สารบัญ / Contents
จากเกมยุค 8-bit จนถึงโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 2025 – มาดูกันว่า Superman ได้ก้าวผ่านวิวัฒนาการในโลกวิดีโอเกมมาอย่างไรครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
เมื่อพูดถึงซูเปอร์ฮีโร่สุดอมตะผู้เป็นตัวแทนแห่งความหวังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ชื่อของบุรุษเหล็ก Superman ก็คงจะผุดขึ้นเป็นชื่อแรกๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง ตลอดระยะเวลากว่า 87 ปีนับตั้งแต่ที่ซูเปอร์ฮีโร่นี้ถูกสร้างขึ้นมาในปี 1938 บนหน้าหนังสือการ์ตูน Action Comics (DC ในปัจจุบัน) ความยิ่งใหญ่ของตัวละครนี้ก็มีแต่จะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ในชนิดที่ว่ากาลเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เราได้เห็น Superman ถูกหยิบไปดัดแปลงเป็นสื่ออื่นมาแล้วมากมาย ทั้งภาพยนตร์ ทีวีซีรี่ส์ แอนิเมชั่น นวนิยาย และแน่นอนว่าวิดีโอเกมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เพื่อต้อนรับการมาถึงของภาพยนตร์ Superman (2025) ที่กลับมาจุดประกายความหวังให้ผู้คนทั่วโลก พวกเรา GamingDose ขอพาทุกคนมาย้อนดูการเติบโตของ Superman ในโลกของวิดีโอเกมตั้งแต่สมัยแรกเริ่ม มาจนถึงยุคปัจจุบันเลย

Superman (1979) – แพลตฟอร์ม Atari 2600
การปรากฏครั้งแรกของซูเปอร์แมนในวิดีโอเกมเกิดขึ้นเมื่อ 46 ปีก่อน หน้าตาของเกมก็ถือว่ามีความดึกดำบรรพ์ตามสภาพของเทคโนโลยีในสมัยนั้นเลย เนื้อหาของเกมก็เรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน คุณจะได้รับบทเป็นซูเปอร์แมนที่ต้องยับยั้งแผนการร้ายของ Lex Luthor

สิ่งที่ผู้เล่นจะต้องทำก็มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือซ่อมสะพานกลางเมืองที่ถูกทำลายทิ้งไป สองคือจับลูกสมุนกับ Lex เข้าคุก และสุดท้ายหาตู้โทรศัพท์เพื่อเปลี่ยนชุดเป็น Clark Kent แล้วกลับไปหาหวานใจอย่าง Lois Lane ที่สำนักข่าว Daily Planet เกมเพลย์ก็ไม่มีอะไรมาก คุณแค่บินข้ามไปข้ามมาระหว่างฉากเพื่อเก็บชิ้นส่วนของสะพานและศัตรูไปวางตาม objective ต่างๆ โดยที่ระหว่างทางก็ต้องคอยระวังให้ไม่บินไปโดนดาวเทียมคริปโตไนต์ของ Lex ด้วย ถ้าเราเผลอโดนขึ้นมาเราก็จะเสียพลังไป แล้วก็ต้องไปหา Lois เพื่อฟื้นพลังกลับมา
ด้วยความที่ตัวละครของเราไม่สามารถตายได้ เกมนี้จะวัดกันแค่เรื่องความเร็วเท่านั้น เป็นการเอาชนะตัวเองไปเรื่อยๆ โดยดูว่าเราจะเล่นจบได้ไวสุดแค่ไหน ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของเกมจะดูโบราณมาก แต่การมีอยู่ของเกมนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ซูเปอร์ฮีโร่ระดับตำนานเข้ามาอยู่ในโลกวิดีโอเกมได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

Superman (1987) – แพลตฟอร์ม NES
วันเวลาผ่านไปอีกเกือบทศวรรษ ซูเปอร์แมนก็ได้เดินทางพาตัวเองเข้ามาในโลกของเครื่อง NES ได้ หลายอย่างดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะงานภาพ 8 bit ที่ทำให้รูปร่างหน้าตาของตัวละครและสภาพแวดล้อมรอบข้างดูสมจริงขึ้น
เกมเพลย์ของ Superman the Game (1987) จะเป็นแนวต่อสู้ Side-Scrolling ซึ่งเป็นรูปแบบเกมที่พบเห็นได้ทั่วไปในสมัยนั้น ตลอดการเดินทางไปข้างหน้า เราก็จะต้องคอยรับมือกับลูกสมุนของเหล่าตัวร้ายที่โผล่มาตลอดทาง แต่ความพิเศษของเกมนี้คือเราไม่ได้แค่ต่อยยังเดียว แต่เรายังสามารถใช้ Abillities อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง heat vision, x-ray vision, พลังหมุนตัว และพลังเป่าลมได้ด้วย

เนื้อหาของเกมนี้ก็ไม่ได้ฉีกจากเกมที่ผ่านมา เราจะได้รับบทเป็นซูเปอร์แมนที่ต้องออกไปจัดการกับเหล่าร้ายทั่วทุกมุมเมือง และต้องเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ที่เป็นตัวร้ายคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Lex Luthor อีกตามเคย แต่ครั้งนี้บอสไม่ได้มีแค่ Lex คนเดียวเท่านั้น แต่ยังมี Ursa, Non และนายพล Zod ด้วย
Superman (1988) – แพลตฟอร์ม Taito Arcade
หนึ่งปีต่อมา ซูเปอร์แมนก็ได้เขยิบตัวเองเข้าไปอยู่ในเกมตู้อาร์เคดอย่างเป็นทางการ หน้าตาของงานภาพในเกมก็จะมีความจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากภาพสไตล์น่ารักกุ๊กกิ๊กแบบเกมก่อน และในเมื่อมันเป็นเกมตู้อาร์เคด แน่นอนว่าเราสามารถเล่น co-op กับเพื่อนอีกคนได้ โดยตัวละครอีกตัวจะเป็น Red Superman ที่สามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกับซูเปอร์แมนปกติของผู้เล่นอีกคนเลย
เนื้อหาของเกมนี้ก็จะเป็นภารกิจกอบกู้โลกที่ซูเปอร์แมนจะได้เดินทางไปหลายที่ ตั้งแต่ Metropolis, San Francisco, Las Vegas และ Wasington D.C. แต่ความพิเศษของเกมนี้ก็คือมันมีตัวร้ายใหม่ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะเกมนี้เลย ซึ่งตัวละครที่ว่าก็คือ Emperor Zaas บอสใหญ่ประจำเกม

ในส่วนของเกมเพลย์ก็ยังคงเป็นแนว Side-Scrolling อีกเช่นเคย แต่จะผสมผสานความเป็นเกม Fighting เข้ามาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้เล่นสามารถต่อย เตะ และบินได้อย่างอิสระ สามารถหยิบสิ่งของระหว่างทางอย่างถังขยะมาเขวี้ยงใส่ศัตรูได้ ความเท่อีกอย่างคือเราสามารถปล่อยพลัง Sonic Blast เพื่อโจมตีระยะไกลด้วยการกดปุ่มต่อยค้างไว้
ด่านในเกมจะมีทั้งหมด 5 ด่านด้วยกัน โดยใน 4 ด่านแรกจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ส่วน คือการต่อสู้ภาคพื้นดินแบบปกติ, การต่อสู้บนฟ้า, และการต่อสู้ระหว่างบินที่จะมีสไตล์จคล้ายเกมเกมเครื่องบินรบ ที่เราจะใช้ heat vision ยิงลำแสงแทนการเตะต่อย ในช่วงสุดท้ายของแต่ละส่วนก็จะมีมินิบอสโผล่มาให้เราจัดการด้วยทุกครั้ง หลังจากพ้น 4 ด่านแรกไปก็จะเข้าช่วงด่านสุดท้ายที่จะเป็นการเผด็จศึกบอสใหญ่ของเกม
สำหรับใครที่อยากซื้อเกมตู้ซูเปอร์แมนนี้มาเล่นที่บ้าน ก็อาจจะมีขนหน้าแข้งร่วงเล็กน้อยเพราะราคาตู้อาร์เคดเกมนี้ที่ประกาศขายอยู่ใน eBay จะอยู่ที่ราวๆ 100,000 บาทเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจได้มากๆ เพราะเกมตู้มือสองจากยุคก่อนมันแพงมากอยู่แล้ว แถมนี่ยังเป็นเกมซูเปอร์แมนด้วย ราคาก็เลยยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก

Superman: The Man of Steel (1989) – แพลตฟอร์ม Amiga, ZX Spectrum
สำหรับเกมนี้ ซูเปอร์แมนก็อาจจะไม่ได้มีวิวัฒนาการอะไรขึ้นมาจากหลายเกมก่อนหน้ามาก เกมเพลย์ของเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน มีฉากบินต่อสู้ยิงลำแสงบนฟ้าที่ใช้ภาพเสมือน 3 มิติ (pseudo-3D), ฉากเตะต่อย Side-Scrolling ทั่วไป และฉากบินยิงลำแสงต่อสู้กับศัตรูในอวกาศ

เรื่องราวของเกมนี้ก็ไม่ได้ฉีกจากเกมก่อนๆ ไป มันยังคงเป็นเรื่องราวการกอบกู้โลกของซูเปอร์แมนเหมือนเคย แต่จุดโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคนี้ก็คือการใช้กราฟิกสไตล์หน้ากระดาษคอมมิคมาเป็นส่วนนึงของการเล่าเรื่อง คำวิจารณ์ก็จะอยู่ในระดับกลาง หลายคนชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ของการเล่าเรื่องผ่านคอมมิค แต่หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เกมการเล่นมันขัดเกลาออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ สุดท้ายมันก็กลายเป็นเกมธรรมดาเกมนึงที่ไม่ได้มีอะไรน่าจดจำนัก

Superman (1992) – แพลตฟอร์ม Genesis
เกมซูเปอร์แมนฉบับปี 1992 นี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยทีมพัฒนาระดับตำนานในสมัยนั้นอย่าง Sunsoft ซึ่งเคยฝากผลงานเกมซูเปอร์ฮีโร่ไว้ก่อนหน้าอย่าง Batman: The Video Game ที่สร้างมาตรฐานให้กับเกม licensed ในสมัยนั้นเลย ในครั้งนี้ Sunsoft ก็ได้โยกจากการทำเกมอัศวินค้างคาวมาเป็นเกมบุรุษเหล็กซูเปอร์แมนแทน และแน่นอนว่ามันก็เป็นเกมที่ดีเยี่ยมและน่าจดจำมาก
แต่ละด่านของเกมจะเปิดมาด้วยหน้าหนังสือพิมพ์ Daily Planet ที่นำเสนอข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเมือง หลังจากนั้นภาพก็จัดไปเป็นฉากที่ Clark Kent เข้าไปในตู้โทรศัพท์และเปลี่ยนชุดเป็นซูเปอร์แมนเพื่อออกไปทำภารกิจ เกมการเล่นของภาคนี้จะเป็นการสลับเล่นระหว่าง Side-Scrolling ต่อสู้แบบปกติกับการบินขึ้นลงต่อสู้ยิงลำแสงแบบเกมเครื่องบินรบ ในส่วนของการต่อสู้ปกติ ผู้เล่นจะไม่บินได้เลย แต่จะต่อย เตะ และกระโดษได้อย่างเดียว

พวกสกิลพิเศษก็จะมีให้แค่ด่านละหนึ่งสกิลเท่านั้น ซึ่งจะเอาไว้ใช้สำหรับการต่อสู้และการทำลายสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าไปในพื้นที่ถัดไป ตัวอย่างพลังก็จะมี การต่อยหนักเพื่อทำลายกำแพง หรือการหมุนตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อเจาะลงพื้นด้านล่าง
ถึงแม้เกมมันอาจจะดูดร็อปพลังของซูเปอร์แมนลงไป แต่ดีไซน์ของแต่ละด่านก็ทำออกมาสนุกมาก มีความท้าทายและใช้ไหวพริบระดับนึง ฉากของเกมก็ทำออกมาหลากหลายมาก มีทั้งสู้ในเมือง, อาคาร, รถไฟใต้ดิน, เรือสำราญ หรือแม้กระนั่งนอกโลก บอสแต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์และมีวิธีการต่อสู้ที่แตกต่างกัน โดยรวมแล้วมันเป็นเกมซูเปอร์แมนที่ดี ได้มาตรฐานเกม Sunsoft และถูกจารึกเป็นหนึ่งในเกมซูเปอร์แมนที่ดีที่สุดเกมนึงเลย

The Death and Return of Superman (1994) – แพลตฟอร์ม SNES, Genesis
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าก่อนที่ Blizzard Entertainment จะสร้างเกมระดับตำนานอย่าง Warcraft ขึ้นมา พวกเขาเคยสร้างเกมซูเปอร์แมนของตัวเองมาก่อนด้วย ซึ่งมันก็คือเกม The Death and Return of Superman นั่นเอง เรื่องราวของเกมนี้จะว่าด้วยเหตุการณ์หลังจากที่ซูเปอร์แมนสละชีวิตตัวเองในการต่อสู้กับ Doomsday แต่หลังจากการตายครั้งนี้ ผู้คนในเมืองดันพบว่ามีซูเปอร์แมนที่รูปร่างหน้าตาแตกต่างจากซูเปอร์แมนที่เขารู้จัก ออกมาทำภาจกิจแทนฮีโร่ผู้ล่วงลับ

โดยซูเปอร์แมนหน้าใหม่นี้ก็จะมีทั้ง Cyborg Superman, Eradicator, Superboy และ Steel Superman ซึ่งเหล่าฮีโร่หน้าใหม่นี้ก็คือตัวละครที่เราจะได้เล่นนั่นเอง
เกมเพลย์จะเป็นแนวต่อสู้ beat ‘em up ที่เน้นการสู้ระยะประชิดเป็นหลัก ตัวละครหลักที่เราควบคุมแต่ละตัวก็จะมีสไตล์การต่อสู้ที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างทางก็จะมีการเปลี่ยนเข้าเกมการเล่นแบบยิงๆ บนท้องฟ้าด้วย อีกหนึ่งวิวัฒนาการสำคัญของเกมซูเปอร์แมนภาคนี้ก็คือ ตัวละครเราสามารถเคลื่อนที่ในตอนลึกได้แล้ว ต่างจากภาคก่อนหน้าที่การเดินบนพื้นจะขยับตัวได้แค่ซ้ายกับขวา
Superman: The New Superman Adventures (1999) – แพลตฟอร์ม Nintendo 94
5 ปีต่อมา ซูเปอร์แมนได้มีวิดีโอเกมภาพ 3 มิติของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยเกมนี้จะเป็นเนื้อหา spin-off จากซีรี่ส์อนิเมชั่น Superman: The Animated Series แน่นอนว่าพอเป็นเกม 3 มิติเต็มรูปแบบมันก็น่าจะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้ประสบการณ์การเล่นเป็นซูเปอร์แมนมันน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นกว่าเกมที่ผ่านมา แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังกันเป็นแถวเพราะนี่คือเกมที่ออกแบบมาได้ห่วยบรมมาก หลายสำนักยกให้เป็นหนึ่งในเกมที่แย่ที่สุดตลอดกาลเท่าที่เคยได้สัมผัส คะแนนเฉลี่ยของสื่อสำนักใหญ่รวมกันอยู่ที่ 22% เท่านั้น
ทุกอย่างของเกมดูขัดข้องไปหมด แต่ส่วนที่มีปัญหาสุดก็จะเป็นเรื่องการควบคุมที่ออกแบบมาได้น่าปวดหัวมาก การขยับตัวระหว่างบินมันดูฝืดๆ และเงอะงะขั้นรุนแรง สำหรับใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ในช่วงเปิดเกมมันจะมีโมเมนต์ระดับตำนานที่ผู้เล่นจะต้องบินไปตามรูของวงแหวนที่โผล่ขึ้นมาบนฟ้า และถ้าเราพลาดวงแหวนไปเพียง 3-4 ครั้ง เกมจะโอเวอร์แล้วต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ทันที ฟังดูไม่ได้ยากอะไร

แต่ด้วยความที่เกมมันออกแบบการเคลื่อนไหวมาได้แย่มาก การเลี้ยวหักโค้งแต่ละครั้งจึงทำได้ยากเย็นแสนเข็นเหนือจินตนาการ ราวกับคนไม่สนิทกับร่างกายตัวเอง อีกทั้งมันยังมีการนับเวลาถ้อยหลังด้วย ทุกอย่างที่ว่ามานี้ทำให้หลายคนแทบจะปาจอยทิ้งตั้งแต่เล่นได้ 10 นาทีแรก
ในส่วนของการต่อสู้ก็ถือว่าแย่ไม่แพ้กัน ทุกอย่างมันดูติดๆ ขัดๆ ไม่ลื่นไหลไปหมด
ถ้าให้พูดแบบสรุปรวบรัด นี่คือเกมที่แทบไม่ได้ผ่านการขัดเกลาอะไรมาเลย มันไม่ใช่แค่แย่ในฐานะเกมซูเปอร์แมน แต่มันแย่ในฐานะวิดีโอเกมๆ นึง สำหรับใครที่อยากรู้ว่าเกมมันพังขนาดไหนก็สามารถไปหาคลิปดูใน Youtube เอาได้
Superman: The Man of Steel (2002) – แพลตฟอร์ม Xbox
วิดีโอเกมนี้จะอ้างอิงจากเหตุการณ์ในคอมมิค Superman: Y2K และลงแบบ exclusive ให้กับเครื่อง Xbox เท่านั้น ถึงแม้ตัวเกมจะดูดีขึ้นมาจาก Superman ของเครื่อง Nintendo 94 แต่เรื่องระบบการควบคุมที่ไม่ลื่นไหลก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของเกมภาคนี้อยู่

บวกกับภารกิจในเกมที่ค่อนข้างซ้ำซากจำเจ แต่ถึงอย่างนั้น ตัวละครของเราก็สามารถใช้พลังที่ซูเปอร์แมนควรจะมีได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น heat vision, X-ray vision และ Freeze Breath
สำหรับเกมในปี 2002 มันก็ไม่ได้เป็นเกมที่แย่ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็หยิบมาเล่นชิวๆ ได้ แต่นอกเหนือจากนั้น มันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำเท่าไหร่นัก

Superman: Shadow of Apokolips (2003) – แพลตฟอร์ม PlayStation2, Gamecube
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับเกม 3 มิติของซูเปอร์แมนมาหลายปี ในที่สุดก็มีเกมซูเปอร์แมนที่ดูจะเข้าท่าโผล่มา เนื้อหาของเกมนี้จะว่าด้วยเรื่องราวที่ซูเปอร์แมนได้ค้นพบว่า ต้นตอของหายนะที่เกิดขึ้นไปทั่วเมือง Metropolis ระยะหลัง คือหุ่นยนตร์ Interbots ที่มีอาวุธทรงพลังถึงขั้นที่สามารถฆ่าซูเปอร์แมนตายได้ ซึ่งในภายหลังเราก็จะได้รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเหล่า Interbots พวกนี้ก็คือ Lex Luthor คนดีคนเดิมนั่นเอง

หน้าตาของธีมและตัวละครในเกมจะยึดแบบมาจากซีรี่ส์อนิเมชั่น Superman: The Animated Series เลย แถมตัวละครหลายตัวก็ยังได้นักพากย์จากซีรี่ส์มารับบทเดิมด้วย ทั้ง Tim Daly ที่ให้เสียงเป็น Clark Kent และ Superman, Dana Delaney ที่ให้เสียงเป็น Lois Lane และ Clancy Brown ที่ให้เสียงเป็น Lex Luthor
เกมเพลย์ของเกมนี้ก็ถูกขัดเกลามาอย่างดีมากเมื่อเทียบกับสองเกมก่อนหน้า การเคลื่อนไหวสมูธ ระบบต่อสู้สนุกเร้าใจ สามารถใช้พลังต่างๆ ได้ตามใจ และที่สำคัญ เราเหาะเหินเดินอากาศได้คล่องตัวมาก มองย้อนไปด้วยสายตาของเราในตอนนี้ เราอาจจะคิดว่าเกมนี้มันก็ไม่ได้ดูว้าวอะไร แต่ในสมัยนั้นมันก็ถือเป็นเกมซูเปอร์แมนที่หวือหวามากเพราะนี่คือครั้งแรกเลยที่เราสามารถเล่นเป็นซูเปอร์แมนอย่างที่ควรจะได้เล่นจริงๆ
Superman Returns (2006) – แพลตฟอร์ม PlayStation2, Xbox 360, Nintendo DS
เชื่อว่าใครที่เป็นวัยรุ่นยุค 2000s ก็คงจะเคยได้สัมผัสเกมซูเปอร์แมนนี้ไปบ้าง ความน่าเศร้าของ Superman Returns ก็คือ มันเป็นวิดีโอเกมสุดท้ายที่มีชื่อซูเปอร์แมนอยู่ในไตเติ้ลหลักของเกม โดยเรืองราวในเกมจะอ้างอิงจากหนังในชื่อเดียวกันที่แสดงนำโดย Brandon Routh แต่ถึงแม้มันจะเป็น “เกมที่อ้างอิงจากหนัง” มันก็จะคล้ายๆ กับเกมจากหนังหลายอันในสมัยนั้นที่มักจะแต่งเติมเรื่องราวเข้าไปเยอะจนแทบดูไม่ออกเลยว่ามันอ้างอิงมาจากหนังต้นทาง
สิ่งที่น่าชื่นชมเกี่ยวกับเกมนี้คือมันน่าจะเป็นเกมซูเปอร์แมนที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ถึงแม้มันจะมีแผลใหญ่อยู่ที่ปริมาณคอนเทนต์ที่แทบจะไม่มีอะไรให้ทำ แต่ในส่วนของความแอคชั่นที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์และความอิสระในการโบยบินที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยมกว่าภาคไหนๆ มันก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะทำให้แฟนซูเปอร์แมนหลายคนแฮปปี้ การเตะต่อยของเกมนี้ทำออกมาดูรุนแรงและสะใจมาก ที่สำคัญคือตอนบินอยู่บนฟ้า เราจะสามารถกดบูสต์เพื่อบินพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงได้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ฟินสุดๆ

เกมนี้มันได้ต้นแบบที่สำคัญสำหรับการทำเกมซูเปอร์แมนที่ดีไว้เยอะมาก เป็นจังหวะที่เริ่มจะจับจุดได้แล้วว่าจะทำเกมซูเปอร์แมนออกมายังไงให้เวิร์ค แต่น่าเสียดายมากที่เราไม่ได้เห็นการสานต่อใดๆ จาก Superman Returns อีกเลยเพราะนี่คือเกมล่าสุดที่ใช้ชื่อซูเปอร์แมน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว เราก็ได้แต่หวังว่าซักวันนึงเราจะได้เห็นเกมหลักของซูเปอร์แมนกลับมาเฉิดฉายอีก

Mortal Kombat vs. DC Universe (2008) – แพลตฟอร์ม PlayStation3, Xbox 360
ถึงแม้เราจะไม่ได้เห็นซูเปอร์แมนในเกมหลักแล้ว แต่ซูเปอร์แมนก็ไม่เคยหายไปจากโลกวิดีโอเกมเลยเพราะเขาได้โผล่ไปจอยกับเกมนั้นเกมนี้อยู่ตลอด เรื่องราวในเกมนี้จะเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ทำให้จักรวาลสองใบมาชนกัน ซึ่งก็คือโลกของ Mortal Kombat กับโลกของซูเปอร์ฮีโร่ DC นั่นเอง แน่นอนว่าหนึ่งในตัวละครของ DC ที่มาโผล่มาก็คือ Superman บุรุษเหล็กที่เราคุ้นเคย

Lego Batman 2: DC Superheroes (2012) – แพลตฟอร์ม PC, PlayStation3, Xbox 360, Nintendo 3DS, Nintendo DS, Wii, Wii U, iOS, Android
จริงๆ ซูเปอร์แมนถูกพูดถึงตั้งแต่ใน Lego Batman ภาคแรกแล้ว แต่เกมนี้คือครั้งแรกที่ซูเปอร์แมนโผล่เข้ามามีบทบาทในเรื่อง และเป็นหนึ่งในตัวละครที่เราสามารถเล่นได้ ที่สำคัญคือเขายังมีบทบาทสำคัญกับเรื่องราวในภาคนี้ด้วย ความบันเทิงของเกมเลโก้ภาคนี้ก็คือ มันเป็นเกม Open-World ที่จะมีพื้นที่ที่เราสามารถไปทำโน่นทำนี่ได้อย่างอิสระ และตัวละครบุรุษเหล็กของเราก็สามารบินร่อนไปมาในเมืองได้ด้วย ถือว่าเป็นการแก้ขัดระหว่างรอเกมหลักซูเปอร์แมนภาคได้ดี ใครที่เคยเป็นแฟนเกมเลโก้ตัวยงก็น่าจะเคยผ่านเกมนี้มาหมด

Injustice: Gods Among Us (2013) – แพลตฟอร์ม PC, PlayStation3, PlayStation 4, Xbox 360, iOS, Android
วิดีโอเกมต่อสู้ของจักรวาล DC ที่เขียนเนื้อเรื่องออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้มีเกมภาคต่อและคอมมิคในชื่อเดียวกันตามมา เรื่องราวของเกมนี้จะเซ็ตอยู่ในจักรวาลคู่ขนานที่ซูเปอร์แมนถูกโจ๊กเกอร์หลอกให้พลั้งมือฆ่า Lois Lane และลูกในท้องไป ซูเปอร์แมนที่ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ลงมือฆ่าโจ๊กเกอร์ไปด้วยความโกรธแค้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา บุรุษเหล็กก็เริ่มจะสูญเสียคุณธรรมในตัวเองไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นผู้นำเผด็จการที่วางตัวเองเป็นเทพเจ้า โดยตัวละครที่เราจะได้เล่นก็จะเป็นเหล่าฮีโร่ดีๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ พร้อมกับฮีโร่จากจักรวาลอื่นที่ได้หลุดเข้ามาในจักรวาลนี้โดยบังเอิญ

MultiVersus (2024) – แพลตฟอร์ม PC, PlayStation4, PlayStation5, Xbox One, Xbox Series X/S
เกมต่อสู้รวมจักรวาลของตัวละครจาก Warner Bros. เป็นหนึ่งในเกมที่ซูเปอร์แมนไปโผล่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ มีแฟรนไชส์ชื่อดังมากมายในเกมนี้ไม่ว่าจะเป็น DC Universe, Looney Tunes, Game of Thrones และ Cartoon Networks ที่สำคัญคือมีตัวละครให้เลือกเล่นกว่า 35 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีซูเปอร์แมนของเราด้วย รูปแบบเกมการเล่นก็จะคล้ายกับเกมตระกูล Super Smash ของทาง Nintendo
ถึงแม้ตัวเกมจะปิดตัวลงไปแล้วเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่โมเมนต์ตำนานที่เราได้เห็นตัวละครจากหลายจักรวาลมาต่อสู้กันก็จะคงเป็นภาพที่แฟนเกมหลายคนจดจำไปอีกนาน

Suicide Squad: Kill the Justice League (2024) – แพลตฟอร์ม PC, PlayStation5, Xbox Series X/S
ครั้งนี้ซูเปอร์แมนไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในฐานะตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่เราจะได้เล่น แต่เขาเป็นตัวร้ายที่ผู้เล่นจะต้องปราบ สาเหตุที่เขากลายเป็นตัวร้ายก็เพราะว่าซูเปอร์แมน รวมไปถึงฮีโร่คนอื่นๆ ได้ถูกวายร้ายต่างดาวอย่าง Braniac เล่นงานจนถูกครอบงำสมองเข้า ความหวังเดียวของโลกจึงตกไปอยู่ในมือของแก๊งวายร้าย Suicide Squad ที่ต้องออกมาต่อกรกับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่ถูกล้างสมองไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีซูเปอร์แมนที่จะกลายมาเป็นบอสในเกมด้วย
Fortnite (2025) – แพลตฟอร์ม PC, PlayStation4, PlayStation5, Xbox One, Xbox Series X/S, Nintendo Switch, Nintendo Switch 2
ตัดภาพมาในปี 2025 นี้ เราก็ได้เห็นเกม Fortnite ทำอีเวนต์ใหญ่จับมือคอลแลบกับภาพยนตร์ Superman ฉบับ James Gunn ที่กำลังเข้าฉายด้วย มีการหยิบเอาตัวละครหลักของหนังมาเป็นสกิน ที่สำคัญคือมีไอเท็มพิเศษในเกมที่ปลดล็อคพลังซูเปอร์แมนให้ตัวละครผู้เล่นด้วย โดยเราจะสามารถใช้หมัดต่อยคนกระเด็นได้ ปล่อยลำแสงเลเซอร์จากดวงตา และเหาะเกินเดินอากาศได้อย่างอิสระแบบที่ซูเปอร์แมนทำได้เลย ซึ่ง Fortnite ถือเป็นเกมล่าสุดในตอนนี้ที่ได้หยิบบุรุษเหล็กเข้ามาอยู่ในโลกวิดีโอเกม
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา Superman อาจไม่ได้มีเกมที่ประสบความสำเร็จทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยหายไปจากโลกวิดีโอเกมเลย และทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว เราก็ได้เห็นความพยายามครั้งใหม่ในการตีความฮีโร่ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังเสมอ
เรากำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ของ Superman ทั้งในภาพยนตร์และอาจจะในโลกวิดีโอเกมอีกครั้ง
และไม่แน่ว่า การกลับมาครั้งต่อไปของบุรุษเหล็ก อาจกลายเป็นเกม Superman ที่เรารอคอยมาทั้งชีวิตก็ได้























