เรื่องราวตำนานลับ GTA ที่จากของลือกลายเป็นของจริงในเกม

Grand Theft Auto เป็นซีรีส์เกมแอ็กชัน-ผจญภัย Open World ที่ทีมงาน Rockstar Games มักชอบใส่ Easter Egg หรือคอนเทนต์ประหลาดให้เกมเมอร์หลายคนงุนงงเสมอ ซึ่งทำให้เกมเมอร์ได้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม เพื่อสืบค้นหาปริศนาทั้งหมดในเกม GTA แล้วก่อให้เรื่องราวตำนานหรือทฤษฎีต่าง ๆ ใน GTA มากมาย

ตำนานบางเรื่องยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ตำนานบางเรื่องถูกกุเรื่องขึ้นมาเองจนโดนพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง และแน่นอนว่าก็มีตำนานบางเรื่องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง แล้วเรื่องราวตำนานลับ GTA ดัง ๆ ที่จากของลือได้พิสูจน์กลายเป็นของจริงในเกมจะมีอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลย

Ghost Car

Ghost Car เป็นตำนานลึกลับยุคแรก ๆ ของ GTA: SA ที่หลายคนกล่าวถึงเป็นจำนวนมาก และเกมเมอร์หลายคนสามารถพิสูจน์ความจริงจากการเห็นด้วยตาตัวเอง

ในเกม GTA SA มีรถยี่ห้อหนึ่งชื่อว่า “Glendale” เป็นรถ 4 ประตูที่เห็นได้ตามท้องถนน และรถประจำตัวของ Big Smoke แต่รู้หาไม่ว่ารถ Glendale มีอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่า “glenshit” (อ้างอิงจาก internal file) เป็นรถ Glendale ที่มีสภาพยับเยินเหมือนเพิ่งโดนพังด้วยไม้เบสบอล

แต่ที่น่าแปลกใจคือ รถ glenshit จะไม่สามารถซ่อมแซมจากการเข้าร้าน Pay ‘n’ Spray หรือแม้กระทั่งใช้สูตรโกงเติมเลือดได้ และรถคันนี้สามารถพบได้ในแถว Back O’ Beyond กำลังจอดอยู่กลางป่าที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ยากมาก

อย่างไรก็ตาม ก็มีรายงานจากเกมเมอร์หลายคนว่ารถ glenshit สามารถขับรถเองได้ทั้งที่ไม่มีคนขับ นอกจากนี้ ในเกมเวอร์ชัน PS2 รถดังกล่าวมีอาการ Glitch ที่รถจะล้มคว่ำลงจากเขาหรือต้นไม้ ทำให้สังคมเกม GTA ต่างเรียกรถคันดังกล่าวว่า “Ghost Car” (รถวิญญาณ) และกลายเป็นตำนานดังของ GTA จนถึงทุกวันนี้

Ghost Car สามารถพบได้ในเกม GTA IV และ GTA V แต่มีความแตกต่างจากกรณีของ GTA SA ตรงที่รถ Ghost Car สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป ซึ่งคาดว่าเป็น Glitch ของเกม

Ghost Train

หลังจากเกม GTA SA ออกวางจำหน่าย ก็มีข่าวลือจากเกมเมอร์หลายคนว่ามี “Ghost Train” หรือรถไฟผีหลอกเพ่นพ่านทั่วรางรถไฟ และมันมีพฤติกรรมดุชอบเปลี่ยนรางรถไฟกะทันหัน เพื่อหันไปชนผู้เล่นจนเสียชีวิต แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจน และขาดความสมเหตุสมผลในเรื่องการเปลี่ยนรางรถไฟ ทำให้ตำนานดังกล่าวถูกระบุว่าไม่เป็นความจริง

แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2008 เกมเมอร์นามว่า “normangabor” สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า Ghost Train มีอยู่ในเกมจริง ๆ โดยเกมเมอร์สามารถพบ Ghost Train ได้ระหว่างการทำภารกิจ “Snail Trail” ที่ผู้เล่นต้องติดตามนักข่าวที่กำลังนั่งในรถไฟอย่างใกล้ชิด

ระหว่างติดตามรถไฟ หากผู้เล่นพบรถไฟ “ขบวนที่สอง” ที่วิ่งสวนทางกับผู้เล่น ให้เกมเมอร์ติดตามรถไฟขบวนที่สองไปจนถึงสถานี Cranberry Station ในเมือง San Fierro แล้วจากนั้น เกมเมอร์จะพบว่ารถไฟได้มีการหักขวาแล้วเริ่มลอยตัวบนอากาศแทน ซึ่ง Glitch ดังกล่าวนับว่ามีระดับความยากในการค้นพบ “แทบเป็นไปไม่ได้” เพราะคงไม่มีเกมเมอร์คนไหนขับรถไล่ตามรถไฟขบวนอื่นระหว่างการทำภารกิจ และการค้นพบ Glitch ดังกล่าว ทำให้ตำนานรถไฟผีหลอก ได้กลับมารับการยืนยันว่าเป็นของจริงอีกครั้ง

ในเกม GTA V ก็มีตำนาน Ghost Train ที่หลายคนรายงานเคลมว่าพบขบวนรถไฟกำลังวิ่งบนรางทั้งที่ไม่มีหัวรถไฟ และมันสามารถวิ่งทะลุได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งตำนานดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง เนื่องจากผู้เล่น GTA Online หลายคนสามารถพบบั๊กนี้เป็นประจำ

Loch Ness Monster

ตำนาน Loch Ness Monster เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2005 โดยมีเกมเมอร์คนหนึ่งเคลมว่าค้นพบสัตว์ประหลาดสีดำบนทะเลสาบ Fisher’s Lagoon ในเกม GTA SA ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่ามันมีลักษณะคล้ายกับคอของเนสซี หรือตำนานสัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนสส์ที่เคยฮือฮาในโลกความเป็นจริง

หลังจากมีข่าวลือค้นพบเนสซีใน GTA SA ก็มีหลายคนได้คิดค้นทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย เช่นถ้าหาก CJ ยืนบนเรือกลางทะเลสาบ แล้วเปิดเกมทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน หลังจากผู้เล่นตื่นนอนแล้วจะพบว่า CJ ได้ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเป็นการบอกใบ้ว่าเนสซีได้สังหาร CJ ระหว่างที่ผู้เล่นกำลังนอนหลับ หรือหากผู้เล่นแตะตัวเนสซีแม้แต่นิดเดียว ผู้เล่นจะตายทันที

อย่างไรก็ตาม แม้ทีมงาน Rockstar Games คอนเฟิร์มหลายครั้งแล้วว่าเนสซีไม่มีอยู่ในเกม GTA SA จริงตามตำนานที่กล่าวมา รวมถึงผู้เล่นบางครั้งพยายามหักล้างตำนานว่าอาจเป็นเพียงแค่ Glitch ภาพกราฟิก แต่เกมเมอร์บางส่วนก็ยังไม่ยอมแพ้ที่สืบหาความจริงตำนานเนสซีต่อไป

แต่ล่าสุด ตำนานเนสซีได้กลายเป็นเรื่องจริงบน GTA Online เพราะมีเกมเมอร์ได้ค้นพบ Easter Egg เนสซีในอ่าวทะเล Cayo Perico ที่สังเกตพบได้ไม่ยากจนเกินไป

Epsilon Program

Epsilon Program เป็นกลุ่มลัทธิที่มีอำนาจมากที่สุดในเมือง San Andreas และมีบทบาทในเกม GTA V แต่รู้ไม่ว่า Epsilon Program เริ่มมีมาตั้งแต่ GTA ในยุคจักรวาล HD แล้ว

Epsilon Program ได้มีการกล่าวถึงหลายครั้งในเกม GTA SA ผ่านช่องทางวิทยุ รวมถึงผู้เล่นสามารถค้นพบโบสถ์ Epsilon หลายแห่งทั่ว San Andreas แต่เนื่องจาก Epsilon Program ไม่มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่อง GTA SA ทำให้เกมเมอร์เชื่อว่าลัทธิดังกล่าวอาจเป็นองค์กรลับที่จะมีบทบาทสำคัญในเกม GTA ภาคถัดไป แม้บางส่วนเชื่อว่า Epsilon Program ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อต้องการล้อเลียนกลุ่มลัทธิ Church of Scientology ในชีวิตจริงก็ตาม

แต่แล้ว Epsilon Program ก็ได้ปรากฏตัวเป็น ๆ ครั้งแรกใน GTA V แถมผู้เล่นสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิก Epsilon Program ได้ (หากเล่นเป็น Michael De Santa) ด้วยการแก้ปริศนา และทำตามเงื่อนไขต่าง ๆ อีกด้วย

UFO

จะบอกว่าเป็นตำนานตลอดกาลของ GTA เลยก็ว่าได้ เพราะทีมพัฒนาเกม Rockstar Games ชอบนำประเด็นเอเลียนมาล้อเลียนบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เกมเมอร์เชื่อว่าทีมงานจะต้องใส่มุกเอเลียนแฝงไว้ใน Easter Egg ของเกม GTA ทุกภาค

เกม GTA ภาคแรกที่มีการกล่าวถึงตำนานเอเลียนคือ GTA Vice City โดยมีเกมเมอร์บางกลุ่ม เชื่อว่าไฟสีแดงที่อยู่บนท้องฟ้าตอนกลางคืนอาจเป็นยานอวกาศ UFO แต่เนื่องจากหลักฐานต่าง ๆ ยังมีน้อยนิดจึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า UFO มีจริงใน GTA VC หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตำนาน UFO เริ่มมีความชัดเจนยิ่งขึ้นใน GTA SA หลังจากเกมมอร์ค้นพบว่าดาวตกประหลาดสีแดงที่บินผ่าท้องฟ้าช่วงเวลากลางคืน (และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว) เป็นแสงไฟจากยานอวกาศ UFO แล้วพบว่าชื่อไฟล์ของดาวตกสีแดงใช้ชื่อว่า “UFOLIGHT” (แสง UFO)

แต่ GTA V เป็นเกมแรกที่ผู้เล่นสามารถพบยานอวกาศ UFO แบบเต็ม ๆ ตา ซึ่งผู้เล่นสามารถพบได้ง่าย ๆ แถวสวน Beam Me Up , ฐานทัพ Fort Zancudo, ยอดเขา Mount Chiliad (ทั้ง 3 แห่งต้องเคลียร์เกม 100% ก่อนถึงจะพบ UFO) และผู้เล่นสามารถพบซากยานอวกาศ UFO แถวใต้น้ำทางทิศเหนือของ Paleto Bay

Bigfoot

สัตว์ประหลาด Bigfoot เป็นหนึ่งในตำนานยอดนิยมของแฟรนไชส์เกม GTA ที่ถูกเล่าขานมาตั้งแต่เกม GTA III จนถึง GTA V

แม้ตำนาน Bigfoot จะมีในเกม GTA ทุกภาค แต่ GTA SA คือภาคแรกที่ทำให้ตำนานดังกล่าวได้โด่งดังไปทั่วเกมตระกูล GTA ซึ่งจุดเริ่มมาจากเกมเมอร์คนหนึ่ง (ไม่ระบุชื่อ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บบอร์ดสังคมเกมว่า พบเจอสัตว์ประหลาด Bigfoot ในแถบชานเมือง Back O’ Beyond, Shady Cabin หรือ Mount Chiliad พร้อมเผยภาพประกอบเป็น Bigfoot ตัวเป็น ๆ ขนาดใหญ่ยืนอยู่กลางป่า

หลังจากมีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าว ทำให้สังคมเกม GTA ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หากอ้างอิงจากเว็บ GTA Myth หลังจากตัวเกมออกวางจำหน่ายเพียง 1 สัปดาห์ ผู้เล่นหลายคนออกเดินทางไปแถวป่าไม้ในเกม เพื่อหา Bigfoot ตัวเป็น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวลือ Bigfoot กลายเป็นเรื่องฮือฮา ทำให้ Modder หลายคนสร้างม็อดตัวละคร Bigfoot แล้วปล่อยให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดใช้ฟรี ซึ่งส่งผลทำให้การพิสูจน์ตำนานเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าวิดีโอคลิปหรือภาพถ่าย Bigfoot ของ GTA SA ในอินเทอร์เน็ต เป็น Bigfoot ในเกมจริง ๆ หรือไม่

หลังจาก GTA SA มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Bigfoot ในช่วงเวลาต่อมาไม่นาน ก็มีเกมเมอร์รายงานว่าค้นพบ Bigfoot ในเกม GTA III และ GTA Vice City แต่เนื่องจากขาดหลักฐานที่ชัดเจน จึงทำให้ตำนานดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลไม่เป็นความจริง

แต่แล้วตำนาน Bigfoot ก็ได้เป็นความจริงในเกม GTA V ช่วงระหว่างที่ผู้เล่นกำลังทำภารกิจเนื้อเรื่อง “Predator” ผู้เล่นสามารถพบ Bigfoot จากการส่องกล้องสไนเปอร์ Thermal โดยเมื่อเล็งเป้ายิง Bigfoot แล้ว ตัว Bigfoot จะไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้อน และหากคลาดสายตาไปเพียงนิดเดียว Bigfoot จะหายไปโดยทันที สังคมเกม GTA จึงยืนยันว่าตำนานเป็นความจริงในฐานะ Easter Egg

นอกจากนี้ ผู้เล่นสามารถพบ Bigfoot ใน GTA V ได้อีกครั้งในภารกิจ Strangers and Freaks ชื่อว่า “The Last One” โดยผู้เล่นจะควบคุมเป็น Franklin Clinton พบกับนักล่าคนหนึ่งที่ตามหา Bigfoot มานานแล้ว 9 ปี (Reference มาจากผู้เล่น GTA SA ที่ยังไขปริศนาจนถึง GTA V ในปี 2013) จนกระทั่ง Franklin ได้พบกับ Bigfoot ตัวเป็น ๆ แล้วออกตามล่าจนสุดขอบสนาม แล้วพบความจริงว่า Bigfoot ที่ตามล่านั้น เป็นเพียงแค่ชายสวมเสื้อ Bigfoot เท่านั้น

แหล่งที่มา: GTA Myths Wiki

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close