การกลับมาของ Resident Evil Requiem ในปี 2026 นี้ กำลังจะพาเราหวนคืนสู่ Raccoon City อีกครั้งในรอบ 30 ปี พร้อมกับตัวละครที่คุ้นเคยอย่าง Leon S. Kennedy. เพื่อให้คุณอินกับเนื้อหามากที่สุด นี่คือสรุปประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองจนถึงวินาทีที่เมืองถูกลบหายไปจากแผนที่.

Founding and Golden Age – ยุคก่อตั้งและการเติบโต (1881 – 1980s)
Raccoon City คือเมืองสมมติที่เป็นฉากหลังในกับเกม Resident Evil มาตั้งแต่ภาคแรก ตัวเมืองตั้งอยู่ในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกา ทางตอนเหนือของเมืองเป็นผืนป่า Raccoon Forest และหุบเขา Arklay อันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อีกทั้งยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด (อ่านแรงบันดาลใจในการออกแบบเมืองของผู้พัฒนาได้ที่นี่)
Raccoon City ถูกจัดเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดเล็ก โดยในปี 1998 เมืองนี้มีประชากรมากกว่า 100,000 คน การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยบริษัทยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่อย่าง Umbrella Corporation ประชากรราว 3 ใน 10 ของเมืองทำงานให้กับ Umbrella แม้ว่าส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาจะไม่รู้การทดลองลับของบริษัทก็ตาม
ว่ากันว่า Raccoon City ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1881 ชื่อของเมืองถูกตั้งตามชื่อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่แถบนั้น ผมคงไม่ต้องเฉลยนะครับว่ามันคือตัวอะไร… ใช่แล้ว แร็กคูน นั่นเอง

ในช่วงแรก เมืองนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็ก ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตและขยายดินแดนมาเรื่อย ๆ โรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรกถูกสร้างขึ้นในปี 1908 ก่อตั้งขึ้นโดยนักบวชร่วมกับการบริจาคของผู้ใจบุญในโบสถ์เซนต์ไมเคิลที่ตั้งอยู่ติดกัน เพื่อเป็นเกียรติแก่เด็ก ๆ ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรุ่งเรืองในเวลานั้นโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนลงทะเบียนมากกว่า 600 คนต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของชุมชนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ในปี 1913 ได้มีการสร้างสุสานขนาดใหญ่ควบคู่ไปกับสวนสาธารณะเป็นแห่งแรก เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีการวางแผนก่อตั้งมหาวิทยาลัยขนาดเล็กขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ได้ศึกษาต่อโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง
ซึ่งในปี 1930 พวกเขาก็ได้สถาปนิกชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งมาออกแบบอาคารของมหาวิทยาลัยให้ ก่อนจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1940 พร้อมกับหอนาฬิกาเซนต์ไมเคิล ที่ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง โดยตัวหอคอยดังกล่าวถูกดัดแปลงจากอาคารโรงเรียนประถมเดิม เพื่ออุทิศเป็นอนุสรณ์แด่นักบุญไมเคิลนั่นเอง

จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองเกิดขึ้นในปี 1960 เมื่อวิศวกรผู้มีวิสัยทัศน์คนหนึ่งนามว่า Michael Warren เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เขาช่วยขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมไปทั่วเมือง และในปี 1968 เขายังได้ติดตั้งระบบรถรางสมัยใหม่ที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สร้างความสะดวกสบายให้ประชาชนอย่างมาก
ความสำเร็จครั้งนั้นถือเป็นก้าวสำคัญของเมือง เพราะระบบเคเบิลคาร์เหล่านี้ผลิตขึ้นในยุโรป และต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความทะเยอทะยานและความรุ่งเรืองของ Raccoon City ในยุคนั้น
ในปีเดียวกันนี้เอง Oswell E. Spencer, Edward Ashford และ James Marcus ก็ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Umbrella Corporation ขึ้น พร้อมเชิญชวนสื่อมวลชนไปร่วมงานแถลงที่คฤหาสต์ที่บนเทือกเขา Arklay โดยให้คำมั่นสัญญาว่า พวกเขาจะสร้างอุตสาหกรรมและตำแหน่งงานใหม่ ๆ สำหรับประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเมือง
เพียงหนึ่งปีหลังจากที่ Umbrella ได้สร้างโรงงานแห่งแรกขึ้น สองพี่น้องตระกูล Kite ก็ได้สร้างทางรถไฟสายแรกของเมือง โดยเริ่มจากระยะทางเพียงหนึ่งไมล์และมีสถานีเพียงสามแห่ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากการลงทุนของ Umbrella ทำให้กิจการ Kite ฺBro. Railway นั้นมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งภายในปี 1989 เมือง Raccoon City ก็ได้มีเส้นทางรถไฟยาวกว่า 8 ไมล์ พร้อมสถานีที่เปิดใช้งานเต็มรูปแบบถึง 8 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างระบบรถไฟใต้ดิน ซึ่งหาได้ยากในอเมริกาสำหรับเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่โตเช่นนี้

ในช่วงเวลาเดียวกัน สำนักงานตำรวจ Raccoon Police Department ก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้น เนื่องจากการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้สำนักงานนายอำเภอเพียงแห่งเดียวไม่อาจดูแลความปลอดภัยได้ทั่วถึง อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนถนน Ennerdale St. จึงถูกซื้อและปรับปรุงให้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของตำรวจประจำเมือง
ขณะเดียวกัน Michael Warren ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ก็ได้เริ่มหันมาสนใจงานด้านการบริหารและการเมือง จากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่งผลให้เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีของ Raccoon City แบบแลนสไลด์ในปี 1987
บริษัท Umbrella ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับ Warren เพื่อให้เขาสามารถบริหารเมืองในฝันแก่ประชาชน ตั้งแต่การยกระดับสวัสดิการ การบริการสาธารณะ การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปจนถึงการสร้างโรงพยาบาลแก่ประชาชน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายกเทศมนตรี Warren กับ Umbrella แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
แม้ Raccoon City จะเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่อิทธิพลของ Umbrella ที่แผ่ขยายเข้าสู่แวดวงการเมือง ก็เริ่มกลายเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

The Shadow of Umbrella – ภายใต้หน้ากากความใจบุญ แผนการแทรกซึมและอำนาจมืดของ Umbrella
ในช่วงต้นปี 1990 Umbrella Corporation เริ่มค่อย ๆ แทรกแซงเมือง Raccoon City ภายใต้เงามืด ในฉากหน้าพวกเขาได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาประชาชน ทั้งการก่อสร้างโรงพยาบาล Spencer Memorial Hospital การจัดตั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และการสนับสนุนโครงการพัฒนาเมืองมากมาย จนเมืองแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “บ้านของ Umbrella”
ทว่าภายใต้หน้ากากนั้น Umbrella ก็ได้สร้างศูนย์วิจัยลับใต้ดินที่ใจกลางเมือง เพื่อทำการวิจัยไวรัสมรณะ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่บริษัททุ่มทุนสร้างให้เมือง แท้จริงแล้วล้วนเอื้อประโยชน์ต่อการวิจัยของตนเอง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Umbrella สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสะดวก นั่นก็เป็นเพราะการสมรู้ร่วมคิดของนายกเทศมนตรี Michael Warren ผู้ที่ผลักดันโครงการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ที่มีชื่อโครงการว่า “Bright Raccoon 21” โครงการนี้มีเป้าหมายในการยกระดับเมืองให้ทันสมัย ทั้งการปรับโครงสร้างเทศบาล วางผังเมืองใหม่ และบูรณะสถานที่สำคัญอย่างหอนาฬิกาเซนต์ไมเคิล เพื่อกระตุ้นความภาคภูมิใจและการท่องเที่ยว แน่นอนว่า Umbrella ก็คือผู้ที่ช่วยเหลือเรื่องงบประมาณอย่างเต็มที่
แน่นอนว่าโครงการดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างท่วมท้น การปรับระบบเทศบาลใหม่ ได้เปิดทางให้ Umbrella เข้าควบคุมระบบท่อระบายน้ำส่วนกลางได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะเดียวกัน ผังเมืองใหม่ก็เอื้อให้มีเส้นทางลำเลียงอาวุธชีวภาพสู่ศูนย์วิจัยใต้ดินโดยง่าย ถนนบางสายถูกสร้างขึ้นโดยที่ชาวเมืองเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะนำทางไปที่ไหน

กระแสความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้น พร้อมข่าวลือเกี่ยวกับการทดลองผิดมนุษยธรรมของบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ข่าวฉาวแพร่สะพัด แถลงการณ์จากสำนักงานตำรวจก็มักช่วยให้ Umbrella รอดพ้นจากข้อครหาอยู่เสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่า ผู้กำกับตำรวจอย่าง Brian Irons ได้รับสินบนจากทาง Umbrella นั่นเอง
ในรายงานระบุว่าเขาได้รับสินบนมากถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกและปกปิดการทดลองลับ นอกจากนี้ William Birkin หัวหน้านักวิจัยที่ห้องทดลอง NEST ก็ยังไว้วางใจให้ Irons จัดกำลังตำรวจบางส่วนประจำพื้นที่ภายในท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ห้องทดลองใต้ดินอีกด้วย นอกจากนี้ Irons ยังมีบทบาทในการดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่ออำพรางการทดลองอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นเป็นระยะ พร้อมทั้งได้รับสิทธิ์เข้าเยี่ยมห้องทดลองลับของ Umbrella เป็นประจำ เพื่อพบปะกับหัวหน้าศูนย์วิจัยต่าง ๆ
ถึงแม้ว่าเบื้องหลังของ Irons จะเป็นคนเลวแท้ ๆ แต่เบื้องหน้าที่เขาสร้างไว้ ก็คือภาพลักษณ์ผู้กำกับใจบุญ ที่ออกงานกุศลของเมืองอย่างสม่ำเสมอ
ด้าน Michael Warren ก็ได้รับการยกย่องจากประชาชนอย่างสูง จนมีการสร้างรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเขาไว้ที่หน้าศาลาว่าการเมือง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของทั้งนายกเทศมนตรีและ Umbrella จึงยิ่งแน่นแฟ้นในสายตาสาธารณชน
อย่างไรก็ตาม ความเจริญรุ่งเรืองที่เติบโตขึ้นของเมืองกลับแลกมาด้วยการพึ่งพาเงินของ Umbrella มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บริษัทมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหารเมืองไปโดยปริยาย ทุกโครงการพัฒนาเมืองจำต้องเอื้อประโยชน์ต่อ Umbrella ควบคู่ไปกับประชาชน จนกระทั่งช่วงปี 1995 บริษัทก็สามารถเข้าควบคุมแทบทุกภาคส่วนของเมืองได้อย่างสมบูรณ์

การเติบโตอย่างรวดเร็วเปลี่ยน Raccoon City จากชุมชนชนบทสู่เมืองอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วและความทันสมัยของเมือง ก็มาพร้อมกับอัตราอาชญากรรมและเหตุความไม่สงบที่เพิ่มมากขึ้น
ภายใต้โครงการ Bright Raccoon 21 และการกำกับดูแลของ Irons สำนักงานตำรวจ Raccoon City จึงได้ก่อตั้งหน่วยยุทธวิธีพิเศษ Special Tectic and Rescure service หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า S.T.A.R.S ขึ้น เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้อาชญากรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเมือง ซึ่งหน่วยปฏิบัตินี้ก็ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ และอดีตบุคลากรทางการทหาร ที่สามารถใช้ความเชี่ยวชาญของตนเพื่อแก้ไขคดีต่าง ๆ ที่ตำรวจธรรมดาไม่สามารถรับมือได้ แน่นอนว่า Umbrella เป็นคนจัดสรรเงินทุนให้สำหรับหน่วยปฏิบัติการนี้ด้วย ส่งผลให้บริษัท มีอิทธิพลในการคัดเลือกสมาชิกของหน่วย จนนำไปสู่การแต่งตั้ง Albert Wesker เป็นหัวหน้าหน่วย และทำให้ S.T.A.R.S. กลายเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งของ Umbrella โดยปริยาย
ในปี 1998 Raccoon City ได้ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งความรุ่งเรือง Michael Warren ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็นปีที่ 11 และด้วยความที่ประชาชนยกย่องเขาเป็นอย่างมาก ก็ดูเหมือนว่าเขาจะต้องดำรงตำแหน่งต่อไปอีกหลายวาระ แต่ทว่าก็ไม่มีใครคาดคิด ว่าปีนี้ จะกลายเป็นปีสุดท้ายของมหานครแห่งนี้

The Fall of Raccoon City – จุดเริ่มต้นของหายนะในปี 1998
เหตุการณ์หายนะได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 1998 สำนักงานตำรวจของเมืองได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวรายหนึ่งบริเวณเทือกเขา Arklay ร่างของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกกัดหลายแห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจเป็นฝีมือของสัตว์ป่า
ทว่าไม่นานหลังจากนั้น เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันก็เกิดขึ้นซ้ำกับเหยื่อรายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนภายในเมือง เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันอันตรายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประกาศปิดเส้นทางขึ้นเขา Arklay ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
วันที่ 23 กรกฎาคม 1998 หลังเหตุฆาตกรรมปริศนาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สำนักงานตำรวจได้มีคำสั่งส่งหน่วยพิเศษ S.T.A.R.S ทีม Bravo เข้าไปสืบเรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้นบนเทือกเขา ทว่าเมื่อเข้าไปยังพรมแดนป่าแร็กคูน พวกเขาก็ไม่สามารถติดต่อทีม Bravo ได้อีกเลย
วันถัดมา ทีม Alpha ของหน่วย S.T.A.R.S จึงได้รับมอบหมายให้บินเข้าสู่เทือกเขา Arklay เพื่อตามหาทีม Bravo ที่สูญหาย และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวความสยองขวัญ ที่พวกเขาทุกคนไม่มีวันลืม
ทีม Alpha ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าซอมบี้และอาวุธชีวภาพในคฤหาสน์ของ Oswell E. Spencer พวกเขาได้ค้นพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เรื่องราวความสยองทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของ Umbrella Corporation ที่ได้ทำการวิจัยไวรัสมรณะในห้องทดลองลับใต้ดิน

สมาชิกหน่วย S.T.A.R.S ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาได้ ได้แก่ Chris Redfield, Jill Valentine, Barry Buton, Rebecca Chambers และ Brad Vickers พวกเขาได้รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดตรงกับผู้กำกับ Brain Irons ทันที โดยหวังที่จะนำบริษัท Umbrella เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทว่าอย่างที่เราทราบกันดี Irons นั้นได้รับสินบนจากบริษัท ทำให้เขาสั่งพักงานหน่วย S.T.A.R.S ทั้งหมด เพื่อไม่ให้พวกเขาเข้าไปสืบเรื่องราวการวิจัยของ Umbrella ได้อีก
กระแสสังคมใน Raccoon City เริ่มแตกออกเป็นสองฝ่าย บางคนเชื่อในคำให้การของหน่วย S.T.A.R.S ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลับคิดว่าพวกเขาอาจหลอนไปเองก็ได้ หนึ่งในผู้ที่ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบหายคือ Ben Bertolucci นักข่าวผู้พยายามสืบหาความจริงเกี่ยวกับห้องทดลองลับของ Umbrella และต้องการจะเปิดโปง Brain Irons จากพฤติกรรมอันวิปริตของของเขา ทว่าความพยายามนั้น กลับนำเขาไปสู่จุดจบหลังลูกกรงในห้องขังของสถานีตำรวจ RPD
จะเห็นได้ว่าอิทธิพลของ Umbrella ในขณะนี้ ได้แผ่ขยายจนแทบไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม ผู้ใดก็ตามที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม หรือแสดงความสงสัยต่อบริษัท มักถูกปิดปากด้วยอำนาจทางกฎหมายที่บิดเบี้ยว เสียงของประชาชนค่อย ๆ ถูกกลืนหายไป ภายใต้เงาขององค์กรที่ทรงอำนาจที่สุดในเมือง
แต่การที่พวกเขาไล่ปิดปากประชาชนแต่ละคนนั้น มันก็ไม่ได้สามารถทำให้พวกเขาปิดเรื่องราวความเลวร้ายที่พวกเขาก่อขึ้นมาได้ เพราะการรั่วไหลของเชื้อ T-Virus ที่คฤหาสน์นั้นได้ปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำ Circular River แม่น้ำสายหลักที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวเมือง Raccoon City
ขณะเดียวกัน โรงงานกำจัดขยะ P12-A ซึ่งเป็นโรงบำบัดที่สร้างขึ้นเพื่อจัดการขยะอันตรายทางชีวภาพ ได้กลายเป็นพื้นที่ทิ้งสิ่งมีชีวิตทดลองที่ล้มเหลวของศูนย์วิจัย NEST พวกมันมีจำนวนมากจนเกินไป จนทำให้ให้พื้นดินบริเวณใกล้กับโรงงานปนเปื้อนไวรัสเช่นกัน จนนำไปสู่การกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำพวกหนอนและไส้เดือน

ซ้ำร้ายบริษัท Umbrella ยังได้ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาขโมย G-Virus จากห้องทดลอง NEST ใต้ดิน ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของไวรัสเข้าสู่ระบบสาธารณูปโภคของเมือง แถมยังมีแมลงสาปและหนูเป็นพาหะนำเชื้อไปแพร่ระบาดสู่ชาวเมือง ส่งผลให้ประชาชนเริ่มล้มป่วยและเสียชีวิตจากโรคปริศนาเป็นจำนวนมาก จนโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลได้อีกต่อไป
กระทั่งคืนวันที่ 24 กันยายน 1998 การจลาจลครั้งแรกได้เกิดขึ้นที่สนามฟุตบอล Warren Stadium ในขณะที่ทีมฟุตบอลประจำเมืองอย่างทีม Raccoon Sharks กำลังแข่งขันกับทีม Old Court Thunders ความโกลาหลเริ่มจากอาการคลุ้มคลั่งของผู้ชมบางส่วน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากถูกส่งไประงับเหตุจลาจลในครั้งนี้
ประชาชนมากกว่า 80% ของเมืองเริ่มกลายสภาพเป็นซอมบี้ ทำให้เมืองตกอยู่ภายใต้กฏอัยการศึก สำนักงานตำรวจได้กลายเป็นป้อมปราการสุดท้ายของผู้รอดชีวิต แต่ทว่าการถูกโจมตีจากรอบทิศทาง บวกกับจำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในสถานี รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยถูกผู้กำกับ Brian Irons สั่งเคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้านั้น ก็ส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถต้านพวกซอมบี้เอาไว้ได้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าประเมินสถานการณ์ พร้อมแถลงต่อสาธารณชนว่า Raccoon City กำลังเผชิญภัยพิบัติจากการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่
ผู้ว่าการรัฐได้รับคำสั่งจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิให้สนับสนุนการอพยพประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้สั่งการให้กองทัพเข้าช่วยตั้งสิ่งกีดขวางและจุดตรวจตามทางหลวงสายหลัก รวมถึงทุกเส้นทางออกนอกเมือง

ในด้าน Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ก็ได้ประกาศกำหนดเขตหวงห้ามรอบเมืองในรัศมีอย่างน้อย 200 ไมล์ และประสานงานกับหลายหน่วยงานเพื่อดำเนินการอพยพ โดยผู้ลี้ภัยทุกคนต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อหาสัญญาณการติดเชื้อก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่
นอกจากนี้ เมืองยังถูกประกาศเป็นเขตห้ามบิน โดยอนุญาตเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ของทหาร, Umbrella Corporation, Raccoon Police Department และหน่วยดับเพลิงเท่านั้นที่สามารถปฏิบัติการทางอากาศได้
หน่วย Umbrella Biohazard Countermeasure Service หรือ UBCS ถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิ Raccoon City ภายใต้ข้ออ้างในการช่วยเหลือและอพยพประชาชน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Umbrella Corporation ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของภารกิจนี้ ก็คือการทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธชีวภาพท่ามกลางสถานการณ์จริงภายในเมือง
เมื่อมองเห็นโอกาส Umbrella จึงได้แอบทำการส่งเหล่าอาวุธชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น Hunter, Tyrant และ Nemesis เข้าสู่สมรภูมิแห่งนี้ ทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสนามทดสอบความสามารถของเหล่าอาวุธชีวภาพไปโดยปริยาย ซึ่งนอกจากจะได้ทดสอบความสามารถของพวกมันแล้ว สิ่งนี้ยังเป็นการฆ่าปิดปากผู้รอดชีวิตภายในเมืองด้วย เช่น Nemesis ที่ได้รับคำสั่งมาให้ไล่ล่าหน่วย S.T.A.R.S โดยเฉพาะ หรือ Tyrant ที่ได้รับคำสั่งให้สังหารผู้รอดชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นต้น
ท่ามกลางความโกลาหลที่กล่าวไปแล้ว เหล่าทหารรับจ้างที่แสวงหาผลประโยชน์ ก็ได้ลอบเข้าสู่สมรภูมิแห่งนี้เช่นกัน เพื่อหวังที่จะเข้ามาชิงตัวอย่างไวรัสไปขายต่อในตลาดมืด ส่งผลให้มหานคร Raccoon City กลายเป็นนรกบนดินอย่างแท้จริง

วันที่ 1 ตุลาคม 1998 หลังจากการล้มเหลวในการกอบกู้วิกฤต รัฐบาลสหรัฐฯ มีมติให้ทำลาย Raccoon City ด้วยขีปนาวุธ โดยให้เหตุผลต่อสาธารณชนว่า เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้ลุกลามออกนอกพื้นที่
แต่แท้จริงแล้ว รัฐบาลสหรัฐเพียงแค่ต้องการทำลายหลักฐานทั้งหมด ที่พวกเขาได้สนับสนุนงานวิจัยของ Umbrella Corporation เพื่อนำมาเป็นอาวุธภายในกองทัพ อีกทั้งยังเป็นการตัดโอกาสไม่ให้ประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ เข้าถึงข้อมูลหรือการทดลองดังกล่าว ความผิดทั้งหมดจึงถูกผลักให้ Umbrella รับไปเพียงฝ่ายเดียว
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปฏิบัติการ ข้อความวิทยุฉุกเฉินก็ได้ถูกส่งเข้าไปในเมือง เพื่อเตือนผู้รอดชีวิตให้อพยพออกจากเมืองทันที เขตห้ามบินได้ถูกยกเลิก และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ก็ได้รับคำสั่งให้ส่งเครื่องบินออกปฏิบัติภารกิจทันที
ขีปนาวุธพุ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาว Raccoon City เคยร่วมสร้างกันมา เหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกขนานนามว่า “Raccoon City Destruction Incident” และคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อยหนึ่งแสนคน ปิดฉากมหานครที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองลงอย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงการทำลายนคร Raccoon City ได้ถูกปกปิดโดยรัฐบาลสหรัฐฯ พวกเขาได้ชี้แจงว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นความผิดของ Umbrella Corporation แต่เพียงฝ่ายเดียว กระแสความกดดันจากทั่วโลกส่งผลให้บริษัท Umbrella ล้มละลายในเวลาต่อมา
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง หลังจากการแถลงข่าวที่ยิ่งจุดกระแสความไม่พอใจจากประชาชนและสื่อมวลชนทั่วโลก
ภายในหกเดือนหลังเหตุระเบิด รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างรั้วล้อมรอบพื้นที่ซากปรักหักพังของเมือง Raccoon City อย่างแน่นหนา พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยของรัฐบาลขึ้นเพื่อเก็บตัวอย่างและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสต่อไป แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงจะไม่เคยถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนก็ตาม

Road to Requiem – ภาคที่ต้องเล่นเพื่ออินกับเนื้อหา ?
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากสัมผัสประสบการณ์เอาชีวิตรอดจาก Raccoon City ด้วยตัวเอง เราก็อยากขอแนะนำภาคที่คุณควรเล่นเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนหวนคืนสู่เมืองแห่งนี้อีกครั้งใน Resident Evil Requiem กันนี่คือภาคที่แนะนำครับ:
- Resident Evil 0
เรื่องราวของ Rebecca Chambers สมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ทีม Bravo ที่ถูกส่งไปสืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาบนเทือกเขา Arklay เธอได้พบกับ Billy Coen พระเอกของภาคนี้และได้ร่วมมือกันเอาชีวิตรอดจาก Umbrella Executive Training School พร้อมเผชิญหน้ากับ James Marcus หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Umbrella Corporation ซึ่งนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความลับเกี่ยวกับ T-Virus และต้นตอของหายนะทั้งหมด
- Resident Evil 1
หน่วย S.T.A.R.S. ทีม Alpha ซึ่งประกอบด้วย Chris Redfield, Jill Valentine, Barry Burton และ Albert Wesker ได้ถูกส่งไปตามหาทีม Bravo ที่ขาดการติดต่อไป พวกเขาได้พบกับคฤหาสน์ของ Oswell E. Spencer หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Umbrella Corporation และค้นพบว่าเหตุการณ์ความสยองขวัญทั้งหมดคือผลจากการทดลอง T-Virus ของ Umbrella Corporation นั่นเอง
เรื่องราวของ Claire Redfield นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เดินทางมาตามหาพี่ชาย และ Leon S. Kennedy ตำรวจหน้าใหม่ที่มาปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก ทั้งสองต้องร่วมมือกันเอาชีวิตรอดจากการระบาดครั้งใหญ่ พร้อมค้นพบความจริงอันดำมืดที่ Umbrella ซุกซ่อนไว้ใต้เมือง
- Resident Evil 3
เรื่องราวของ Jill Valentine สมาชิกของหน่วย S.T.A.R.S ทีม Alpha ที่ต้องเอาชีวิตรอดออกจาก Raccoon City ในคืนที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับอสุรกาย Nemesis อาวุธชีวภาพที่ถูกส่งมาโดย Umbrella Corporation เพื่อมาไล่ล่าและสังหารเธอโดยเฉพาะ เธอต้องแข่งกับเวลา ก่อนที่เมืองทั้งเมืองจากถูกทำลายด้วยขีปนาวุธ
- Resident Evil Outbreak
เรื่องราวของกลุ่มผู้รอดชีวิต ที่ต้องช่วยเหลือกันในการเอาชีวิตรอดจาก Raccoon City แม้ว่าเรื่องราวในเกมภาคนี้อาจจะไม่ได้สำคัญอะไรมาก แต่ก็สามารถมอบประสบการณ์การเอาชีวิตรอดได้อย่างยอดเยี่ยม

ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับ แม้ว่า Raccoon City จะปรากฏในเกมเพียงไม่กี่ภาค แต่มันได้กลายเป็นสถานที่สำคัญในความทรงจำของแฟน Resident Evil ทุกคน ราวกับว่าเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
เมืองแห่งนี้ไม่ใช่แค่ฉากหลังของเกมธรรมดา ๆ หากแต่เป็นจุดกำเนิดของตำนาน เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความสูญเสีย และตัวละครที่เราผูกพัน การกลับมาอีกครั้งใน Resident Evil Requiem จึงไม่ใช่เพียงการหวนคืนสู่สถานที่เดิม แต่คือการเผชิญหน้ากับอดีตของทั้งตัวละครและของตัวเราเอง
แล้วคุณละ… พร้อมหรือยังที่จะกลับไปยังเมืองสวรรค์สาปแห่งนั้นกันอีกครั้ง?
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Raccoon City
ถาม: Raccoon City ตั้งอยู่ที่ไหน และมีสภาพแวดล้อมอย่างไร?
- ตอบ: ตัวเมืองตั้งอยู่ในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกา ทางตอนเหนือล้อมรอบด้วยผืนป่า Raccoon Forest และหุบเขา Arklay ที่มีความอุดมสมบูรณ์
ถาม: ชื่อเมือง Raccoon City มีที่มาอย่างไร?
- ตอบ: ชื่อเมืองถูกตั้งในปี 1881 ตามชื่อของ “แร็กคูน” ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่แถบนั้น
ถาม: แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่ปรากฏในประวัติศาสตร์มีอะไรบ้าง?
- ตอบ: สถานที่สำคัญ ได้แก่ หอนาฬิกาเซนต์ไมเคิลที่ดัดแปลงมาจากอาคารโรงเรียนประถมเดิม และอาคารสถานีตำรวจ R.P.D. ที่เคยเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมาก่อน
ถาม: Umbrella Corporation เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจของเมืองมากแค่ไหน?
- ตอบ: Umbrella เป็นฟันเฟืองหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยประชากรราว 3 ใน 10 ของเมืองเป็นพนักงานของบริษัทนี้
ถาม: โครงการ “Bright Raccoon 21” คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?
- ตอบ: เป็นโครงการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ที่ผลักดันโดยนายกเทศมนตรี Michael Warren โดยมีเป้าหมายบังหน้าเพื่อยกระดับความทันสมัย แต่แท้จริงแล้วถูกใช้เพื่อเปิดทางให้ Umbrella เข้าควบคุมระบบท่อระบายน้ำและวางเส้นทางลำเลียงอาวุธชีวภาพได้โดยสะดวก
ถาม: ใครคือบุคคลสำคัญที่คอยปกปิดความลับให้ Umbrella ภายในเมือง?
- ตอบ: คนแรกคือนายกเทศมนตรี Michael Warren ที่รับงบประมาณสนับสนุนมหาศาลจากบริษัท และคนที่สองคือ Brian Irons ผู้กำกับตำรวจที่รับสินบนถึง 15,000 ดอลลาร์เพื่อปิดปากเรื่องการทดลองผิดมนุษยธรรม
ถาม: เชื้อ T-Virus เริ่มแพร่กระจายสู่ชาวเมืองวงกว้างได้อย่างไร?
- ตอบ: เชื้อปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำ Circular River ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมือง รวมถึงมีการรั่วไหลผ่านระบบสาธารณูปโภคโดยมีหนูและแมลงสาบเป็นพาหะนำเชื้อไปสู่ประชาชน
ถาม: เหตุจลาจลครั้งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นความล่มสลายเกิดขึ้นที่ไหน?
- ตอบ: เกิดการจลาจลขึ้นที่สนามฟุตบอล Warren Stadium ในคืนวันที่ 24 กันยายน 1998 ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลประจำเมือง
ถาม: ทำไมหน่วย S.T.A.R.S. ถึงไม่สามารถหยุดยั้งเหตุการณ์นี้ได้?
- ตอบ: เนื่องจากหน่วย S.T.A.R.S. ถูกสั่งพักงานโดย Brian Irons เพื่อไม่ให้สืบเรื่องของ Umbrella ต่อ อีกทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ในสถานีตำรวจยังถูก Irons สั่งเคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้าการระบาด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถต้านทานซอมบี้ได้
ถาม: ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงต้องทำลายเมือง?
- ตอบ: รัฐบาลอ้างว่าเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้ลุกลามออกนอกพื้นที่ แต่ความจริงคือต้องการทำลายหลักฐานการสนับสนุนงานวิจัยอาวุธชีวภาพของตนเอง
ถาม: มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ “Raccoon City Destruction Incident” เท่าไหร่?
- ตอบ: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งแสนคนจากการยิงขีปนาวุธทำลายเมืองในวันที่ 1 ตุลาคม 1998
ถาม: ปัจจุบันพื้นที่ Raccoon City เป็นอย่างไร?
- ตอบ: พื้นที่ซากปรักหักพังถูกล้อมรั้วกั้นอย่างแน่นหนาและถูกประกาศเป็นเขตหวงห้าม โดยมีศูนย์วิจัยของรัฐบาลตั้งอยู่เพื่อเก็บตัวอย่างและศึกษาข้อมูลไวรัสต่อไป
- อ่าน Preview Resident Evil Requiem ของเราได้ ที่นี่










