สารบัญ / Contents
หนึ่งในหมุดหมายที่พวกเรา GamingDose เล็งไว้ในงาน Tokyo Game Show ปีนี้ ก็คือการได้ลองเล่น “Monster Hunter Outlanders” ซึ่งจัดที่บูธของ Level Infinite และถือเป็นครั้งแรกด้วยที่เกมถูกนำมาโชว์ พร้อมทั้งมีการปล่อยตัวอย่างใหม่ เรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ ได้ในงาน
สาเหตุที่หลายคนให้ความสนใจภาคนี้มาก ๆ นั่นเพราะนี่คือครั้งแรกที่เรากำลังจะได้เล่น Monster Hunter บนมือถือที่ผู้เล่นได้เผชิญหน้ากับมอน ฯ เต็มรูปแบบ ซึ่งตอนนี้เราก็ได้สัมผัสมันมาแล้วเรียบร้อย ตัวเกมจะเป็นอย่างไร น่าคาดหวังหรือเปล่า เดี๋ยวเราเล่าให้ฟัง
โลกใหม่ที่เหมือนจะเป็น Open World
ในตัวเกมเวอร์ชันเดโม จะเปิดมาโดยที่ผู้เล่นกำลังอยู่บนเกาะ ๆ หนึ่ง และมีบทเรียนสั้น ๆ เกี่ยวกับการควบคุม เดิน โจมตี และกลิ้งหลบ ซึ่งจุดสังเกตแรกเลยที่น่าสนใจ ก็คือภาคนี้มี “แท่งเสา” ที่เมื่อกดใช้แล้วจะมีเหล่าน้องแมว Palico มาช่วยสร้างให้เป็นป้อมปราการ และเมื่อขึ้นไปด้านบนสุด ก็จะสามารถเปิดแผนที่รอบ ๆ ได้ ดังนั้นก็ให้อารมณ์เหมือนกับเกม Open World ที่ผู้เล่นต้องเปิดแมปไปเรื่อย ๆ ในขณะที่โซนที่ยังไม่ได้ไปเปิด ก็จะมีหมอกบังไว้อยู่

รูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย แปลกใหม่ไปจากเดิม
ด้วยความที่โลกในเกมกว้างขึ้น ทีมงานก็เลยออกแบบการเดินทางให้มีลูกเล่นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น
- เครื่องยิงสลิง ที่เป็นเหมือน Grappling Hook ให้ผู้เล่นพุ่งตัวไปยังจุดที่เล็งอยู่ได้
- Zipline เชื่อมเส้นทางระหว่างพื้นที่
- แท่นปล่อยลม สำหรับใช้คู่กับเครื่องร่อน ให้ผู้เล่นสามารถร่อนข้ามพื้นที่ได้ในระยะไกล
- รวมถึงการใช้เครื่องร่อน ก็สามารถกระโดดจากที่สูง แล้วร่อนลงมากลางอากาศได้
ทั้งหมดนี้ ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับการสำรวจ ได้เยอะทีเดียว ดูเป็นฟีลลิ่งที่ต่างไปจาก Monster Hunter ภาคที่ผ่าน ๆ มา
ตัวละครและอาวุธในเกม

ในเดโมที่เราได้ลอง มีจุดน่าสังเกตคือผู้เล่นไม่สามารถสร้างตัวละครเองได้ นอกจากนี้แต่ละตัวละครก็จะถูกผูกเข้ากับอาวุธประจำตัวไว้เลย เช่น หากเลือกตัวละครที่ใช้ดาบคู่ ก็จะเปลี่ยนอาวุธใหม่ได้แค่เฉพาะดาบคู่ด้วยกันเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ดาบใหญ่หรือธนูได้ตามใจชอบ
นอกจากนี้ ในหน้าต่างตัวละครก็ยังมีระบบอัปเกรดสกิล เพิ่มเข้ามาด้วย โดยสกิลเหล่านี้ก็คือท่าโจมตีของอาวุธนั้น ๆ หากอัปเกรดก็จะทำให้ดาเมจรุนแรงยิ่งขึ้น
ส่วนอาวุธในเกม เท่าที่เราเห็นในเดโม จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ดาบใหญ่ (Greatsword), ดาบยาว (Longsword), ดาบคู่ (Dual Blade), ปืนหนัก (Heavy Bowgun) และธนู (Bow) ส่วน Moveset ของแต่ละอาวุธจะมีเพิ่มเติมมาจากภาคหลักด้วยประมาณหนึ่งเหมือนกัน และดูเหมือนจะมีท่าที่เป็นไม้ตายให้กดด้วย แต่อันนี้ยังไม่ค่อยชัวร์ และต้องรอให้ทีมงานเปิดเผยต่อไป

กราฟิกดูดีสำหรับมือถือ สมศักดิ์ศรีที่ได้ร่วมงานกับ TiMi
งานภาพใน Monster Hunter Outlanders ต้องใช้คำว่าสวยในระดับเกมมือถือยุคใหม่เลย ภาพรวมทิวทัศน์ธรรมชาติดูดี คมชัด สมกับที่ได้ร่วมมือกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเกมมือถืออย่าง TiMi แต่ขณะเดียวกัน ตัวเกมก็กินพลังฮาร์ดแวร์ได้ค่อนข้างโหด โดยสเปกมือถือที่ทีมงานแนะนำสำหรับรอบ Close Beta รอบแรก คือ
- iOS: iPhone 12 ขึ้นไป, iOS 17
- Android: RAM 8GB ขึ้นไป, ชิปเซ็ต Snapdragon 888, ระบบปฏิบัติการ Android 12

การควบคุมบนมือถือ ทำออกมาดีกว่าที่คิด
ด้วยความเป็น “Monster Hunter เวอร์ชันมือถือ” สิ่งที่หลายคนกำลังคาดหวังอยู่ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องระบบการควบคุม ว่าจะออกมาดีแค่ไหนสำหรับเกมแอ็กชันจังหวะเข้มข้นแบบแฟรนไชส์นี้ ซึ่งจากที่ได้ลอง ก็ต้องบอกว่าทีมงานตีโจทย์และทำเป็น UI บนหน้าจอทัชสกรีนได้น่าพอใจทีเดียว
- โดยฝั่งซ้ายของหน้าจอ จะเป็นอนาล็อกสำหรับการเดินและเคลื่อนที่
- ส่วนฝั่งขวา จะรวมปุ่มแอ็กชันสำหรับการต่อสู้ไว้ 6 ปุ่มหลัก แบ่งเป็น ปุ่มสำหรับการโจมตีปกติ และรายรอบด้วยปุ่มกลิ้งหลบ, ปุ่มเก็บอาวุธ ส่วนอีก 3 ปุ่มที่เหลือ จะมีไว้เพื่อใช้ต่อคอมโบของอาวุธต่าง ๆ ซึ่งแต่ละอาวุธก็มีลำดับและเงื่อนไขไม่เหมือนกัน และต้องเรียนรู้ไปทีละอาวุธ แบบเดียวกันกับในเกมภาคหลัก
นอกจากนี้ก็มีปุ่มท่าไม้ตายให้กดด้วย ซึ่งเมื่อกดใช้แล้ว ตัวละครจะเข้าสู่คัตซีน เพื่อปล่อยท่าทำดาเมจอย่างรุนแรง ซึ่งใครที่กลัวว่าคัตซีนจะทำให้เกมเพลย์ดูวุ่นวายน่ารำคาญ อันนี้ก็หายห่วงได้ระดับหนึ่ง เพราะคัตซีนจะขึ้นเฉพาะครั้งแรกที่กดใช้เท่านั้น
นอกจากนี้ ในฝั่งขวาล่างจอยังมีปุ่มเล็ก ๆ สำหรับกดใช้ไอเท็มด้วยเหมือนกัน ซึ่งเกมจะคอยแนะนำไอเท็มที่เหมาะสมกับสถานการณ์มาให้ เช่น หาก HP ผู้เล่นใกล้หมด เกมก็จะขึ้นแนะนำโพชั่นขวดใหญ่มาให้กดใช้ทันที หรือถ้ากำลังสู้กับมอนสเตอร์ที่สามารถบินได้ ก็จะมี Flash Pod ขึ้นแนะนำมาให้ใช้แทน เพื่อยิงแฟลชใส่ระหว่างที่มอนฯ บิน และทำให้มอนฯ เสียท่าร่วงลงมาที่พื้น
ทั้งหมดนี้จึงเป็นการออกแบบ UI ที่ดูจะช่วยให้ระบบการต่อสู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เข้าใจไม่ยาก เหมาะทั้งสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ และเหล่าฮันเตอร์มือเก๋าที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาล่ามอนฯ บนมือถือ
มอนสเตอร์ตัวเก่าตัวดัง (น่าจะ)ขนทัพมาครบ

ภายในเดโมสั้น ๆ ตัวนี้ เราได้เจอทั้ง Pukei-Pukei และ Rathalos ซึ่งมอนฯ เหล่านี้มีจุดสังเกตคือ พวกเขามี “ออร่าสีแดง” ปรากฏอยู่ตามร่างกายด้วย สิ่งนี้น่าจะเป็นการบ่งบอกถึงจุดอ่อนของมอนสเตอร์ (คล้าย Focus Mode ในภาค Wilds แต่สำหรับเกมนี้ ไม่ต้องกดเล็งเพื่อดูจุดอ่อน) ระบบนี้น่าจะช่วยให้ผู้เล่นใหม่ รับมือกับมอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้นเยอะ
ส่วนในเกมตัวเต็ม จะมีมอนสเตอร์กี่ตัว และมีมอนฯ หน้าใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ก็คงต้องรอลุ้นกันอีกที
มอนฮันภาคที่อ้าแขนต้อนรับผู้เล่นใหม่แบบเต็มตัว
Monster Hunter Outlanders ดูเป็นภาคที่ถูกวางไว้ให้เปิดรับกับมือใหม่ในวงการมอนฮันฯ ทั้งกราฟิกที่ดูสวยงามน่าดึงดูด การควบคุมที่ไม่ซับซ้อน และระบบช่วยเหลือระหว่างต่อสู้ ล้วนถูกคิดมาอย่างดีๅสำหรับจอมือถือ
ในฝั่งของผู้เล่นหน้าเก่า ก็คงต้องรอดูกันในเกมเต็ม ว่าคอนเทนต์ในช่วงหลัง ๆ จะทำได้ท้าทายขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ คือตัวเกมก็ยังมีระบบการล่า และอาวุธที่คุ้นเคยมาให้ได้จับได้ใช้กัน
แม้ตอนนี้ Monster Hunter Outlanders จะยังไม่มีกำหนดวันเปิดให้เล่นแบบเป็นทางการ แต่ปัจจุบันทีมงานก็เปิดรับสมัครเข้าทดสอบในช่วง Closed Beta รอบแรกแล้ว
ใครที่สนใจก็เข้าไปคลิกกดลงทะเบียนทดสอบช่วง Close Beta ได้เลย!













