Martin Klíma ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios และเป็นผู้อำนวยการสร้างของ Kingdom Come: Deliverance II ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับดราม่าของตัวเกมที่ถูกพูดถึงมายาวนานตั้งแต่สมัยที่ภาคแรกวางขาย
โดยหากย้อนไปเมื่อช่วงปี 2017 , Kingdom Come: Deliverance เคยได้รับเสียงวิจารณ์บนอินเทอร์เน็ตมาก่อน เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ได้มีคนผิวสีอยู่ภายในเกมเลย ซึ่งในคราวนั้น ทีมงานก็อธิบายไว้โดยอ้างความถูกต้องตามประวัติศาสตร์ว่า ในโบฮีเมียช่วงต้นศตวรรษที่ 15 โดยเฉพาะชนบทซึ่งเป็นฉากหลังของเกมนั้น นับว่ายากที่จะเห็นคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่คนผิวขาว
ตัดภาพมาที่ปี 2025 — หลายคนที่เคยถกเถียงและปกป้องเกมไว้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว คราวนี้ก็กลับเป็นฝ่ายที่ออกหมัดโจมตีใส่ทีมงานเอง เพราะใน Kingdom Come: Deliverance 2 นั้นมีคนผิวสีอยู่ในเกมเยอะขึ้น โดยทางสตูดิโอก็อธิบายว่ามันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะภาคนี้เกี่ยวข้องกับเมืองใหญ่ที่มีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลกันเข้ามา ขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้เล่นบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับการที่เกมเปิดให้มีความสัมพันธ์แบบชายรักชายได้ด้วย
แล้วดราม่าเหล่านี้ส่งผลอะไรต่อยอดขายเกมหรือไม่ ? ในระหว่างการสัมภาษณ์กับทางสื่อ PC Gamer , คุณ Klíma ก็ตอบคำถามเอาไว้ว่า
“ผมเองก็อยากรู้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้จริง ๆ นะ คุณสามารถโต้เถียงกันได้ทั้งสองทางเลย”
Klíma บอกกับสื่อ พร้อมทั้งกล่าวในอีกมุมหนึ่งว่า การที่เกมมีประเด็นความขัดแย้งเกิดขึ้นนั้นล้วนแต่เป็นผลเสีย และไม่ว่าใครก็คงอยากจะพูดเกี่ยวกับเนื้อหาภายในเกม มากกว่าจะต้องคอยอธิบายถึงเหตุผลที่ซับซ้อนหลาย ๆ อย่าง
เจ้าตัวยังกล่าวเสริมด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างเผ็ดร้อน ว่าโดยส่วนตัว — ดราม่าที่เกิดขึ้นกับเกมทั้งสองภาคนั้น “มีแต่พวกนักรบวัฒนธรรมผู้เสพติดโลกออนไลน์ระยะสุดท้าย จำนวนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นเองที่จะสนใจมัน” และผู้เล่นกลุ่มนี้ก็เป็น “ส่วนที่ไม่มีนัยสำคัญเลย เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้เล่นเกมในภาพรวม”
“กลุ่มผู้เล่นจริง ๆ นั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักนิด, และน่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องดราม่าปลอม ๆ พวกนี้เลยด้วยซ้ำ”
Klíma กล่าวปิดท้ายในประเด็นนี้
Kingdom Come: Deliverance II ออกวางจำหน่ายมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 โดยปัจจุบันลงให้ทั้งบน PlayStation 5, Xbox Series และ PC (Steam, Epic Games Store)











