สารบัญ / Contents
ตอนที่ Ubisoft ชวนผมว่าให้ไปลองเกมใหม่ในจักรวาล Heroes of Might and Magic ต้องบอกเลยว่าผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก นี่เป็นซีรีส์เก่าที่ผมคิดว่าอาจจะไม่ถูกหยิบยกมาต่อยอดอะไรมากนัก (นอกจากผลงานฉบับอินดี้ตัวใหม่อย่าง Olden Era) ผมรู้ดีว่ายุคทองของ Heroes มันได้ผ่านพ้นไปแล้ว
แต่เมื่อทีมงานเผยกับผมว่านี่คือ Heroes of Might and Magic III ฉบับ Remake ที่ทำใหม่หมด ความตื่นเต้นของผมก็เพิ่มมากขึ้น และเมื่อได้เห็นรายละเอียดและลองเล่นเกมนี้จริงกับมือ ก็ต้องบอกเลยว่า “ผมเหมือนอายุ 14 อีกครั้ง”
ตั้งต้นกันก่อนสำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้ Heroes of Might and Magic III เป็นเกมวางแผน Turn-Based จากปี 1999 ที่แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 25 ปี แต่ชุมชนผู้เล่นก็ยังคงสร้างแผนที่ Mod และคอนเทนต์ใหม่ ๆ ให้กับมันมาตลอด
เรียกได้ว่าเป็นเกมปีลึกระดับตำนานที่หลายคนรักเสมอมา และทาง Ubisoft ก็รู้ดีว่าการหยิบเอาผลงานที่มีคนรักมากขนาดนี้มา Remake ย่อมมีความเสี่ยงพอสมควร

คงไว้ซึ่งจิตวิญญาณเดิม
ข่าวดีก็คือ ทีมงาน Ubisoft เข้าใจดีว่าตัวเกมต้นฉบับมันยอดเยี่ยมกันอยู่แล้ว ดังนั้นระบบการเล่น “ทั้งหมด” ของเกมใหม่นี้จะไม่ถูกแก้ไขแต่อย่างใด
ระบบต่าง ๆ ทั้งหมดจะหยิบเอาเกมต้นฉบับกลับมาใหม่ โดยมีการเสริมและปรับปรุงในจุดที่เป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้เล่นเท่านั้น เช่นการโชว์ระยะยิงของ Unit ต่าง ๆ ในฉากต่อสู้ หรือหน้าวางแผน Build เมือง ที่ให้เราสามารถกดแผนการสร้างและอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในเมืองไว้ได้ล่วงหน้า
เมื่อได้จับเกมจริง ๆ ผมก็สัมผัสได้ทันทีว่า Heroes of Might and Magic III Remake แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับแม้แต่น้อย
สำหรับระบบการเล่นหลัก เรายังคงควบคุมตัวละคร Hero ออกเดินทางบนแผนที่โลก สำรวจพื้นที่ เปิดเส้นทางใหม่ เก็บทรัพยากร หาไอเทม เพิ่มเลเวล เข้ายึดเมือง สร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมกองทัพ และต่อสู้กับศัตรูเพื่อขยายอาณาจักรของตัวเอง
การต่อสู้ยังคงเป็น Turn-Based บนสนามแบบช่องตาราง Hex ยังต้องวางแผนว่าจะใช้ยูนิตตัวไหนก่อน ใช้ตัวไหนเข้าประชิด ตัวไหนควรโจมตีจากระยะไกล หรือควรเก็บความสามารถบางอย่างไว้สำหรับจังหวะสำคัญ
ต้องบอกว่าจุดที่ทำให้ตัวเกม Heroes III เป็นเกมระดับตำนานไม่ได้อยู่ที่กราฟิก แต่อยู่ที่ความสนุกและจังหวะของการเล่นล้วน ๆ นี่เป็น Gameplay Loop ที่ทำให้เกมเมอร์ยุคนั้นหลายคนไม่หลับไม่นอนโต้รุ่งกันถึงเช้ามาแล้ว
และส่วนนี้ก็ต้องบอกว่าทีมงานสอบผ่านเพราะเก็บความรู้สึกดั้งเดิมเอาไว้ได้ครบถ้วน

งานภาพ 3D ใหม่หมดแต่ความทรงจำเดิมยังอยู่
จุดที่ถูกเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในเกมก็คือ “งานภาพ” Heroes III Remake ถูกสร้างขึ้นใหม่หมดทุกส่วนของเกมในรูปแบบ 3D ทั้ง แผนที่ โลก เมือง ปราสาท ตัวละคร และยูนิตต่าง ๆ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นใหม่ให้เหมาะกับมาตรฐานเกมยุคปัจจุบัน
ดังนั้นรายละเอียดของฉากในเกมก็เลยเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมืองแต่ละแห่งมีจุดเด่นและเอกลักษณ์ชัดเจนมากขึ้น และการส่ง ฮีโร่ เดินเข้าเมืองยังมีการเพิ่ม Animation สั้น ๆ ที่ช่วยให้แต่ละสถานที่ดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม
ที่อาจจะทำให้แฟน ๆ ดั้งเดิมหลายคนต้องตกใจคือเราสามารถ “หมุนกล้อง” สำรวจฉากต่าง ๆ ได้แบบอิสระ เพราะอย่างที่เล่ากันไปทุกอย่างในเกมภาคใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นเป็นโมเดล 3 มิติเต็มรูปแบบจริง ๆ
ฝั่งหน้าจอ UI เองก็ถูกออกแบบใหม่เช่นกัน โดยยังพยายามคงกลิ่นอายของต้นฉบับเอาไว้ แต่ทำให้อ่านง่ายและเข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะหน้าจอเมนูในส่วนของการจัดการเมืองที่เดิมทีอาจทำให้คนที่ไม่เคยเล่นต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากพอสมควร

แต่ว่าแม้งานออกแบบ 3 มิติ จะยอดเยี่ยมมาก ๆ แต่มันก็แลกมาด้วยกับ “การเปลี่ยนแปลง” บางอย่างที่ผิดไปจากงานศิลป์ฉบับดั้งเดิม ต้องบอกกันก่อนว่าตัวเกมต้นฉบับมีสไตล์งานศิลป์ที่โดดเด่นมาก และเมื่อถูกนำมาสร้างเป็นโมเดล 3D แบบใหม่ ทำให้มีบางจุดของเกมที่ถูก “ปรับ” แล้วดูเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมแบบแท้ ๆ ไปอยู่บ้าง
ข่าวดีก็คือไม่ใช่ทั้งหมดของเกมที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น เป็นเพียงบางตัวละคร หรือ แผนที่หรือเมืองในบางจุด แต่ส่วนใหญ่ระหว่างการเล่นผมก็สัมผัสได้ว่าทีมงานพยายามมากจริง ๆ ในการเก็บจุดเด่นเดิมของงานภาพเอาไว้
จุดนี้ก็หวังว่าตัวเกมเต็มจริง ๆ จะมีการปรับแก้รายละเอียดให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

Tutorial โฉมใหม่เพิ่มเนื้อเรื่องและระบบสอนเล่นเข้ามาพร้อมกัน
Demo ที่ผมได้ลองเล่นจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือโหมดฝึกสอนที่ใช้เนื้อหาจาก Campaign หลักของเกม มาในชื่อ The Queen’s Departure ซึ่งส่วนนี้เป็นเนื้อหาใหม่ที่ไม่มีในเกมต้นฉบับ ตัวเกมจะค่อย ๆ สอนระบบพื้นฐานผ่านเรื่องราวของราชินีที่ต้องออกจากอาณาจักรหลังการเสียชีวิตของบิดา และเผชิญหน้ากับแผนการร้ายบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้
พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการขยายบทนำเรื่องราวของราชินี Catherine ในโหมดเนื้อเรื่องของเกมภาคต้นฉบับมาใช้เป็นโหมดฝึกสอนนั่นเอง
ระหว่างทางเราจะได้เรียนรู้ทั้งการเคลื่อนที่บนแผนที่ การต่อสู้ การเก็บทรัพยากร การใช้เวทมนตร์ การรับสมัครยูนิต รวมถึงการจัดการเมือง
ตัว Tutorial ไม่ได้ใช้วิธีโยนหน้าต่าง Tutorial ขึ้นมาเต็มหน้าจอแล้วบอกเราว่าต้องกดอะไร แต่พยายามให้เราเรียนรู้ผ่านการเล่นจริง ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเกม
และสิ่งที่ผมชอบคือบรรยากาศและการเขียนเรื่องราวของช่วงเปิดเกมยังคงมีกลิ่นอายแฟนตาซีแบบ Heroes III ที่คุ้นเคย
น่าเสียดายที่ผมมีเวลาทดสอบโหมด Tutorial เพียงแค่นิดเดียว เลยไม่แน่ใจว่าตัวเกมจะสอนหรือมีคำแนะนำที่นำไปใช้ในการเล่นจริงอื่น ๆ เสริมเข้ามาด้วยหรือไม่
เพราะถ้าเอาจริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่า เกมตระกูล Heroes มีความซับซ้อนค่อนข้างสูง ถ้าโหมด Tutorial ถูกทำออกมาได้ดีก็น่าจะทำให้ผู้เล่นมือใหม่สนุกกับเกมได้มากและเร็วยิ่งขึ้น

ลองเล่นเกมจริง
หลังจากทดสอบโหมด Tutorial ผมก็มีโอกาสได้ลองเล่น Scenario ที่เป็นรูปแบบการเล่นจริง ในฉากที่ใช้ชื่อว่า Arrogance 2026 เป็น Campaign แบบผู้เล่นสร้างเองที่ให้เราสู้กับ AI ได้แบบอิสระ
ผมสนุกกับ Gameplay Loop ของเกมเหมือนย้อนกลับไปวัยเด็กอีกครั้ง
นั่งคิดตลอดเวลา จะใช้ Hero ตัวไหนออกสำรวจ? จะเก็บทรัพยากรตรงไหนก่อน ? จะรีบสร้างเมืองหรือสะสมกองทัพ?
ควรใช้ Hero หนึ่งตัวลากยูนิตทั้งหมดไปด้วยกัน หรือแบ่งกองกำลังเพื่อป้องกันพื้นที่ ?
ทุกอย่างในเกมเต็มไปด้วยตัวเลือกที่อิสระ ให้เราเลือกเล่นได้ตามใจ จะเดินไปจุดไหน ทำอะไรทั้งหมดอยู่ที่การวางแผนของเราเองล้วน ๆ
แม้ในช่วงแรกผมจะรู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบผ่านการส่งกองทัพไปเก็บทรัพยากรและไล่รังแกศัตรูทีมแรก แต่พอเข้าสู่ช่วงท้ายเกมผมก็ถูก AI อีกทีมที่สะสมกองกำลังสุดโหดบุกตีโต้กลับจนต้องยอมยกธงขาวในที่สุด
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฝีมือการเล่นผมมันเก่าสนิมเกรอะหรือว่า AI ศัตรูมันยังโกงจับใจเหมือนเกมต้นฉบับกันแน่ (และเราก็ไม่ได้ข้อมูลว่าตัวเกมจะมีการปรับปรุงในส่วนของ AI หรือไม่)
ในรอบพรีวิวทีมงานเปิดโอกาสให้ผมเลือกเล่นได้แค่ 4 ฝ่าย แต่ทีมก็ยืนยันว่าสุดท้ายเกมเต็มจะมาพร้อมกับ Factions ทั้ง 9 อย่างแน่นอน

เก็บเรื่องราวและตำนานทั้งหมดไว้
ความพิเศษของ Heroes III ไม่ได้อยู่แค่ตัวเกมอย่างเดียว แต่คือ ชุมชนแฟนเกม
เกมนี้มี Mod และแผนที่จากผู้เล่นถูกพัฒนามาต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี และ Ubisoft ก็ยืนยันว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องราวและตำนานทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้น
ทีมพัฒนาของเกมภาคนี้ ได้มีการร่วมงานกับ Modder ของเกมต้นฉบับโดยตรง รวมถึงมีการจับมือกับสมาชิกบางส่วนจากทีมพัฒนาของตัวเกมในปี 1999
และที่สำคัญที่สุดคือตัวเกมฉบับ Remake จะรองรับ แผนที่จากต้นฉบับและแผนที่ที่ชุมชนสร้างขึ้น ทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ แผนที่
พูดง่าย ๆ คือพอตัวเกม Remake วางจำหน่าย ผู้เล่นแฟนพันธุ์แท้สามารถดาว์นโหลดแผนที่และ Campaign ทั้งหมดที่เคยถูกสร้างขึ้นตลอด 25 ปีที่ผ่านมามาใช้ได้เลย
และจะมีการอัปเดต Map Editor และ Campaign Editor พร้อม Mod Support ผ่านเว็บ mod.io
เรียกได้ว่าเป็นผลงานสำหรับแฟน Heroes III ตัวจริง นั่นเอง

เธอรู้ไหมฉันเหมือน 14 อีกครั้ง
เวลา 2 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ของผมให้ฝ่าย AI แต่หัวใจเรียกร้องว่า “ขอต่ออีกรอบได้รึเปล่า”
ทุกอย่างที่ได้สัมผัส ความสนุก การวางแผน ทุกฉากและตัวละครเหมือนมาผมหวนคืนสู่สมัยวัยรุ่นอีกครั้ง
แน่นอนว่ายังมีคำถามในด้านคุณภาพของตัวเกมในส่วนของโมเดลตัวละครในอีก 5 ฝ่ายที่เหลือ และการนำเสนอโหมดเนื้อเรื่องเต็ม ๆ ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
แต่ถ้าดูจากสิ่งที่ผมได้สัมผัสในเวลา 2 ชั่วโมงก็ต้องบอกว่าทีมงานเดินมาถูกทางกันแล้ว
และผมก็ตื่นเต้นมาก ๆ ที่สุดยอดผลงานเกมวางแผนที่ยังไม่มีซีรีส์ไหนมาทำให้เรารู้สึกแบบนี้กันได้ กำลังจะข้ามกาลเวลากว่า 25 ปีมาให้ทั้งเกมเมอร์หน้าใหม่และหน้าเก่าได้สัมผัสกัน












