GamingDose

Support

BY สฤณี อาชวานันทกุล

Tales of Arise ทาสที่ปล่อยไม่ไป

sarinee arise 01
Views
ติดตามบน Google News

ในโลกของเกมสวมบทบาทแนวญี่ปุ่นหรือ JRPG (Japanese RPG) ซีรีส์ Tales จาก Bandai Namco ค่ายยักษ์จากดินแดนอาทิตย์อุทัย เรียกได้ว่าเป็น “มหากาพย์” ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นซีรีส์หนึ่งของวงการ ตั้งแต่ออกเกมแรกในปี 1995 หรือกว่า 25 ปีที่แล้ว ซีรีส์นี้ก็ทยอยออกผลงานใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง นับถึงปี 2021 มีเกมสายหลักรวม 17 เกม เกมสายรองหรือ spin-off อีกหลายเกม ไม่นับการต่อยอดไปเป็นมังงะ อานิเมะ ละครวิทยุ และสื่ออื่น ๆ อีกมากมาย

เกมทุกเกมในซีรีส์ Tales มีเรื่องราวและตัวละครเป็นเอกเทศจากกัน แต่มีจุดร่วมหลวม ๆ ในแง่ระบบเกม ธีมแฟนตาซี กราฟิกสไตล์มังงะสีสันสดใส และดนตรีประกอบอลังการงานสร้าง แต่ Tales of Arise เกมล่าสุดในซีรีส์ นับว่ายกระดับ “การเล่าเรื่อง” ใน Tales และเกมแนว JRPG ขึ้นไปอีกระดับ ด้วยเนื้อเรื่องเชิงปรัชญาที่ลึกซึ้งกว่าเกมก่อน ๆ ถ่ายทอดผ่านเส้นเรื่องหลักและบทสนทนาระหว่างตัวละครร่วมทีม

talesarise4

Tales of Arise เป็นเรื่องของการลุกขึ้นปฏิวัติเพื่อปลดปล่อย สมกับคำว่า Arise ในชื่อเกม แต่ “การปฏิวัติ” ในเกมนี้มีหลายชั้นและหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้มีแต่การปฏิวัติทางการเมืองที่เราคุ้นเคยเท่านั้น 

Tales of Arise ฉายภาพชีวิตบนดาวเคราะห์แฝด เรนา และ ดาห์นา ที่คนเชื่อกันว่าเคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข จนกระทั่ง 300 ปีที่แล้วเมื่อชาวเรนาก่อสร้างดาวเทียมยักษ์เป็นฐานทัพกลางอวกาศ ชื่อ เลเนกิส เรนาส่งกองทัพจากเลเนกิสมารุกรานดาห์นา ปราบปรามประชาชนอย่างเหี้ยมโหดจนยอมแพ้อย่างราบคาบ ทำลายวัฒนธรรมของดาห์นาและทำให้คนบนดาวทั้งใบตกเป็นทาส 

แต่ดาห์นาก็ไม่ต่างจากสังคมอื่น ๆ ตรงที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทนเป็นทาสอยู่ได้ตลอดไป ไม่ช้าก็มีกลุ่มผู้กล้าผุดขึ้นมาในหลายดินแดน พร้อมลุกฮือขึ้นต่อต้านผู้รุกราน เราเล่นเป็น อัลเฟน พระเอกในเรื่อง ทาสชาวดาห์นาที่มีปริศนาลึกลับ สูญเสียความทรงจำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงมีหน้ากากเหล็กปิดหัวทั้งหัว จะถอดออกก็ไม่ได้

อัลเฟนจะได้จับพลัดจับผลูเป็นส่วนสำคัญในขบวนการต่อสู้ของชาวดาห์นา และระหว่างทางก็จะค่อย ๆ ค้นพบกับตัวตนและประวัติของตัวเอง ซึ่งก็ปรากฎว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรนาและดาห์นา 

ประวัติศาสตร์ที่ถูกปิดบัง บิดเบือน และสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ชนชั้นปกครอง

talesarise1

ใครก็ตามที่เคยเล่น JRPG โดยเฉพาะแนว action RPG จะคุ้นเคยกับระบบเกมของ Tales of Arise ภายในไม่กี่นาทีแรก การต่อสู้อาศัยการกะจังหวะกดปุ่มทำคอมโบ ท่าไม้ตายมีทั้งส่วนตัวและท่าร่วมกับเพื่อนร่วมทีม โลกในเกมนี้มีหลายแคว้น ดินแดนและภูมิประเทศให้สำรวจ เส้นเรื่องและภารกิจหลักเดินเป็นเส้นตรง ไม่สับสนว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ภารกิจเสริมหลายสิบอันช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ ได้วัสดุมาสร้างเกราะและอาวุธใหม่ ๆ และเติมเต็มเนื้อเรื่อง กราฟิกงาม ๆ แนวอนิเมะ ดนตรีประกอบสุดอลังการ และความลื่นไหลราบรื่นก็ทำให้การสำรวจโลกใน Tales of Arise รื่นรมย์เสมอ โดยเฉพาะเวลาควานหาเพื่อนนกฮูกของ ฮูเติล นกฮูกขวัญใจทีม

การเล่าเรื่องปฏิวัติหรือการปลดปล่อยไม่ใช่เรื่องใหม่ในเกมแนว RPG และ Tales of Arise ก็มีจอมวายร้ายหรือ “บอส” หลายตัวให้กำราบ แต่สิ่งที่ “ใหม่” ก็คือการลงลึกในรายละเอียดของการปลดปล่อย ราวกับว่าเกมนี้มีนักประวัติศาสตร์ นักสังคมวิทยา และนักจิตวิทยามาร่วมกันเขียนเกม ระหว่างเล่นเราจะได้ข้องแวะกับกรณีศึกษาเรื่องทาส การปฏิวัติ และลัทธิล่าอาณานิคม ซึ่งชัดเจนว่าดึงมาจากประวัติศาสตร์ของหลายชาติในโลกจริง 

ดินแดนหนึ่งในเกมเหมือนหลุดมาจากสหภาพโซเวียตสมัยจอมเผด็จการสตาลิน ประชาชนในนั้นใช้ชีวิตอย่างวิตกจริตตลอดเวลา ไม่อาจมั่นใจได้ว่าเมื่อไหร่เพื่อนบ้านจะไปฟ้องตำรวจมายัดข้อหาไม่ภักดีต่อชาติ ดินแดนอีกแห่งดูเผิน ๆ เหมือนยุคพระศรีอาริย์ ผู้ปกครองชาวเรนา ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเคียงข้างชาวดาห์นาใต้ปกครอง ในสังคมที่ตั้งอยู่บนปรัชญาความเท่าเทียมสมัยยุครู้แจ้งของโลกมนุษย์ แต่อุดมคติและอุดมการณ์ทั้งหลายสุดท้ายก็ไม่อาจบดบังความถือดี การเหยียดคนอื่นชนิดที่ถือตัวเองเป็น “คุณพ่อรู้ดี” ของเผ่าพันธุ์ที่เชื่อว่าฟ้าลิขิตให้ตนมาปกครองเผ่าพันธุ์อื่น 

talesarise2

ดินแดนอีกแห่งเราคิดว่าประชาชนจะแซ่ซ้องยินดีปรีดาที่ได้เป็นอิสระเสียที หลังจากที่ทีมของเราปลดปล่อยพวกเขาจากผู้ปกครองบ้าอำนาจ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ผู้คนหมองหม่นเต็มไปด้วยความทุกข์ เชื่อว่าตัวเองไร้ค่า ไม่กล้าคิดอะไรด้วยตัวเอง เพราะเคยชินมานานแสนนานกับการถูกสั่งให้ทำงานเป็นวัวเป็นควาย ถูกซ้ำเติมตลอดมาว่าด้อยกว่าเผ่าพันธุ์ที่มาปกครอง และใช้ชีวิตด้วยความกลัวทุกย่างก้าว

การปลดปล่อย “ทาสที่ปล่อยไม่ไป” หลังจากที่พวกเขาได้รับอิสรภาพทางร่างกายแล้ว แต่ความคิดและจิตใจยังถูกล่ามโซ่ที่มองไม่เห็น จึงเป็นงานที่โหดหินและท้าทายกว่าการเอาชนะวายร้ายผู้ปกครองหลายขุม 

พัฒนาการของตัวละครใน Arise ก็ลึกซึ้งไม่แพ้เรื่องราวที่เล่า ประสบการณ์เกี่ยวกับการตกเป็นทาส การปลดปล่อย และความท้าทายที่ตามมาของอิสรภาพในหลากหลายรูปแบบ จะทำให้อัลเฟนและเพื่อนร่วมทีมของเขา “เติบโต” ขึ้นระหว่างทาง มองอะไร ๆ อย่างเป็นขาว-ดำน้อยลง ครุ่นคิดถึงความรู้สึกนึกคิดและแรงจูงใจของคนอื่นมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่คนที่ถูกมองว่าเป็น “วายร้าย” 

Tales of Arise เป็นเกมเจ๋งที่ยกระดับ JRPG ด้วยเหตุนี้ แง่มุมทุกด้านของความเป็นทาส อิสรภาพ และเสรีภาพ ถูกนำเสนออย่างน่าคิดแทบทุกฉากอย่างไม่มักง่ายแม้แต่น้อย ทั้งที่ทีมผู้สร้างจะฉายภาพโลกแบบขาว-ดำให้เราก็ได้ เพราะกราฟิกสวย ๆ ดนตรีเพราะ ๆ และเสน่ห์ของตัวละคร รวมถึงอารมณ์ขัน ก็มีพร้อมสรรพสำหรับการขึ้นแท่นเป็นเกม Tales ชั้นยอดอยู่แล้ว แต่การเขียนโลกที่ซับซ้อน เต็มไปด้วยสีเทา ๆ ตัวละครก็สีเทา ๆ เช่นกัน รวมถึงการถ่ายทอดธีมหนัก ๆ ก็ทำให้ Tales of Arise โดดเด่นขึ้นไปอีกระดับ และฉีกตัวออกจากขนบเดิม ๆ ของ JRPG ได้อย่างน่าชื่นชม

talesarise3

จุดด้อยของ Arise ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ผู้เขียนไม่ชอบมินิเกมในเกมนี้เท่าไรนัก โดยเฉพาะเกมตกปลาและเกมการทำฟาร์ม เพราะตื้นเขินมากและไม่ได้สลักสำคัญอะไรในเกม (แค่เป็นวิธีได้วัตถุดิบมาทำอาหารเลี้ยงทีม)

ระหว่างที่เพลิดเพลินกับการสำรวจโลก ดนตรีเพราะ ๆ และฉากต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและวายร้ายทั้งหลาย Tales of Arise ก็ช่วยกระตุกให้เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า สำนวน “ทาสที่ปล่อยไม่ไป” นั้นไม่ใช่แค่สำนวนสวย ๆ แต่อย่างใด ทว่าเป็นภาวะที่คนจำนวนมาก รวมทั้งตัวเราเองด้วย อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว 

และจะไม่มีวันรู้ตัว ตราบใดที่ไม่พยายามมองให้เห็น “แอก” ที่เทียมหลังเราอยู่ ซึ่งมักจะเป็นแอกที่มองไม่เห็น

สฤณี อาชวานันทกุล

สฤณี อาชวานันทกุล

Related posts

Read More