สารบัญ / Contents
การปิดตัวของทีมพัฒนาชื่อดังที่สร้างเกมโปรดให้พวกเราได้เล่นกันถือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หลายครั้งด้วยเหตุผลมากมายทีมพัฒนาที่สร้างผลงานดี ๆ ออกสู่วงการเกมก็จำเป็นต้องปิดตัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านธุรกิจ ถอนตัวจากวงการ หรือถูกยุบรวมไปร่วมกับทีมอื่นหรือสร้างทีมใหม่
และนี่คือเหล่าสุดยอดทีมพัฒนาชื่อดังที่หลายคนอาจจะสงสัยว่าพวกเขามีชะตากรรมอย่างไร ไปดูกันเลยว่ามีทีมพัฒนาโปรดของคุณอยู่ในรายชื่อเหล่านี้หรือไม่
ทีมที่ปิดตัวในปี 2010
Artoon
ชะตากรรม: Artoon ก่อตั้งในปี 1999 โดยดาวดังจากค่าย SEGA หลายคนและพนักงานในช่วงแรกก็เป็นการดึงตัวพนักงานของ SEGA มาร่วมทีม โดยเฉพาะทีมพัฒนาผู้สร้าง Sonic the Hedgehog และ Panzer Dragoon ผลงานส่วนใหญ่ของ Artoon เป็นเกมแนวนำเสนอไอเดียที่โด่งดังก็เป็นผลงานในเครื่อง Xbox และ Xbox 360 ซึ่งร่วมพัฒนากับทีมอื่น ๆ อย่างทีม Mistwalker
ก่อนที่ในปี 2010 Artoon จะถูกยุบทีมไปรวมกับ AQ Interactive ก่อนที่ทีม AQ Interactive เองก็ได้ถูกยุบรวมกับบริษัท Marvelous ในเวลาต่อมา ซึ่งทุกวันนี้ Marvelous ก็ยังมีผลงานออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ผลงาน: Blue Dragon, Vampire Rain, The Last Story
Cavia
ชะตากรรม: ก่อตั้งในปี 2000 และสร้างชื่อโดยการปั้นซีรีส์ Nier ต้นฉบับและซีรีส์ Drakengard ไปจนถึงเป็นผู้พัฒนา Resident Evil: Dead Aim ก่อนที่ตัวทีมจะถูกยุบไปรวมกับ AQ Interactive เช่นเดียวกับทีม Artoon โดยผลงานชิ้นสุกท้ายที่ Cavia ได้พัฒนาออกสู่มือเกมเมอร์ก็คือเกม Nier ตัวต้นฉบับนั่นเอง
แม้ค่ายจะปิดตัวไปแต่หัวหอกในการสร้างทีม Nier อย่าง Yoko Taro ก็ได้เดินหน้าสร้างเกมอื่น ๆ ต่อไม่ว่าจะเป็น Drakengard 3 ใต้ทีมพัฒนาใหม่อย่าง Access Games โดยมี Square Enix จัดจำหน่ายให้ซึ่งปัจจุบันซีรีส์ Nier ก็สร้างชื่อได้สำเร็จจากสุดยอดผลงานในภาค Automata
ผลงานเด่น: Drakengard , Nier , Resident Evil: The Umbrella Chronicles , Resident Evil: The Darkside Chronicles
Core Design
ชะตากรรม : ผู้ให้กำเนิด Tomb Raider ฉบับดั้งเดิม หลังพัฒนายาวนานต่อเนื่องหลายภาคจนเป็นตำนานของวงการเกม ตัวเกมในภาค Tomb Raider: The Angel of Darkness ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงจน Eidos บริษัทแม่ตัดสินใจโยกย้ายซีรีส์นี้ไปให้ทีม Crystal Dynamics พัฒนาต่อ
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ทีมงานดั้งเดิมหลายคนของ Core Design ตัดสินใจออกจากทีมไปตั้งทีมใหม่ในชื่อ Circle Studio โดยมีผลงานเป็นเกมยิงในชื่อ Without Warning ลงให้เครื่อง PlayStation 2 และจัดจำหน่ายโดย Capcom ซึ่งตัวเกมก็ล้มเหลวในแง่ยอดขายและคะแนนรีวิวทำให้สุดท้ายในปี 2007 ทีม Circle Studio ก็สลายตัว ส่วนทีม Core Design ขายทีมให้กับทีม Rebellion Developments และปิดตัวลงในปี 2010 เป็นการปิดตำนานผู้ให้กำเนิด Tomb Raider ในที่สุด
ผลงานเด่น: Tomb Raider 1 – 3 , Fighting Force
Luxoflux
ชะตากรรม: Activision สั่งปิดทีมตามนโยบายลดจำนวนลูกจ้าง
ผลงานเด่น: Shrek 2 , True Crime: New York City , Kung Fu Panda , Transformers: Revenge of the Fallen
Midway Games
ชะตากรรม: หลังประสบความสำเร็จมหาศาลในธุรกิจเกมตู้ (ในปี 2000 Midway เป็นบริษัทวีดีเกมที่ทำงานได้สูงสุดเป็นลำดับที่ 4 ) แต่ภายหลัง Midway สูญเสียรายได้แบบต่อเนื่องนำไปสู่การกู้ยืมเงินจากหลายแห่ง สุดท้าย Midway จึงล้มละลายและขายลิขสิทธิเกมจำนวนมากให้กับ Warner Bros ในราคา 33 ล้านเหรียญ นำไปสู่การก่อตั้ง NetherRealm Studios ผู้สร้าง Mortal Kombat ในปัจจุบัน
ผลงานเด่น: Stranglehold, The Suffering, Wheelman, Ready 2 Rumble Boxing, Mortal Kombat
Monte Cristo
ชะตากรรม: ล้มละลายหลังยอดขาย Cities XL ย่ำแย่
ผลงานเด่น: Cities XL , Platoon
Realtime Worlds
ชะตากรรม: หลังผลงานชิ้นแรกอย่าง Crackdown ประสบความสำเร็จอย่างสูงและกลายเป็นหนึ่งในเกมขวัญใจประจำเครื่อง Xbox ทีมงานก็หันหน้าไปยังตลาดใหม่หวังสร้างเกมออนไลน์ชั้นเยี่ยมขึ้นมาโดยมีความคาดหวังว่าโครงการเกมออนไลน์ตัวนี้จะสร้างรายได้ระดับหลายร้อยล้านเหรียญ สุดท้ายแล้ว Realtime Worlds ก็ต้องปิดตัวหลังเกม APB พัฒนาอย่างยาวนานกว่า 5 ปีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ผลงานเด่น: Crackdown , APB: All Points Bulletin
RedOctane
ชะตากรรม: หลังร่วมมือกับ Harmonix Music Systems สร้างเกมฮิต Guitar Hero ก็ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท Activision โดยถูกซื้อตัวไปในราคา 100 ล้านเหรียญ ก่อนถูกปิดตัวในปี 2010 โดย Activision
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Guitar Hero
Surreal Software
ชะตากรรม: ถูกซื้อทีมไปโดยค่าย Midway หลัง Midway ปิดตัวก็มีการขายทีมต่อให้กับ Warner Bros และถูกยุบทีมไปรวมกับ Monolith Productions
ผลงานเด่น: The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring, The Suffering
ทีมที่ปิดตัวในปี 2011
Bizarre Creations
ชะตากรรม: จัดเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและสร้างชื่อจาเกมแข่งรถชื่อดัง ที่โด่งดังที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Project Gotham Racing ที่เป็นเกม Racing อันดับต้น ๆ ของตลาดในยุคเครื่อง Xbox ตัวแรก
สุดท้ายแล้วทีมก็ถูกซื้อไปโดย Activision ในราคา 100 ล้านเหรียญก่อนถูกปิดตัว ทิ้งผลงานชิ้นสุดท้ายไว้ก็คือ James Bond 007: Blood Stone
ผลงานเด่น: Project Gotham Racing, The Club , James Bond 007: Blood Stone , Blur
Black Rock Studio
ชะตากรรม: Disney Interactive Studios สั่งปิดตัวพร้อมทีมพัฒนาชื่อดังอื่น ๆ ในสังกัดหลายทีม ส่งผลให้พนักงานกว่า 300 ชีวิตของ Black Rock แยกย้ายกันไปสังกัดและตั้งทีมใหม่ประกอบไปด้วย Studio Gobo, Roundcube Entertainment, ShortRound Games, Boss Alien และ Hangar 13 Brighton
ผลงานเด่น: The Italian Job, Split/Second
Blue Fang Games
ชะตากรรม: ปิดตัวหลังหมดสัญญากับ Microsoft และยอดขาย World of Zoo บนเครื่อง Wii ไม่ถึงเป้าหมาย
ผลงานเด่น: Zoo Tycoon , World of Zoo
Darkworks
ชะตากรรม: ทีมพัฒนาเกมสยองขวัญที่มีผลงานน่าสนใจหลายชิ้นสร้างเกมที่หลายคนน่าจะยังจดจำกันได้ดีอย่าง Cold Fear โดยผลงานชิ้นสุดท้ายคือ I Am Alive ซึ่งทีม Darkworks เป็นผู้คิดริเริ่มพัฒนาตัวเกมฉบับตั้งต้นก่อนที่ Ubisoft Shanghai จะนำไปพัฒนาต่อจะเสร็จออกมาเป็นเกมตัวเต็ม สุดท้าย Darkworks ก็ปิดตัวและยกเลิกการพัฒนาโครงการเกม Black Death เกมยิง FPS สยองขวัญที่มีไอเดียน่าสนใจ
ผลงานเด่น: Alone in the Dark: The New Nightmare , Cold Fear , I Am Alive
EA Bright Light (ชื่อเดิม EA UK)
ชะตากรรม: หลัง EA ออกมายืนยันว่า Bright Light จะเป็นทีมที่ชุบชีวิตให้เกมค่าย Bullfrog แต่ก็ไม่มีผลงานไหนถูกพัฒนาเสียที สุดท้ายทีมถูกสั่งปิดในปี 2011 โดยรู้กันว่าตอนนั้นทีมงานกำลังพัฒนาเกมจากค่าย Maxis อยู่ (Sims City, The Sims, Spore)
ผลงานเด่น: Burnout Dominator , ซีรีส์ Harry Potter
Kaos Studios
ชะตากรรม: หลัง Homefront ออกวางจำหน่ายโดยมีกระแสไม่ดีพอ ส่งผลให้หุ้นบริษัทหล่นไปถึง 26% บริษัทแม่อย่าง THQ ก็เลยสั่งปิดทีมในเวลาต่อมา หลัง THQ ล้มละลายมีการขายสิทธิชื่อ Homefront ให้ค่าย Crytek ส่วนเกมอื่นของ Kaos Studios ถูกขายต่อให้ Ubisoft
ผลงานเด่น: Frontlines: Fuel of War , Homefront
Propaganda Games
ชะตากรรม: Disney Interactive Studios สั่งปิดตัวพร้อมทีมพัฒนาชื่อดังอื่น ๆ ในสังกัดหลายทีม
ผลงานเด่น: Turok (2008) , Tron: Evolution
Team Bondi
ชะตากรรม: ปิดตัวท่ามกลางดราม่ามากมายทั้งเรื่องการให้ Credit ทีมพัฒนา L.A. Noire เรื่องการใช้งานพนักงานในทีมอย่างหนัก เรื่องติดหนี้นักลงทุน ถูกตัดความสัมพันธ์กับ Rockstar และปิดตัวในที่สุด มีการตั้งทีมใหม่เพื่อพัฒนา Whore of the Orient เกมที่ได้ชื่อว่าจะมาสานต่อ L.A. Noire แต่สุดท้ายก็เงียบหายไปตั้งแต่ปี 2014
ผลงานเด่น: L.A. Noire
Team Ico
ชะตากรรม: แม้จะไม่มีการประกาศปิดทีมอย่างเป็นทางการโดย Sony แต่ลูกทีมส่วนใหญ่ก็ย้ายไปทำงานให้ทีม genDESIGN ซึ่งพัฒนา The Last Guardian จนสำเร็จ
ผลงานเด่น: Ico , Shadow of the Colossus , The Last Guardian
ทีมที่ปิดตัวในปี 2012
38 Studios
ชะตากรรม: ล้มละลายท่ามกลางดราม่ามหาศาลหลังตัวเกมทำยอดขายและคะแนนรีวิวได้ดี นำไปสู่การสืบสวนของรัฐและ FBI พัวพันโยงโยกับเงินกู้สนับสนุนจากรัฐ Rhode Island และผู้บริหารระดับสูงและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
คดีสิ้นสุดตรงที่หลักฐานอาญาไม่เพียงพอแต่มีการจ่ายค่าปรับหลายสิบล้านเหรียญ ก่อน THQ Nordic จะเข้ามาซื้อลิขสิทธิและเนื้อหาทุกอย่างในชื่อ Kingdoms of Amalur ไปเมื่อปี 2018
ผลงานเด่น: Kingdoms of Amalur: Reckoning
nStigate Games
ชะตากรรม: ปิดตัวหลังยอดขายและกระแสเกม Black Ops: Declassified ย่ำแย่
ผลงานเด่น: Vampire: The Masquerade – Redemption, Call of Duty: Black Ops: Declassified
Rockstar Vancouver
ชะตากรรม: ก่อตั้งในชื่อ Barking Dog Studios และร่วมพัฒนาเกม Counter Strike ตัวต้นฉบับในตอน Beta 5 ก่อนที่ทาง Take Two จะเข้ามาซื้อทีมและเปลี่ยนชื่อเป็น Rockstar Vancouver ภายหลังมาตัวทีมพัฒนาเกมดังระดับตำนานสองทีมไม่ว่าจะเป็น Bully และ Max Payne 3
โดยหลังจบการพัฒนา May Payne 3 ทีมก็ถูกยุบไปรวมกับ Rockstar Toronto โดยมีการขยายขนาด Office และพนักงานเก่าของทีม Rockstar Vancouver ก็ได้สิทธิเลือกว่าจะไปร่วมงานกับทีม Toronto หรือทีม Rockstar อื่น ๆ
ผลงานเด่น: Bully, Max Payne 3
Spellbound Entertainment
ชะตากรรม: กลายเป็นทีม Black Forest Games อยู่ใต้ THQ ใหม่และกำลังพัฒนา Destroy All Humans!
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Desperados , Arcania: Gothic 4 , Robin Hood: The Legend of Sherwood
Vatra Games
ชะตากรรม: ล้มละลาย
ผลงานเด่น: Silent Hill: Downpour
Zipper Interactive
ชะตากรรม: ถูกซื้อโดย Sony ก่อนจะถูกปิดตัวในภายหลัง
ผลงานเด่น: ซีรีส์ SOCOM U.S. Navy SEALs
ทีมที่ปิดตัวในปี 2013
2K Marin
ชะตากรรม: แม้ 2K จะประกาศว่าเตรียมจะให้ 2K Marin พัฒนา Bioshock ภาคใหม่แต่สุดท้ายตัวงานก็ถูกโยกไปให้ทีมอื่นส่วน 2K Marin ก็ถูกปิดตัวไปเงียบ ๆ
ผลงานเด่น: BioShock 2 , The Bureau: XCOM Declassified

EA Black Box
ชะตากรรม: ปิดตัวหลัง EA โอนย้ายความรับผิดชอบในซีรีส์ Need for Speed ไปให้ทีม Ghost Games พนักงานของทีมหลายคนออกไปพัฒนา The Crew ให้ Ubisoft
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Skate , Need for Speed: Underground , Need for Speed: Most Wanted , Need for Speed: Undercover , Need for Speed: World , Need for Speed: The Run
EA Phenomic หรือ Phenomic Game Development
ชะตากรรม: ถูกสั่งปิดโดย EA หลังถูกตั้งทีมมาเพื่อพัฒนาเกมแนว RTS โดยเฉพาะ ผลงานชิ้นสุดท้ายของทีมคือ Command & Conquer: Tiberium Alliances เกม Free to Play เล่นบนเว็บ
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Spellforce , BattleForge, Command & Conquer: Tiberium Alliances
Playfish
ชะตากรรม: ขายบริษัทในมูลค่า 400 ล้านเหรียญให้ EA ก่อนจะปิดตัวในปี 2019 โดยเกมทั้งหมดของค่ายหยุดให้บริการไปแล้ว
ผลงานเด่น: เกมเล่นฟรีชื่อดังบน Social Media เช่น Restaurant City, Pet Society,The Sims Social และ SimCity Social
Slant Six Games
ชะตากรรม: หลังปล่อย Resident Evil: Operation Raccoon City ก็พัฒนาเกมมือถือออกมาอีกสามเกม และก็ปิดตัวไปแบบเงียบ ๆ
ผลงานเด่น: Resident Evil: Operation Raccoon City
Terminal Reality
ชะตากรรม: อาจจะไม่ใช่ทีมพัฒนาที่มีชื่อเสียงโด่งดังแต่ Terminal Reality ก็อยู่ในวงการเกมมายาวนาน โดยมีเกมแรกออกวางจำหน่ายในปี 1995 ผลงานที่ดังที่สุดของค่ายก็น่าจะเป็นเกมตระกูล BloodRayne แวมไพร์สาว และการพัฒนาเอนจิ้นสำหรับใช้ในวีดีโอเกมหลายตัว สุดท้ายทีมงานก็ปิดตัวไปหลังผลงานสุดท้ายอย่าง The Walking Dead: Survival Instinct มีกระแสตอบรับแง่ลบ
ผลงานเด่น: BloodRayne 1-2, The Walking Dead: Survival Instinct
TimeGate Studios
ชะตากรรม: ล้มละลายและมีดราม่ากับบริษัทจัดจำหน่ายอย่าง Southpeak ในเกม Section 8 กับข้อกล่าวหาว่าผู้จัดจำหน่ายลงทุนไม่พอในเกมนี้ หลังคดีความยาวนานสุดท้ายทั้งสองบริษัทก็ไปไม่รอดในวงการเกม
ผลงานเด่น: Section 8 , ภาคเสริมของ F.E.A.R. ภาคแรกอย่าง Perseus Mandate และ Extraction Point

Vigil Games
ชะตากรรม: ปิดตัวหลังบริษัทแม่อย่าง THQ หยุดกิจการ ทีมถูกขายให้ Crytek และกลายเป็น Crytek USA บางส่วนออกไปตั้งทีมของตัวเอง ที่โดดเด่นสุดคือ Gunfire Games ผู้สานต่อ Darksiders
ผลงานเด่น: Darksiders 1-2
ทีมที่ปิดตัวในปี 2014

Airtight Games
ชะตากรรม: ปิดตัว 1 เดือนหลัง Murdered: Soul Suspect ผลงานชิ้นสุดท้ายออกวางจำหน่ายและมีกระแสตอบรับไ่ม่สวยงาม
ผลงานเด่น: Dark Void , Quantum Conundrum , Murdered: Soul Suspect

Crytek UK ชื่อเดิม Free Radical Design
ชะตากรรม: ปิดตัวและย้ายไปเป็นทีมใหม่ในชื่อ Dambuster Studios แบบยกชุด (เรียกได้ว่าวันปิดทีม Crytek UK ก็เป็นวันเปิดตัว Dambuster กันเลยแถมพนักงานก็ย้ายกันไปทั้งทีม) ใต้สังกัดทีมจัดจำหน่าย Deep Silver และกำลังพัฒนา Dead Island 2 ส่วนผลงานชิ้นล่าสุดของทีมนี้ก็คือ Homefront: The Revolution
ปัจจุบันมีทีมงานในสังกัด 140 ชีวิตใครคิดถึงผลงานทีมนี้ก็รอสนับสนุนกันใน Dead Island 2 อีกหนึ่งเกมที่พัฒนากันยาวนานจนหลายคนลืมไปแล้ว
ซึ่งการพัฒนา Dead Island 2 นั้น Dambuster ไม่ได้พัฒนาตั้งแต่แรกแต่เป็นการมาสานต่อผลงานของทีม Sumo Digital ที่เป็นทีมพัฒนาในตอนเกมเปิดตัว
ผลงานเด่น: Crysis 2-3 , Warface , และซีรีส TimeSplitters
Double Helix Games
ชะตากรรม: ถูกซื้อเข้าไปส่วนหนึ่งของทีมงานพัฒนาเกมในบริษัท Amazon ใต้สังกัด Amazon Game Studios
ผลงานเด่น: Silent Hill: Homecoming, Front Mission Evolved, Strider , Killer Instinct (season 1)
Neversoft
ชะตากรรม: ถูกรวมเข้ากับทีม Activision ปิดตำนานการพัฒนาเกมในชื่อ Neversoft กว่า 20 ปี (วันสุดท้ายมีการแจกมีดสุดงามเป็นที่ระทึกให้พนักงานพร้อมเผาโลโก้ทีมเดิม)
ผลงานเด่น: Spider-Man (2000) ซีรีส์ Tony Hawk และ Guitar Hero ภาคหลังปี 2007
Silicon Knights
ชะตากรรม: ล้มละลายหลังถูกฟ้อง Epic Games ฟ้องกลับในคดีความเรื่องเอนจิ้น Unreal Engine 3 โดย Silicon Knights ยื่นฟ้องว่าตัวเอนจิ้นทำทีมงานเสียทรัพยากรเกินความจำเป็น สุดท้าย Epic ฟ้องกลับและชนะคดีโดยศาลสั่งชดใช้เป็นเงิน 4.45 ล้านเหรียญ
ผลงานเด่น: Blood Omen: Legacy of Kain , Eternal Darkness , Metal Gear Solid: The Twin Snakes , Too Human
SuperBot Entertainment
ชะตากรรม: เงียบหายไร้เบาะแสหลังวางจำหน่ายเกมเดียวของทีมอย่าง PlayStation All-Stars Battle Royale
ผลงานเด่น: PlayStation All-Stars Battle Royale
ทีมที่ปิดตัวในปี 2015
2K Australia ชิ้อเดิม Irrational Games Australia
ชะตากรรม: อดีตทีมลูกของ Irrational Games ผู้มีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาเกมดังหลายเกมไล่ตั้งแต่ SWAT 4 มาถึง Bioshock 1 – 2 สุดท้าย 2K ก็ปิดทีม ปิดตำนานทีมพัฒนาระดับ AAA หนึ่งเดียวในประเทศออสเตรเลีย
ผลงานเด่น: BioShock 2: Minerva’s Den , Borderlands: The Pre-Sequel!
Spark Unlimited
ชะตากรรม: หลังประสบความสำเร็จพอสมควรกับผลงาน Call of Duty: Finest Hour หลังจากนั้นมาเกมของค่ายก็ไม่เคยได้รับรีวิวดี ๆ อีกเลยจนปิดตัวไปในที่สุด
ผลงานเด่น: Call of Duty: Finest Hour, Legendary, Lost Planet 3 , Yaiba: Ninja Gaiden Z
Zombie Studios
ชะตากรรม: พัฒนาเกมมาอย่างยาวนานและปิดตัวลงหลังเจ้าของทีมเกษียณจากวงการ ทีมงานหลายคนออกไปตั้งทีมใหม่ซึ่งปัจจุบันคือทีม Hardsuit Labs ผู้พัฒนา Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Spec Ops , Blacklight: Tango Down , Blacklight: Retribution และพัฒนาเกมฝึกสอนซึ่งใช้ในกองทัพสหรัฐอีกหลายเกม
ทีมที่ปิดตัวในปี 2016
Evolution Studios
ชะตากรรม: Sony สั่งปิดทีมหลังพัฒนา Driveclub มายาวนาน ทีมงานส่วนใหญ่ไปเข้าร่วมกับ Codemasters กลายเป็นทีม Codemasters EVO แต่หลังเกมของทีมอย่าง OnRush ไม่ประสบความสำเร็จลูกทีมหลายคนถูกปลดและตัวทีมถูกลดระดับความสำคัญให้กลายเป็นทีมสนับสนุนทีมอื่นแทน
ผลงานเด่น: MotorStorm , Driveclub
Lionhead Studios
ชะตากรรม: Microsoft ปิดทีมในปี 2016 หลังยกเลิกการพัฒนาเกม Fable ภาคใหม่ ทีมงานออกไปก่อตั้งทีมใหม่ในชื่อ Two Point Studios ซึ่งมีผลงานแรกคือ Two Point Hospital
ผลงานเด่น: Black & White, The Movies, และเกมตระกูล Fable
NovaLogic
ชะตากรรม: ลิขสิทธิเกมและทรัพยากรต่าง ๆ ถูกซื้อโดย THQ Nordic ในปี 2016 และไร้ความเคลื่อนไหวนับจากนั้นเป็นต้นมา
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Delta Force และ ซีรีส์ Joint Operations
Spicy Horse
ชะตากรรม: ทีมพัฒนาเกมจากจีนที่ตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้และถูกก่อตั้งโดย American McGee ตัวทีมปิดทำการในปี 2016 หลังเข็นภาคต่อของ American McGee’s Alice ออกมาสำเร็จเป็นผลงานใหญ่ หลังจากนั้นก็ปั้นเกมมือถือและเกมเล่นบนเว็บและปิดตัวไปในที่สุด
ผลงานเด่น: Alice: Madness Returns
United Front Games
ชะตากรรม: หลังปล่อยเกมฮิตขวัญใจเกมเมอร์อย่าง Sleeping Dogs ทีมนี้ยังจับมือกับค่ายดังพัฒนาตัวเกม Version พิเศษให้อีกหลายค่ายทั้ง Tomb Raider: Definitive Edition หรือ Halo: The Master Chief Collection แต่สุดท้ายหลังปล่อยเกม Smash+Grab ผ่าน Steam Early Access ไม่ถึงเดือนทางค่ายก็ประกาศปิดตัวไปแบบลึกลับ
ผลงานเด่น: Sleeping Dogs
ทีมที่ปิดตัวในปี 2017
2K Czech หรือชื่อเดิม Illusion Softworks
ชะตากรรม: ถูกยุบไปรวมกับทีม Hangar 13 ผู้พัฒนา Mafia 3 หลังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในหลายหน
ผลงานเด่น: Mafia 1 – 2 , Hidden & Dangerous 1 – 2
Irrational Games ชื่อเดิมคือ 2K Boston
ชะตากรรม: หลังการวางจำหน่าย Bioshock Infinite คุณ Ken Levine ประกาศปรับโครงสร้างทีมลดพนักงานจาก 90 เหลือ 15 คนและเปลี่ยนชือทีมเป็น Ghost Story Games โดยเน้นไปที่การพัฒนาเกมที่เน้นการเล่าเรื่องแต่ยังอยู่ใต้สังกัด Take Two เช่นเดิม
ผลงานเด่น: BioShock Infinite , Bioshock , Freedom Force , System Shock 2
Runic Games
ชะตากรรม: หลังประสบความสำเร็จใน Torchlight 2 ภาค Perfect World ได้เข้ามาซื้อทีม Runic Games เหล่าทีมพัฒนาคนสำคัญถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มกลุ่มแรกออกไปตั้งทีมใหม่ในชื่อ Double Damage Games ผู้สร้าง Rebel Galaxy ส่วนหนึ่งอยู่กับ Perfect World ต่อภายใต้ชื่อทีม Echtra Games และพัฒนา Torchlight Frontiers สุดท้ายคือออกไปตั้งทีม Monster Squad Games และกำลังพัฒนาเกม Coop อยู่
ผลงานเด่น: Torchlight 1 – 2
Visceral Games ชื่อเดิมคือ EA Redwood Shores
ชะตากรรม: หลังการพัฒนาเกม Star Wars ภายใต้รหัว Project Rag Tag ไม่ประสบความสำเร็จ ทีมงาน Visceral จึงถูกยุบทีม การปิดตัว Visceral ก่อกระแสด้านลบอย่างรุนแรงให้กับ EA หลังถูกมองว่าทีมงานทอดทิ้งเกมแนว Singleplayer ไปแล้ว
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Dead Space , Battlefield Hardline , Dante’s Inferno
ทีมที่ปิดตัวในปี 2018

Boss Key Productions
ชะตากรรม: แม้จะนำทัพโดย Cliff Bleszinski ผู้ให้กำเนิด Gears of War แต่สุดท้ายทีม Boss Key ก็ไปไม่รอดหลังผลงานที่พัฒนามาอย่างยาวนานอย่าง Lawbreakers ไม่ได้รับกระแสตอบรับที่ดี
ผลงานเด่น: Radical Heights , Lawbreakers
Capcom Vancouver
ชะตากรรม: ถูกยุบทีมระหว่างกำลังพัฒนา Dead Rising ภาคใหม่และโอนย้ายโครงการทั้งหมดกลับไปให้ Capcom หลักในญี่ปุ่น เชื่อกันว่า Capcom สั่งยุบทีมหลัง Dead Rising ภาคที่กำลังพัฒนาอยู่ไม่ได้มาตรฐานและพัฒนาไม่ได้ไปไกลเท่าที่บริษัทแม่คาดหวัง
ผลงานเด่น: Dead Rising 2 – 4
Carbine Studios
ชะตากรรม: แม้เกม Online MMORPG ของค่ายอย่าง WIldstar จะประสบความสำเร็จในตอนแรก แต่พอเวลาผ่านไปเกมออนไลน์แบบเสียเงินรายเดือนก็เริ่มล้มหายตายจากโดย Wildstar ก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบนำไปสู่การปิดตัวของทีม Carbine Studios
ผลงานเด่น: Wildstar
Liquid Entertainment
ชะตากรรม: จากผลงานสร้างชื่ออย่าง Battle Realms หลังจากนั้นมาก็ไม่ค่อยมีผลงานดังเข้าตาสักเท่าไหร่ ทีมงาน Liquid เปลี่ยนแนวไปพัฒนาเกมหลายทาง ทั้งบน Facebook ไปจนถึงมือถือ
ก่อนมีการประกาสปิดทีมในปี 2018 ก่อนที่ปัจจุบันจะมีการปัดฝุ่นเอา Battle Realms กลับมาขายบน Steam อีกครั้งพร้อมระบุว่าหากขายดีจัดอาจมีการปลุกผีทีม Luquid กลับมาสร้างภาคใหม่
ผลงานเด่น: Battle Realms , The Lord of the Rings: War of the Ring , Rise of the Argonauts
S2 Games
ชะตากรรม: ผู้ให้กำเนิดเกม Moba ที่ฮิตสุด ๆ ในบ้านเราอย่าง Heroes of Newerth หรือ HON โดยในปี 2015 ทางทีม S2 ขายสิทธิทั้งหมดของเกม HoN ให้กับ Garena เพื่อที่ตัวเองจะได้มุ่งมั่นทำงานกับเกม Strife เกม Moba ของตัวเอง ก่อนที่ตัวเกม Strife จะปิดตัวลงไปแบบเงียบ ๆ พร้อมกับทีม S2 โดยไร้การบอกกล่าวแต่อย่างใด
ผลงานเด่น: Heroes of Newerth , Strife , ซีรีส์ Savage
Telltale Games
ชะตากรรม: ปิดตัวแบบกระทันหัน หลังผู้ให้ทุนตัดสินใจยกเลิกการลงทุนทั้งหมด สุดท้ายพนักงานเกือบทั้งหมดถูกปลด หลงเหลือไว้เพียงพนักงานบางส่วนก่อนที่จะได้บริษัท LCG Entertainment ซึ่งมีกลุ่มนักพัฒนาเกมรุ่นใหญ่รายหลายเป็นเจ้าของมาเข้าซื้อและหวังชุบชีวิต Telltale กลับมาอีกครั้ง
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Walking Dead, Wolf Among Us, Batman , Tale from Borderlands และ Minecraft
Wargaming Seattle ชื่อเดิมคือ Gas Powered Games
ชะตากรรม: ปิดตัวหลังพัฒนาเกมดังมากมายหลายแนวให้กับเครื่อง PC โดยโครงการสุดท้ายคือความพยายามระดมทุนผ่าน Kickstarter ในเกม Wildman เกม Action RPG ที่อ้างว่าจะปฎิวัตวงการ สุดท้ายบริษัท Wargaming เข้าซื้อ Gaslight Game และยุบทีมทิ้งไปรวมกับทีมหลักอื่น ๆ ในค่าย
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Dungeon Siege , ซีรีส์ Supreme Commander
ทีมที่ปิดตัวในปี 2019
AlphaDream
ชะตากรรม: ผู้พัฒนาเกมดังมากมายบนเครื่อง Gameboy มาจนถึง Nintendo Switch ประกาศล้มละลายหลังระบุว่าการพัฒนาเกมใช้เงินทุนสูงเกินแบกรับและไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันเวลา
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Mario & Luigi
Defiant Development
ชะตากรรม: ทีมพัฒนาอิสระที่ก่อตั้งในปี 2010 หลังประเทศออสเตรเลียเกิดการปลดพนักงานในวงการเกมครั้งใหญ่ ทีมงานผ่านการพัฒนาเกมหลายแนวจนมาแจ้งเกิดในซีรีส์ Hand of Fate โดยผลงานล่าสุดที่ทีมกำลังพัฒนาอยู่คือ The World In My Attic แต่มีการประกาศปิดตัวหลังทีมงานเผยว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ทันกระแสของวงการ
ผลงานเด่น: Hand of Fate 1 – 2
Human Head Studios
ชะตากรรม: ทีมพัฒนาอิสระที่ก่อตั้งในปี 2010 หลังประเทศออสเตรเลียเกิดการปลดพนักงานในวงการเกมครั้งใหญ่ ทีมงานผ่านการพัฒนาเกมหลายแนวจนมาแจ้งเกิดในซีรีส์ Hand of Fate โดยผลงานล่าสุดที่ทีมกำลังพัฒนาอยู่คือ The World In My Attic แต่มีการประกาศปิดตัวหลังทีมงานเผยว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ทันกระแสของวงการ
ผลงานเด่น: ซีรีส์ Rune , The Quiet Man , Prey (2006)


Artoon
Cavia
Core Design
Luxoflux
Midway Games
Monte Cristo
Realtime Worlds
RedOctane
Surreal Software
Bizarre Creations
Black Rock Studio
Blue Fang Games
Darkworks
EA Bright Light (ชื่อเดิม EA UK)
Kaos Studios
Propaganda Games
Team Bondi
Team Ico
38 Studios
nStigate Games
Rockstar Vancouver
Spellbound Entertainment
Vatra Games
Zipper Interactive
2K Marin
EA Phenomic หรือ Phenomic Game Development
Playfish
Slant Six Games
Terminal Reality
TimeGate Studios
Double Helix Games
Neversoft
Silicon Knights
SuperBot Entertainment
2K Australia ชิ้อเดิม Irrational Games Australia
Spark Unlimited
Zombie Studios
Evolution Studios
Lionhead Studios
NovaLogic
Spicy Horse
United Front Games
2K Czech หรือชื่อเดิม Illusion Softworks
Irrational Games ชื่อเดิมคือ 2K Boston
Runic Games
Visceral Games ชื่อเดิมคือ EA Redwood Shores
Capcom Vancouver
Carbine Studios
Liquid Entertainment
S2 Games
Telltale Games
Wargaming Seattle ชื่อเดิมคือ Gas Powered Games
AlphaDream
Defiant Development
Human Head Studios










