Until Dawn กับความระทึกและผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

ช่วงเดือนตุลาคมนั้นเรียกว่าเป็นช่วงเทศกาลที่เรามักจะสรรหาสื่อหรือเกมที่มีเนื้อหาในเรื่องผี ๆ เอามาเล่นกันอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะมันเป็นช่วงเทศกาลฮาโลวีนที่เกี่ยวข้องกับผีสางอยู่แล้ว และจะมีอะไรที่ดีไปกว่าเอาเกมผีมาเล่นให้เข้ากับบรรยากาศล่ะ วันนี้ GamingDose จะขอแนะนำเกมผีอีกเกมที่น่าหยิบมาเล่นในช่วงนี้กับเพื่อนอย่าง Until Dawn มาให้ทุกคนได้รู้จักกันอีกครั้งหนึ่งครับ

สำหรับเรื่องของความใหม่ Until Dawn ไม่ใช่เกมที่มีอะไรใหม่ ๆ อยู่แล้ว เพราะเราก็มีเกมแนว Adventure เลือกทางที่ต้องการไป และกดปุ่มแบบ Quick Time Event ออกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Heavy Rain หรือ Beyond Two Souls จาก Quantic Dream แต่ทั้งสองเกมนั้นก็ไม่ได้เน้นเนื้อหาในแบบของเกมสยองขวัญ การมาของ Until Dawn จึงสร้างความแตกต่างและเสียงฮือฮาอย่างมากในปี 2012 ที่เกมเปิดตัวมาในงาน E3 ปีนั้นนั่นเอง

หน้าตาของ Until Dawn ในช่วงแรกของการพัฒนา

แรกสุดนั้น Until Dawn เป็นเกมที่พัฒนามาเพื่อใช้กับอุปกรณ์เสริมอย่าง PlayStation Move จอยตรวจจับการเคลื่อนไหวให้ผู้เล่นสามารถชี้เป้าไปที่หน้าจอได้ เพื่อเอาไว้เล่นเกมที่เน้นการเคลื่อนที่หรือชี้เป้าอย่างเกมยิงปืนหรือเกมเต้น ซึ่ง Until Dawn ยุคนั้นจะใช้จอย PlayStation Move ในการส่องไฟหรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และโต้ตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหน้านั่นเอง

แต่แม้จะได้รับคำชมมากมายจากเหล่านักวิจารณ์ที่ได้ทดลองเล่นเกมนี้ในงาน Gamescom 2012 แต่ก็มีเสียงก่นบ่นจากผู้เล่นที่ไม่อยากซื้อเกมนี้มาเพราะเป็นเกม Exclusive สำหรับใช้จอย PS Move เท่านั้น อีกทั้งการพัฒนาก็เกิดความล่าช้าหลายประการจนเวลาล่วงเลยไปนานมาก ทำให้การพัฒนาเกมต้องรื้อทำใหม่หมดตั้งแต่ต้น ซึ่งรวมไปถึงตัวนักแสดงในเกมเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอัดเสียงและ Motion Capture กันใหม่เลยทีเดียว

ซึ่งในการพัฒนารอบใหม่นี้ทางทีมงานได้วางระบบใหม่นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า Butterfly Effect เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่เราเลือกในการเล่น และจะส่งผลกระทบไปจนถึงท้ายเกม เช่นเราทำอะไรบางอย่างกับตัวละครหนึ่ง แล้วกำลังเกิดเหตุที่ตัวละครนั้นกำลังมีภัยถึงชีวิต เขาหรือเธอคนนั้นจะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือกไปในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดเล็ก ๆ บางจุดก็จะส่งผลให้เหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นต่อไปจากนี้อีกด้วย

หลังการพัฒนาแบบแก้แล้วแก้อีกหลายครั้ง ในที่สุด Until Dawn ก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมปี 2015 บนเครื่อง PS4 แบบ Exclusive

Until Dawn เป็นเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่กลับมารวมตัวอีกครั้งในบ้านพักตากอากาศที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อระลึกถึงเพื่อนและพี่น้องที่จากไปเมื่อหนึ่งปีก่อนจากอุบัติเหตุที่น่าเศร้า พวกเขากลับมาอีกครั้งเพื่อระลึกความหลังและสานสันพันธ์ที่เคยจืดจางไป ทว่าพวกเขากลับต้องพบกับความสยองและสิ่งลึกลับออกตามล่าหมายเอาชีวิต และการเอาตัวรอดของกลุ่มวัยรุ่นในบ้านกลางหุบเขาหิมะก็เริ่มขึ้น

ความสนุกของ Until Dawn นั้นมีหลายจุดด้วยกัน อย่างแรกเลยคือเนื้อเรื่องที่เรียงร้อยมาได้ดีและน่าติดตาม เราจะอยากรู้ว่าชะตากรรมของเหล่าวัยรุ่นดวงซวยเหล่านี้จะไปจบแบบไหน ถ้าอยากจบแบบดี ๆ ก็ต้องเล่นให้ดีอย่าพลาดจุดสำคัญ เพราะบางทีตัวละครอาจตายได้ถ้ากดปุ่ม Quick Time Event ไม่ทัน ซึ่งเมื่อจบสมบรูณ์แล้วเราก็อยากกลับมาเก็บเนื้อหาของเกมให้ครบด้วยว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรียกว่าวนกลับมาเล่นซ้ำได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะเก็บเนื้อหาครบกันได้เลย

ส่วนของการเล่นในแบบ Interactive นั้นก็น่าสนใจเพราะไม่ได้มีแค่การกดปุ่มตามจังหวะเท่านั้น เพราะผู้เล่นต้องทำการถือจอยเอาไว้เฉย ๆ เพื่อหลบผี เลือกทางที่น่าจะดีที่สุด และตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งถือว่าไม่ซ้ำซากและลุ้นระทึกไปในคราวเดียว เรียกว่าตลอดเวลาในการเล่นของแต่ละรอบนั้นทำได้ตื่นเต้นทีเดียว

และแม้จะเป็นแค่เกมแบบ Interactive ตามเนื้อเรื่อง แต่ความยอดเยี่ยมในการนำเสนอเรื่องราวของเกมก็ทำออกมาได้ดี ประทับใจทั้งผู้เล่นและนักวิจารณ์ ทำยอดขายในสัปดาห์ที่วางขายไปได้ไม่น้อยทั้งในอเมริกาหรือเกาะอังกฤษ การ Live Stream ก็มีผู้ชมล้นหลามไม่น้อย ซึ่งหลายคนก็สนใจที่จะดุว่าแต่ละคนจะเล่นกันไปในทางไหนและจบแบบใด ซึ่งก็สร้างความบันเทิงไปได้ไม่น้อยทีเดียว

ความสำเร็จของ Until Dawn นี้ทำให้ Supermassive Games สามารถต่อยอดผลงานของตัวเองไปสู่ซีรีส์ถัดไปอย่าง The Dark Pictures Chronicle ซึ่งตอนแรกอย่าง Man of Medan นั้นก็มีการปรับปรุงระบบการเล่นและเพิ่มโหมดใหม่ Movie Night ไว้เล่นกับเพื่อน เพิ่มความระทึกกันแบบเป็นหมู่คณะเข้าไปอีก และหลายคนก็หวังว่าเกมถัดไปอย่าง Little Hope นั้นจะทำได้ดีเช่นกัน

สำหรับคนที่กำลังเบื่อและอยากหาเกมมาเล่นให้เข้ากับบรรยากาศผี ๆ แบบนี้ Until Dawn น่าจะเหมาะมากสำหรับคนที่อยากชวนเพื่อนมาสนุกที่บ้านและร่วมลุ้นระทึกไปพร้อมกัน แม้เราจะเดาทางตอนจบได้ แต่ถ้าหากเปลี่ยนคนเล่นก็น่าจะช่วยให้บันเทิงกับเกมได้มากขึ้นทีเดียวครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close