หนึ่งในเรื่องที่นักพัฒนาเกมยุคใหม่ต้องเจอนอกเหนือไปจากความเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างก็คือ ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองไม่มีตัวตน และต้องทรมานกับการทำงานอย่างหนัก
I quit my “dream” job at Ubisoft to make a solo game. A year after release, it didn’t go viral, but it sold 26,000 copies and still pays my rent.
by
u/DarennKeller in
IndieGaming
Darenn Keller อดีตนักพัฒนาเกมของทาง Ubisoft ที่เคยมีส่วนร่วมกับเกม Assassin’s Creed Valhalla และ Mirage ได้ออกมาระบายถึงความลำบากที่เขาได้เจอในการทำงานบน Reddit ที่ตอนนี้เขาลาออกจากบริษัทมาเป็นนักพัฒนาเกมอิสระที่สร้างเกมเล็ก ๆ ในชื่อ Dawnfolk ที่ได้รับคำชมจากผู้เล่นไม่น้อย แม้ว่ายอดขายของเกมจะไม่ได้สูงมากนักก็ตาม
“มันไม่ได้ดังอะไรมากนัก แต่เงินที่ได้ก็เพียงพอให้ผมจ่ายค่าเช่าบ้านได้” Keller กล่าว ก่อนที่จะเล่าถึงความลำบากในการทำงานกับทาง Ubisoft ที่หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงที่ต้องทำงานแบบ Work From Home ที่ทำให้การทำงานมีความลำบากและหนักหน่วงยิ่งขึ้นกว่าตอนทำงานในออฟฟิศ ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่พอใจกับการทำงานที่มีข้อจำกัดมากมายทั้งจากความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงการตัดสินใจของผู้กำกับฝ่ายต่าง ๆ ที่บางทีก็ไร้เหตุผลจนน่าหงุดหงิดมาก

Keller กล่าวอีกว่า ในฐานะทีมงานของ Ubisoft ในตอนนั้น เขาแทบไม่มีอิทธิพลใด ๆ เลย เป็นเหมือนกับฟันเฟืองตัวหนึ่งในทีมที่แค่ทำงานเล็ก ๆ ของเกมขนาดใหญ่ที่มีทีมงานกว่าร้อยคน ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญหรือจัดการอะไรได้ ซึ่งวันหนึ่ง ๆ ของเขาหมดไปกับการจัดการกับสิ่งที่ไม่สำคัญตลอดเวลา และยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อเขาไม่ได้เจอใครเลยในช่วงที่มีโรคระบาดอยู่
การออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ก็อดีตทีมพัฒนาเกมขนาดใหญ่อาจกำลังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการพัฒนาเกมที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เช่นการคาดหวังเกี่ยวกับทีมพัฒนาที่มีขนาดเล็กลงและใช้ทุนน้อยลง แล้วมุ่งเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ลดงานที่ไม่มีความสำคัญให้น้อยลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่การพัฒนาเกมแบบ AAA นั้นมีทุนการสร้างขั้นต่ำที่ถึบตัวสูงขึ้นไปถึง 300 ล้านเหรียญแล้วนั่นเอง












