่างการทำภารกิจ “Snail Trail” ที่ผู้เล่นต้องติดตามนักข่าวที่กำลังนั่งในรถไฟอย่างใกล้ชิด

Ghost Train

ระหว่างติดตามรถไฟ หากผู้เล่นพบรถไฟ “ขบวนที่สอง” ที่วิ่งสวนทางกับผู้เล่น ให้เกมเมอร์ติดตามรถไฟขบวนที่สองไปจนถึงสถานี Cranberry Station ในเมือง San Fierro แล้วจากนั้น เกมเมอร์จะพบว่ารถไฟได้มีการหักขวาแล้วเริ่มลอยตัวบนอากาศแทน ซึ่ง Glitch ดังกล่าวนับว่ามีระดับความยากในการค้นพบ “แทบเป็นไปไม่ได้” เพราะคงไม่มีเกมเมอร์คนไหนขับรถไล่ตามรถไฟขบวนอื่นระหว่างการทำภารกิจ และการค้นพบ Glitch ดังกล่าว ทำให้ตำนานรถไฟผีหลอก ได้กลับมารับการยืนยันว่าเป็นของจริงอีกครั้ง

ในเกม GTA V ก็มีตำนาน Ghost Train ที่หลายคนรายงานเคลมว่าพบขบวนรถไฟกำลังวิ่งบนรางทั้งที่ไม่มีหัวรถไฟ และมันสามารถวิ่งทะลุได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งตำนานดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง เนื่องจากผู้เล่น GTA Online หลายคนสามารถพบบั๊กนี้เป็นประจำ

Loch Ness Monster

GTA V

ตำนาน Loch Ness Monster เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2005 โดยมีเกมเมอร์คนหนึ่งเคลมว่าค้นพบสัตว์ประหลาดสีดำบนทะเลสาบ Fisher’s Lagoon ในเกม GTA SA ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่ามันมีลักษณะคล้ายกับคอของเนสซี หรือตำนานสัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนสส์ที่เคยฮือฮาในโลกความเป็นจริง

หลังจากมีข่าวลือค้นพบเนสซีใน GTA SA ก็มีหลายคนได้คิดค้นทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย เช่นถ้าหาก CJ ยืนบนเรือกลางทะเลสาบ แล้วเปิดเกมทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน หลังจากผู้เล่นตื่นนอนแล้วจะพบว่า CJ ได้ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเป็นการบอกใบ้ว่าเนสซีได้สังหาร CJ ระหว่างที่ผู้เล่นกำลังนอนหลับ หรือหากผู้เล่นแตะตัวเนสซีแม้แต่นิดเดียว ผู้เล่นจะตายทันที

GTA SA 4

อย่างไรก็ตาม แม้ทีมงาน Rockstar Games คอนเฟิร์มหลายครั้งแล้วว่าเนสซีไม่มีอยู่ในเกม GTA SA จริงตามตำนานที่กล่าวมา รวมถึงผู้เล่นบางครั้งพยายามหักล้างตำนานว่าอาจเป็นเพียงแค่ Glitch ภาพกราฟิก แต่เกมเมอร์บางส่วนก็ยังไม่ยอมแพ้ที่สืบหาความจริงตำนานเนสซีต่อไป

แต่ล่าสุด ตำนานเนสซีได้กลายเป็นเรื่องจริงบน GTA Online เพราะมีเกมเมอร์ได้ค้นพบ Easter Egg เนสซีในอ่าวทะเล Cayo Perico ที่สังเกตพบได้ไม่ยากจนเกินไป

Epsilon Program

Epsilon Program

Epsilon Program เป็นกลุ่มลัทธิที่มีอำนาจมากที่สุดในเมือง San Andreas และมีบทบาทในเกม GTA V แต่รู้ไม่ว่า Epsilon Program เริ่มมีมาตั้งแต่ GTA ในยุคจักรวาล HD แล้ว

Epsilon Program ได้มีการกล่าวถึงหลายครั้งในเกม GTA SA ผ่านช่องทางวิทยุ รวมถึงผู้เล่นสามารถค้นพบโบสถ์ Epsilon หลายแห่งทั่ว San Andreas แต่เนื่องจาก Epsilon Program ไม่มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่อง GTA SA ทำให้เกมเมอร์เชื่อว่าลัทธิดังกล่าวอาจเป็นองค์กรลับที่จะมีบทบาทสำคัญในเกม GTA ภาคถัดไป แม้บางส่วนเชื่อว่า Epsilon Program ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อต้องการล้อเลียนกลุ่มลัทธิ Church of Scientology ในชีวิตจริงก็ตาม

Epsilon Program 2

แต่แล้ว Epsilon Program ก็ได้ปรากฏตัวเป็น ๆ ครั้งแรกใน GTA V แถมผู้เล่นสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิก Epsilon Program ได้ (หากเล่นเป็น Michael De Santa) ด้วยการแก้ปริศนา และทำตามเงื่อนไขต่าง ๆ อีกด้วย

UFO

GTA SA 3

จะบอกว่าเป็นตำนานตลอดกาลของ GTA เลยก็ว่าได้ เพราะทีมพัฒนาเกม Rockstar Games ชอบนำประเด็นเอเลียนมาล้อเลียนบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เกมเมอร์เชื่อว่าทีมงานจะต้องใส่มุกเอเลียนแฝงไว้ใน Easter Egg ของเกม GTA ทุกภาค

เกม GTA ภาคแรกที่มีการกล่าวถึงตำนานเอเลียนคือ GTA Vice City โดยมีเกมเมอร์บางกลุ่ม เชื่อว่าไฟสีแดงที่อยู่บนท้องฟ้าตอนกลางคืนอาจเป็นยานอวกาศ UFO แต่เนื่องจากหลักฐานต่าง ๆ ยังมีน้อยนิดจึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า UFO มีจริงใน GTA VC หรือไม่

GTA V 1

อย่างไรก็ตาม ตำนาน UFO เริ่มมีความชัดเจนยิ่งขึ้นใน GTA SA หลังจากเกมเมอร์ค้นพบว่าดาวตกประหลาดสีแดงที่บินผ่าท้องฟ้าช่วงเวลากลางคืน (และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว) เป็นแสงไฟจากยานอวกาศ UFO แล้วพบว่าชื่อไฟล์ของดาวตกสีแดงใช้ชื่อว่า “UFOLIGHT” (แสง UFO)

แต่ GTA V เป็นเกมแรกที่ผู้เล่นสามารถพบยานอวกาศ UFO แบบเต็ม ๆ ตา ซึ่งผู้เล่นสามารถพบได้ง่าย ๆ แถวสวน Beam Me Up , ฐานทัพ Fort Zancudo, ยอดเขา Mount Chiliad (ทั้ง 3 แห่งต้องเคลียร์เกม 100% ก่อนถึงจะพบ UFO) และผู้เล่นสามารถพบซากยานอวกาศ UFO แถวใต้น้ำทางทิศเหนือของ Paleto Bay

Bigfoot

Big Foot

สัตว์ประหลาด Bigfoot เป็นหนึ่งในตำนานยอดนิยมของแฟรนไชส์เกม GTA ที่ถูกเล่าขานมาตั้งแต่เกม GTA III จนถึง GTA V

แม้ตำนาน Bigfoot จะมีในเกม GTA ทุกภาค แต่ GTA SA คือภาคแรกที่ทำให้ตำนานดังกล่าวได้โด่งดังไปทั่วเกมตระกูล GTA ซึ่งจุดเริ่มมาจากเกมเมอร์คนหนึ่ง (ไม่ระบุชื่อ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บบอร์ดสังคมเกมว่า พบเจอสัตว์ประหลาด Bigfoot ในแถบชานเมือง Back O’ Beyond, Shady Cabin หรือ Mount Chiliad พร้อมเผยภาพประกอบเป็น Bigfoot ตัวเป็น ๆ ขนาดใหญ่ยืนอยู่กลางป่า

หลังจากมีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าว ทำให้สังคมเกม GTA ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หากอ้างอิงจากเว็บ GTA Myth หลังจากตัวเกมออกวางจำหน่ายเพียง 1 สัปดาห์ ผู้เล่นหลายคนออกเดินทางไปแถวป่าไม้ในเกม เพื่อหา Bigfoot ตัวเป็น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวลือ Bigfoot กลายเป็นเรื่องฮือฮา ทำให้ Modder หลายคนสร้างม็อดตัวละคร Bigfoot แล้วปล่อยให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดใช้ฟรี ซึ่งส่งผลทำให้การพิสูจน์ตำนานเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าวิดีโอคลิปหรือภาพถ่าย Bigfoot ของ GTA SA ในอินเทอร์เน็ต เป็น Bigfoot ในเกมจริง ๆ หรือไม่

หลังจาก GTA SA มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Bigfoot ในช่วงเวลาต่อมาไม่นาน ก็มีเกมเมอร์รายงานว่าค้นพบ Bigfoot ในเกม GTA III และ GTA Vice City แต่เนื่องจากขาดหลักฐานที่ชัดเจน จึงทำให้ตำนานดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลไม่เป็นความจริง

Bigfoot

แต่แล้วตำนาน Bigfoot ก็ได้เป็นความจริงในเกม GTA V ช่วงระหว่างที่ผู้เล่นกำลังทำภารกิจเนื้อเรื่อง “Predator” ผู้เล่นสามารถพบ Bigfoot จากการส่องกล้องสไนเปอร์ Thermal โดยเมื่อเล็งเป้ายิง Bigfoot แล้ว ตัว Bigfoot จะไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้อน และหากคลาดสายตาไปเพียงนิดเดียว Bigfoot จะหายไปโดยทันที สังคมเกม GTA จึงยืนยันว่าตำนานเป็นความจริงในฐานะ Easter Egg

นอกจากนี้ ผู้เล่นสามารถพบ Bigfoot ใน GTA V ได้อีกครั้งในภารกิจ Strangers and Freaks ชื่อว่า “The Last One” โดยผู้เล่นจะควบคุมเป็น Franklin Clinton พบกับนักล่าคนหนึ่งที่ตามหา Bigfoot มานานแล้ว 9 ปี (Reference มาจากผู้เล่น GTA SA ที่ยังไขปริศนาจนถึง GTA V ในปี 2013) จนกระทั่ง Franklin ได้พบกับ Bigfoot ตัวเป็น ๆ แล้วออกตามล่าจนสุดขอบสนาม แล้วพบความจริงว่า Bigfoot ที่ตามล่านั้น เป็นเพียงแค่ชายสวมเสื้อ Bigfoot เท่านั้น

แหล่งที่มา: GTA Myths Wiki

SHARE

Achina Limanwat

Achina Limanwat

เค – Content Writer

Related posts

Read More