GamingDose

Support

BY Putinart Wongprajan

สรุปเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ใน Hotline Miami 1 & 2 ตอนที่ 1: จุดเริ่มต้นและการล่า

25 12 2018 Features สรุปเนื้อเรื่อง Forweb
Views
ติดตามบน Google News

ถ้าพูดถึงเกมที่มีเนื้อเรื่องที่ชวนงงและชอบที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนพอจะนึกออกก็คงหนีไม่พ้น Hotline Miami เกมแอคชั่นสไตล์เรโทรที่ให้ผู้เล่นตายซ้ำซากไม่ต่างจากใน Dark Souls นัก กลับกันตัวเกมเองก็มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจชวนติดตามไม่น้อย วันนี้เรามาดูกันว่าเนื้อเรื่องเกมทั้งสองภาคนั้นมีความเข้มข้นขนาดไหนครับ

โดยในบทความนี้จะเป็นการสรุปเหตุการณ์เป็น Timeline ว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกของเกมบ้างแบบเรียงเป็นปีโดยไม่ได้ลำดับภาคก่อนหลัง โดยเป็นการเรียบเรียงมาจากเกมในภาคแรก ภาคสอง และหนังสือการ์ตูนคอมิคส์ Wrong Number ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับโลกความจริง แต่ก็ต้องเตือนกันก่อนว่าบทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาทั้งหมดของเกม Hotline Miami ทั้งสองภาค ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น ควรเล่นเกมทั้งสองภาคให้จบก่อนนะครับ

Hotline miami

อนึ่ง ในบทความนี้มีบางจุดที่อาจจะดูแล้วไม่เชื่อมโยงถึงกันเพราะเนื่องจากเกมเล่าเรื่องสลับไปมาจนเกิดความสับสนและต้องการให้ผู้เล่นตีความไปในหลายทาง ถ้าหากไม่เข้าใจเหตุการณ์ในบางจุดที่อธิบายไป ผู้เขียนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

และต้องขออภัยที่บทความสรุปเนื้อเรื่องในครั้งนี้จะต้องขอลงแยกเป็นตอน เพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไปนัก(เพราะต้นฉบับที่เขียนอยู่นั้นมีความยาวร่วม ๆ หมื่นคำเข้าไปแล้ว) แต่ก็สัญญาว่าจะลงให้ต่อเนื่องที่สุดเพื่อไม่ให้ขาดตอนครับ

แนะนำตัวละครหลักในเกม

jacket

Jacket – บุรุษไร้ชื่อ แต่แฟน ๆ เกมตั้งชื่อให้เขาตามเสื้อแจ็กเก็ตที่สวมใส่ ตัวเอกจากเกมภาคแรก อดีตทหารผ่านศึกผู้ฝักใฝ่ในความรุนแรง

richard

Richard – ชายลึกลับสวมหน้ากากไก่โต้ง ผู้ที่ตัดสินความเป็นความตายของตัวละครในจักรวาลของเกม

beard

Beard – นายหนวดเฟิ้ม ผู้หมวดแห่งหน่วย Ghost Wolves ที่ทำภารกิจในฮาวาย หัวหน้าหน่วยของ Jacket

Richter

Richter Berg – ผู้ที่ถูกบังคับให้เชื่อฟังคำสั่งของ 50 Blessing องค์กรระดับชาติที่อยู่เบื้องหลังการสังหารมาเฟียรัสเซีย อาศัยอยู่กับแม่สองคน

girlfriend

Girlfriend – ผู้หญิงที่ถูก Jacket ช่วยเหลือในเกมภาคแรก และคบหาเป็นแฟนกันในภายหลัง

The fans

The Fans – กลุ่มผู้คลั่งไคล้ ประกอบไปด้วย Tony(หน้ากากเสือ) Corey(หน้ากากม้าลาย) Mark(หน้ากากหมี) Alex และ Ash Davis(หน้ากากหงส์) เป็นกลุ่มคนที่บูชาวีรกรรมของ Jacket และอยากเจริญรอยตาม

son

The Son – ลูกชายของรองหัวหน้ามาเฟียในเกมภาคแรก เป็นหนึ่งในตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมได้ในภาคสอง

TheFather

The Father – บอสสุดท้ายในภาคแรก พ่อของ The Son

boss

The Boss – ชื่อจริงคือ Ivan Lebedev หัวหน้ามาเฟียผู้พิการที่ถูก Jacket ปลิดชีวิตทึ้งในเกมภาคแรก

henchman

The Henchman – ลูกสมุนระดับล่างของมาเฟียรัสเซียที่อยากจะลาออก

jake

Jake – ชายร่างอ้วนชนชั้นแรงงานที่คอยทำงานเป็นลิ่วล้อให้กับ 50 Blessing

pardo

Manny Pardo – ตำรวจเลือดร้อนแห่งไมอามี่ที่มักยิงก่อนถามทีหลังเสมอ

Evan

Evan Wright – นักเขียนและนักข่าวที่พยายามเขียนหนังสือรวมข้อมูลการฆาตกรรมต่อเนื่องในไมอามี่ในช่วงปีที่ผ่านมา

50 blessings

50 Blessings – องค์กรผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เกือบทั้งหมดในเกม เป็นเครือข่ายของคนรักชาติที่ต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของอเมริกาคืนมาจากคนต่างชาติที่รุกรานเข้ามา

ปี 1985 ความขัดแย้งในฮาวาย

ปี 1985 สหรัฐอเมริกามีเหตุก่อสงครามกับสหภาพโซเวียตที่ยืดเยื้อมาจากความขัดแย้งมากมาย การรบพุ่งเกิดขึ้นที่เกาะฮาวายโดยมีหน่วย Ghost Wolves เข้าโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพรัสเซีย ซึ่งหน่วย Ghost Wolves มีชายหนวดเฟิ้ม Beard เป็นผู้หมวด มีสมาชิกหลักอีกสามคนคือ Barnes, Daniel และ Jacket การลอบโจมตีในวันที่ 17 มีนาคมประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะมีการโจมตีครั้งใหญ่ในวันที่ 25 ตุลาคม และโรงไฟฟ้าที่ถูกยึดในวันที่ 30 ตุลาคม (ซึ่งเหล่า The Fans ก็เป็นหนึ่งในทหารผ่านศึกที่เข้าร่วมรบในเกาะฮาวายแห่งนี้เช่นกัน)

ก่อนทำภารกิจ Beard ได้พบกับ Evan ที่มาทำข่าวเกี่ยวกับการรบที่ฮาวายเช่นกัน พร้อมกับขอถ่ายรูปเขากับ Jacket ซึ่ง Beard ก็ตกลง พร้อมกับบอกว่าอย่าลืมล้างรูปและส่งมาให้เขาเป็นที่ระลึกด้วย

hotline 00

การปฏิบัติการเข้ายึดแหล่งกบดานของทหารโซเวียตประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้การของหน่วย Ghost Wolves ดีใจมาก และมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายพล ซึ่งเขาก็ฉลองโดยการเมาจนหัวราน้ำ และก่อนหน้าการปฏิบัติการในวันสุดท้าย เขาได้ปรากฏตัวพร้อมกับสวมหน้ากากที่ถลกมาจากหนังหัวของเสือดำ พร้อมกับสัญลักษณ์ประหลาดบางอย่างที่สลักอยู่ตรงหน้าผาก

hotline 07

โดยในปฏิบัติการครั้งสุดท้ายที่โรงไฟฟ้าจากการนำของ Beard จนทำให้นายพลของรัสเซียฆ่าตัวตายและกดปุ่มระเบิดโรงไฟฟ้าทึ้ง แต่พวกเขาก็ถูกกับดักระเบิดในระหว่างหลบหนีเป็นผลให้ Barnes เสียชีวิตทันที ส่วน Jacket ได้รับบาดเจ็บสาหัส Beard ได้พาร่างของ Jacket ออกมาได้ทันเวลาก่อนที่จะส่งเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับไปรักษาตัว พร้อมกับมอบรูปถ่ายที่ Evan ถ่ายไว้ให้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าใครคือคนที่ช่วยเขาเอาไว้ และประโยคที่เขาจำได้แม่นจากปากของผู้หมวดคนสำคัญก็คือ

hotline 01

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

1986 การระเบิดที่ซานฟรานซิสโก

วันที่ 3 เมษายนปี 1986 Beard ได้คุยกับ Jacket ทางโทรศัพท์ ถามสารทุกข์สุขดิบพร้อมกับพูดถึงรูปที่ของทั้งสองคนถ่ายคู่กันในฮาวาย ว่าให้ส่งมาให้เขาที แต่การสนทนายังไม่ทันจบลงดี Beard ก็เห็นว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้นด้านนอก จึงพักสายออกไปดู และนั่นก็เป็นการโทรครั้งสุดท้ายระหว่างเขาทั้งสองคน เพราะระเบิดนิวเคลียร์ที่ยิงโดยรัสเซียได้ลงมายังเมืองซานฟรานซิสโก ลบทั้งคนทั้งเมืองหายไปจากแผนที่โลกภายในเวลาเพียงอึดใจ

hotline 02

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อเมริกาและโซเวียตต้องเซ็นสัญญาสงบศึกเพื่อไม่ให้มีผู้เสียชีวิตมากไปกว่านี้ และหลังจากนั้น ชาวรัสเซียก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่อเมริกาเป็นจำนวนมาก ตั้งถิ่นฐานและขยายอำนาจกลายเป็นแก็งมาเฟียควบคุมเมืองในหลายพื้นที่ ทำธุรกิจผิดกฎหมายมากมายโดยเฉพาะในไมอามี่ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอเมริกาเป็นอย่างมาก จนทำให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจัดตั้งองค์กร 50 Blessings ขึ้นมา เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติและไม่ยอมอ่อนข้อต่อชาวรัสเซียให้มาข่มเหงได้ง่าย ๆ อีกต่อไป

Jacket ป่วยเป็นโรค PTSD หรือความกระเทือนจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง และเห็นภาพหลอนของ Beard ผู้หมวดของเขาไปทั่วพร้อมประโยคที่เขาจำได้ไม่ลืม

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

1989 ปีแห่งการสังหาร

50 Blessing ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นเรื่องราวในปีนี้ ด้วยการใช้เครือข่ายสังเกตการณ์ที่วางอยู่ทั่วเมืองไมอามี่จับตาดูพวกมาเฟียรัสเซียที่ครองอำนาจอยู่ทั่วเมือง โดยผู้ที่เริ่มดำเนินงานให้กับ 50 Blessings ก็คือ Richter Berg ชายฉกรรจ์ผู้ที่ต้องดูแลแม่ Rosa ที่ป่วยเป็นโรคที่ไม่รู้จัก แม้จะมีความสุขดีแต่ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีกว่าที่เคยนัก จนกระทั่งในเดือนมีนาคม Richter เริ่มได้รับโทรศัพท์ที่มีข้อความขอให้เขาทำเรื่องแปลก ๆ เช่นส่งข้อความรหัสไปยังเบอร์ต่าง ๆ หรือวาดสัญลักษณ์แปลก ๆ เป็นรูปวงกลมที่มีขีดตรงกลาง ที่เหมือนกับบนหน้ากากเสือดำของผู้การหน่วย Ghost Wolves แต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะทำ จนกระทั้งเขาและแม่ถูกข่มขู่จากบุคคลลึกลับ

ในวันที่ 2 เมษายน 1989 รถของเขาถูกเผาทำลาย และก็ยังมีโทรศัพท์ลึกลับโทรมาฝากข้อความไว้ คราวนี้มีการข่มขู่ถึงแม่ของเขา แม้ว่าแม่ของเขาจะไม่เป็นอะไร แต่นั่นก็ทำให้เขากลัวจนเสียขวัญ และตัดสินใจที่จะทำตามคำสั่งของข้อความเสียงที่ส่งมาหาเขา นั่นก็คือการสังหารหมู่เหล่ามาเฟียชุดขาวจากรัสเซียในบาร์ Richter สวมหน้ากากหนูแล้วสาดกระสุนไม่ยั้ง

hotline 03

เมื่อกลับมาบ้านเขาก็พบว่าแม่ของเขาพยายามฝืนตัวเองลงมาหาอะไรกิน แม้จะเป็นห่วง แต่เขาก็โล่งใจว่าหลังจากนี้คงไม่มีอะไรมากวนใจเขาอีก แต่แท้ที่จริงแล้วนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ผู้ที่ถูกเลือกอีกหนึ่งคน

50 Blessings ไม่ได้เลือกแค่ Richter เท่านั้นที่ต้องทำงานนี้ให้กับพวกเขา วันที่ 3 เมษายน 1989 สามปีหลังการระเบิดในซานฟรานซิสโก ข้อความเสียงลึกลับได้ถูกส่งมาหา Jacket สมาชิกที่ยังเหลือรอดอยู่ของ Ghost Wolves โดยข้อความแจ้งว่ามีคุกกี้ที่เขาสั่งไว้ส่งมาให้แล้วหน้าประตูบ้าน แต่เมื่อเปิดมาเขาก็พบหน้ากากไก่โต้งและจดหมายที่ระบุที่อยู่แห่งหนึ่งให้เขาไปเอากระเป๋าที่อยู่ที่นั่นมา พร้อมกับกำชับว่า “งานนี้ห้ามพลาด เพราะเราจับตาดูคุณอยู่” ซึ่งที่แห่งนั้นมีการป้องกันโดยมาเฟียรัสเซียอยู่แล้ว หลังจากการฆ่าที่ทำให้เขารู้สึกสะใจ เขาก็รีบนำกระเป๋าไปส่งยังที่หมาย แต่ก็ถูกคนจรจัดขัดขวาง ซึ่ง Jacket ก็จัดการฆ่าเขาไปอย่างไม่ยาก แต่ในครั้งนี้ต่างออกไป ตรงที่มันทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้จนอาเจียนออกมา และหลังจากที่เสร็จภารกิจ วันต่อมา 50 Blessing ก็ส่งจดหมายข่าวสารมาให้กับเขา พร้อมกับข้อความเสียงแปลก ๆ ให้เขาไปสังหารเหล่ามาเฟียเช่นเคย

hotline 04

ด้าน Richter เริ่มสงสัยถึงความเชื่อมโยงของคำสั่งที่ส่งหาเขา เพราะเขาพบว่าสถานที่แห่งใหม่ที่ได้รับคำสั่งให้มากวาดล้างนั้นมีอาวุธสงครามแอบซ่อนอยู่ ซึ่งพวกมาเฟียโซเวียตนั้นใช้เพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมาย แต่เขาก็ยังไม่คิดอะไรอื่น นอกจากเป็นห่วงแม่ของตนเอง ซึ่งการฆ่าก็ยังคงดำเนินต่อไป และ Jacket เองก็เจอคนที่ใส่หน้ากากรูปสัตว์เหมือนอย่างเขาในระหว่างการออกล่าสังหารเหล่ามาเฟียและได้พบเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกจับตัวมา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง Jacket ไม่ได้ฆ่าเธอ และพาตัวเธอกลับมาที่บ้านแทน

hotline 08

เหล่าผู้คลั่งชาติ

Jake ชายชนชั้นแรงงานผู้คลั่งชาติ หลังจากที่ได้รับใบปลิวปลุกระดมของ 50 Blessings เขาก็อยากมีส่วนร่วมทันที แน่นอนว่าเขาก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับจากองค์กรนี้เช่นกัน แม้เขาจะรู้สึกว่ามันแปลก ๆ แต่เขาก็ทำตามที่ข้อความเสียงนั้นสั่ง นั่นก็คือไปที่สถานีโทรทัศน์ สวมหน้ากากงู และฆ่าทุกคนในนั้น เหมือนอย่างที่ Jacket และ Richter ทำ ท้ายที่สุดหลังจากที่ฆ่าเหล่ามาเฟียในชุดขาวและนายสถานีไปแล้ว เขาก็หยิบกระเป่าเงินออกมาเพื่อเป็นค่าจ้าง และเอามันไปใช้จ่ายทำรอยสักใหม่ให้ตนเอง และประกาศกร้าวว่าไม่กลัวใครทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกรัสเซียทั้งหลาย

hotline 05

ชีวิตที่ถูกเติมเต็ม

แม้การฆ่าของ Jacket จะดำเนินต่อไป แต่ชีวิตของเขาก็ไม่โดดเดี่ยวเหมือนเดิม เพราะจากการดูแลกันและกันระหว่างเขาและสาวน้อยที่เขาช่วยเหลือมาทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ค้นพบว่าในระหว่างการทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา ก็มีกลุ่มคนที่สวมหน้ากากสัตว์แบบเดียวกับเขาออกตามฆ่าพวกมาเฟียรัสเซียยู่ด้วยเช่นกัน แต่มักจะประสบชะตากรรมที่ไม่ค่อยสวยนัก เช่นถูกทรมานหรือฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

hotline 09

ผ่านไปหลายวัน Jacket ก็พบว่าข่าวสารหลายอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น มีการลงข่าวอย่างต่อเนื่องว่ากลุ่มมาเฟียรัสเซียถูกโจมตีและฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในหลายพื้นที่ของไมอามี่ ตำรวจสงสัยว่าเป็นการกระทำของกลุ่มศาลเตี้ยที่โกรธแค้นพวกมาเฟีย และเขาก็เริ่มสังเกตเห็นภารโรงท่าทางน่าสงสัยในบ้านของเขา และในร้านอาหารที่เขาเข้าไปทำภารกิจสังหารหมู่ เพียงแต่ยังไม่นึกเอะใจสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับพวกเขาแม้แต่น้อย

ผู้ไขปริศนา

13 พฤษภาคม 1989 วันเดียวกับที่ Jacket ออกสังหารคนในร้านอาหารที่มีภารโรงลึกลับคอยสังเกตการณ์ ชายสวมหมวกกันน็อคคนหนึ่งได้คาดคั้นเอาคำตอบบางอย่างจากชายที่สวมหน้ากากหมู ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเหล่าคนสวมหน้ากากสัตว์เข้ามาฆ่าเขาหมายเอาชีวิตเพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่ง Biker หรือชายสวมหมวกกันน็อคคนนี้ต้องการที่จะหนีจากอะไรบางอย่างเพราะความเบื่อหน่าย(ตรงจุดนี้เชื่อมโยงกับโทรศัพท์ที่โทรหา Jacket ในวันเดียวกันว่ามีคนลาป่วยไปทำงานไม่ได้ ซึ่งก็คืองานที่สังหารมาเฟียในร้านอาหาร)

hotline 13

สุดท้ายเขาก็ได้สิ่งที่ต้องการ หลังจากที่เค้นข้อมูลจากทั้งชายสวมหน้ากากหมู และชายชาวจีนที่เป็นผู้แอบวางเครือข่ายโทรศัพท์ในเมืองไมอามี่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ แต่เขาก็พอใจในข้อมูลที่ได้รับมา

วันต่อมามีโทรศัพท์ส่งข้อความเสียงมาหา Biker ในเชิงข่มขู่ ว่าลูกค้าไม่ให้อภัยกับความล่าช้าเพียงนิดเดียว ซึ่งเชื่อมโยงกับภารกิจก่อนหน้าของ Jacket ที่เขาไปทำงานแทน Biker ที่ร้านอาหาร เพื่อซื้อเวลาให้กับตัวเองในการค้นหาความจริง เขาจึงต้องยอมทำภารกิจนี้ จนวันที่ 23 พฤษภาคม 1989 Biker ก็รู้ว่าเขาจะไปหาข้อมูลที่ว่านี้ได้ที่ไหน และมุ่งหน้าไปยังบริษัทชุมสายโทรศัพท์เพื่อค้นข้อมูลที่ต้องการ

hotline 1

ขณะเดียวกัน Jacket ที่กำลังรับงานสังหารตามปกติก็ได้รับสายซ้อนให้รีบมุ่งหน้าไปยังบริษัทชุมสายโทรศัพท์ที่ Biker กำลังค้นข้อมูลอยู่ เมื่อไปถึง Biker เกือบจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว แต่ Jacket ก็เข้ามาขัดขวาง และการต่อสู้ของหมากสองตัวในอุ้งมือของ 50 Blessings ก็เริ่มต้นขึ้น

*ตรงจุดนี้เนื้อเรื่องในภาคแรกจะแยกย่อยออกไปสองทาง คือเนื้อเรื่องส่วนของ Jacket ที่ฆ่า Biker ได้ และ Biker เป็นคนฆ่า Jacket แล้วนำไปสู่ฉากจบลับอีกแบบ ในบทความนี้จะขอสมมติว่าทั้งสองคนเจอกันแล้วไม่มีใครเสียชีวิตจากการปะทะในครั้งนี้ เพราะสามารถเชื่อมโยงไปในเนื้อเรื่องช่วงหลังที่ถูกกล่าวถึงในภาคที่สองได้ครับ*

หลังจากการปะทะกับ Jacket เสร็จสิ้น ในวันต่อมา Biker ได้รับข้อความทางโทรศัพท์ที่ขู่เอาชีวิตของเขา เพียงแต่ในคราวนี้เขาไม่กลัวอีกต่อไป เพราะเขารู้แล้วว่าจะไปหาตัวคนบงการได้ที่ไหน เขาได้รีบไปยังสถานที่ลับที่ได้มาทันที ซึ่งหนึ่งในภารโรงคนที่สังเกตการณ์นั้นพอเจอเขาก็รีบหลบไปทันที ซึ่งภายในท่อระบายน้ำแห่งนั้นมีอุปกรณ์โทรศัพท์ และหนังกากสัตว์ต่าง ๆ มากมาย ทำให้รู้ว่าภารโรงทั้งสองคนนั้นเกี่ยวข้องกับการส่งข้อความเสียงไปให้มือสังหารในที่ต่าง ๆ

hotline 11

ถ้าหากในจุดนี้ผู้เล่นสามารถไขปริศนา เก็บตัวอักษรที่ซ่อนอยู่ในเกมได้ครบทั้งหมด ที่เครื่องคอมพิวเตอร์หน้าทางเข้าจะมีช่องให้ใส่รหัส ซึ่งเป็นการรวบรวมตัวอักษรทั้งหมดมาต่อเป็นคำ เราก็จะได้รหัสในการไขว่า “I was born in the USA” เมื่อไขรหัสได้ Biker ก็ทราบความจริงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ก็คือ 50 Blessings นั่นเอง

Biker กลับไปคุยกับสองภารโรง ซึ่งพวกเขาจะทึ่งเล็กน้อยที่ Biker สามารถไขรหัสและรู้เรื่องราวทั้งหมด และได้เปิดเผยว่า 50 Blessings คือองค์กรที่ก่อตั้งมาโดยเหล่าคนรักชาติ และมีเป้าหมายที่จะสร้างอเมริกาขึ้นมาใหม่ตามที่จินตนาการเอาไว้ ซึ่งสมาชิกก็คือเหล่ามือสังหารที่ออกทำภารกิจฆ่าพวกมาเฟียรัสเซียตามใบสั่ง ซึ่งภารโรงสาวได้อ้างว่า พวกเขามี”เพื่อนผู้ทรงอำนาจ” ที่สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้ และยังมีแผนอื่นซ่อนไว้อยู่อีก และต่อให้ Biker ฆ่าพวกเขาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะแผนทุกอย่างได้เริ่มดำเนินการไปแล้วและไม่มีใครหยุดพวกเขาได้

hotline 12

ไม่ว่าจะฆ่าเหล่าภารโรงทึ้งหรือไม่ก็ตาม Biker ก็จะขับมอเตอร์ไซด์ออกไป หลบหนีไปจากไมอามี่ เขารู้ว่าสิ่งที่ได้เจอไปนั้นหนักหนากว่าที่คิดมาก เพราะมันคือองค์กร 50 Blessings ทั้งองค์กร เขาจึงหลบหนีออกไปจากเมืองไมอามี่เพื่อวางแผน แต่ก็สายเกินไป

hotline 14

เพราะเขาจะได้เจอกับสิ่งที่เปลี่ยนเขาไปตลอดกาล…

Putinart Wongprajan

Putinart Wongprajan

StolenHeart(พุฒินาท วงศ์พระจันทร์) สมาขิกยุคแรกของ GamingDose ที่แวะเวียนมาช่วยงานอยู่เสมอ ชอบเล่นเกมต่อสู้, JRPG, Metroidvania และการ์ดเกม

Related posts

Read More