เปิดตำนานเกม Advance Wars สงครามกลยุทธ์แห่งโลกยุคโมเดิร์น หนึ่งในเกมวางแผนระดับขึ้นหิ้งจาก Nintendo

เมื่อพูดถึง “เกมวางแผน” จากทางค่าย Nintendo แล้ว เราก็คงต้องนึกถึงซีรี่ส์เกมวางแผน Turn-Based ที่มีอายุมาอย่างยาวนานและมีประวัติศาสตร์อันน่าสนใจและถูกพัฒนาโดยทีมพัฒนาอย่าง Intelligent Systems อย่างซีรี่ส์เกม Fire Emblem ที่สามารถครองใจผู้เล่นสายโหดและสายไวฟุจนกลายเป็นซีรี่ส์หลักมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เมื่อเราย้อนไปสักประมาณเกือบ 15 ปี เราก็จะพบว่า Fire Emblem ไม่ใช่ซีรี่ส์เกมวางแผนซีรี่ส์เดียวที่เคยทำ โดยก่อนที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จกับซีรี่ส์เกมตายแล้วตายเลยเกมนี้ พวกเขาได้เคยฝากซีรี่ส์เกมวางแผนอีกซีรี่ส์นึงมาก่อน โดยซีรี่ส์นี้มีชื่อว่า “Wars” ที่ได้ออกมาหลายภาคและลงให้กับหลาย ๆ เครื่องเกมของ Nintendo ไม่ว่าจะเป็น Famicom, Super Famicom, Gameboy Advance, DS และ Wii

แต่ในบรรดาภาคทั้งหมดของซีรี่ส์เกม Wars นั้น ก็ได้มีภาคนึงที่ประสบความสำเร็จและสร้างฐานแฟน ๆ ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก และมีภาคต่อของภาคนี้ตามมา จนหลาย ๆ คนถึงกับเข้าใจว่าเจ้าชื่อภาคนี่คือชื่อซีรี่ส์เกมเต็ม ๆ เลยทีเดียว โดยภาคดังกล่าวก็ได้ถูกลงให้กับเครื่อง Game Boy Advance เป็นครั้งแรก ในชื่อ “Advance Wars”

Advance Wars คือเกมอะไร ??

Advance Wars เป็นเกมแนววางแผนกลยุทธ์ที่ได้นำเสนอในรูปแบบของ “Turn Based Strategy” โดยถูกจัดว่าอยู่ในซีรี่ส์เกมที่มีชื่อว่า “Wars” ซึ่งเจ้าเกม Advance Wars นั้นได้ถูกพัฒนาโดยทีมพัฒนา “Intelligent Systems” ทีมพัฒนา First Party ของ Nintendo ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรี่ส์เกม Fire Emblem อันโด่งดัง ซึ่งทุกวันนี้ Fire Emblem กลายเป็นซีรี่ส์หลักของ Nintendo ไปแล้ว

ก่อนที่เราจะพูดถึงเจ้าเกม Advance Wars นั้น เราจะมาพูดถึงในส่วนของซีรี่ส์เกม Wars กันเสียก่อน โดยซีรี่ส์ Wars นั้นถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่ค่อนข้างเก่าแก่และอยู่ตั้งแต่ยุคเครื่อง Famicom แล้ว โดยจุดเด่นของเกม ๆ นี้ก็คือเป็นเกมวางแผนกลยุทธ์แบบ Turn-Based ที่เดินเป็นช่องตาราง และใช้เซตติ้งธีมเป็นสงครามโมเดิร์น/สงครามโลก ถือปืน รถถัง เรือดำน้ำจีน ซื้อสองแถมหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างจากซีรี่ส์เกม Fire Emblem ของค่ายเดียวกันเป็นอย่างมาก เพราะของ Fire Emblem เซตติ้งธีมจะเป็นแนวจักร ๆ วงศ์ และใช้ดาบใช้ธนูใช้เวทย์ซะมากกว่า

อย่างไรก็ดี ทั้งซีรี่ส์ Wars และ Fire Emblem ล้วนมี Core Gameplay ที่คล้าย ๆ กัน นั้นก็คือระบบ Turn Based Strategy ที่เดินเป็นช่องตารางและเน้น Tactic แต่ในฝั่งของซีรี่ส์เกม Wars จะเข้าถึงง่ายและเป็นมิตรต่อผู้เล่นมากกว่า และเราจะได้ควบคุมกองทัพเป็นยูนิต ในขณะที่ Fire Emblem จะค่อนข้างเล่นยากเพราะการออกแบบระบบยูนิตที่เราจะได้ควบคุมตัวละครหลักด้วย ซึ่งหากตัวละครหลักของเราตายแล้ว ก็จะตายไปเลย ไม่มีการฟื้นคืนชีพ ถึงแม้ช่วงหลัง ๆ ทางซีรี่ส์เกม Fire Emblem จะมีการเพิ่มโหมดง่ายที่ไม่มีระบบ Permadeath ให้เล่นก็ตาม

หมายเหตุ : ในซีรี่ส์ Wars ภาคหลัก จะมีแค่ภาค Battlaion Wars เท่านั้นที่นำเสนอในรูปแบบของ Real Time Strategy ส่วนภาคอื่น ๆ นอกนั้นจะเป็นรูปแบบของ Turn-Based Strategy หมด

กลับมาที่ Advance Wars โดยที่มาชื่อภาคของ “Advance Wars” นั้นไม่ได้มีที่มาจากยุคสงครามหรือช่วงเวลาของสงคราม แต่มาจากชื่อของ “เครื่องเกม” ที่ลงให้ โดยเจ้าคำว่า “Advance” นั้นก็คงไม่ต้องเดาให้ยากว่าเจ้าชื่อนี้มันมาจากชื่อของเครื่องเกมพกพาขวัญใจประชาชนในยุคก่อนอย่าง “Game Boy Advance” ดังนั้น “Advance Wars” จึงเป็นวีดีโอเกมของเครื่อง Game Boy Advance ส่วนในชื่อของ “Wars” ก็คือชื่อซีรี่ส์เกม โดยสองคำนี้ประกอบรวมกันเป็น “Advance Wars” ซึ่งชื่อมันดูเรียบง่ายมาก แต่สำหรับผู้เขียนมันดูทรงพลังและมีมนต์ขลังอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

เปิดตำนานเกม Advance Wars

Advance Wars เดิมทีนั้นตัวเกมถูกพัฒนาให้เป็นเกม “Launch Title” ของ Game Boy Advance แต่ดูเหมือนว่าทาง Nintendo ในช่วงนั้นกำลังวุ่นวายกับซีรี่ส์เกมอื่น ๆ อยู่ ทำให้ทาง Nintendo ได้นำทีมพัฒนา First Party อย่าง “Intellegent Systems” ในการช่วยพัฒนาเกมนี้เพื่มอีกแรง

โดยในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเกม Advance Wars นั้น คุณ Makoto Shimojo ผู้อำนวยการสร้างซีรี่ส์นี้ได้ให้ความคิดเห็นในเชิงเบื้องหลังการสร้างว่า เดิมที Intellegent System ได้พยายามที่จะนำเสนอตัวเกมโดยมีการออกแบบ Mechanic ของตัวเกมให้มีความเป็นเอกลักษณ์ แต่ทาง Nintendo กลับตีกลับด้วยเหตุผลที่ว่า “พวกเขานำเสนอตัวเกมได้เข้าใจยากเกินไป” โดยให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือตอนที่ทาง Intellegent System นำเสนองานนี้ให้ Nintendo นั้น ผู้ที่ฟังการนำเสนอกลับไม่เข้าใจคอนเซปต์ที่ทางทีมพัฒนาพยายามจะสื่อ หรือพูดง่าย ๆ ว่า “มันเข้าใจยากเกินไป” นั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ทาง Intelligent Systems จึงพยายามพัฒนาเกมให้เข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ Advance Wars จะมีการใช้เซตติ้งเป็นสงคราม แต่พวกเขาก็ได้นำเสนอในรูปแบบเชิงตลกและเฮฮาพร้อมกับสีสันของกราฟิกที่ฉูดฉาด แต่ยังคงมีความซับซ้อน เพื่อให้เข้าถึงผู้เล่นได้ทุก ๆ วัย แต่อย่างไรก็ดีพวกเขาก็จะเน้นให้ตัวเกมเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่เป็น “วัยรุ่น” ให้ได้เป็นหลัก เพราะผู้เล่นกลุ่มนี้จะมีวุฒิภาวะและความอินมากพอที่จะสามารถเล่นเกมวางแผนได้อย่างสนุกสนาน พร้อมกับพยายามให้เกมนี้มีการไต่ระดับความน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ ตามความคืบหน้าและความไปไกลในการเล่นเกมนี้ และมีการหยิบรูปแบบเกมที่ทีมพัฒนาชื่นชอบในการประยุกต์ใช้เข้ากับเกมของพวกเขาอีกด้วย

หลังจากที่ตัวเกมได้ถูกพัฒนาจนถึงระดับที่สามารถเล่นได้ พวกเขาก็ได้เริ่มพยายามที่จะทดสอบความสมดุลของตัวเกม โดยหลังจากที่พวกเขาได้ทำการปรับแก้และทดสอบไปซักพักแล้วพวกเขาก็พบว่าตัวเกมยังคงต้องมีการปรับสมดุลเพิ่มเติมอีก ดังนัั้นพวกเขาจึงได้ส่งตัวเกมไปให้ทางทีม Debugging ของทาง Nintendo เพื่อทำการปรับสมดุลเกมกันต่อไป ซึ่งคุณ Shimojo ได้ให้ความคิดเห็นว่า “การปรับสมดุลนั้นเป็นไปได้ด้วยดี จนกระทั่งมีคนสั่งให้พวกเขาหยุดเพิ่มให้ตัวเกมมีสถานะพร้อมวางจำหน่าย”

Advance Wars ได้ถูกเปิดเผยสู่สายตาโลกครั้งแรกที่เว็บไซต์ของ Nintendo of France (สาขาฝรั่งเศส) โดยทาง Nintendo of France ก็ได้ทำการเปิดเผยภาพตัวอย่างเกมใหม่ ๆ ของเครื่อง Game Boy Advance และหนึ่งในนั้นก็คือ “Advance Wars” และมีการเปิดเผยระบบ Multiplayer ในช่วงก่อนงาน E3 2001 จะถูกจัดขึ้น

ส่วนในทางฝั่งของวันวางจำหน่ายของตัวเกม Advance Wars นั้น ทางผู้เขียนมองว่านี่เป็นอะไรที่ดูแปลกพอสมควรในวงการเกม แต่มันมีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น โดยตัวเกมในโซนของอเมริกาเหนือนั้นได้ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 10 กันยายน 2001 หรือเพียงแค่ “วันเดียว” เท่านั้น ก่อนที่โศกนาฏกรรมช็อคโลกอย่าง “โศกนาฏกรรม 9/11” จะเกิดขึ้น เรียกได้ว่าหากมีการขยับวันวางจำหน่ายหลังจากนี้ไปแม้แต่วันเดียว ตัวเกมก็อาจจะต้องมีการเลื่อนวางจำหน่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

และด้วยเหตุผลดังกล่าวก็ทำให้ตัวเกม Advance Wars ของโซนอื่น ๆ ต้องถูกเลื่อนวันวางจำหน่ายไปเป็นแถบ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของยุโรปที่ทีแรกวางแผนว่าจะจัดจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2001 ก็ต้องเลื่อนไปวางจำหน่ายตอนต้นปี 2002 แทน และที่หนักที่สุดก็คือฝั่งของญี่ปุ่นที่ยกเลิกการวางจำหน่าย Advance Wars ไปเลย โดยกว่าจะมีการวางจำหน่ายก็ล่อไปปี 2004 แถมเป็นการมัดรวมขายร่วมกับตัวเกมภาคต่อที่วางขายในปีนั้นอย่าง “Advance Wars 2 : Black Hole Rising” อีกต่างหาก

ผลตอบรับของ Advance Wars

ถึงการพัฒนาเกมอาจจะตะกุกตะกักไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วตัวผลงานที่ออกมานัั้นกลับมีความดีงามและความยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นอีกเกมนึงที่ถูกยกขึ้นหิ้งจากแฟน ๆ เกม และมีการสร้างภาคต่อออกมาถึงสามภาคไม่ว่าจะเป็น Advance Wars 2 : Black Hole Rising, Advance Wars : Dual Strike และ Advance Wars : Day of Ruins โดยเฉพาะกับภาค Dual Strike และ Day of Ruins ที่ได้ทำการ “ทำลายธรรมเนียม” ในการตั้งชื่อของซีรี่ส์ “Wars” เพราะทั้งสองภาคนี้ได้ถูกลงให้กับเครื่อง “Nintendo DS” แต่กลับยังคงใช้ชื่อว่า “Advance Wars” โดยเป็นผลจากความสำเร็จและเสียงตอบรับของแฟน ๆ เกมที่ทำให้เกมซีรี่ส์นี้ถูกจดจำในชื่อของ “Advance Wars” มากกว่าชื่อ “Wars” เสียด้วยซ้ำไป (แต่ในโซนของญี่ปุ่นจะใช้ชื่อว่า “Famicom Wars DS”)

โดยในฝั่งของคำวิจารณ์นั้นถือว่าได้ใจนักวิจารณ์ไปเต็ม ๆ และได้คะแนนเฉลี่ยจากสำนักรีวิวไปมากถึง 92/100 (Metacritic) ซึ่งสำนักรีวิวส่วนใหญ่ก็ได้ให้คะแนน Advance Wars อยู่ที่แถว ๆ 8-9 จนถึงระดับ 10/10 กันเลยทีเดียว จัดว่าเป็นคะแนนระดับ “โหดเหี้ยม” ที่แม้แต่เกม AAA สมัยนี้หลาย ๆ เกมก็ยังทำคะแนนระดับนี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

แต่… แต่ว่า… คุณเคยสงสัยไหมว่า “ทั้ง ๆ ที่เกมมันก็เทพขนาดนี้ แต่ทำไมตัวเกมไม่มีภาคใหม่ออกมาเลย ??” ซึ่งหากนับจากภาคล่าสุดอย่าง Day of Ruin ที่วางขายไปเมื่อปี 2008 หรือประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยหากคุณมีลูกตอนเกมภาคนี้ออก จนถึงตอนนี้บูกของคุณก็น่าจะเรียน ป.4 ไม่ก็ ป.5 แล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องของคุณภาพเกมที่แย่ลง เพราะซีรี่ส์เกมนี้ถือว่าเป็นซีรี่ส์เกมที่รักษามาตรฐานไว้ได้ดีมาก ๆ จะภาคไหนก็ได้คะแนนเฉลี่ยแถว ๆ 80-95 มาโดยตลอด

พอมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงเดาได้ไม่ยากแล้วว่าทำไมไม่มีภาคต่อออกมาเลย และนั้นก็เป็นเพราะว่า “ยอดขาย” นั้นเอง โดยตัวเกม Advance Wars ทั้งสี่ภาค… ย้ำนะครับว่าทั้งสี่ภาคเลย เมื่อนำยอดขายทุกภาคมารวมกันแล้วกลับทำได้เพียงประมาณ 2.4 ล้านชุดเท่านั้น !! และไม่มีภาคไหนที่ทำยอดขายได้ล้านแตกเลยด้วยซ้ำ จะมากสุดก็ภาคแรกที่ทำได้ประมาณ 7 แสนชุด ซึ่งยอดขายรวมแค่นี้ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับซีรี่ส์เกมอื่น ๆ ของ Nintendo หรือจะให้เทียบแม้กระทั่งซีรี่ส์คู่หูอย่าง “Fire Emblem” ก็ยังถือว่าห่างไกลมากเกินไป ดังนั้นนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไม “เราถึงไม่ได้เห็น Advance Wars อีกเลย” มายาวนานถึง 10 ปีด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่เกมนั้นโคตรเทพ แถมยังมีกลุ่มแฟน ๆ ที่รักเจ้า Advance Wars เป็นอย่างมาก

แต่สำหรับในยุคนี้ หากใครคิดถึงอารมณ์เกมสไตล์ Advance Wars หรืออยากจะลองสัมผัสอารมณ์นี้เป็นครั้งแรก ทีมพัฒนาเกมอินดี้ฟอร์มเทพอย่าง “Chucklefish” ก็ได้ทำการพัฒนาเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Advance Wars และ Fire Emblem ผสมกัน โดยใช้ชื่อว่า “Wargroove” ซึ่งใครที่สนใจก็เตรียมตัวรอเล่นได้เลย โดย Wargroove จะวางจำหน่ายภายในปี 2019 นี้ (หวังว่าคงจะไม่เลื่อนอีกนะเห้ย)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เล่น Advance Wars ภาคใหม่ แต่เราก็ยังคงคาดหวังให้ทาง Nintendo ได้ให้โอกาสซีรี่ส์เกมนี้อีกครั้งแบบที่ปู่ได้ทำกับซีรี่ส์เกม Fire Emblem ที่กลับมาเฉิดฉายอีกครัังในยุคนี้ เพราะยุคนี้เกมวางแผนนั้นถือว่าเป็นเกมที่หาเล่นยากมาก แถมมีแทบจะนับได้เลย ก็หวังในใจเล็ก ๆ ว่า Nintendo จะยังไม่ทิ้งร้างซีรี่ส์นี้ และหยิบนำกลับมาอีกครั้งใน “ซักวันนึง” ครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close