Review : The Outer Worlds การเดินทางแห่งจักรวาลที่คุณเป็นผู้เลือกเอง


Obsidian Entertainment กลับมาอีกครั้งกับผลงานใหม่แกะกล่อง และพวกเขายังคงสร้างแนวเกมที่พวกเขาถนัด นั่นคือเกม Action RPG แบบโลกเปิด แต่มันยังมาพร้อมกับไดอะล็อกการสนทนาที่น่าสนใจ การสร้างทางเลือกในการเล่นอันหลากหลาย ประหนึ่งว่ามันคอการผจญภัยของเรา ไม่มีการดำเนินเรื่องที่ตายตัว ทุกอย่าง อยู่ที่ผู้เล่นเลือกเอง แต่มันจะสุดยอดเท่าที่ Fallout : New Vegas ผลงานขึ้นหิ้งของค่ายนี้ทำไว้ได้หรือไม่ วันนี้ขอเชิญทุกท่านพบกับ The Outer Worlds

Story

เมื่อเราเป็นเพียงเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของจักรวาล และเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดาที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ เหล่าผู้มีอำนาจคือเหล่าบริษัทต่าง ๆ กลายเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในการคอยดูแลเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ตัวเราจะรับบทเป็นหนึ่งในผู้โดยสารของยาน Colony ที่หายสาบสูญไปในอวกาศและหลับลึกอยู่นานกว่า 70 ปี เมื่อคุณถูกปลุกขึ้นมาโลกและจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้จึงกลายเป็นสิ่งแปลกตาและต้องทำความเข้าใจกับมันใหม่ และต่อจากนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นการผจญภัย “ของเรา” อย่างแท้จริง

ทุกอย่างมันจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ที่คุณเริ่มเกม เราบอกคุณได้เพียงเนื้อเรื่องโดยรวมตามที่กล่าวไปด้านบน แต่นับตั้งแต่เริ่มเกม คุณก็จะเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่องของเกมโดยทันที คุณสามารถเลือกที่จะคุยกับ NPC ในตอนแรก เพื่อดำเนินเรื่องราวอีกแบบหนึ่ง หรือฆ่าเขาทิ้งเพื่อทำให้เกิดเรื่องราวอีกแบบหนึ่งก็ย่อมได้ และมันจะเป็นอย่างนี้แทบจะทุกพื้นที่ ทุกภารกิจในเกม ทุกอย่างคุณกำหนดเองได้ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เราจะบอกเพิ่มได้ก็คือ ตัวเกมยังสอดแทรกมุกตลกเข้ามาเป็นระยะ และตัวเกมโดยรวมแล้ว จะไม่ตึงเครียดเท่ากับ Fallout New Vegas แต่รับรองว่าคุณนั่นแหละที่จะเป็นผู้กำหนดเส้นทางของตัวเองภายในเกมนี้

Presentation

โลกภายในเกมนี้อยู่ในยุคอนาคตที่มีจักรวาลเป็นฉากหลัง และมีดาวแต่ละดวงให้ผู้เล่นเดินทางไปมา และภายในดาวแต่ละดวงนั้นก็ญังมีเมืองเล็ก เมืองใหญ่ที่คอยให้เราเดินทางไปเยี่ยมเยียน บรรยากาศของเกมนี้จะเต็มไปด้วยความหลากหลาย บางพื้นที่เป็นเมืองที่ดูทันสมัย มีสีสัน แต่ในขณะที่บางพื้นที่ก็แห้งแล้ง และเต็มไปด้วยฝูงมอนสเตอร์

และใครที่คิดจะเล่นเกมนี้เพราะหวังว่ามันจะเป็นเกมแอ็คชั่นทั่วไปก็คงต้องคิดกันเสียใหม่ เพราะ The Outer Worlds นั้นมีบทสนทนาอันหลากหลาย และมีคำตอบให้ผู้เล่นเลือกตอบหลายหัวข้อ ทำให้การเล่นเกมแบบกด Skip เข้าว่า หรือกดตอบมั่ว ๆ ดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะเราอาจจะขาดตกรายละเอียดสำคัญในการเล่นเกม หรือในภารกิจนั้น ๆ ไปโดยปริยาย

นอกจากนั้นตัวเกมก็มีความเป็น RPG ผสมกับ Sandbox สูงมาก ตัวละครของคุณจำเป็นจะต้องหาไอเทมมาสวมใส่หรือเลือกอัพสกิลที่เหมาะสมไปแต่ละสายการเล่น ซึ่งก็เหมือนกับเนื้อเรื่อง มันไม่มีผิดถูกใด ๆ ทุกอย่างคุณกำหนดเองได้ทั้งหมด เกมนี้เหมือนนำเสนอให้คุณรับบทเป็นตัวเอกอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่มจริง ๆ

แน่นอนว่าการนำเสนอแบบนี้นั้นมีความลุ่มลึกแฝงอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้เล่นจำเป็นต้องมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างสูงมากในการเล่นเกมนี้ เพราะในการสนทนาแต่ละครั้งนั้น มีบ่อยครั้งที่เรามีตัวเลือกมากกว่า 3-5 ข้อเป็นอย่างน้อย ซึ่งถือว่าเยอะมาก ๆ และในบางหัวข้อก็จะเป็นการสนทนาที่ยาวเหยียดชนิดที่ว่าขนาดกด Skip ยังเมื่อยมือ แต่ถ้าจะกดข้ามโดยไม่อ่านอะไรเลย ผู้เล่นก็อาจจะไม่สนุก หรือไม่รู้เรื่องเลยก็เป็นได้

ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้เล่นก็เลือกได้อีกแหละว่าจะเล่นแบบบู๊ล้างผลาญ ฆ่าไม่เลือกหน้า หรือจะเล่นแบบสายสันติสุขรักสงบ เพราะสำหรับเกมนี้แล้ว ถ้าคุณเลือกตอบคำถาม เลือกชอยส์ดี ๆ ภารกิจก็อาจจะจบลงแบบไร้การสูญเสีย ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ไม่มีใครตายเลยสักคนก็ทำได้เช่นกัน แต่การจะทำเช่นนั้นได้คุณก็ต้องอ่านสคริปท์ของเกมที่เยอะพอสมควร และถ้าคุณไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย ก็อาจจะเลือกตอบผิด ๆ และส่งผลไปสู่ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราต้องการ

หรือถ้าใครคิดจะเล่นเอามันส์ ฆ่ามันทุกคนที่ขวางหน้า ก็ทำได้ ถ้าคุณไม่สนใจว่าสิ่งที่เกมนี้จะนำเสนอจริง ๆ มันคืออะไร ก็ตามนั้นเลย

Gameplay

มาถึงส่วนที่น่าจะต้องยาวที่สุดในบทความรีวิวตัวนี้กันแล้ว ก่อนอื่นถ้าอยากจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ เราคงหนีไม่พ้นที่จะต้องนำมันไปเปรียบเทียบกับเกมเก่าในเครืออย่าง Fallout New Vegas เพียงแต่ว่าในเกมนี้เราจะเข้าถึงมันได้ง่ายกว่ามาก และทุกอย่างดูเป็นระบบระเบียบ ผู้เล่นมือใหม่สามารถเข้าใจมันได้ไม่ยาก

ตัวละครของเราจะมีความสามารถตามที่เรากำหนด คุณสามารถออกแบบตัวละครของคุณได้เลยว่าอยากจะให้เชี่ยวชาญหรือเก่งด้านไหน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธระยะใกล้ , ระยะไกล , ความสามารถในการป้องกันตนเอง , ความสามารถในการสนทนา หรือกระทั่งความสามารถในการลอบเร้น และการเป็นผู้นำ ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ตัวละครคุณเก่งในด้านไหน ในการโจมตีศัตรู หรือทำภารกิจแต่ละอย่าง ผู้เล่นจะได้ค่า EXP ที่นำมาอัพเลเวลของตัวละครเรา และจะได้ค่าแต้ม Skills Point มาบริหารการใช้งานกันอีกที

ในค่าสเตตัสหลักจะแบ่งเป็นค่าสเตตัสย่อยลงไปอีก เช่นถ้าผู้เล่นอัพสกิลสาย Dialog ผู้เล่นจะได้รับค่าสถานะแฝงที่จะทำให้เรามีความสามารถเพิ่มขึ้น เช่น ทำให้ศัตรูกลัว หรือโน้มน้าวใจคนได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้เล่นสามารถออกแบบสกิลที่ตัวละครเราจะมีได้มากมายหลายแบบ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ตัวเกมได้มอบความอิสระให้กับเรา

นอกจากค่าสกิลหลัก เกมนี้ยังมี Perks ติดตัวละคร ที่จะส่งผลให้เกมการเล่นเราง่ายขึ้น เช่นพลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้น แบกน้ำหนักของได้เยอะขึ้น อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์การเล่นของเราเช่นกัน ว่าอยากจะให้ตัวละครเรามีความสามารถพิเศษอะไรติดตัวขึ้นมา

ในการเข้าไปหาพันธมิตรหรือบุคคลต่าง ๆ ทำให้มีอีกระบบนึงตามมา ซึ่งระบบนี้จะคล้ายกับ Fallout New Vegas นั่นคือระบบ Reputation หรือค่าชื่อเสียง ถ้าหากเราทำดีกับฝ่ายนั้น ๆ ค่าชื่อเสียงเราก็จะดีขึ้น หรือถ้าหากทำแย่ ก็จะได้รับชื่อเสียงไม่ดีติดตัว และมันจะส่งผลกระทบกับการเดินทางไปยังดินแดน หรือเมืองที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งอยู่ เช่นอาจโดนโจมตี หรือรุมยิงทิ้งก็เป็นไปได้เช่นกัน

ในส่วนของระบบการต่อสู้ ในเกมนี้เราจะมีทั้งอาวุธระยะประชิด และอาวุธระยะไกล ซึ่งอาวุธแต่ละชิ้นนั้นก็จะมีค่าสเตตัสบอกไว้ชนิดละเอียดจัด ๆ เลยทีเดียว เช่นถ้าเป็นปืน มันก็จะบอกเลยว่าเป็นอาวุธประเภทอะไร ใช้กระสุนประเภทไหน ทำดาเมจเท่าไร เสียงดังไปไกลกี่เมตร มีเอฟเฟคท์อะไรบ้าง เรียกได้ว่าละเอียดทุกรูขุมขน และถ้าจะนำไปทดสอบเพื่อวัดผลว่ามันจริงหรือไม่ บางค่าก็อาจจะทดสอบยากไปเสียหน่อย (เช่นระยะส่งเสียงของอาวุธ)

และอาวุธทุกชิ้นของเรานั้นสามารถอัพเกรดได้โดยตู้อัพเกรด โดยวัตถุดิบที่เราจะใช้อัพเกรดก็สามารถหาได้จากการเก็บอาวุธศัตรู หรืออาวุธที่เราไม่ได้ใช้ นำมาย่อยทิ้งเพื่อเป็นวัตถุดิบในการอัพเกรดด้วย ในการอัพเกรดก็จะทำให้อาวุธของเราทรงประสิทธิภาพมากขึ้น ตีแรงขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น และบางครั้งอาวุธที่เราใช้ก็ยังมีเสียหายกันได้ ต้องคอยตรวจตราและซ่อมแซมอาวุธอยู่เสมอ และในส่วนของชุดเกราะป้องกันก็เช่นกัน

มาในส่วนระบบสำคัญอย่างระบบ Slow-Down ที่ทำหน้าที่คล้ายกับระบบ V.A.T.S ใน Fallout กันบ้าง สำหรับระบบนี้จะทำงานง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่ม Q และจะใช้หลอดพลังงานสีม่วงใต้พลังชีวิตในการกดใช้งาน ซึ่งเมื่อกดใช้ ทุกอย่างภายในเกมจะถูกชะลอเวลาให้ช้าลง และเมื่อเราเล็งศัตรู หรืออะไรก็ตาม มันจะแสดงค่าสถานะของศัตรู ไม่ว่าจะเป็นระดับเลเวล พลังชีวิต เกราะ หรือแม้กระทั่งข้อมูลพื้นฐานของคนคนนั้นให้เรารับทราบด้วย

ในส่วนของศัตรูในโลกของเกมนี้ก็มีตั้งแต่ศัตรูที่เป็นมนุษย์ไปจนถึงเหล่ามอนสเตอร์อสูรกายสุดโหดร้าย แต่มันจะอยู่ในพื้นที่ของมัน ถ้าเราไม่วิ่งเข้าไปยังเขตพื้นที่ของมัน เราก็จะไม่โดนมันโจมตี หรือทำร้ายใส่ แต่กลับกัน ถ้าคุณเก๋าพอก็สามารถต่อสู้กับมันได้ แต่คุณจะได้ไอเทมหรือรางวัลที่คุ้มค่ากับการห้าวข้ามเลเวลหรือเปล่า อันนั้นก็ต้องลองไปวัดใจกันดู และศัตรูก็จะมีระดับของมัน ถ้าอาวุธหรือไอเทมเราไม่เจ๋งพอ (หรือตีผิดธาตุ ผิดจุด) ก็จะโดนลดทอนดาเมจลงด้วย แน่นอนว่านี่ก็คือองค์ประกอบของความเป็นเกม RPG

สรุปว่า Gameplay ของ The Outer Worlds นั้นเน้นไปที่ Action RPG ผสมเข้ากับความเป็นเกมโลกเปิดอย่างเต็มที่ ในนาทีนี้ ถ้าใครคิดถึง Fallout New Vegas ก็คงไม่มีเกมไหนตอบโจทย์ได้ดีเท่าเกมนี้อีกแล้ว

Performance

สิ่งที่ต้องชมก่อนเลยคือกราฟิกของตัวเกมที่สวยงาม และให้บรรยากาศการเป็นโลกอวกาศยุคอนาคตเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนว่ากราฟิกที่สวยงามย่อมแลกมากับการกินทรัพยากรเครื่องในระดับนึง สำหรับเครื่องของผู้เขียนที่ใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอย่าง GTX 970 นั้น สามารถเล่นได้ลื่น ๆ ที่การปรับกราฟิกระดับ High ผสมกับ Very High แบบสบาย ๆ

น่าเสียดายที่การปรับแต่งกราฟิกนั้น ไม่มีการแสดงผลการปรับแต่งให้เราดู ทั้ง ๆ ที่มันเว้นหน้าจอสีดำเอาไว้ซะใหญ่ราวกับว่ามันจะมีตัวอย่างการปรับแต่งให้เราได้เห็น แต่ก็ถือว่าหยวน ๆ กันไปได้ นอกจากนั้นการปรับแต่งทั้งเสียง ปุ่มควบคุม และ UI ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ

ในส่วนของการเล่นจริงนั้น หากปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล และยังไม่พบปัญหาเกมเด้ง ค้าง หรือเจอบัคที่ร้ายแรงอะไร และสำหรับเกมแนวสร้างทางเลือกแบบนี้ ระบบของเกมจึงออกแบบมาให้เราเซฟแยกช่องได้ รวมไปถึงเซฟได้หลายเซฟ ให้เราได้ทดลองทำอะไรแปลก ๆ เช่นการไล่ฆ่า NPC การเลือกตอบชอยส์บางข้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าทำออกมาแล้วไม่เวิร์คค่อยไปโหลดเซฟเก่ามาเล่นต่อแทน

The Outer Worlds อาจจะไม่ได้ดีเทียบเท่าผลงานเก่าของค่ายอย่าง New Vegas แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเกม Action RPG ที่เต็มไปด้วยเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ และคุณยังเป็นคนกำหนดเส้นเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง เกมนี้แหละเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณในตอนนี้แล้ว