หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้เกมหรือหนังสยองขวัญจากญี่ปุ่นเป็นที่จดจำ ก็คือฉากน่ากลัวที่สวยงามและน่าอึดอัดที่ไม่ได้แสดงออกมาตรง ๆ เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมือนสื่อในภูมิภาคอื่น ๆ อย่างแท้จริง

จากบทสัมภาษณ์คุณ Makoto Shibata และ Hidehiko Nakajima สองผู้กำกับเกม Fatal Frame 2: Crimson Butterfly ฉบับ Remake ทาง Gamesradar+ ที่บรรยายถึงบรรยากาศที่สวยงามและน่ากลัวของเกมในเวอร์ชันเดโม ที่พวกเขาอธิบายว่านี่คือแก่นแท้ของความสยองขวัญแบบญี่ปุ่น ที่ใช้การแสดงออกแบบไม่เผยให้เห็นความรุนแรงและการ Jump Scare แบบโจ่งแจ้งได้อย่างลงตัว
ซึ่งการที่ไม่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งนี้เองทำให้ผู้เล่นเกิดการกระตุ้นทางจินตนาการด้านความกลัวออกมา หลายเกมจากทางฝั่งญี่ปุ่นในสมัยก่อนอย่าง Clock Tower และ Silent Hill เองก็ให้บรรยากาศในลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งทาง Gamesradar+ เปรียบเปรยว่า เกมเหล่านี้เหมือนกับเทียนไขที่ค่อย ๆ ละลาย มากกว่าบ้านที่กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง

“ผมรู้สึกว่าความสวยงามมักแฝงไปด้วยความกลัวหรือพิษที่ฉาบเคลือบเอาไว้ สิ่งที่สวยงามอาจน่ากลัว และสิ่งที่น่ากลัวก็มีความสวยงามอยู่ด้วย”ผู้กำกับ Fatal Frame กล่าว “แนวคิดทั้งสองแบบนี้เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ราวกับฝาแฝด และในท้ายที่สุด มันก็เป็นเหมือนกับเหรียญที่มีทั้งสองด้าน”
Fatal Frame 2: Crimson Butterfly ฉบับ Remake วางจำหน่ายในวันที่ 12 มีนาคมนี้ บนระบบ PC และคอนโซล













