GamingDose

Support

BY Putinart Wongprajan

แกะรอยเกม: ก่อนจะมาเป็น Devil May Cry

05 03 2018 Feature แกะรอยเกม Forweb
Views
ติดตามบน Google News

อีกไม่กี่วัน พวกเราก็จะได้สัมผัสกับการผจญภัยครั้งใหม่ของเหล่านักล่าปีศาจสุดเท่ใน Devil May Cry 5 กันแล้ว ซึ่งก่อนที่ซีรีส์นี้จะมาถึงจุดนี้ได้ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะมาก และต้องใช้เวลาในการรอคอยนานจนเกือบจะลืมเลือนไป แต่รู้หรือไม่ว่า ซีรีส์คือหนึ่งในโปรเจกต์ที่เคยจะเป็นเกมภาคต่อของ Resident Evil มาก่อน ซึ่งเราจะมาแกะรอยย้อนอดีตในเรื่องนี้กัน

เรื่องราวเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปี 1999 สองนักพัฒนาเกมจาก Capcom คือคุณ Hideki Kamiya และ Shinji Mikami กำลังเตรียมโปรเจคในการพัฒนา Resident Evil ภาคใหม่บนเครื่อง PlayStation 2 เพื่อรับกับสหัสวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยในตอนนั้นคุณ Noboru Sugimura มือเขียนบทก็ได้รับมอบหมายจากคุณ Mikami ให้ลองเขียนบทของเกมที่สื่อถึงความ”เท่และโฉบเฉี่ยว” โดยจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับรอบกายของตัวเอก ซึ่งในช่วงแรกเขาถูกตั้งชื่อว่า Tony โดยเขาเป็นมนุษย์ที่มีพลังพิเศษ โดยจะใช้การอธิบายเกี่ยวกับพลังในแบบวิทยาศาสตร์ตามสไตล์ของ Resident Evil

Devil May Cry Early 000
ภาพคอนเซ็ปต์ของเกมในช่วงแรก

แต่เมื่อคุณ Kamiya ได้ลองตรวจสอบในขั้นแรกแล้ว เขารู้สึกว่าลุคของตัวเอกอย่าง Tony นั้นดูไม่แข็งแกร่งหรือกล้าหาญพอในการต่อสู้ที่ดูผ่านมุมกล้องแบบ Fixed Camera ซึ่งก็ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะทิ้งระบบ Prerendered ที่เป็นระบบการโหลดฉากทั้งหมดก่อนเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่เคยใช้ใน Resident Evil ไป แล้วเปลี่ยนระบบมุมกล้องที่เรียกว่า Dynamic camera system แทน

Devil May Cry Early 002
ภาพร่างของตัวละครหญิงใน Resident Evil ภาคใหม่ ก่อนถูกแก้ไขมาเป็น Trish ในภายหลัง

และด้วยหนทางใหม่ในการพัฒนาเกมนี้เองทำให้ทางทีมพัฒนาตัดสินใจเดินทางไปยังทวีปยุโรปเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ โดยทีมงานนั้นเน้นไปที่ประเทศในเครือสหราชอาณาจักรและสเปน เก็บรูปภาพจากปราสาทเก่า ๆ ในยุคโกธิค รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรม รูปปั้นต่าง ๆ ไปจนถึงการวางชั้นหินของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ธีมของเกม Resident Evil ภาคใหม่มีความรู้สึกเท่และคูลมากขึ้น

Devil May Cry Early 001
ภาพร่างของ Oswell E. Spencer ผู้ก่อตั้ง Umbrella ในตอนนั้น

แต่เมื่อการพัฒนาคืบหน้าไป ทางคุณ Mikami ก็คิดว่าตัวเกมในเวลานี้นั้นหลุดกรอบจากทิศทางของ Resident Evil ไปมากเหลือเกิน เพราะมันไม่ใช่เกมแบบ Survival Horror ที่สร้างชื่อให้กับซีรีส์แม้แต่น้อย ซึ่งถ้าหากการพัฒนาเกมนี้ขึ้นไปจนสุดทาง เราก็น่าจะได้เห็นเกม Resident Evil 4 ที่มีตัวเอกชื่อ Tony ออกต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ด้วยพลังเหนือมนุษย์ในปราสาทโบราณสไตล์โกธิคก็เป็นได้

Devil May Cry Early 003
ภาพร่างของปีศาจในเกม Resident Evil ก่อนที่จะถูกนำมาปรับใช้กับ Devil May Cry​ ในเวลาต่อมา

ในที่สุดทางคุณ Mikami ก็คิดว่าตัวเกมในตอนนี้น่าจะไม่ใช่ Resident Evil แบบที่เขาต้องการ จึงไม่ได้นำมันไปสานต่อ แต่คุณ Hideki Kamiya กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเขารู้สึกว่าอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำมานั้นมันดีเกินกว่าที่จะทิ้งไปเปล่า ๆ จึงนำเนื้อหาของตัวเกมไปเขียนใหม่ เปลี่ยนที่มาของพลังจากแนววิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องของเหล่าปีศาจตามตำนานต่าง ๆ และเปลี่ยนชื่อตัวละครเอกจาก Tony เป็น Dante ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับตัวเอกในวรรณกรรมชื่อดังอย่าง The Divine Comedy หรือในชื่อไทยว่า”ไตรภูมิดันเต” นั่นเอง

Devil May Cry Early 02

และการพัฒนาเกมนี้ก็เป็นหน้าที่ของทีม Team Little Devil ที่เป็นกลุ่มทีมงานจาก Studio 4 ในค่าย Capcom เอง ซึ่งระบบการเล่นก็ถูกยกเครื่องใหม่หมด โดยนำระบบการต่อสู้ในเกม Onimusha: Warlords มาต่อยอดให้ดุดันมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ในระหว่างการทดสอบนั้น คุณ Kamiya เห็นว่าตัวศัตรูมีการชะงักค้างอยู่กลางอากาศ จึงคิดว่าควรใส่ระบบการต่อสู้ที่ผู้เล่นสามารถใช้อาวุธเป็นดาบและปืนผสมผสานกันเป็นท่าโจมตีที่หลากหลายมากขึ้น กลายเป็นระบบที่เรียกว่า Juggle หรือการเลี้ยงศัตรูให้ถูกอัดกลางอากาศเป็นท่าคอมโบที่สวยงาม

แต่กว่าที่จะมาถึงขั้นนี้ ก็เป็นช่วงปลายของการพัฒนาเกมแล้ว​ ส่วนรูปแบบการเล่นจะเป็นแบบเน้นเล่าเรื่องผ่านเป็นฉาก ๆ ไป ไม่เหมือนกับ Resident Evil ที่มีการเล่นแบบรวดเดียวแล้วเซฟเกมระหว่างทางแทน ซึ่งคุณ Kamiya ก็เล่าว่า ความยากของเกมที่คิดไว้ก็คือความยากที่ตั้งใจจะให้ผู้เล่นแบบ Casual ได้รู้สึกถึงความท้าทายด้วย

Devil May Cry Early 03

อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือตัวของ Dante เองที่มีการออกแบบออกมาหลายอย่าง โดยคุณ Kamiya คิดว่าตัวเอกของเกมนี้จะต้องมีสามอย่าง คือ “เสื้อโค้ทยาว” “เท่” และ “ไม่สูบบุหรี่” ซึ่งในยุคนั้นตัวเอกที่ดูเท่ในวิดีโอเกมหรือในอนิเมะนั้นมักจะสูบบุหรี่เกือบทุกคน ซึ่งเขาก็เห็นว่า มันน่าจะที่ทำให้ตัวละครของเขาเท่ได้โดยที่ไม่ต้องสูบบุหรี่ และก็ออกมาเป็น Dante ในแบบที่เรารู้จัก ซึ่งเขาก็มีคุณสมบัติครบถ้วน ตรงตามที่คุณ Kamiya อยากให้เขา “เป็นตัวละครที่อยากไปนั่งดื่มหรือเที่ยวสนุกด้วยกัน”

หลังจากการพัฒนาอย่างยาวนาน ในที่สุดตัวเกมก็เสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่าง และมีชื่อว่า Devil May Cry ตัวเกมได้เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปี 2000 และมันก็ได้รับความสนใจจากเหล่าเกมเมอร์อย่างยิ่ง ด้วยลุคของตัวเอกคนใหม่ที่เท่จับใจ ระบบการต่อสู้ที่ดูเฟี้ยวฟ้าวมาก ๆ และมันก็สนุกถึงใจ มีความท้าทายฝีมือคนเล่น จึงไม่น่าแปลกที่ Devil May Cry จะได้รับความนิยมและโกยเงินไปมากมายเมื่อวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมปี 2001 กลายเป็นหนึ่งในเกมขายดีของเครื่อง PlayStation 2 ไปอย่างเหนือความคาดหมายทันที

Devil May Cry Early 04

แต่หลังจากความสำเร็จของภาคแรกที่สูงเกินไป ทำให้ทาง Capcom ตัดสินใจเร่งให้ Devil May Cry มีการสร้างภาคต่อในทันทีเพื่อโกยเงิน สองปีต่อมา Devil May Cry 2 ก็วางจำหน่าย แต่เนื่องจากทีมที่พัฒนานั้นไม่ใช่ Team Little Devil เหมือนในภาคแรก และยังให้เวลาในการพัฒนาที่สั้นมากเพียง 4 – 5 เดือนเท่านั้น และในตอนนั้นก็เป็นคุณ Hideaki Itsuno ที่เป็นหัวหอกในการพัฒนาเกม แน่นอนว่าหลังจากที่เกมวางจำหน่ายก็โดนด่าไปตามระเบียบ ทั้งระบบการเล่นที่ไม่สนุกเหมือนเดิม มาดของ Dante ที่เปลี่ยนไปไม่เฮฮาเหมือนเก่า เรียกว่าดรอปลงแทบทุกอย่างจนแฟน ๆ สาปส่ง ก่อนที่คุณ Itsuno จะขอโอกาสครั้งที่สอง กลับมาแก้ตัวใน Devil May Cry 3 ได้สำเร็จในภายหลัง

Devil May Cry Early 05

และสำหรับ Devil May Cry 5 ที่กำลังจะมาในสัปดาห์นี้ ก็ถือเป็นการกำกับเกมในซีรีส์นี้เป็นครั้งที่สามของเขา และเราก็ไม่สงสัยในฝีมือของเขาอีกต่อไปว่าจะน่าเป็นห่วงหรือเปล่า แต่จะดีอย่างที่คาดหรือไม่นั้น วันที่ 8 มีนาคมนี้น่าจะได้รู้คำตอบกันครับ

Putinart Wongprajan

Putinart Wongprajan

StolenHeart(พุฒินาท วงศ์พระจันทร์) สมาขิกยุคแรกของ GamingDose ที่แวะเวียนมาช่วยงานอยู่เสมอ ชอบเล่นเกมต่อสู้, JRPG, Metroidvania และการ์ดเกม

Related posts

Read More