รายงานการสำรวจฉบับใหม่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของเกมเมอร์ฝั่งอเมริกาเหนือ ที่มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Newzoo และ Tebex เผยรายงานฉบับใหม่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของเหล่าเกมเมอร์ในแถบอเมริกาเหนือ พบว่าค่าเฉลี่ยของการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอเกมต่อปีต่อคนนั้นอยู่ที่ราว 325 เหรียญ หรือประมาณ 10,500 บาทไทย โดยคิดเป็น 28% ของมูลค่าการใช้จ่ายของเกมเมอร์ทั่วโลก ส่วนในยุโรปมีการใช้เงินน้อยกว่าราวสามเท่า โดยอยู่ที่ 125 เหรียญต่อปีต่อคน(ประมาณ 4,000 บาทไทย)

ซึ่งในเวลานี้ตลาดเกมทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 189,000 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วราว 3.4% แต่การขยายตัวของตลาดนั้นมีการชะลอตัวลง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นหรือ CAGR อยู่ที่ 1.1% เท่านั้นในอเมริกาเหนือ ส่วนยุโรปอยู่ที่ 3.1% ซึ่งในรายงานของทาง Newzoo และ Tebex มีการแนะนำว่า สตูดิโอผู้พัฒนาเกมให้เปลี่ยนจากการหาผู้เล่นใหม่มาเป็นการสร้างผลประโยชน์จากผู้เล่นที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุดแทน
แม้ว่าจำนวนของผู้เล่นเกมในอเมริกาเหนือและยุโรปจะมีจำนวนเพียง 20% จากทั่วโลกที่มีอยู่ประมาณ 3,540 ล้านคน แต่ยอดค่าใช้จ่ายรวมของพวกเขานั้นคิดเป็นจำนวนมากถึง 46% ของยอดใช้จ่ายทั่วโลก ซึ่งแรงจูงใจในการใช้เงินของพวกเขานั้นก็แตกต่างกันไป โดยในอเมริกาเหนือนั้น ผู้เล่นราว 34% ใช้เงินเพื่อซื้อคอนเทนต์แบบพิเศษเพิ่มเติม และ 29% สำหรับของตกแต่งตัวละคร ส่วนผู้เล่นในยุโรป 28% จะให้ความสำคัญกับเนื้อหาพิเศษ และอีก 21% ให้ความสำคัญกับการจ่ายเพื่อตัดโฆษณาทิ้ง

นอกจากนั้นรายงานยังเผยอีกว่าระบบ Microtransactions นั้นช่วยขับเคลื่อนทางด้านรายได้ของเกมบน PC มากถึง 49% และบนคอนโซล 52% โดยมีเกมแนวเดินหน้ายิงเป็นแนวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกาเหนือ ส่วนในยุโรปนั้นคิดเป็น 42% บน PC และ 51% บนคอนโซล โดยแนวยอดนิยมคือเกมกีฬา
“ผู้เล่นในปัจจุบันนี้ต่างรู้ดีว่าพวกเขากำลังจ่ายเงินให้กับอะไร และทำไม” Liam Wiltshire หัวหน้าฝ่ายการชำระเงินและระเบียบการของ Tebex กล่าวไว้ในรายงาน “นั่นทำให้วิธีการสร้างรายได้ของพวกคุณมีความสำคัญยิ่งกว่าที่ผ่านมา”













