สารบัญ / Contents
Two Point Museum ถือเป็นเกมบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์สายฮาที่ได้รับความนิยมและเสียงตอบรับอย่างล้นหลามมาก จนล่าสุดตัวเกมก็ได้ปล่อย DLC ตัวที่ 3 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย DLC นี้จะมีชื่อว่า Arty-Facts หรือในชื่อไทยก็คือ “ศิลเปราะวัตถุ” นั่นเอง
บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านมาดูว่า ทำไม Two Point Museum: Arty-Facts ถึงเป็น DLC ที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับภาพรวมของ DLC นี้กันก่อนดีกว่า
Two Point Museum Arty-Facts เกี่ยวกับอะไร?
หลังจากที่ DLC ก่อนหน้านี้ผู้เล่นได้เจอกับโลกแฟนตาซีและสิงสาราสัตว์ คราวนี้ตัวเกมพาเรามาดูโลก “ศิลปะ” ในพิพิธภัณฑ์ประจำท่าเรืออันดี้แทน ซึ่งผู้เล่นอย่างเราก็จะต้องเฟ้นหาผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์มาโชว์ให้ผู้เข้าชมต้องว้าวซ่ากันถ้วนหน้า
โดยตัวเกมจะมีการเพิ่มของตกแต่งใหม่ ๆ ที่จะพาเรากลับไปสู่ยุคที่รุ่งเรืองของศิลปะ แต่ยังคงมีความติดฮาล้อเลียนเหมือนเดิม ที่สำคัญคือตัวเกมก็ยังมีการนำเอาผลงานศิลปะชื่อดังต่าง ๆ มาพลิกแพลงเล่นคำให้เรารู้สึกว่า “เอ๊ะ ทำไมอันนี้มันดูคุ้นตาจัง?” ตามสไตล์ของแฟรนไชส์เกม Two Point
ดูดวิญญาณเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือชิวขึ้นและเบาสมองขึ้น

จากที่ได้ลองเล่นมา ผู้เขียนรู้สึกว่ามันยังเป็นเกมที่เล่นง่ายและชิวกว่าเกมหลักและ DLC ก่อนหน้านี้อยู่พอสมคว ถ้าเป็นพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ก่อนหน้า ตัวเกมมักจะให้เราส่งผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านเพื่อออกค้นหาโบราณวัตถุใหม่ ๆ
เช่น คนนี้เก่งเรื่องสัตว์ใต้น้ำต้องไปกับอีกคนที่เก่งเรื่องของโลกยุคเก่า ก็เลยทำให้ผู้เล่นอย่างเราต้องปั้นเลเวลผู้เชี่ยวชาญให้มีทักษะที่เพียงพอต่อการผ่านอุปสรรคนั้น ๆ ตอนออกสำรวจเลยอาจจะทำให้เราต้องใช้เวลาสักหน่อย

แต่ในส่วนเสริม Arty-Facts มันไม่มีอะไรให้เราทำแบบนั้นเลย เราแค่หาผู้เชี่ยวชาญที่เก่งแค่ศิลปะแล้วค่อยมาปั้นเพิ่มเสริมทักษะให้เก่งรอบด้านเพื่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ก็เพียงพอแล้ว
จากการออกสำรวจสถานที่ สู่การสำรวจจิตใจของตัวเอง

เอกลักษณ์อีกจุดของเกมแฟรนไชส์นี้คือการส่งผู้เชี่ยวชาญออกไปค้นหาของจัดแสดงใหม่ ๆ แต่ใน DLC นี้เราสามารถสร้างสรรค์ของจัดแสดงขึ้นมาได้เองตามชื่อของ DLC “ศิลเปรอะวัตถุ” เลย
นั่นก็คือเราสามารถให้ตัวผู้เชี่ยวชาญศิลปะวาดภาพขึ้นมาเพื่อนำไปจัดแสดง โดยสามารถปรับค่าการสร้างสรรค์ผลงานและประเภทของผลงานได้อีกด้วย มีตั้งแต่ระดับผิวเผิน ปานกลาง และลึกซึ้ง ซึ่งในแต่ละตัวเลือกก็จะทำให้เราได้รับผลงานตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงสมบูรณ์แบบ แถมในแต่ละภาพวาดเราสามารถเลือกการสื่ออารมณ์กับผู้ชมภาพได้ เช่น ภาพนี้อยากให้คนดูรู้สึกดีใจหรือเศร้าใจก็ได้

นอกจากงานภาพวาดก็ยังมีผลงานประติมากรรมหรืองานปั้นในรูปทรงต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยทักษะเสริมของผู้เชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมทั้งผู้เล่นยังต้องออกหาวัสดุที่จะใช้ในการปั้น ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวหรือแร่ทองแดง ซึ่งบอกตามตรงว่าลูกเล่นเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ส่วนเสริม Arty-Facts มันดูมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเกมหลักและ DLC ที่ผ่านมาชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีระบบสร้างผลงานได้เองเพิ่มเข้ามา แต่ในเกมก็ยังคงมีระบบที่ส่งผู้เชี่ยวชาญออกไปสำรวจเฟ้นหาผลงานศิลปะมาจัดแสดงอยู่ ซึ่งสถานที่ต่าง ๆ ที่เราส่งคนไปก็จะมีการสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะในแง่ต่าง ๆ โดยผลงานที่เรานำกลับมานั้นก็จะมีหน้าตา “คล้ายคลึง” กับผลงานศิลปะในประวัติศาสตร์จริง ๆ ด้วย เพิ่มเติมคือใส่ความตลกตามสไตล์ Two Point เข้าไป มีผลงานหลายชิ้นเลยที่แค่อ่านชื่อก็ทำเราขำออกเสียงเลย
ยิ่งงานศิลปะทำให้คน “อิน” ได้มาก เราก็จะยิ่งสร้างรายได้สูง

อย่างที่เรากล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า ผลงานศิลปะต่าง ๆ สามารถทำให้อารมณ์ของผู้เข้าชมเปลี่ยนไปได้ บางผลงานอาจสร้างความฮึกเหิม บางผลงานอาจสร้างความเศร้า ซึ่งอารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้ตัวเกมเพิ่มระบบบัฟทางอารมณ์ร่วมของผู้ชม ทำให้ผู้คนที่เข้าชมมีแรงจูงใจในการบริจาคเงินให้กับพิพิธภัณฑ์ได้มากขึ้น หรือเข้ามากระหน่ำช้อปของที่ระลึกแบบล้นร้าน
ซึ่งจากผู้เขียนลองเล่นมา ก็ถือว่าเป็นการบริหารพิพิธภัณฑ์ที่มีเงินหมุนเวียนที่รวดเร็วมาก ๆ ยิ่งถ้าเรามีการจัดแสดงผลงานเกรดที่สูงสุดเยอะ ๆ ก็ยิ่งมีแต่เงินทองไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
DLC ที่แฟน Two Point Museum ไม่ควรพลาด!

Two Point Museum: Arty-Facts เป็นอีกหนึ่ง DLC ที่ยังคงมาตรฐานความสนุกได้ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าของคุ้น ๆ มือกันอยู่แล้วกับผลงานค่ายนี้ ซึ่งถ้าเรามาสังเกต DLC แต่ละตัวของเกมนี้มักจะเป็นการเพิ่มรูปแบบการเล่นที่ไม่ได้พลิกเกมมากขนาดนั้น แต่ก็เป็นเกมเพลย์ที่ทำให้เรารู้สึกสดใหม่ได้เสมอ ยิ่งถ้าเราสร้างพิพิธภัณฑ์ในฝันที่มีผลงานจัดแสดงที่มาจากทุก ๆ ธีมใน DLC ยิ่งฟินเข้าไปอีก
และจุดสุดท้ายที่เราต้องขอชมเชยแบบสุดหัวใจคือ คุณภาพของการแปลไทยเต็มรูปแบบที่ออกมายอดเยี่ยมเหมือนเคย ใส่ความติดตลกฮากลิ้งจนทำเอาผู้เล่นอย่างเราทั้งขำทั้งเพลินไปกับการอ่านที่มาที่ไปของผลงานจัดแสดงต่าง ๆ ถือว่าเป็นเกมบริหารจัดการเกมหนึ่งที่ยังคงสร้างรอยยิ้มให้กับคนเล่นได้เสมอเลย ใครเล่นเกมนี้ก็อย่าลืมเปิดซับไทยกันนะ














