เตรียมพร้อมก่อนออกล่า ทำความรู้จักกับระบบใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Monster Hunter Rise

อีกไม่กี่อึดใจ เหล่านักล่าก็จะได้กลับมาจับอาวุธกันอีกครั้งแล้ว กับ Monster Hunter Rise ภาคใหม่ล่าสุดของแฟรนไชส์ ที่เตรียมลงให้กับ Nintendo Switch

นับตั้งแต่เปิดตัวมาจนถึงเปิดให้เล่น Demo. ทาง Capcom ก็มีอะไรมาเซอร์ไพรส์กันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นโฉมหน้าของมอนสเตอร์ที่จะตบเท้าเข้ามาร่วมจำนวนมากมาย รวมถึงการนำเสนอภาพลักษณ์ของตัวเกมที่ผู้เล่นกำลังจะได้สัมผัส

และเพื่อทำความคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็วก่อนถึงเวลาจริง เราก็รวบรวมลูกเล่นฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาไว้ให้แล้ว อีกทั้งคนที่ยังลังเลว่าจะเริ่มเล่นภาคนี้ดีไหม ก็จะได้พอเห็นภาพกันว่าภาค Rise มีความก้าวหน้าขึ้นไปแล้วอย่างไรบ้าง

ห้อยโหนไปบนอากาศกับ Wirebug

Monster Hunter Rise จะมีแผนที่ใหม่ ๆ ที่มาพร้อมภูมิประเทศสูงชัน ยากแก่การเดินทางข้ามไปได้ด้วยเท้าเปล่า

และด้วยเหตุนี้ ทีมงานจึงได้เพิ่มวิธีการเคลื่อนที่แบบใหม่เข้ามา เป็นการใช้แมลง Wirebug ในการยิงเส้นใยออกไป และห้อยโหนดุจสไปเดอร์แมนไปตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ

ไม่มีอีกแล้ว Slinger และ Clutch Claw เพราะฟังก์ชันการเล็งยิงของเกม จะเปลี่ยนไปเป็น Wirebug แทน

เริ่มต้น Wirebug จะมีมาให้ 2 ตัว ใช้ได้ 2 ครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นจะต้องรอคูลดาวน์เพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้อีกรอบหนึ่ง แต่ทั้งนี้ตามแผนที่ก็จะมีเจ้าแมลง Wirebug ให้เก็บด้วย ซึ่งจะเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นมาอีก 1 รวมเป็น 3 ครั้ง ในระยะเวลาชั่วคราว

Wirebug ยังถูกนำมาใช้ผสมกับท่าโจมตีของอาวุธต่าง ๆ เกิดเป็นท่าแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘Silkbind’ เปิดโอกาสให้เหล่านักล่าได้ครีเอตคอมโบใหม่ ๆ ขึ้นมามากขึ้น

นอกจากนั้น หากโดนมอนสเตอร์ซัดจนกระเด็นออกมา ระหว่างที่ลอยอยู่กลางอากาศสามารถใช้ท่า Wirefall เพื่อกลับมาตั้งหลักสู้ต่อได้แบบเท่ ๆ อีกด้วย

Palamute เพื่อนคู่ใจตัวใหม่

พัฒนามาจากระบบ Raider Ride ของ Monster Hunter World: Iceborne ที่คราวนี้ผู้เล่นจะได้ขี่น้อง ‘Palamute’ ที่มีลักษณะคล้ายสุนัข และบังคับได้เองดั่งใจนึก ท่องไปตามแผนที่และถึงจุดหมายอย่างทันใจ

ในระหว่างที่ขี่ Palamute สามารถที่จะลับอาวุธ, กดกินยา, กดบัฟได้ตามปกติ และยังใช้ท่าโจมตีของน้องขณะที่ขี่ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ Palamute จะมาในฐานะของคู่หูร่วมทางเช่นเดียวกับ Palico ทำให้ผู้เล่นจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ว่าจะพาน้องแมวสารพัดประโยชน์แก่การต่อสู้ไปด้วย หรือจะเลือกเป็นน้องหมาที่คล่องแคล่วว่องไวมาใช้ขี่แทน

ระบบขี่มอนสเตอร์

นอกจากขี่เจ้า Palamute แล้ว ใครจะไปนึกว่า Monster Hunter Rise ยังได้สานฝันหนึ่งอย่างของเหล่านักล่าเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือการได้ขี่บรรดามอนสเตอร์สุดเท่ประจำแฟรนไชส์ เข้าปะทะกับมอนสเตอร์ตัวอื่นอย่างดุเดือดถึงใจ

วิธีขึ้นขี่, ผู้เล่นจะต้องใช้การโจมตีแบบ Silkbind กับมอนสเตอร์เป้าหมายเรื่อย ๆ จนเมื่อถึงจุดหนึ่งมอนสเตอร์จะเสียหลัก ทำให้สามารถใช้ Wirebug ขึ้นไปบังคับควบคุมได้เอง ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง, หลบ, โจมตีเบา, โจมตีหนัก และยังสามารถสะสมเกจได้จากการโจมตีเป้าหมาย หากเกจเต็มก็จะสามารถจบได้ด้วยท่าพิเศษสวย ๆ ที่แตกต่างกันไปกับมอนสเตอร์แต่ละตัว

สิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อย ที่จะคอยให้บัฟเรา

ในภาคนี้ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามแผนที่ (หรือที่เรียกว่า Endemic Life) จะมีประโยชน์มากกว่าเดิม

ประเภทที่ 1 เก็บแล้วแจกบัฟทันที

จะมี ‘Spiritbird’ ที่ปรากฏขึ้นในแผนที่ป่า ให้บัฟตามสีของมันดังต่อไปนี้

  • สีแดง – เพิ่มพลังโจมตี
  • สีส้ม – เพิ่มพลังป้องกัน
  • สีเขียว – เพิ่มพลังชีวิต (ทีละ 5 หน่วย)
  • สีเหลือง – เพิ่มหลอด Stamina สูงสุด (ทีละ 5 หน่วย)

และ ‘Lampsquid’ ในแผนที่หิมะ (Frost Islands) ซึ่งบัฟตามสีเฉพาะของมัน และมีที่เพิ่มค่า Affinity (คริติคอล) ขึ้นมาด้วยอย่างน่าสนใจ

ประเภทที่ 2 เก็บไว้ใช้ประโยชน์ต่อทีหลัง

ภาคนี้จะเพิ่มฟังก์ชัน Helper Cage เข้ามา สำหรับจับสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ไว้ใช้แทนไอเท็มปกติ เช่น Antidobra ที่สามารถรักษาพิษได้ หรือ Trapbugs ที่สามารถใช้เป็นกับดักเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์

โดย Helper Cage จะมีสล็อตมาให้ 5 ช่อง ให้เหล่านักล่าได้เลือกใช้สิ่งที่เก็บมาได้ตามแต่ความต้องการ

Rampage เควสต์แบบใหม่ สู้กับมอนสเตอร์แบบไม่ต้องพัก

เควสต์ประเภท Rampage จะให้เหล่านักล่าได้เล่น Tower Defense โดยที่มีศัตรูคือเหล่ามอนสเตอร์ที่บุกเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

มอนสเตอร์จะมีเป้าหมายเพื่อรุกคืบเข้ามาทำลายแผงที่กั้นเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งผู้เล่นจะต้องคอยสกัดกั้น โดยใช้อาวุธในมือของตัวเอง ร่วมกับอุปกรณ์ช่วยที่ยังคงมีมาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นปืนใหญ่, Ballista และทีเด็ดอย่าง Dragonator

ผู้เล่นสามารถพา NPC ในหมู่บ้าน Kamura มาร่วมช่วยสู้ได้ โดยจะต้องปลดล็อคเงื่อนไขของแต่ละคนให้เรียบร้อยก่อน

ในโหมดนี้จะได้พบกับมอนสเตอร์ระดับ Apex ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวน Rampage ที่มีความดุร้ายมากขึ้น และมีท่าโจมตีใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป / เพิ่มเข้ามา

สนามฝึกซ้อมโฉมใหม่ มีลูกเล่นหลากหลายกว่าเดิม

Training Area ในหมู่บ้าน Kamura จะมีขนาดกว้างขวาง เปิดอิสระให้เหล่านักล่าได้ทดลองสิ่งที่ตนเองอยากทำ

  • หุ่นไม้ขนาดยักษ์รูปร่างคล้าย Tetranadon ที่เลือกตั้งค่าให้มันสามารถโจมตีเราได้ เพื่อจำลองจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์จริง ๆ
  • มีเป้าเคลื่อนที่เอาไว้ใช้ทดสอบความแม่นกับอาวุธประเภท Light Bowgun, Heavy Bowgun หรือธนูได้
  • มีพื้นที่บริเวณด้านบนเอาไว้ให้สำหรับฝึกการห้อยโหนด้วย Wirebug

ขลุ่ยค้อนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

อาวุธซัพพอร์ตที่แต่ละการโจมตีจะมีโน้ตเป็นของตัวเอง เมื่อสามารถเล่นได้ถูกต้องเป็นเพลงก็จะได้รับบัฟอันมีประโยชน์แก่เพื่อนร่วมปาร์ตี้ ทำให้ต้องใช้เทคนิคพอสมควรในการดึงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่

ในภาคนี้จะได้รับการ Rework ให้มีความคล่องตัวขึ้น โดยจะมีไกด์ให้กดอยู่บนหน้าจอที่ดูแล้วเข้าใจง่าย อีกทั้งเมื่อเล่นเพลงเดิม ก็จะเป็นการต่อเวลาให้กับบัฟแทน ไม่ใช่การอัปเกรดขึ้นแบบภาคก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากนั้น ใครที่ได้ลองในตัว Demo แล้วก็น่าจะติดใจไปตาม ๆ กันกับความแรงอันเป็นที่น่าประทับใจ ซึ่งมีท่าที่เป็นการทำความเสียหายแบบคงที่กับมอนสเตอร์ (โจมตีโดนจุดไหนก็แรงเท่ากัน) ทำให้หลายคนหันมาสนใจอยากเล่นขลุ่ยค้อนในภาค Rise นี้กันเป็นจำนวนไม่น้อย

ระบบ Switch Skill

ผู้เล่นสามารถเลือกเปลี่ยนรูปแบบท่าการโจมตีพิเศษของแต่ละอาวุธได้ ว่าจะใช้ท่าโจมตีแบบเดิมที่เคยมีมาในภาคก่อน ๆ หรือเปลี่ยนไปเป็นท่า Silkbind แทน

ยกตัวอย่างกับดาบยาว ที่จะต้องเลือกว่าจะหันไปใช้ท่าใหม่สุดเท่อย่าง Silkbind: Sakura Slash หรือไม่ แลกกับการต้องเสียท่ากระโดดสับอันรุนแรงอย่าง Spirit Helm Breaker ไป

ผู้เล่นสามารถที่จะสับเปลี่ยนท่าโจมตีไปมาได้ในแคมป์ของตัวเอง (ระหว่างเควสต์) เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะการต่อสู้ของมอนสเตอร์ในแต่ละตัว

บอกลาการกิน Hot Drink ในแผนที่หิมะ

พอกันทีกับความหนาวสั่นในแผนที่หิมะ หลังจากที่เคยได้เพิ่ม Hot Drink เข้ามาในภาค Iceborne ล่าสุดก็อายุสั้นถูกนำออกไปเป็นที่เรียบร้อย เนื่องด้วยเหตุที่ทีมงานมองเห็นว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่มักลืมกินกันตอนเริ่มเควสต์ และหากนำออกก็น่าจะลดสิ่งกวนใจออกไปได้ประการหนึ่ง

เตรียมพบกับ Monster Hunter Rise วันที่ 26 มีนาคมนี้

Monster Hunter Rise จะให้ประสบการณ์การล่ามอนสเตอร์ที่ผสมผสานกลิ่นอายแดนตะวันออก ผ่านระบบ Gameplay ที่ลดความยุ่งยาก และมีความ “เท่” ในทุกภาคส่วน อย่างที่เห็นจากลูกเล่นใหม่ ๆ ที่ทีมงานได้เพิ่มเข้ามา

เกมจะวางจำหน่ายบน Nintendo Switch ก่อน และมีกำหนดจะลงให้ PC ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งขณะนี้ก็เปิดให้ลองเล่น Demo อยู่ รวมถึงใครที่สั่งซื้อตัวเกมแบบดิจิทัล ก็สามารถที่จะเข้าไปกด Pre-load รอกันไว้ได้

แล้วพบกันที่หมู่บ้าน Kamura, เตรียมรวมตัวออกล่าเหล่ามอนสเตอร์ 26 มีนาคมนี้ !

ขอบคุณข้อมูล

Official Twitter : https://twitter.com/monsterhunter
Official Twitter (JP) : https://twitter.com/MH_Rise_JP
Gamewith : https://gamewith.net/monsterhunter-rise
Fextralife : https://monsterhunterrise.wiki.fextralife.com/Monster+Hunter+Rise+Wiki

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close