ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับผู้ใช้งานโปรแกรม Discord และเว็บไซต์ Patreon ในประเทศกัมพูชาเลยก็ว่าได้ กับการเรียกร้องให้ทางหน่วยงานในประเทศพิจารณาเพิกถอนการสั่งแบนทั้งโปรแกรมและเว็บไซต์ทั้งสองแห่งนี้
โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลกัมพูชาได้มีการประกาศแบนโปรแกรม Discord และเว็บไซต์ Patreon รวมถึงเว็บไซต์อื่น ๆ รวมกันมากกว่า 31 โดเมน โดยอ้างว่าเว็บไซต์และโปรแกรมเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายร้ายแรงหลายข้อของทางกัมพูชา เช่น การพนัน และเครือข่ายผิดกฎหมายอื่น ๆ เพื่อปกป้องประชาชนจากสิ่งเหล่านี้
การประกาศแบนดังกล่าวนี้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้งานในกัมพูชาอย่างมาก ซึ่งทางผู้ใช้งานก็ได้มีการร้องเรียนไปยังทาง TRC หรือสำนักงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งกัมพูชา ให้มีการพิจารณาการแบนนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะ Discord เปรียบเสมือนกับสื่อกลางในการติดต่อกับเพื่อนและคนรู้จักทั่วโลก รวมถึงใช้ในการทำงานและสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม

Ngeth Moses ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า Discord คือแพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมายและใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งมีผู้ใช้งานหลากหลายประเภททั้งเกมเมอร์และอาชีพต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน ส่วน Patreon นั้นเปรียบเสมือนแหล่งเงินทุนสำหรับการระดมทุนทำโปรเจกต์และคอนเทนต์หลากหลายประเภท แม้ว่า Discord จะเจอกับปัญหาการตรวจสอบที่เข้มงวดมาก ๆ ในหลายประเทศ เพื่อควบคุมปัญหาทางด้านอาชญากรรมออนไลน์ในปัจจุบัน
Moses กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาคาดการณืว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจพบหลักฐานที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มเหล่านี้ว่าเกี่ยวพันกับอาชญากรรมหรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ เมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาก็เตือนว่า การจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มอาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานที่ทำตามกฎหมาย และผู้สร้างสรรค์เนื้อหาอื่น ๆ ด้วย พร้อมกับเรียกร้องขอให้ทางรัฐบาลมีความโปร่งใสในการตรวจสอบมากกว่านี้ เพราะการบล็อกแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวไม่สามารถหยุดยั้งการก่ออาชญากรรมได้

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า การที่รัฐบาลออกมาแบนแพลตฟอร์มเหล่านี้นั้นอาจมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับ “ผู้ที่ไม่เห็นด้วยทางการเมืองของรัฐบาลกัมพูชา” ในปัจจุบันด้วย ซึ่งการแบน Discord ก็คือความพยายามของทางรัฐบาลกัมพูชาที่อาจจะต้องการปิดช่องทางการสื่อสารหลักของผู้เห็นต่างนั่นเอง
ส่วนโฆษกของทาง TRC ก็ได้ยืนยันว่า การดำเนินการแบน Discord และโดเมนอื่น ๆ นั้นเป็นไปตามคำร้องขอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพวกเขาพบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงินของประชาชน
ก็ต้องมาดูกันว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหวอย่างไรในกัมพูชาเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือจะมีคำชี้แจงเพิ่มเติมอย่างไรจากผู้เกี่ยวข้องอีกหรือไม่













