สารบัญ / Contents
หนึ่งในเกม Open World Action RPG ที่หลายคนรอคอย จากที่เราได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง ณ งาน gamescom 2025 บอกเลยว่าแม้จะมีเวลาลองเล่นไม่นานแต่ก็ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมมันถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งใน RPG ที่น่าจับตามองที่สุดของปีนี้
ส่วนใครที่อาจจะไม่เคยรู้จักเกมนี้ลองมาฟังความเห็นจากเรากันดู

จากตำนาน Wuxia สู่โลกกว้างแห่งเกม RPG
เกริ่นเล่าให้ฟังกันก่อนว่าตัวเกมนี้อยู่ในการพัฒนามาหลายปีแล้ว โดยเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่งาน Gamescom 2022 โดย Where Winds Meet ได้แรงบันดาลใจมาจาก “Wuxia” หรือวรรณกรรมกำลังภายในของจีน เป็น “ธีม” ที่เชื่อว่าเกมเมอร์ชาวไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จุดเด่นอยู่ที่การผสมผสานการผจญภัยแบบ Open-world เข้ากับฉากแอ็กชันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เนื้อหาของเกมถูกวางไว้ในช่วงราชวงศ์ทั้งห้าและสิบอาณาจักร (Five Dynasties and Ten Kingdoms) ศตวรรษที่ 10 ของจีน ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่สงบ โดยทีมงานเผยว่าโหมดเนื้อเรื่องเล่นเดี่ยวเพียงอย่างเดียวก็มีคอนเทนต์ยาวนานกว่า 150 ชั่วโมง
สำหรับใครที่สงสัยว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเกมในรูปแบบไหนกันแน่ก็ต้องบอกว่า Where Winds Meet เป็นเกม Open World Action Rpg ที่ใส่ระบบ Online เข้ามาด้วยถ้าให้แยกแบบชัด ๆ
- เนื้อเรื่องหลักเนื้อเรื่องย่อยในแบบ Singleplayer
- โหมด Co-Op จับกลุ่มลง Raid แบบทีม 5 คนฝ่าด่าน
- โหมด PvP แบบ 1 Vs 1 และ 5 Vs 5
ผู้เล่นสามารถเลือกสนุกไปกับโหมดการเล่นที่สนใจได้แบบอิสระ โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นแบบ Free to Play และเน้นการขาย “ชุดแฟชั่น” ภายในเกมเพื่อหารายได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัด ๆ มันก็ถือเป็นเกมออนไลน์ Open World เล่นฟรีแบบที่กำลังได้รับความนิยมกันในทุกวันนี้นั่นเอง
จุดเด่นจากที่ผมได้ลองเล่นมาก็น่าจะเป็นเรื่องของตัวคัทซีนระหว่างการเล่น ตัวเกมมีคัทซีนค่อนข้างเยอะและทีมงานจัดเต็มในเรื่องของงานผลิต มีการเล่นมุมกล้อง มีท่วงท่าอนิเมชั่นที่สวยงามใช้ได้เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามในตอนทดสอบผมก็พบว่าตัวเกมมีจุดที่ “น่าเป็นห่วง” มาก ๆ คือในเรื่องของประสิทธิภาพในการแสดงผล หลายฉากหลายตอน ตัวเกมแสดงอาการ “กระตุก” ให้เห็นแบบค่อนข้างหนัก ขณะเดียวกันรายละเอียดพื้นผิวหรือพวก Effect แสงไฟ แสงเงา ต่าง ๆ นั้นดูมีรายละเอียดที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นที่บัคหรือเป็นที่ตัวเกมเต็ม
เราก็หวังว่าตัวเกมที่ปล่อยให้เล่นจริงในปลายปีจะมีการแก้ไขในส่วนนี้ไปแล้ว
อีกจุดที่หลายคนอาจจะไม่ชอบคือเรื่องของระบบและหน้าจอ UI ซึ่งอิงการเป็นเกมมือถือและเกมแนว Free to Play แบบเต็ม ๆ ใครไม่ชอบเกมที่มีทรัพยากรให้เก็บเยอะ ๆ หรือมีระบบเรื่องของเวลาก็อาจจะขัดใจเกมการเล่นในส่วนนี้ได้
อิสระในการเคลื่อนไหวที่น่าหลงใหล
แม้เดโมที่ได้ลองเริ่มต้นด้วยภารกิจที่ค่อนข้าง “บังคับเส้นทาง” จนยังไม่ได้รู้สึกถึงความเป็น Open-world มากนัก แต่ทันทีที่ได้ออกมาโลดแล่นในโลกกว้าง เกมก็เผยเสน่ห์ที่แท้จริง
การเคลื่อนไหวคือจุดขายที่ทำให้ Where Winds Meet โดดเด่น การกระโดดสองชั้น สามชั้น วิ่งข้ามหลังคา และการไต่ผนังที่ลื่นไหล จนทำให้เพลินไปกับการเคลื่อนที่เสียจนลืมเวลาว่าควรจะทำภารกิจต่อ
บรรยากาศเมืองและฉากต่าง ๆ ให้ความรู้สึกคล้าย Assassin’s Creed ผสมความดุดันแบบ Sekiro และรายละเอียดของชนบทที่ชวนให้นึกถึง Ghost of Tsushima
ตัวฉากนั้นมีขนาดใหญ่มาก แต่อาจจะยังขาดรายละเอียดเชิงลึกที่น่าสนใจ พูดง่าย ๆ ก็คือตัวเกมจะไม่ได้เน้นการจำลองโลกที่เป็นพลวัต NPC มีชีวิตของตัวเองอะไรขนาดนั้น แต่อาศัยจุดเด่นในเรื่องการออกแบบงานศิลป์ที่สวยงาม และการใส่ขนาดที่กว้างใหญ่ ขนาดที่อาคารต่าง ๆ ในฉากเมืองสามารถเดินเข้าไปสำรวจได้เกือบหมด
ผู้เล่นยังสามารถสร้างตัวละครของตัวเองได้อย่างอิสระ จะออกแบบจอมยุทธ์ตัวเอกให้เป็นชายหรือหญิง มีหน้าตาสวยงาม หล่อเท่ ขนาดไหนก็ได้ตามใจและความสามารถ
ตัวเกมยังมีระบบการอัพโหลดภาพถ่ายเพื่อสร้างออกมาเป็นตัวละครตามหน้าของเราอีกด้วย โดยรวม ๆ จากที่ได้ลองสัมผัสทีมงานดูจะใส่ใจในเรื่องการปรับแต่งตัวละครแบบเต็มที่ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะนี่จะเป็นส่วนที่หารายได้หลักภายในเกม
การสำรวจภายในฉาก Open World ก็จะมีภารกิจย่อย มีกิจกรรมต่าง ๆ และมีพวกทรัพยากรสำหรับการ Craft ของต่าง ๆ ให้เราตามเก็บกัน
ระบบการต่อสู้ท้าทายที่เต็มไปด้วยลูกเล่นหลายอย่าง
ระบบการต่อสู้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย จับจังหวะได้ไม่ยาก แต่ก็มีลูกเล่นและคอมโบมากมายให้ฝึกฝน โดยเฉพาะในฉากบอสไฟต์ที่ทั้งกดดันและสนุกพอดี ๆ ทำให้รู้สึกท้าทายแต่ไม่ถึงกับยากเกินไป
ตัวเกมเปิดโอกาสให้เราสามารถปรับระดับความยากได้ตามต้องการ โดยนอกจากเรื่องความเก่งของศัตรูแล้วก็มีตัวช่วยในการกดปุ่ม Quick Timed Event ต่าง ๆ ด้วยเช่นการกด Parry สะท้อนการโจมตีของศัตรูแบบบอส
จากที่ได้สัมผัสระบบการต่อสู้ดูจะไม่ได้เน้นความลึก หรือเรื่องของการจับจังหวะแบบเข้มข้นหากเทียบกับเกม Action เกมอื่น ๆ โดยรวมตัวเกมเน้นให้ผู้เล่นได้สนุกกับการตามหาท่วงท่าวิชาใหม่ ๆ ที่ภายในเกมมีอยู่มากมายเพื่อนำมาสร้างเป็นเคล็ดวิชาประจำยอดยุทธของตัวเอง
ประสบการณ์ที่ทำให้อยากอยู่ในโลกนี้ต่อ
30 นาทีที่ได้ลองนั้นสั้นเกินไปจริง ๆ เพราะโลกของ Where Winds Meet มีรายละเอียดที่ดึงดูดให้อยากสำรวจต่อไม่รู้จบ ทั้งอิสระในการเคลื่อนไหว ความสวยงามของสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศที่ชวนให้ดำดิ่ง ยังไม่รวมถึงสารพัดกิจกรรม เกมมีทั้งการสร้างบ้าน การดวลกับผู้เล่นคนอื่น ภารกิจย่อยมากมาย การต่อสู้กับบอส การตามหาเคล็ดวิชาใหม่ ๆ หรือออกสำรวจโลกด้วยระบบการเคลื่อนที่สุดพริ้วไหว
กำหนดวางจำหน่าย
Where Winds Meet เตรียมเปิดตัวในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 บน PlayStation 5 และ PC พร้อมแผนรองรับการเล่นบนมือถือและระบบ Cross-progression ในอนาคต
ถ้าคุณเป็นคอเกม RPG ที่หลงใหลการผจญภัยในโลกกว้างและอยากสัมผัสความเป็น “กำลังภายใน” ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เกมนี้คืออีกหนึ่งชื่อที่ไม่ควรพลาดของปี ลองไปสัมผัสกันได้ด้วยตัวเองครับ
















