สารบัญ / Contents
จริงอยู่ว่า Ubisoft อาจไม่ใช่ค่ายเกมที่มีคนรักมากเท่าค่ายอื่น ๆ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลากหลายผลงานเกมเหมือนกัน ที่ทำออกมาได้สนุก และเป็นที่พูดถึงบ้าง
หนึ่งในนั้นคือ Tom Clancy’s Ghost Recon: Wildlands ที่วางจำหน่ายไปเมื่อปี 2017 นี่คือภารกิจปราบปรามยาเสพติดที่ถูกนำเสนอออกมาได้กลมกล่อมที่สุดของ Ubisoft
เพื่อระลึกถึงวันวาน วันนี้เราขอพาทุกท่านกลับสู่ดินแดนของโบลิเวีย ดินแดนแห่งอาชญากรรมและยาเสพติดกันอีกครั้ง
ภารกิจปราบปรามแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในโบลิเวีย

ฉากหลังของเกมนี้คือโบลิเวีย ประเทศที่มีอยู่จริง แถมในชีวิตจริงยังเป็นแหล่งผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดในโลก เอาง่าย ๆ นี่คือประเทศแห่งยาเสพติดอย่างแท้จริง เรื่องราวในเกมนั้น โบลิเวียกำลังสั่นคลอนเพราะแก๊ง Santa Blanca กำลังแผ่ขยายอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น แม้รัฐบาลโบลิเวียจะจัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นมาในชื่อ Unidad แต่กลุ่ม Unidad กลับไปฮั้วกับแก๊ง Santa Blanca งานนี้สหรัฐอเมริกาจึงยื่นมือเข้าแทรกเพราะเหตุวางระเบิดสถานทูตอเมริกาในโบลิเวีย ทีม Ghost Recon จึงต้องรับภารกิจนี้ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Operation Kingslayer
เนื้อเรื่องถือเป็นอะไรที่อาจจะทำให้หลายคนอินยิ่งกว่า ในขณะที่เกมอื่น ๆ มันคือเรื่องราวสมมติ ประเทศสมมติ เหตุการณ์สมมติ แต่สำหรับ Wildlands นี่คือเรื่องจริงใกล้ตัว แม้ชื่อตัวละคร ชื่อแก๊ง อาจจะสมมติขึ้นมา แต่การที่ฉากหลังเป็นโลกที่มีอยู่จริง ส่วนนี้น่าจะมีผลไม่น้อยเลยกับการนำเสนอและเกมการเล่น
และยิ่งเราเปิดแผนที่ขึ้นมา พบว่าโลกในเกมมันกว้างใหญ่ หากซูมออกมา มันจะขึ้นเป็นกิ่งก้านสาขาของสมาชิกแก๊ง Santa Blanca รอให้เราไปเชือดรายคน ยิ่งทำให้เราคันไม้คันมือมากยิ่งขึ้น ในช่วงนั้น Ubisoft ยังไม่ค่อยใช้สูตรสำเร็จปั๊มเกม Open World แบบเดียวกันออกมามากนัก มันจึงเป็นประสบการณ์เล่นเกมครั้งแรกที่ยอดเยี่ยมสุด ๆ
ความสวยงามคือสิ่งที่ Ubisoft ทำได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเกมใด

แม้จะเป็นดินแดนแห่งยาเสพติด และเต็มไปด้วยกลุ่มแก๊งอาชญากรรมติดอาวุธ แต่สิ่งที่ต้องชมเสมอในเกมค่าย Ubisoft คือแทบทุกเกม จะเป็นเกมที่ภาพสวยมาก และแม้จะเป็น Ghost Recon: Wildlands ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ภาพมันก็ยังดูสวยไม่ตกยุคเลย
ภูมิประเทศของโบลิเวียในเกมนี้ ดูเป็นการผสมผสานกันระหว่างโบลิเวียในโลกแห่งความเป็นจริง และสิ่งที่เกมสร้างขึ้นมาเอง มันเต็มไปด้วยย่านชุมชนของชาวบ้าน เมืองใหญ่ หุบเขา แม่น้ำลำธาร เกาะเล็กน้อย และทำให้ตัวเกมใช้ยานพาหนะที่ทำมาอย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งเรือ เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน
และถึงแม้เกมจะ Fast Travel ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราจะชื่นชอบในการขับรถ หรือนั่งยานพาหนะไปให้ถึงจุดหมาย ด้วยภูมิประเทศแบบหุบเขา ทั้งสูงชัน และเต็มไปด้วยโขดหิน การขับรถแบบดิ่งเป็นทางตรงจึงเป็นเรื่องยาก การขับตามถนน เสพบรรยากาศไปในตัว จึงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากในเกมนี้

แต่ท่ามกลางความสวยงาม มันก็แฝงไปด้วยความโหดร้าย ในบางมุมหรือบางชุมชน เราจะเห็นเหล่าแก๊งอาชญากรรม ขู่เข็ญ ขูดรีดเหล่าประชาชนตาดำ ๆ ให้ทำงาน หรือรีดไถเงินกันแบบโต้ง ๆ เราจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพื่อเลี่ยงศึกในที่แจ้ง หรือจะเปิดศึกยิงไปเลยก็ไม่มีผิดถูก แล้วแต่สไตล์การเล่นของผู้เล่นเอง
ทีมรบฝีมือดี ที่ปฏิบัติการในความเงียบ

ทีม Ghost Recon ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน (รวมผู้เล่น) แน่นอนว่าการจะจัดการทั้งแก๊งด้วยคนเพียง 4 คน ในชีวิตจริงมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในเกมนี้เราทำได้ด้วยทักษะ ความสามารถ และฝีมือของผู้เล่น
แทบจะทั่วทุกจุดสำคัญภายในโบลิเวีย ล้วนเต็มไปด้วยกองกำลังของแก๊งและ Unidad และถึงแม้ผู้เล่นจะมีอาวุธครบมือ แต่การห้าวไปทั่วโดยไม่ระวังให้ดี รับรองว่าได้ถูกฝังศพไว้ที่นี่เป็นแน่แท้
ทำให้เกมเพลย์ของ Ghost Recon: Wildlands นั้น เป็นทั้งเกม Open World และเกมลอบเร้นไปในเวลาเดียวกัน การสาดกระสุนใส่ทันทีที่พบเจอนั้น สามารถทำได้ก็จริง แต่ต้องแลกมากับการที่ทั้งแก๊งศัตรูและ Unidad จะตามล่าเราอย่างเอาเป็นเอาตาย
การลอบเร้น การใช้อาวุธเก็บเสียง การลอบสังหารแบบเงียบ ๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่ยังไม่รวมการที่หากเราจัดการศัตรูอย่างเงียบ ๆ ได้ จะได้โบนัส EXP เสริมด้วย

ถึงแม้จำนวนคนจะน้อยกว่าหลายขุม แต่สิ่งที่เรามีคืออุปกรณ์เสริม และกองกำลังชาวบ้านที่พร้อมจะรับกระสุนแทนเรา (เพราะในเกมมันชอบวิ่งไปเปิดมั่ว ๆ แบบนั้นจริง ๆ) เรามีทั้งโดรน กล้องส่องทางไกล การเรียก Air Strike หรือหลายสิ่งหลายอย่างที่แก๊งค้ายาไม่มี
ทำให้การเล่นแบบ Tactical เน้นการลอบเร้นของเกมนี้ ได้อรรถรสมากขึ้น วินาทีที่เราใช้อาวุธเก็บเสียงยิงจากระยะไกล หรือระยะใกล้ แล้วค่อย ๆ ไล่จัดการเรียงไปทีละคน เป็นอะไรที่ได้อารมณ์และความระทึกมาก ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น จังหวะที่เราจะได้ยิงกันแบบเละเทะ หรือ Car Chase เองก็มีให้เห็นบ่อย ๆ เพราะเกมจะมีระบบ Convoy หรือขบวนรถขนส่งสินค้าที่เป็นหนึ่งใน Supply หลักที่ใช้อัปเกรดของเรา และ Wildlands นี่แหละ ที่เป็นเกมแรก ๆ ก่อนที่ Ubisoft จะหันมาคลั่งไคล้ความเป็น RPG หลังจากนั้น
ความพอดิบพอดีของการเป็นเกม RPG ผสมผสานกับ Open World

ถ้าหาก Assassin’s Creed Origins คือความพอดิบพอดีของการเป็นเกม RPG และ Open World แล้วนั้น Ghost Recon: Wildlands ก็เป็นความลงตัวของเกม RPG ที่ผสมผสานกับแนว Open World Shooting
แม้จะมีระบบเลเวล มีการอัปเกรดสกิล แต่มันจะไม่ใช่แบบ Far Cry New Dawn ที่ปืนเลเวลต่ำกว่า ยิงศัตรูสูงกว่าไม่ตาย แต่เลเวลของเกมนี้จะช่วยปลดล็อคทักษะ ความสามารถ กำลังเสริมของทีม หรือทำให้การเล่นของเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น
และวิธีการที่จะได้แต้มอัปเกรดหรือทักษะเหล่านี้ ก็คือการออกผจญภัยไปในโลก Open World อันกว้างใหญ่ เพื่อเก็บเลเวลจากการกำจัดศัตรู เก็บไฟล์เอกสาร หรือแม้แต่ทำภารกิจเสริม
Currency ของเกมนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ค่าหลัก ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้ในการอัปเกรดสกิล และการอัปเกรดสกิลก็จะทำให้รูปแบบการเล่นของเรามีทางเลือกเยอะขึ้น เช่น ปลดล็อค Mine ไว้วางกับดักเส้นทางรถผ่าน แทนที่จะเปิดฉากไล่ยิงจนวุ่นวายไปหมด หรือโดรนของเราที่สอดแนมได้ไกลขึ้น เงียบขึ้น แท็กเป้าหมายและศัตรูได้เยอะขึ้นในเวลาเดียวกัน

ส่วนของอาวุธปืน จะเป็นการปลดล็อคของแต่งปืนที่เสริมพลังให้กับอาวุธปืนชนิดต่าง ๆ หรือทำให้มี Option ในการบุกมากยิ่งขึ้น บางชนิดอาจทำให้ดาเมจลดลง แต่ภาพรวมดีขึ้นทุกด้าน หรือบางชิ้นก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของอาวุธชิ้นนั้นไปเลย
ระบบของ Ghost Recon: Wildlands แม้จะมีความเป็น RPG แต่ก็เป็น RPG ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นจะต้อง Grinding หนักจนเกินไป บางส่วนยังถูกทดแทนด้วยฝีมือ หรือความรอบคอบของผู้เล่นเองได้ และเกมนี้ ถ้าเข้าหัว ยังไงก็เก็บหมดได้อยู่แล้ว เว้นแต่เจอศัตรูใส่เกราะหนา ใส่หมวกกันกระสุนอย่างพวก Unidad
Ghost Recon: Wildlands อาจไม่ใช่เกมยอดเยี่ยมระดับที่ต้องห้ามพลาด แต่ถ้ามองหาเกมที่เล่นสนุก เล่นเพลินแล้วล่ะก็ ในส่วนนี้ Ghost Recon: Wildlands ทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก ยิ่งเวลาผ่านไป เกมราคาถูกลงขนาดนี้ หากคุณมองหาเกม Open World สนุก ๆ ภาพสวยเล่นสักเกม นี่ก็เป็นทางเลือกที่ไม่แย่เลย












