ยุคหนึ่ง CGI ในภาพยนตร์นั้นสวยงามน่าจดจำ และติดตามาจนทุกวันนี้ แต่การมาของ Unreal Engine ก็ทำให้ผู้กำกับดังรู้สึกว่ามันถอยหลังไปหลายก้าวเช่นกัน
Gore Verbinski ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือที่เคยฝากผลงานไว้มากมายอย่าง Pirates of The Caribbean ไตรภาคแรกและอีกมากมาย พูดถึงเรื่องนี้กับทาง But Why Tho? กับคำถามที่ว่า ทำไม CGI ในหนังสมัยนี้ถึงไม่ดีเท่าเมื่อสมัยก่อน Verbinski ตอบว่า นั่นก็เพราะการที่ Unreal Engine เข้ามามีบทบาทในการสร้างภาพยนตร์อย่างมากในตอนนี้นั่นเอง

Verbinski อธิบายว่า เดิมทีมีการแบ่งแยกการทำ CGI ที่ทำเพื่อภาพยนตร์โดยเฉพาะ ซึ่ง Unreal Engine นั้นเหมาะกับการทำวิดีโอเกมมาก แต่ในยุคนี้ Unreal เริ่มมีบทบาทในการสร้างภาพยนตร์มากขึ้น ผู้คนก็เริ่มคิดว่า Unreal ก็น่าจะเอาไปสร้างภาพยนตร์ได้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงได้เห็นความสุนทรียภาพแบบวิดีโอเกมเข้ามามีส่วนร่วมในโลกภาพยนตร์มากขึ้นไปด้วย
Unreal Engine นั้นถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์ซีรีส์ The Mandalorian เมื่อปี 2020 และสร้างความฮือฮาอย่างมาก มันจึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นหลังจากนั้นในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง และนั่นเป็นสิ่งที่ Verbinski ไม่ชอบใจเอาเสียเลย พร้อมกับบอกว่า นี่คือการก้าวถอยหลังที่ใหญ่ที่สุดของวงการ CGI ภาพยนตร์เลยก็ว่าได้

แต่ Verbinski ก็เสริมว่า Visual Effect ที่สร้างโดย Unreal Engine นั้นก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมด เพราะในภาพยนตร์ของ Marvel เองก็ใช้งานได้ดีเช่นกัน เพราะมันมีความเกินจริงที่ไม่ต้องเน้นความสมจริงมากขนาดนั้น ก็เลยไม่ต้องซีเรียสในเรื่องนี้นัก แต่กับหนังประเภทอื่น ๆ การให้แสงต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องทำให้ความสมจริงขาดหายไป ทำให้มันเกิดความรู้สึกแปลก ๆ เมื่อมองไปที่การเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดที่มีเฟรมเคลื่อนไหวอยู่จำนวนมาก ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการทำแทนที่จะทำด้วยมือ
สำหรับผลงานใหม่ของ Verbinski นั้นก็คือภาพยนตร์ Good Luck, Have Fun, Don’t Die ที่จะเข้าฉายในเดือนหน้า ก็มีการใช้ CGI เช่นกัน แต่ก็มีการผสมรวมกับภาพถ่ายของจริงเข้าไปอีก 50% ซึ่งก็ทำให้มันดูสมจริงมากกว่าเป็นเพียงแค่ CGI แบบลอย ๆ ขึ้นมาเท่านั้น













