“ผมไม่บ้าขนาดเชื่อว่าชาวเกมเมอร์ PC จะซื้อเครื่อง PlayStation”
ต่อเนื่องกับความเห็นของคุณ Shawn Layden อดีตประธานและผู้บริหารระดับสูงของ Sony Interactive Entertainment (SIE) ในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ playstationinside.fr
โดยเมื่อถูกถามถึงแนวทางใหม่ของ PlayStation ที่ตัดสินใจยกเลิกการวางขายเกม Exclusive ในค่ายของตัวเองบนเครื่อง PC เดินหน้ากลับมาเป็นเกม Exclusive แบบเต็มตัวอีกครั้ง
คุณ Shawn Layden รู้สึกว่าแนวทางใหม่นั้น “ไม่สมเหตุสมผล” เลยแม้แต่น้อย
“เอาจริง ๆ แล้วผมเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขา (PlayStation) คิดอะไรกันอยู่นะ”
“ในตอนที่ผมเป็นคนรับผิดชอบ ผมไม่ได้มองว่าการส่งเกมเราไปลง PC จะเป็นเรื่องของการทำเงิน”
“ผมไม่ได้บ้าขนาดนั้น ผมไม่คิดหรอกว่าพวกเขาจะไปซื้อเครื่อง PlayStation”
“แต่เมื่อเราต้องการนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของเราไปต่อยอดในสื่อรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์โทรทัศน์ หนังสือการ์ตูน หรือสินค้าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้มีผู้คนรู้จักตัวละครและเรื่องราวเหล่านี้ให้มากที่สุด”
“ถ้าเราโฟกัสเฉพาะผู้เล่นบนแพลตฟอร์ม PlayStation และเล่าเรื่องให้คนกลุ่มนั้นเพียงอย่างเดียว จากนั้นค่อยพยายามขยาย IP เหล่านี้ไปสู่สื่อประเภทอื่นในภายหลัง มันก็จะเป็นก้าวกระโดดที่ยากมาก เพราะฐานผู้ชมที่รู้จักตัวละครและโลกของเกมยังมีจำกัดอยู่แค่บนแพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น”

ในขณะที่บางคนบอกว่า การส่งเกมในค่ายไปลง PC เป็นการ “ลด” คุณค่าของเกมพวกนั้นและจะทำให้ PlayStation สูญเสียรายได้หรือข้อได้เปรียบไป
แต่คุณ Shawn คิดว่าการส่งเกมไปลงหลังผ่านไป 1 หรือ 2 ปี มันตัดข้อกังวลจุดนั้นไปอยู่แล้ว
“ผมคิดว่าสำหรับคนที่รอให้เกมพวกนี้ไปลง PC โดยยอมรอถึง 18 เดือน เราไม่ได้เสียการทำเงินไปนะ เพราะยังไงพวกเขาก็ไม่มีวันซื้อ PlayStation อยู่แล้ว”
“หากมันเป็นแนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาต้นทุนหรือภาระในการพอร์ตเกม ก็อาจมีเงินสนับสนุนบางส่วนเข้ามา หรือช่วยลดภาระในด้านต่าง ๆ ได้” Layden กล่าว “แต่ผมก็ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขามีเหตุผลหรือกำลังคิดอะไรกันอยู่”
อย่างไรก็ตามถ้าเราย้อนไปดูรายงานข่าวก่อนหน้านี้ เหตุผลด้านผลกำไร คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Sony เปลี่ยนทิศทางและลดการนำเกมไปลงบน PC
เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คุณ Jason Schreier นักข่าวจาก Bloomberg รายงานว่า
เกม Single-player ของ PlayStation ที่พอร์ตไปลง PC ทำรายได้ไม่มากพอ และ Sony ต้องการให้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตัวเองยังคงผูกอยู่กับแพลตฟอร์ม PlayStation ต่อไป นั่นเอง












