ถ้าหากผมบอกว่า เหตุผลที่แท้จริงของการยิงขีปนาวุธใส่เมือง Raccoon City อาจไม่ใช่เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปี 1998 ล้วนเป็นเพียงแค่คำโกหก ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา โลกเชื่อว่าโศกนาฏกรรมของ Raccoon City ได้จบลงไปแล้ว แต่ความจริงก็คือ พวกเขาได้ซ่อนบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าเอาไว้ที่ใต้ซากเมืองแห่งนั้น

ในวันนี้ผมจะมาเปิดเผยความจริงทั้งหมดที่เคยถูกปกปิดไว้ให้กับทุกคนได้รับรู้ และนี่ก็คือเรื่องราวของ Resident Evil Requiem
The Connections’ Involvement – การพัวพันขององค์กรในเงามืด

Umbrella Corporation คือบริษัทยาและเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ที่ก่อตั้งขึ้นโดยเพื่อนสนิทสามคน ได้แก่ Oswell E. Spencer , James Marcus , และ Edward Ashford ในฉากหน้านั้น พวกเขาคือองค์กรด้านเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลก ทว่าเบื้องหลังกลับซ่อนการทดลองอันน่าสยดสยอง ที่ร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐในการสร้างอาวุธชีวภาพ ที่ต่อมามันก็ได้กลายเป็นชนวนหายนะให้กับโลกใบนี้
ทว่าเมื่อถึงเวลาแห่งการค้นคว้าและวิจัย เพื่อนทั้งสามคนกลับเกิดสงครามแย่งชิงอำนาจสูงสูดภายในบริษัท ส่งผลให้ครั้งหนึ่งที่ทุกคนเคยเป็นเพื่อนรักกัน กลับต้องกลายมาเป็นศัตรูกันไปโดยปริยาย
Edward Ashford ได้แยกตัวไปทำการวิจัยของตนเองบนเกาะ Rockfort ขณะที่ James Marcus ก็ได้ค้นพบไวรัสมรณะอย่าง T-Virus ส่วน Spencer ผู้หลงใหลในตำนานโบราณ แนวคิดเรื่องพระเจ้า และการวิวัฒนาการของมนุษยชาติ เขาได้ริเริ่มโครงการ Project W ขึ้นมา ซึ่งมันก็คือโครงการที่ Spencer ต้องการที่จะสร้างมนุษย์ที่ที่สมบูรณ์แบบ ฉลาดหลักแหลม และแข็งแกร่งพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไปตามอุดมคติของเขาได้ ซึ่งโครงการนี้ก็ได้ให้กำเนิดตัวละครสำคัญอย่าง Alex Wesker และ Albert Wesker นั่นเอง
ในช่วงทศวรรษ 1980 ความขัดแย้งระหว่าง Marcus และ Spencer ได้ทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น ถึงขนาดที่ Spencer ได้แอบใช้อำนาจของตัวเองลดบทบาทของ Marcus ลง พร้อมทั้งสั่งปิดศูนย์วิจัย Umbrella Executive Training School และขโมยงานวิจัย T-Virus ที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของ Marcus มาอยู่ภายใต้การดูแลของตนเอง
เมื่อ Spencer เริ่มสร้างศัตรูมากขึ้น มันก็ทำให้เสถียรภาพภายในบริษัทเริ่มสั่นคลอน องค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลในเกมการเมืองโลกอย่าง The Connections ก็ต้องการที่จะแทรกแซงการบริหารภายในทั้งหมดของ Umbrella
The Connections ได้ลอบสนับสนุนเงินทุนจำนวนมหาศาลให้กับ Marcus ผ่านมูลนิธิ F Foundation โดยหวังให้เขากลายเป็นไส้ศึกในเกมการเมืองครั้งนี้ แต่ทว่าโชคไม่ดี ที่ Spencer ก็ได้ส่ง Albert Wesker และ Wiliam Birkin มาสังหารเขาลงเสียก่อน ทำให้ Brandon Bailey ลูกศิษย์คนสนิทของ Marcus ต้องมาสานต่อการเป็นไส้ศึกในครั้งนี้แทน ซึ่งข้อมูลก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่า Brandon Bailey คือผู้ก่อตั้งองค์กร The Connections แต่ทว่าแท้จริงแล้ว เขากลับเป็นแค่ฟันเฟืองเล็ก ๆ ในกลไกที่ยิ่งใหญ่เพียงเท่านั้น
ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า Albert Wesker , Ada Wong และ Nicholai Zinoviev ในช่วงเวลานั้นก็อาจทำงานให้กับ The Connections เพื่อช่วงชิงข้อมูลจาก Umbrella กลับมาให้กับทางองค์กรนั่นเอง
Spencer’s Research – การโอนย้ายความทรงจำของสเปนเซอร์

หลังจากที่ Spencer ได้ T-Virus มาไว้ในครอบครอง เขาจึงได้เริ่มค้นหาวิธีหลีกเลี่ยงสิ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่มีวันหนีพ้นได้นั่นก็คือความตาย
อ้างอิงจากบันทึก Spencer’s Research ทั้งสองฉบับ Spencer ที่เชื่อมั่นในเรื่องของความเป็นอมตะ จึงเริ่มหันไปศึกษาทฤษฎีการถ่ายโอนความทรงจำไปยังร่างภาชนะใหม่ โดยใช้ไวรัสสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ของ T-Virus ซึ่งถูกเรียกว่า Mutated T-Virus แนวคิดนี้มีพื้นฐานมาจากงานวิจัยของแมลงวันผลไม้ ที่พบว่าพวกมันสามารถส่งต่อความทรงจำบางส่วนไปยังรุ่นลูกผ่านยีนได้
จากการวิจัยเพิ่มเติมของ Mutated T-Virus ; Spencer ได้พบกับผลลัพท์ที่น่าสนใจว่า แม้ไวรัสจะกระตุ้นให้รหัสพันธุกรรมและระบบเลือดให้กลายพันธุ์ไปอย่างรุนแรง แต่ผู้ติดเชื้อบางรายกลับยังคงรักษาบุคลิกภาพเดิมเอาไว้ได้ราวกับไม่ได้สูญเสียตัวตนไป การค้นพบนี้ทำให้เขาตั้งสมมติฐานว่า “เลือด” อาจไม่ได้เป็นเพียงของเหลวที่หล่อเลี้ยงร่างกาย แต่เป็นภาชนะที่เก็บกักข้อมูลทางชีวภาพมหาศาล ซึ่งรวมถึงความทรงจำและเจตจำนงของมนุษย์ไว้ด้วย
Spencer จึงได้เชื่อว่าหากเขาสามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงในเลือดผ่านทาง Mutated T-Virus ได้สำเร็จ เขาก็จะสามารถดึงเอาความทรงจำและเจตจำนงออกมาจากองค์ประกอบในเลือด และส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นไปยังร่างภาชนะใหม่ เพื่อสร้างการคงอยู่ของชีวิตไปได้ตลอดกาล
สำหรับ Spencer งานวิจัยนี้จึงไม่ใช่แค่การทดลองวิทยาศาสตร์ทั่วไป แต่มันคือการบรรลุวิวัฒนาการตามอุดมคติ ที่มนุษย์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความตายได้ด้วยการถ่ายโอนจิตวิญญาณผ่านสายเลือด
อย่างไรก็ตาม การจะประสบความสำเร็จในงานวิจัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้รับการทดลองจะต้องสามารถทนต่อความเป็นพิษที่รุนแรงของ Mutated T-Virus ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสภาพจิตใจและตัวตนเดิมของตนเองเอาไว้ หากร่างทดลองไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ได้ การทดลองก็จะจบลงด้วยความล้มเหลวทันที ดังนั้นการค้นหาร่างทดลองที่เหมาะสมจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญของงานวิจัยนี้ และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของโครงการทดลองลับที่เกิดขึ้นภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ในปี 1983 Umbrella ได้สร้างเด็กหญิงจำนวนมากขึ้นมาเพื่อใช้เป็นร่างทดลอง โดยเรียกร่างทดลองเหล่านี้ว่ากลุ่มผู้ทดลอง Series 60 พวกเขาได้ดูแลจนพวกเธอเติบโตจนถึงอายุประมาณ 7 ขวบ ก่อนที่จะเริ่มฉีดสารทดลองสำหรับการถ่ายโอนความทรงจำเข้าไปในร่างของพวกเธอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นหายนะ ร่างทดลองทั้งหมดเกิดความผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง บางคนสูญเสียสติและคลุ้มคลั่ง จนในที่สุด การทดลองเหล่านี้ก็นำไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยองที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในปี 1990

แต่ทว่าท่ามกลางความล้มเหลวเหล่านั้น กลับมีร่างทดลองเพียงหนึ่งเดียวที่แสดงถึงความสมดุลและความเสถียรเอาไว้ได้ เด็กหญิงคนนั้นมีชื่อว่า Chloe เธอเป็นผู้ทดลองในกลุ่ม Series 70 และเป็นเพียงคนดียวที่ยังสามารถรักษาสมดุลของ Mutated T-Virus ภายในร่างกายได้
ส่งผลให้เธอยังคงสติและสามารถหลบหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเดินทางเข้าไปถึงศูนย์วิจัย ARK ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของการทดลองทั้งหมด ที่นั่นเธอจะได้พบกับความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเธอเอง ก่อนที่เธอจะถูกเหล่านักวิทยาศาสตร์จับตัวได้
เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด นักวิจัยพบว่าอาการของเธอก็มีลักษณะใกล้เคียงกับเด็กทดลองใน Series 60 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ทดลองที่ล้มเหลว ด้วยเหตุนี้ Chloe จึงถูกจัดประเภทให้เป็นผู้ทดลองที่ไม่ประสบความสำเร็จ และต้องถูกนำไปทำลายเช่นเดียวกับผู้ถูกทดลองล้มเหลวคนอื่น ๆ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้โครงการถ่ายโอนความทรงจำของ Spencer ต้องหยุดชะงักลง และยังคงไม่ประสบความสำเร็จ
Elpis Project – โครงการแห่งความหวัง

ในช่วงทศวรรษ 1990 Spencer ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของ Umbrella Corporation ทว่าการเติบโตของบริษัทที่รวดเร็ว มันก็ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมศูนย์วิจัยทั้งหมดที่ตั้งอยู่ทั่วโลกได้อย่างที่ควร ส่งผลให้เวลานี้ องค์กรคู่แข่งต่าง ๆ อย่าง Tricell, H.C.F, The Family และ The Connections จึงสามารถส่งสายลับเข้ามาขโมยข้อมูลงานวิจัยของ Umbrella ได้อย่างง่ายดาย
Spencer ที่ไม่อาจรับมือจากศึกรอบทิศทางได้ จึงได้ริเริ่มโครงการลับสุดยอดที่มีนามว่า Elpis ขึ้นมา และเก็บมันเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของศูนย์วิจัย ARK
ซึ่งแท้จริงแล้ว Elpis ไม่ใช่อาวุธชีวภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือยาต้านไวรัสประสิทธิภาพสูง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้างไวรัสและอาวุธชีวภาพทุกชนิดที่มีต้นกำเนิดจาก Progenitor Virus ไวรัสที่เป็นต้นแบบของทุกการทดลองทั้งหมดของ Umbrella
Elpis จึงเปรียบดั่งหมากตัวสุดท้ายของ Spencer หากวันใดที่เหตุการณ์บานปลายจนยากเกินจะควบคุม เขาก็พร้อมจะใช้มันเป็นเครื่องมือปิดฉากสงครามอาวุธชีวภาพ โดยการกวาดล้างไวรัสทุกชนิดรวมถึงผลงานขององค์กรคู่แข่งให้พินาศไปพร้อมกัน ซึ่งการเข้าถึง Elpis นั้นก็ได้ถูกปิดตายด้วยรหัสผ่านที่มีเพียงตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่ล่วงรู้
และเนื่องจากโครงการ Elpis ถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับอย่างแน่นหนา มันก็ได้กลายเป็นชนวนเหตุให้องค์กรอย่าง The Connections และเครือข่ายตลาดมืด ต่างพากันมโนตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า Elpis คืออาวุธชีวภาพชนิดใหม่ที่ทรงอานุภาพ ที่มีศักยภาพในการควบคุมจิตใจมนุษย์
และสาเหตุที่ยิ่งทำให้ความเข้าใจผิดนี้ยิ่งเลยเถิดเข้าไปใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะวิสัยทัศน์และชื่อเสียงของ Spencer เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเขามีความคลั่งไคล้ในแนวคิดเรื่องการวิวัฒนาการมนุษยชาติอย่างสุดโต่ง และต้องการที่จะใช้ไวรัสเพื่อควบคุมทิศทางของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามอุดมคติของเขานั่นเอง
ทว่าภายหลังความสำเร็จของโครงการ Elpis พฤติกรรมของ Spencer ก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน เขาแทบไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ลดการออกสื่อ และหยุดเดินทางไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ ก่อนที่ต่อมาหน้าที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้ถูกส่งต่อมาให้กับ William Birkin เข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบแทน
Acquisition of ARK – การยึดครองศูนย์วิจัย ARK

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปี 1998 โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งก็คือการรั่วไหลของ T-Virus สู่เมือง Raccoon City ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รัฐบาลสหรัฐได้ตัดสินใจทำลายเมืองแห่งนี้ด้วยขีปนาวุธ โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
แต่ทว่าความจริงเบื้องหลังนั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราทุกคนคิด การโจมตีด้วยขีปนาวุธไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสเท่านั้น แต่มันยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทางการเมืองของรัฐบาลสหรัฐ ที่ต้องการจะทำลายความสัมพันธ์กับ Umbrella Corporation และผลักภาระความรับผิดชอบต่อการทดลองผิดกฎหมายทั้งหมดไปที่ Oswell E. Spencer เพียงคนเดียว และเหตุผลที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ก็คือรัฐบาลสหรัฐไม่ต้องการให้ใครได้ครอบครอง Elpis ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจัดฉากครั้งนี้ก็คือองค์กรในเงามืดอย่าง The Connections
ด้วยความช่วยเหลือของ Brandon Bailey ; The Connections และรัฐบาลสหรัฐสามารถเข้ายึดศูนย์วิจัย ARK ได้สำเร็จ ก่อนที่เมือง Raccoon City จะถูกทำลายลง และได้ครอบครองงานวิจัยทั้งหมดของ Umbrella Corporation เป้าหมายของพวกเขาคือการครอบครองทรัพย์สินของ Umbrella ทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดนั่นก็คือโครงการ Elpis
หลังจากนั้นศูนย์วิจัย ARK ก็ได้ทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของ The Connections และรัฐบาลสหรัฐในการวิจัย พัฒนา และจำหน่ายเหล่าอาวุธชีวภาพ โดยมีการแอบขายไวรัสและอาวุธชีวภาพไปให้กับตลาดมืดและองค์กรคู่แข่งของ Umbrella อย่าง Tricell และ The Family ด้วยเช่นกัน
ซึ่งในปี 2013 ประธานาธิบดี Adam Benford เคยมีความตั้งใจที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อสาธารณชน แต่ทว่าเขากลับถูกลอบสังหารลงก่อนที่ความจริงจะได้ปรากฏเสียก่อน
Raccoon Trials – การพิจารณาคดีแร็กคูน

หลังโศกนาฏกรรมที่ Raccoon City สิ้นสุดลง กระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อสืบหาผู้รับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของ T-Virus โดยมีการเปิดพิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์ที่เปิดโปงเบื้องหลังอันดำมืดของ Umbrella Corporation อย่างถอนรากถอนโคน
คำให้การจากผู้รอดชีวิต ประกอบกับหลักฐานจำนวนมากที่ถูกส่งมาจากสมาพันธ์เวชภัณฑ์ระดับโลก ได้เผยให้เห็นถึงการทดลองที่ผิดกฎหมายของ Umbrella Corporation มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การวิจัยไวรัส ไปจนถึงการพัฒนาอาวุธชีวภาพ
หลักฐานสำคัญที่ใช้มัดตัว Oswell E. Spencer ได้ถูกนำเสนอในชั้นศาลโดย Albert Wesker อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Umbrella ซึ่งในเวลานั้นเขาก็ได้มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับองค์กร The Connections ด้วย จึงมีความเป็นไปได้ว่าระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีนี้ อาจไม่ได้เป็นไปเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีแรงกดดันจากทั้งรัฐบาลและ The Connections ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง เพื่อกำจัดหนามยอกอกอย่าง Umbrella ให้พ้นทาง
และในปี 2004 Umbrella Corporation ก็ได้ถูกบีบให้ประกาศภาวะล้มละลาย ซึ่งนับว่าเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสิ่งที่ทั้งรัฐบาลและ The Connections ต้องการมาตั้งแต่ต้น ส่วน Oswell E. Spencer ในฐานะ CEO ของบริษัท Umbrella ก็ได้ถูกตัดสินให้ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมด ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และไม่มีใครได้พบเจอเขาอีกเลยนับตั้งแต่นั้น
Spencer’s Final Years – วาระสุดท้ายของสเปนเซอร์

หลังจากสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ประกอบกับร่างกายที่แก่ชรา Spencer เริ่มทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป และแสวงหาหนทางในการไถ่บาป เขาได้รับเด็กหญิงกำพร้าคนหนึ่ง ผู้ซึ่งโดดเดี่ยวและน่าสงสารมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และตั้งชื่อให้กับเธอว่า Grace ก่อนที่เขาจะได้ให้พ่อบ้านนามว่า Patrick ส่งคำเชิญการสัมภาษณ์ไปให้กับนักข่าวสาวไฟแรงผู้ที่รอดชีวิตจาก Raccoon City อย่าง Alyssa Ashcroft มาสัมภาษณ์ตัวเขา เนื่องจากตัวเขานั้นอยากให้โลกนี้ได้รับรู้ความจริง
ในบทสัมภาษณ์ Spencer ได้แสดงความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เขาได้กระทำเอาไว้ในอดีต ตอนนี้เขาตระหนักได้ว่า ความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น และเขาก็ได้เปิดเผยเรื่องโครงการ Elpis ให้กับ Alyssa ได้รับรู้ และหวังว่ามันจะเป็นบทเพลงไว้อาลัย ที่อุทิศให้กับผู้คนมากมายที่ได้ล่วงลับไปจากการกระทำของเขาเอง
แม้ว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต Spencer จะยังคงยึดติดกับอุดมการณ์เรื่องวิวัฒนาการมนุษยชาติ ทว่าคำบอกเล่าส่วนใหญ่กลับระบุว่าเขาเป็นเพียงชายชราที่เริ่มมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ไปตามวัยเท่านั้น จนไม่มีใครคาดเดาได้ว่าความอ่อนแอนั้นคือการสำนึกผิดจากใจจริง หรือเป็นเพียงกลอุบายสุดท้าย ที่เขาใช้ตบตาเพื่อวางหมากแก้แค้นบรรดาองค์กรที่เคยหักหลังเขาไว้กันแน่

จนกระทั่งในปี 2006 Spencer ก็ได้เสียชีวิตลงภายในคฤหาสน์ของเขา จากฝีมือของ Albert Wesker ส่งผลให้ความลับและเจตนาที่แท้จริงเบื้องหลังโครงการ Elpis ถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างของเขาตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป Spencer ได้ทิ้งพินัยกรรมฉบับหนึ่งเอาไว้ ในพินัยกรรมนั้น เขาได้ฝากฝัง Grace ลูกบุญธรรมของเขาไว้ในความดูแลของ Alyssa Ashcroft โดยเชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้จะเติบโตมาอย่างปลอดภัยภายใต้การปกครองของเธอ
Victor Gideon’s Research – ผู้สานต่อเจตนารมณ์

หลังจากที่ The Connections และรัฐบาลสหรัฐสามารถยึดครองศูนย์วิจัย ARK ได้สำเร็จ พวกเขาก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการลับมานานหลายสิบปี แต่ทว่าพวกเขาก็ยังคงไม่สามารถเข้าถึงโครงการ Elpis ได้ เนื่องจาก Spencer ได้เข้ารหัสที่มีเพียงตัวเขาคนเดียวที่รู้เอาไว้ การใส่รหัสพลาดเพียงครั้งเดียวจะส่งผลให้ Elpis ถูกทำลายไปตลอดกาล ซึ่งปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญก็คือ Spencer ได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้รหัสผ่านนั้นก็สูญหายไปด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ The Connections จึงได้ดึงตัว Victor Gideon อดีตนักวิจัย T-Virus และเป็นลูกศิษย์ของ Spencer เข้ามาร่วมงาน โดยมอบหมายให้เขาเป็นคนค้นหารหัสผ่านที่จะสามารถปลดปล่อย Elpis ออกมาได้
Victor ได้ค้นพบสมุดบันทึกงานวิจัยเก่าของ Spencer ที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับทฤษฎีการถ่ายโอนความทรงจำ ผ่านการใช้ Mutated T-Virus และเขาได้ตั้งสมมติฐานว่า ถ้าหากเขาสามารถใช้ Mutated T-Virus ในการโอนถ่ายความทรงจำได้สำเร็จ เขาก็อาจนำความทรงจำบางส่วนจากรหัสพันธุกรรมของ Spencer กลับมาได้ และบางทีภายในความทรงจำนั้นอาจมีรหัสผ่านที่ใช้เข้าไปสู่ Elpis ซ่อนอยู่

อ้างอิงจากเอกสาร Victor’s Journal Entry ได้ระบุเอาไว้ว่า ในปี 2004 Victor และ The Connections ได้ทราบถึงเรื่องราวของ Grace ลูกบุญธรรมของ Spencer แต่ทว่าพวกเขากลับคาดการณ์ผิดไปไกล โดยปักใจเชื่อว่า Spencer ประสบความสำเร็จในการทดลองถ่ายโอนความทรงจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความเข้าใจผิดนี้ทำให้พวกเขามองว่า Grace ไม่ใช่เพียงเด็กธรรมดา แต่เป็นภาชนะที่บรรจุความทรงจำและเจตจำนงทั้งหมดของ Spencer เอาไว้ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ความจริงเลยว่า แท้จริงแล้วเธอเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่ Spencer รับมาดูแลด้วยเหตุผลส่วนตัวเท่านั้น
พวกเขาพยายามออกตามหาตัว Grace แต่ก็หาไม่พบ นั่นก็เป็นเพราะว่าเธอได้มาอยู่ภายใต้การดูแลของ Alyssa Ashcroft แล้วนั่นเอง
The Connections จึงใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีในการออกตามหาเด็กคนดังกล่าว แต่สิ่งที่พวกเขาได้กลับมีเพียงแค่บันทึกทางการแพทย์ของ Grace เพียงเท่านั้น The Connections จึงได้นำข้อมูลนี้มาให้กับ Victor แม้จะขาดข้อมูลบางส่วนไปบ้าง แต่ก็มีข้อมูลทางพันธุกรรมของเธออยู่ในนั้น
ด้วยข้อมูลนี้ Victor จึงได้ริเริ่มโครงการโคลนนิ่งมนุษย์ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างร่างจำลองของ Grace ขึ้นมา เพราะเขาเชื่อว่าหากโครงการนี้สำเร็จ เด็กคนนี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การปลดปล่อย Elpis และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการทดลองอันน่าสยดสยองที่ Rhodes Hill Chronic Care Center
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป 14 ปี การทดลองของ Victor ก็ยังไม่ได้ใกล้เคียงกับความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่า Victor จะพยายามสร้างร่างโคลนขึ้นมามากเท่าไหร ในท้ายที่สุดเมื่อร่างทดลองถูกฉีดไวรัสเข้าไป พวกเขาก็จะได้กลายพันธุ์ไปเป็นอาวุธชีวภาพ
จนกระทั้งในปี 2018 The Connections และรัฐบาลสหรัฐ ก็สามารถระบุตัวตนของ Grace เด็กสาวที่พวกเขาตามหามาตลอด 14 ปีได้เสียที และได้รับรู้ว่าเธอนั้นมีชื่อว่า Grace Ashcroft พวกเขาจึงได้ส่งอาวุธชีวภาพมาตามล่าเธอ
Wrenwood City – เมืองแห่งโศกนาฏกรรมครั้งใหม่

Alyssa Ashcroft ที่ตอนนี้ยังคงรับอาชีพเป็นนักข่าวอิสระ เธอได้เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรม Wrenwood Hotel กับลูกสาวของเธอ Grace Ashcroft เธอเริ่มสังเกตุว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้ เธอนั้นถูกสะกดรอยตามโดยชายสวมฮู้ด และมั่นใจว่าเธอนั้นไม่ได้คิดไปเอง
ในคืนหนึ่งเมื่อเธอกลับมาที่โรงแรม ก็ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาถามหา Ms Ashcroft เพื่อยืนยันตัวตนก่อนจะถูกวางสายไป
หลังจากนั้นไม่นานโรงแรมก็ได้เกิดเหตุไฟดับ Alyssa ที่ถูกชายสวมฮู้ดสะกดรอยตามมาตลอดสองวัน จึงรีบพา Grace หลบหนีออกจากโรงแรม เมื่อลงมาถึง Lobby ทั้งสองจะได้พบกับผู้จัดการโรงแรม เขาได้บอกกับพวกเธอว่าโรงแรมแห่งนี้เกิดเหตุไฟดับเป็นเรื่องปกติ และขออภัยในความไม่สะดวก ก่อนที่เขาจะถูกชายสวมฮู้ดปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังและสังหารเขาลง
Alyssa ตัดสินใจยิงสวนใส่ชายสวมฮู้ดไปหลายนัด ก่อนที่จะรีบพา Grace มายังทางออกฉุกเฉิน Grace เกิดอาการแพนิคและควบคุมสติตัวเองไม่ได้ เธอได้รีบโทรแจ้งตำรวจ ก่อนที่ Alyssa จะได้เข้ามาปลอบใจเธอและย้ำกับเธอว่า Grace คือ “ความหวังของแม่” แม้ในตอนนั้น Grace จะไม่เข้าใจความหมายที่แม่ของเธอจะบอกก็ตาม ทันใดนั้นชายสวมฮู้ดก็พุ่งเข้ามาเชือดคอ Alyssa จนเธอเสียชีวิตทันที ชายสวมฮู้ดที่บาดเจ็บจากบาดแผลจากการถูกยิงก็ได้ล้มลงหมดสติเช่นกัน เขาล้มโดนตะเกียงจนเกิดเพลิงไหม้ขึ้นภายในโรงแรม ทิ้งให้ Grace ทรุดลงโศกเศร้ากับการจากไปของแม่ และในที่สุดโรงแรมก็ต้องปิดตัวลงเพราะความเสียหาย

วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนตุลาคม ปี 2026 Grace Ashcroft ได้กลายมาเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองของ FBI เธอได้กลายเป็นคนเก็บตัว หวาดระแวง และทุ่มเทให้กับการทำงาน ตอนนี้เธอกำลังสืบสวนคดีการตายปริศนาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วสหรัฐอเมริกา ที่บนร่างของเหยื่อทุกคนล้วนมีรอยช้ำสีดำลามไปทั่วร่างกาย โดยเหยื่อ 4 รายล่าสุดคืออดีตผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ใน Raccoon City ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Michael Warren อดีตนายกเทศมนตรีของเมือง Raccoon City นั่นเอง
ในขณะที่เธอกำลังเขียนรายงาน หัวหน้าของเธออย่าง Nathan Dempsy ก็ได้เรียกเธอเข้าพบ และได้มอบหมายภารกิจใหม่ให้กับเธอ เขาขอให้เธอกลับไปยังโรงแรม Wrenwood ซึ่งเป็นจุดที่พบศพรายที่ 5 ของดคีนี้
เขาแสดงความเห็นใจต่อ Grace ที่ต้องสูญเสียแม่ของเธอไป ซึ่งถูกฆาตกรรม ณ โรงแรมแห่งนี้เมื่อ 8 ปีก่อน เขามองว่านี่เป็นโอกาสดีที่ Grace จะได้เผชิญหน้าและก้าวผ่านอดีต เขาจึงเสนอให้เธอไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและรายงานสิ่งที่เธอค้นพบ ทำให้ Grace ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากต้องกลับไปเผชิญหน้ากับฝันร้ายของเธอเอง

Grace ได้เดินทางมาถึงเมือง Wrenwood ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับเมือง Raccoon City เธอได้มาพบกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนามว่า Norman Cole ที่ได้เข้ามาเปิดทางให้เธอได้เข้าไปตรวจสอบภายในโรงแรม แถมยังบอกกับเธออีกว่าโรงแรมแห่งนี้กำลังจะถูกทุบทิ้งในเร็ว ๆ นี้ Grace รวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคาร เธอได้พบรูปถ่ายของตัวเธอเอง เป็นการบ่งบอกว่าเธอกำลังถูกสะกดรอยตาม ด้านหลังรูปมีกุญแจห้อง 204 ซึ่งเป็นห้องที่ Grace และแม่เคยมาพักที่นี่ เมื่อเดินทางเข้าไปในห้องนั้น เธอก็ได้พบกับรูปถ่ายของเธอและแม่ของเธอวางเต็มเตียงไปหมด จนไปสะดุดตาที่รูปใบหนึ่งที่ซึ่งถูกถ่ายในคืนที่แม่ของเธอถูกฆาตกรรม
Grace ยังคงโทษตัวเองเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น เพราะถ้าเธอเข้มแข็งมากกว่านี้ แม่ของเธอก็อาจจะไม่ต้องมาเสียชีวิตก็ได้ ขณะที่เธอกำลังนั่งโศกเศร้าอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ได้ดังขึ้น เมื่อเธอรับโทรศัพท์ปลายสายกลับมีแต่ความเงียบ
เธอเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามที่จะหนีออกจากโรงแรม แต่ก่อนที่จะหนีออกไป Graec ก็นึกขึ้นได้ว่า แม่ของเธอเคยซ่อนกระเป๋าเอาไว้หลังรูปภาพในโรงแรมก่อนตาย เธอจึงได้รีบไปค้นหามัน ข้างในกระเป๋ามันคือสมุดบันทึกของแม่และแผ่น MO Disc ปริศนา

ก่อนที่จู่ๆ เจ้าหน้าที่ Cole จะได้ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งตอนนี้เขามีอาการมึนงงและเอามือกุมไว้ที่คอ เขาบอกว่าเขารู้สึกเหมือนโดนตัวอะไรบางอย่างต่อย ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ กลายร่างเป็นซอมบี้และเข้าโจมตี Grace เธอต้องกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด และได้วิ่งหนีขึ้นไปยังชั้นสอง ทว่าเธอก็ถูกจับตัวได้และถูกกัดเข้าที่แขน ก่อนที่เธอจะใช้เศษกระจกแทงและผลัก Cole ที่กลายเป็นซอมบี้ออกไปนอกหน้าต่าง ตกลงไปด้านล่างจนเขาเสียชีวิต
ขณะที่ Grace กำลังนั่งพักหายใจ เธอก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากชั้นบน เธอจึงเดินขึ้นไปสำรวจและได้พบกับชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าเตาผิง เขาบอกกับเธอว่าเขาเป็นคนวางศพที่ 5 ไว้ที่นี่เพื่อล่อเธอมา และเธอคือคนที่เขาตามหา “ผู้ที่ถูกเลือก” Grace พยายามจะหนีแต่ก็ถูกชายคนดังกล่าวเข้ามารัดคอจนหมดสติไป

ในอีกด้านหนึ่งของเมือง Wrenwood ; Leon S Kennedy เจ้าหน้าที่จากหน่วย DSO หรือ Division of Security Operations และผู้ช่วยสนับสนุนคนปัจจุบันของเขาอย่าง Sherry Birkin ก็กำลังตรวจสอบศพรายที่ 6 ที่เพิ่งปรากฏขึ้น ณ ตรอกใกล้กับทางรถไฟในย่าน Elbridge บนร่างของศพมีรอยช้ำสีดำคล้ายกับรายก่อนหน้า
Andrew Hughes เพื่อนเจ้าหน้าที่ของพวกเขา ได้สืบพบว่าบุคคลที่น่าสงสัยในคดีนี้มีนามว่า Victor Gideon อดีตนักวิทยาศาสตร์ของ Umbrella ผู้ที่ยังหลบหนีการไต่สวนคดี Raccoon Trials เมื่อ Leon ได้รับข้อมูลจาก Sherry เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หายตัวไปในบริเวณที่พบศพรายที่ 5 เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปที่นั่นในทันที

เมื่อมาถึงที่หมาย Leon ได้พบเห็น Victor ที่กำลังแบกร่างของ Grace ที่หมดสติอยู่พอดี เขาจึงรีบลงจากรถ เพื่อไล่ตาม Victor ไป ในขณะเดียวกันพลเมืองดีคนหนึ่งที่พยายามสอบถามอาการของ Grace ก็กลับถูก Victor ใช้ปืนยิงลูกดอกอาบไวรัสยิงเข้าที่ตัวเธอ และ Victor ยังยิงใส่ผู้คนอีกหลายคนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสขนาดย่อมขึ้นมาในทันที
Leon ได้พยายามไล่ตาม Victor ไป พร้อมยังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด และสั่งการให้ Sherry แจ้งทุกหน่วยให้กักกันเมือง Wrenwood ในทันที เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย Leon ก็คลาดกับ Victor ไปเสียแล้ว แต่ Sherry ได้ตั้งข้อสังเกตว่า Victor น่าจะกำลังมุ่งหน้าไปยัง ศูนย์ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังโรดส์ฮิลล์ (Rhodes Hill Chronic Care Center) ซึ่งเป็นสถาบันที่เคยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Spencer และต่อมา Victor ได้เข้าซื้อกิจการหลังจากที่ Umbrella ปิดตัวลง แต่ก่อนที่จะเดินทางไป Leon ได้ถอดถุงมือของตัวเองออก เผยให้เห็นถึงรอยช้ำสีดำที่รุกลามไปทั่วฝ่ามือ พร้อมกับ Sherry ที่บอกว่าเวลาของเราใกล้หมดลงแล้ว
Rhodes Hill Chronic Care Centre – ศูนย์ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังโรดส์ฮิลล์

ณ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรดส์ฮิลล์ Grace ได้ฟื้นขึ้นมาและพบว่าเธอกำลังถูกถ่ายเลือดออกไปอย่างช้า ๆ เธอได้พยายามใช้สายน้ำเกลือและเศษแก้ว ค่อยๆ ตัดเชือดที่ล็อคข้อมือของเธอเอาไว้ จนสามารถดิ้นหลุดจากเตียงที่ล็อคตัวเธออยู่ได้ เธอได้พบเอกสารของ Victor ที่ระบุว่าเธอได้ถูกฉีดสาร “เด็กซิฟิลล์” (Dexifil) เพื่อรักษาการอักเสบและสร้างความสมดุลให้ร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่กลายเป็นซอมบี้หลังจากที่ถูกกัด
ในระหว่างที่หาทางหลบหนี Grace ได้ถูกตามล่าโดยอาวุธชีวภาพขนาดมหึมาที่สวมชุดคนไข้และมีผมสีขาว โชคดีที่สัตว์ประหลาดตนนี้แพ้แสงสว่าง เธอจึงสามารถใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้ในการเอาตัวรอดได้ Grace ได้แอบนำไขควงไปแกะตู้ฟิวส์ และนำมันไปเปิดประตูลูกกรงเพื่อหลบหนีไปยังโถงกลาง ในขณะที่เธอกำลังพยายามคลานหนีอย่างสุดชีวิต สัตว์ประหลาดตนนั้นกลับจับเธอไว้ได้และเหวี่ยงเธออัดเข้ากับกำแพง ก่อนจะลากตัวเธอกลับไป

ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่นาน Leon ได้เดินทางมาถึงศูนย์ดูแลผู้ป่วยแห่งนี้พอดี ที่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานเมือง Wrenwood เขาเดินเข้าไปด้านในและได้พบกับพยาบาลคนหนึ่ง ซึ่งแจ้งว่า Victor กำลังรอเขาอยู่พอดี และนำทางเขาไปยังตึกผู้ป่วยฝั่งตะวันออก เธอเล่าว่าเธอเพิ่งถูกจ้างมาทำงานได้ไม่นาน และที่นี่เน้นดูแลผู้ป่วยระยะยาว ที่กำลังรับการบำบัดทดลองของ Dr. Gideonโดยที่ Leon ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังถูกเฝ้าดูผ่านกล้องวง
พยาบาลบอกให้ Leon นั่งรอในห้องนี้ จนกระทั่งเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับ 6 “Code 6” ก็ได้ดังระงมขึ้นไปทั่วอาคาร พยาบาลรีบวิ่งกลับมาบอกเขาว่าได้เกิดเหตุความโกลาหลขึ้น โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคุณหมอและผู้ป่วยคนอื่นๆ ได้ติดเชื้อไวรัสไปแล้ว ทันใดนั้นพยาบาลก็ถูกสังหารลงด้วยคุณหมอที่ถือเลื่อยยนต์ Leon จึงต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากเหล่าพวกผู้ติดเชื้อ

ในระหว่างที่สำรวจอาคาร Leon บังเอิญมาพบกับ Grace ที่กำลังเปิดลูกกรงหนีออกมาและกำลังถูกลากตัวไปพอดี เขารีบเข้าไปช่วยเธอได้ทันเวลาและยิงเข้าไปที่ศีรษะของสัตว์ประหลาดตัวนั้นจนมันจะตายลง เมื่อ Grace รีบวิ่งออกมา Leon ก็ได้แนะนำตัว ซึ่ง Grace ก็จะได้แนะนำตัวกลับเช่นกัน Leon รู้สึกสับสนว่าเจ้าหน้าที่ FBI มาทำอะไรที่นี่ Grace จึงได้บอกว่าเธอถูกลักพาตัวมา เขาจึงถามเธอว่า Victor ต้องการอะไรจากเธอ แต่ Grace เองก็ยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ Leon พยายามจะพาเธอหนี Victor ที่ซ่อนตัวอยู่ก็ได้เปิดระบบล็อกดาวน์อาคาร ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน Leon ได้มอบอาวุธประจำตัวอย่าง Requiem ให้กับ Grace เอาไว้ป้องกันตัวและบอกให้เธอหนีไป ก่อนที่ประตูเหล็กจะปิดลง Leon ได้เผชิญหน้ากับ Victor ซึ่งพยายามจะเข้ามาพูดคุยกับเขา แต่ Leon ก็ชิงโอกาสพุ่งเข้าโจมตีทันที ทว่า Victor กลับเป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาเข้ามาบีบคอ Leon และได้สังเกตรอยช้ำสีดำที่คอของเขา Victor เรียกอาการติดเชื้อของ Leon ว่า “คำสาปของ Umbrella” ก่อนที่ Leon จะหมดสติไป

ในฝั่งของ Grace เมื่อแยกทางกับ Leon เธอต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเธอเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เธอมีตอนนี้คือปืน Requiem จำนวน เอ่อ หนึ่งนัด ขอบคุณมาก เธอได้เดินลงมาที่โถงหลักของโรงพยาบาล ในระหว่างการเดินสำรวจ เธอจะได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งนามว่า Emily ที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ในห้องกระจก ซึ่ง Grace ก็ได้สังเกตุว่าเธอเป็นต้อกระจกและไม่สามารถมองเห็นได้ Emily ได้บอกว่าที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะพวกคุณหมอให้ยาเธอทำให้เธอนั้นมองไม่เห็น
Grace สงสัยว่าในห้องนี้มีห้องกระจกอีกหนึ่งห้อง แต่ภายในนั้นกลับว่างเปล่า Emily จึงได้บอกว่าก่อนหน้านี้ห้องนี้เป็นห้องของ Marie เพื่อนของเธอ แต่ตอนนี้เธอได้หายตัวไปแล้ว ก่อนที่จู่ ๆ ร่างของชายที่หมดสติอยู่เบื้องหลังจะฟื้นขึ้น และเตือน Grace ว่าให้อยู่ให้ห่างจากเธอ แต่ก่อนที่เขาจะได้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้ เขาก็ได้สิ้นใจลงในที่สุด ทิ้งความสับสนไว้ให้กับ Grace

Grace ได้บัตรผ่านประตูฝั่งตะวันออกของโรงพยาบาลมา เธอต้องเผชิญหน้ากับเหล่าซอมบี้มากมายที่กำลังทำกิจวัตรตามปกติของตนเองก่อนที่จะติดเชื้อ เช่น ซอมบี้เชฟที่กำลังทำอาหารในห้องครัว ซอมบี้แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาด รวมไปจนถึงซอมบี้พนักงานโรงพยาบาลที่กำลังไล่ปิดไฟในอาคารด้วย ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าพวกเขาเหล่านี้ได้ติดเชื้อ Mutated T-Virus นั่นเอง
นอกจากพวกซอมบี้ธรรมดาทั่วไปแล้ว Grace ยังต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่กลายพันธุ์อย่างพวก Singer ที่จะใช้เสียงของมันในการโจมตีและเรียกซอมบี้ตัวอื่นๆ ให้มาจู่โจมเธอ รวมไปจนถึง Chunk ซอมบี้กลายพันธุ์ขนาดมหึมาที่ได้ออกมาไล่ล่าเธอไปตามทางเดิน แต่เธอก็สามารถหลบหลีกและรอดชีวิตมาได้

ในขณะที่ Grace กำลังเอาชีวิตรอด เธอจะต้องคอยแก้ปริศนาต่าง ๆ เพื่อนำคีย์ไอเทมไปเปิดเส้นทางไปต่อระหว่างทางเธอจะได้กลับมาเผชิญหน้ากับ Victor อีกครั้ง Grace ได้ถามคำถามที่เธอสงสัยมากที่สุด ว่า Victor ลักพาตัวเธอมาทำไม Victor บอกว่าสิ่งที่เขาทำลงไปก็เพื่อเป็นการปลดปล่อยเธอต่างหาก บอกว่า Grace คือคนพิเศษ และในที่สุด Elpis ก็จะได้ถูกปลดปล่อยเสียที
เขายังเปิดเผยต่อว่าอาจารย์ของเขาเป็นคนสร้าง Grace ขึ้นมา แต่ก่อนที่จะได้รู้อะไรไปมากกว่านี้ สัญญาณเตือนภัยก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับวิคเตอร์ที่บอกว่าเฟส 2 กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว Victor ถาม Grace ว่าเธออยากเห็นความจริงหรือเปล่า แต่เธอก็ได้วิ่งหนีไปซ่อน ก่อนที่ Victor จะเดินจากไป พร้อมกับพูดว่า Grace ไม่มีทางหนีโชคชะตาของเธอพ้น
ภายในห้องทำงาน Grace จะได้พบบันทึกงานวิจัยของ Oswell E. Spencer ภายในตู้เซฟ ซึ่งจดบันทึกเกี่ยวกับการถ่ายโอนความทรงจำผ่านเลือดและ T-Virus ทำให้เราสามารถอนุมานได้ว่า ท่านอาจารย์ที่ Victor พูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือ Oswell E. Spencer นั่นเอง
เมื่อเดินทางต่อ Grace จะได้พบกับตู้เซฟตู้สุดท้ายที่จะมอบคีย์ไอเทมไปเปิดทางออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้ให้กับเธอ แต่ทว่ามันกลับเป็นอักษรเบรลล์ เธอจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าปุ่มไหนตรงกับสัญลักษณ์ไหน เธอจึงได้นำคีย์การ์ดระดับสามที่พบได้ภายในห้องกลับไปเปิดห้องขังของ Emily และพาเธอมายังตู้เซฟดังกล่าวเพื่อให้เธอช่วยเหลือในการแก้ไขปริศนานี้

ทว่าระหว่างที่กำลังรอ Emily แก้ปริศนาอยู่นั้น เหล่าซอมบี้ก็ได้กรูกันเข้ามา Grace จึงต้องเข้มแข็งและออกไปจัดการกับพวกมัน และปล่อยให้ Emily แก้ปริศนาของเธอต่อไป เมื่อกำจัดเหล่าผู้ติดเชื้อจนหมด Grace จะได้เข้ามาพบกับ Emily และพบว่าเธอนั้นได้แก้ปริศนาสำเร็จแล้ว แต่ก็โชคไม่ดีที่สัตว์ประหลาดที่ไล่ล่า Grace ในตอนต้นมันก็ได้พังทะลุกำแพงเข้ามา และจับตัว Emily ไป ซึ่ง Grace ก็สังเกตว่าร่างกายของมันนั้นสามารถรักษาตัวเองจากอาการบาดเจ็บได้ ด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถทิ้ง Emily ไปได้ ทำให้ Grace จึงกระโดดตามลงไปในหลุมเพื่อตามไปช่วยเหลือเธอ

ในฝั่งของ Leon เขาได้ฟื้นคืนสติและพบว่าตัวเองถูกมัดอยู่ที่ห้องใต้หลังคาของสถาบัน เขาได้เผชิญหน้ากับ Victor อีกครั้ง Victor เริ่มตั้งคำถามกับ Leon ว่าเขามาที่นี่ทำไมกันแน่ มาหาเขา หรือว่ามาเพื่อ Grace แต่คำถามของ Victor ยังไม่จบแค่นั้น เขายังถามต่อว่าหรือแท้จริงแล้ว Leon มาที่นี่เพราะกำลังตามหาคำตอบเกี่ยวกับโรคร้ายที่กำลังกัดกินร่างกายของตัวเองอยู่กันแน่ ระหว่างที่พูด Victor ก็เริ่มพร่ำเพ้อถึงแนวคิดของเขา เขาถาม Leon ว่า เชื่อในวิวัฒนาการของมนุษย์หรือไม่ เพราะสำหรับเขาแล้ว เขาได้อุทิศทั้งชีวิตให้กับการศึกษามัน ในขณะที่ Leon ดูเหมือนว่าเขาจะอุทิศชีวิตให้กับความล้มเหลวเสียมากกว่า
แต่ในขณะที่ Victor กำลังหมกมุ่นอยู่กับคำพูดของตัวเองนั้น Leon ก็แอบค่อย ๆ ตัดเชือกที่มัดมือของเขาอย่างเงียบ ๆ ทันทีที่เชือกขาด Leon ก็สะบัดตัวหลุดออกมา และพุ่งเข้าต่อสู้กับ Victor ในทันที Victor ที่เห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบหลบหนีไป ทว่าผลจากการติดเชื้อ มันก็ส่งผลให้ร่างกายของ Leon ในตอนนี้กำลังค่อย ๆ อ่อนแรงลง ก่อนที่ Victor จะจากไป เขาทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ว่า ตอนนี้ Leon ก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายที่ยังเดินได้ และทิ้งเขาไว้ในห้องใต้หลังคา

Leon ได้ติดต่อกลับไปหา Sherry เพื่อให้เธอส่งแปลนของอาคารมาให้กับเขา และเขาจะตามไปหาความจริงที่ห้องทำงานของ Victor ที่ห้องใต้หลังคานี้ Leon จะได้พบกับได้เจอกับ Chunk อีกหนึ่งตัว Leon จึงต้องต่อสู้กับมัน และสามารถกำจัดมันลงได้อย่างง่ายดาย
เมื่อหาทางลงมาในศูนย์ดูแลได้อีกครั้ง Leon ก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของ Victor ทว่าที่นี่กลับเต็มไปด้วยศพของเหล่าผู้ติดเชื้อ ซึ่งพวกมันก็ได้กลายพันธุ์เป็นอสูรกายนามว่า Blister Head ที่รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ Leon ก็สามารถจัดการพวกมันลงได้อย่างไม่คณามือ

เมื่อเขาไปถึงคอมพิวเตอร์ของ Victor ; Leon จึงมอบหมายให้ Sherry ช่วยเจาะระบบเพื่อเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่ถูกซ่อนไว้ภายใน Sherry ได้พบกับความจริงที่ทั้งสองคนตามสืบกันมานาน ว่าโรคร้ายที่กำลังกัดกินร่างกายของพวกเขาอยู่นั้นมีชื่อเรียกว่า Raccoon City Syndrome
มันคือผลพวงจากการติดเชื้อ T-Virus ที่ยังคงหลงเหลือและแอบแฝงอยู่ภายในร่างกายมาโดยตลอด เชื้อไวรัสนี้ค่อย ๆ ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อและกลายพันธุ์อย่างช้า ๆ ภายในร่างกายมาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าทั้ง Leon และ Sherry กำลังจะตายจากโรคนี้เช่นกัน ระหว่างที่ค้นไฟล์ข้อมูลต่อไป พวกเขายังได้พบเอกสารบางอย่างที่ระบุถึง Grace รวมไปจนถึงโปรเจคที่มีชื่อว่า Elpis ; Leon จึงเริ่มสันนิษฐานว่า Grace อาจมีส่วนพัวพันกับเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ในด้านของ Grace หลังจากโดดตามเจ้าสัตว์ประหลาดตนนั้นลงมา เธอก็ได้มาโผล่ที่คุกใต้ดิน Grace ได้เดินมาพบกับ Emily ที่ถูกจับอยู่ในห้องขังห้องหนึ่ง พร้อมกับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวดังกล่าวที่ปีนเข้าไปในช่องระบายอากาศ
การที่เธอจะช่วย Emily ออกมาได้นั้น Grace จะต้องหาปลั๊กเชื่อมต่อไฟฟ้าทั้งหมดสามตัวเพื่อนำมาเปิดห้องขัง ทว่าระหว่างการค้นหานั้น เธอก็จะต้องคอยหลบหลีกจากเจ้าสัตว์ประหลาดตนดังกล่าว พร้อมทั้งยังต้องเอาชีวิตรอดจากเหล่าซอมบี้อีกมากมายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เธอจะได้พบกับเอกสารที่บ่งชี้ว่า สัตว์ประหลาดที่ตามล่าเธอนั้นถูกเรียกว่า The Girl และเธอก็แพ้แสงอาทิตย์ จากข้อมูลที่ Grace ได้มาทั้งหมดตอนนี้ เราจึงอนุมานได้ว่า The Girl ก็คือ Marie เพื่อนของ Emily ที่ถูกฉีดไวรัสจนกลายพันธุ์ไปเป็นสัตว์ประหลาดนั่นเอง
เมื่อนำปลั๊กเชื่อมต่อไฟฟ้าทั้งสามตัวมาใส่ลงในเครื่องจ่ายไฟได้สำเร็จ ห้องขังทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดออก Grace รีบอุ้ม Emily ไปที่ลิฟต์ทันที ในขณะเดียวกัน The Girl ก็ได้วิ่งไล่ตามพวกเธอมา เมื่อมาถึงลิฟต์มันก็ได้โจมตีใส่ทั้งสองอย่างไม่เลิกลา ส่งผลให้ Grace และ Emily ต้องตะเกียกตะกายหนีออกมาจากลิฟต์ก่อนที่สายเคเบิลจะขาดสะบั้นด้วยน้ำหนักของสัตว์ร้ายตัวนี้ The Girl คว้าเท้าของ Grace ไว้ได้ก่อนที่ลิฟต์ก็ตกลงไป ส่งผลให้มือของสัตว์ประหลาดตนนั้นขาดสะบั้นลง เมื่อรอดชีวิตมาได้ Emily ก็จะได้มอบคีย์ไอเทมที่เธอเก็บเอาไว้ให้กับ Grace ทำให้ทั้งสองสามารถหลบหนีออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้ได้สำเร็จ

เมื่อออกภายนอก Grace จะได้พบว่าที่นี่คือสวนหลังโรงพยาบาล เธออุ้ม Emily ไปที่เฮลิคอปเตอร์ที่จอดอยู่ใกล้เคียง และได้พบกับนักบินที่มีชื่อว่า Harry ในตอนแรก Grace ไม่ค่อยไว้ใจชายคนนี้สักเท่าไหร แต่เมื่อโต้เถียงกันไปมาทั้งสองก็ยอมตกลงที่จะร่วมมือกัน Harry บอกว่า Grace จะต้องไปเอากุญแจเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ในห้องทำงานที่ตั้งใกล้ ๆ เนื่องจากขาของเขาบาดเจ็บ ส่วนเขาจะคอยช่วยดูแล Emily ให้เอง ทว่าเมื่อ Grace เข้าไปในห้องทำงานดังกล่าว มันกลับกลายเป็นลิฟต์ขนาดใหญ่ที่พาเธอลงไปยังห้องทดลองลับใต้ดิน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีการทดลองที่สุดโต่งมาก ๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ Grace ยังได้พบกับผลตรวจเลือดของตัวเอง ที่ตรงกับข้อมูลพันธุกรรมที่ Victor และ The Connections ได้มาตั้งแต่เมื่อตอนปี 2004 นั่นจึงกลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่า Grace คือคนเดียวกับบุคคลที่พวกเขาตามหามานานแสนนาน
เมื่อ Grace ได้พบกุญแจเฮลิคอปเตอร์ เธอก็บังเอิญแอบได้ยิน Victor กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่มีชื่อว่า Zeno ; Victor บอกว่าผลการทดสอบทั้งหมดออกมาเป็นบวก ซึ่งผลการทดสอบที่เขาพูดถึงนั้น ก็คือผลการวิเคราะห์เลือดของ Grace ที่เธอเพิ่งค้นพบมาก่อนหน้านี้ และผลลัพธ์นั้นก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่า Grace คือบุคคลที่พวกเขาตามหามานานกว่า 28 ปี Victor กล่าวต่อว่าอีกไม่นาน Elpis จะต้องตกอยู่ในกำมือของพวกเขาอย่างแน่นอน และเมื่อเขาได้ค้นพบตัว Grace แล้ว การทดลอง ณ สถานที่แห่งนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาจึงได้เปิดระบบทำลายศูนย์วิจัยแห่งนี้ทิ้งแล้วเดินจากไป

Grace จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรีบหนีออกจากศูนย์วิจัยแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งก็เป็นไปได้อย่างทุลักทุเล เธอแทบจะหนีออกมาไม่ทัน เมื่อออกมาได้สำเร็จ Grace ก็รีบวิ่งกลับไปหา Harry เพื่อเตรียมนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินและหลบหนีออกจากที่นี่ แต่ทว่ามันก็ต้องใช้เวลาในการสตาร์ท ส่งผลให้พวกซอมบี้เข้ามารุมล้อมพวกเขาเอาไว้ทุกทิศทาง พวกมันพยายามปีนขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์อย่างบ้าคลั่ง น้ำหนักและแรงกระแทกจากพวกมัน ทำให้ทั้ง Grace และ Harry เริ่มเสียการควบคุมเครื่องบิน ก่อนที่ในที่สุด เฮลิคอปเตอร์จะเสียหลักและตกลงสู่พื้น ซึ่งก็ได้คร่าชีวิตของ Harry ไปในที่สุด Grace จึงรีบพา Emily ที่บาดเจ็บสาหัสออกจากเฮลิคอปเตอร์

ในขณะเดียวกัน Leon ที่ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ตกลงมา เขาก็รีบตามออกไปดูทันที และได้พบกับ Grace ที่กำลังอุ้ม Emily หลบหนี เขาจึงได้คอยช่วยเหลือเธอในการใช้ปืนสไนเปอร์คอยยิงคุ้มกันจากระยะไกล เพื่อเปิดทางให้เธอสามารถพา Emily เข้าไปหลบภัยภายในโบสถ์ได้สำเร็จ ไม่นานหลังจากนั้น Leon ก็ตามมาสมทบกับ Grace ด้านใน ที่ซึ่งเธอกำลังพยายามช่วยชีวิต Emily อย่างสุดความสามารถ Leon จึงบอกให้เธอรีบพา Emily หลบหนีไปก่อน ส่วนเขาจะคอยสกัดกั้นพวกซอมบี้ที่ตามมาเอง Grace จึงรีบอุ้มเธอหนีไป ขณะที่ Leon ต้องยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง เผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนมหาศาล รวมไปจนถึง Blister Head ขนาดมหึมาที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาหาเขาอีกด้วย

ขณะที่ Leon กำลังต่อสู้กับเหล่าผู้ติดเชื้ออย่างดุเดือด Grace ก็ได้พา Emily หลบหนีลงมาถึงบริเวณโรงบำบัดน้ำใต้ดิน เธอจะต้องพา Emily กลับขึ้นไปด้านบนให้ได้ แต่ทว่าทั้งสองกลับถูก The Girl ตามมาไล่ล่าอีกครั้ง Grace จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการกับมันให้สิ้นซาก เธอจึงวาง Emily ที่กำลังบาดเจ็บลงในจุดที่ปลอดภัย ก่อนจะออกไปเผชิญหน้ากับอสูรกายตนนี้ด้วยตัวเอง เป้าหมายของเธอคือการตามหาเครื่องจ่ายไฟทั้งหมดสามจุดภายในพื้นที่ เพื่อที่จะเปิดระบบหลังคาของโรงบำบัดน้ำและให้แสงอาทิตย์ส่องลงมาเบื้องล่าง และเมื่อเธอทำสำเร็จ แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากด้านบน ได้เผาร่างของสัตว์ประหลาดตนนี้ลง เป็นการปิดฉากอสูรกายที่ตามล่าเธอมาอย่างยาวนาน
เมื่อกำจัดศัตรูตนดังกล่าวลงได้ Grace จะได้รีบกลับมาดูอาการ Emily แต่ก็โชคไม่ดีที่เธอได้เสียชีวิตไปแล้วจากอาการบาดเจ็บ Grace พยายามปั๊มหัวใจของเธอ แต่ก็ไม่เป็นผล ก่อนที่จู่ ๆ เธอจะขยับตัวขึ้นอีกครั้ง และเริ่มกลายพันธุ์เปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยอง Grace พยายามพูดเพื่อเรียกสติเธอ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

Leon ที่ได้ตามมาสมทบ เขาได้เข้ามายิงสัตว์ประหลาดตนนั้น ในขณะที่ Grace ก็ได้เข้ามาห้ามเขาเอาไว้ เพราะเธอคิดว่าสัตว์ร้ายตนนั้นยังคงเป็น Emily ; Grace โทษตัวเองที่ทำให้ Emily ต้องเสียชีวิต เมื่อเห็นสภาพของ Grace ; Leon ก็เพียงบอกกับเธออย่างเข้าใจว่า เขาเข้าใจดีว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นอย่างไร และบอกว่าพวกเรายังต้องเดินหน้าต่อไป แต่ Grace กลับโยนปืน Requiem คืนให้กับ Leon และเดินจากไป เพราะว่าสภาพจิตใจของเธอตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป

ในขณะเดียวกัน อาการของ Leon ก็เริ่มทรุดหนักลง เขาเริ่มไอออกมาเป็นเลือด ซึ่งเป็นผลมาจากเชื้อที่กำลังกัดกินร่างกายของเขามากขึ้นทุกที Grace เดินไปที่ทางออกเพียงลำพัง และเธอก็ได้พบกับ Victor ที่กำลังรอเธออยู่ เขาบอกกับ Grace ว่า Elpis อยู่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น และเขาก็อยากให้เธอเดินทางไปด้วยกัน จากนั้น Victor ก็ได้เปิดประตูเหล็กบานใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะบอกกับเธอว่า ตอนนี้เธอได้มายืนอยู่ในจุดที่เธอควรจะอยู่มาตลอดแล้ว
เมื่อ Grace ก้าวผ่านประตูนั้นออกไป ก็มีชายอีกคนหนึ่งกำลังยืนรอเธออยู่ด้านนอก ชายคนนั้นยืนมองออกไปยังซากปรักหักพังของ Raccoon City ก่อนจะหันมาบอกกับ Grace ว่า เธอคือเหตุผลของการทำลายล้างเมืองแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างโลกใบใหม่ Grace คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เขากำลังรอคอย และชายคนนี้ก็คือ Zeno เขาบอกกับ Grace ว่า เขาจะพาเธอไปเห็นถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมีอยู่ของเธอ ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ก็เดินทางมาถึง เพื่อรับตัวพวกเขา มุ่งหน้าสู่ Raccoon City
Raccoon City – หวนคืนสู่เมืองสวรรค์ต้องสาป

ในด้านของ Sherry ที่คอยสนับสนุน Leon จากฐาน อาการติดเชื้อของเธอเองก็เริ่มแย่ลงเช่นกัน เธอได้ติดต่อไปหา Leon ที่กำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่ Raccoon City เธอบอก Leon ว่าเธอไม่สามารถหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Elpis ได้เลย เพราะไม่มีข้อมูลใด ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ของ CIA หรือ Pentagon เธอได้ร้องขอการอนุมัติระดับที่สูงขึ้น ทว่าเธอก็ถูกสั่งให้ยุติการสืบสวนในทันที ซึ่งเป็นคำสั่งจากคนระดับสูง Leon จึงบอกว่าหากเป็นเช่นนั้นเขาจะสืบเรื่องนี้เพียงคนเดียว เพราะเขาไม่อยากให้ Sherry ต้องมาเดือดร้อนด้วย แต่ Sherry ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ บอกว่าพวกเราจะลุยต่อด้วยกันจนสุดทาง
เป้าหมายหลักของ Leon ในตอนนี้ ก็คือการตามหาตัว Grace เนื่องจากเขาคิดว่าเธออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ Elpis เมื่อเดินทางมาถึง Raccoon City ; Leon จำเป็นที่จะต้องเดินทางด้วยเท้า เนื่องจากซากปรักหักพังของเมืองที่ขวางทางเอาไว้ Sherry พบพิกัดบนคอมพิวเตอร์ของ Victor และมันได้ระบุตำแหน่งของจุดหมายที่พวกเขาจะต้องเดินทางไป ซึ่งนั่นก็คือใจกลางของเมืองหรือ Raccoon City Center

แต่ยังลงเดินเท่าไม่ทันไร Leon ก็ได้ถูกซุ่มโจมตีโดยแมงมุมขนาดยักษ์นามว่า Titan Spinner ทำให้เขาต้องวิ่งหลบหนีเข้าไปในซากอาคาร ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในที่สุด Leon ก็สามารถกำจัดมันลงได้สำเร็จ
หลังจากนั้นไม่นาน Leon ก็ได้เดินทางมาถึงกำแพงที่ล้อมรอบเมืองเอาไว้ โดยเขาได้สังเกตว่าเคยมีคนพยายามที่จะระเบิดประตูเพื่อเข้าไปด้านในด้วย ทว่าตอนนี้ตัวจุดระเบิดกลับหายไป Leon จึงตั้งใจที่จะออกตามหาตัวจุดระเบิดเพื่อที่เขาจะได้สามารถเดินทางเข้าไปใจกลางเมืองได้ ในระหว่างการค้นหา Leon ได้พบกับแคมป์เก่าของ BSAA สาขาอเมริกาเหนือ เขาสงสัยว่า BSAA มาทำอะไรที่นี่ Leon ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ถูกเอาทิ้งไว้ และดูเหมือนว่าพวก BSAA ก็มีแผนที่จะมุ่งหน้าไปที่ใจกลางเมืองเช่นกัน
Sherry จึงเริ่มตรวจสอบฐานข้อมูลของ Pentagon อีกครั้ง และในระหว่างการค้นหานั้นเธอก็ได้พบกับความผิดปกติบางอย่าง เพราะว่ามีข้อมูลบางส่วนที่ถูกลบออกไปจากระบบ ซึ่งข้อมูลที่หายไปนั้นก็คือบันทึกคำสั่งยิงขีปนาวุธที่เคยถูกใช้ในการทำลายเมือง Raccoon City และการที่ Leon ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ มันก็ได้ส่งสัญญาณแจ้งเตือนกลับไปยัง Victor ในทันที เมื่อเห็นการแจ้งเตือนนั้น Victor จึงหันไปพูดกับ Zeno ว่า ดูเหมือนว่าการเจรจาของเขากับหน่วย DSO ที่พยายามจะกันไม่ให้หน่วยงานนี้เข้ามาใน Raccoon City จะไม่ได้ผลอย่างที่หวังเอาไว้ เมื่อได้ยินเช่นนั้น Zeno ก็เพียงตอบกลับไปว่า ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะปล่อยให้ Leon เป็นหน้าที่ของ Victor จัดการก็แล้วกัน

Leon ได้พบบันทึกที่ระบุว่าชิ้นส่วนตัวจุดระเบิดทั้งสามชิ้น ได้ถูกเก็บเอาไว้ในแคมป์ของ BSAA ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เขาจึงเริ่มออกตามหามัน Leon ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าซอมบี้จำนวนมากที่ลุกขึ้นจากซากอาคาร แม้ร่างกายของพวกมันเหี่ยวแห้งหลังจากรอดชีวิตจากการทำลายเมืองมามากกว่า 28 ปี เแต่พวกมันก็ยังคงแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ แต่ Leon ก็สามารถกำจัดพวกมันลงไปได้อย่างง่ายดาย
ในระหว่างการค้นหา Leon ได้เดินมาพบกับร่างไร้วิญญาณของหน่วย BSAA ที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด เขาได้ลองตรวจสอบวิดีโอจากกล้องติดหมวกของหน่วย BSAA นายหนึ่งและได้พบกับข้อมูลสำคัญบางอย่างในนั้น วิดีโอดังกล่าวได้แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ BSAA สองคนกำลังคุยกันเรื่องที่ขีปนาวุธ ไม่ได้ถูกใช้เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดในปี 1998 แต่ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หัวหน้าทีมของพวกเขาพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Ark และภารกิจของพวกเขาก็คือการนำเอา Elpis กลับมา แต่เมื่อพวกเขาก้าวออกไปข้างนอกอาคาร พวกเขาก็ถูก Zeno สังหารลงอย่างเหี้ยมโหด Sherry จึงรีบตรวจสอบเพื่อดูนาย Zeno คนนี้ ว่าเคยมีประวัติปรากฏที่ไหนบ้างหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าข้อมูลของชายคนนี้กลับว่างเปล่า ไม่มีข้อมูลบนฐานข้อมูลใด ๆ เลย

เมื่อ Leon ได้ตัวจุดระเบิดมาครบทั้งสามชิ้น เขาก็สามารถเปิดประตูได้สำเร็จ และได้ใช้มอเตอร์ไซค์ที่พบในตู้คอนเทนเนอร์ของ BSAA ซิ่งเข้าไปยังใจกลางเมืองในทันที ทว่า Victor ที่อยากจะแว๊นส์กับ Leon ก็ได้พาสุนัขกลายพันธุ์นามว่า Garmr ออกมาไล่ล่าและจู่โจมเขา Leon ต้องใช้ทักษะการขับรถที่มีของเขามาตลอด 30 ปี ในการเอาชีวิตรอดและโชว์ความแว๊นส์ฟ่อหล่อเฟี้ยวไปในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงการขับไต่ตึกและทะยานเหินฟ้าแบบโคตรจะเท่เลยพ่อคุณ ซึ่งจนแล้วจนรอด Leon ก็สามารถขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งชนเสี่ยงตายกับ Victor จนทำให้ Victor เสียหลักมอเตอร์ไซด์คว่ำจนตกทางด่วนและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เป็นอุทาหรณ์ว่าการขับขี่อย่างปลอดภัยก็ควรใส่หมวกกันน็อคกันด้วยนะครับ

Leon ได้ขี่มอเตอร์ไซด์จนเกือบมาถึงใจกลางเมือง เขาต้องเดินทางด้วยเท้าอีกครั้ง สถานที่ที่เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าก็คือสถานีตำรวจ RPD ถึงแม้ในตอนนี้มันจะเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังจากแรงระเบิดของขีปนาวุธก็ตาม เมื่อมือของ Leon เอื้อมไปแตะที่ประตู ภาพอดีตอันขมขื่นก็ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง เหตุการณ์ในปี 1998 คืนที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล เมื่อเข้ามาด้านใน Leon จะได้พบว่า BSAA ได้เข้ามาตั้งกองบัญชาการชั่วคราวภายในสถานีแห่งนี้ มีทั้งแผนที่ของพื้นที่โดยรอบ และอุปกรณ์ปฏิบัติการต่าง ๆ ถูกจัดเตรียมเอาไว้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือป้ายต้อนรับ Leon ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่น ๆ เคยเตรียมเอาไว้ให้กับเขา ป้ายที่ถูกทำขึ้นเมื่อ 28 ปีก่อน เพื่อใช้ต้อนรับเขาในวันแรกของการทำงานในฐานะตำรวจน้องใหม่

แน่นอนว่าป้ายนี้คงไม่ได้มาอยู่ที่นี่โดยบังเอิญ Leon รู้ดีว่า Zeno น่าจะเป็นคนเอามันมาวางเอาไว้เพื่อเยาะเย้ยเขา พร้อมกับข้อความที่เขียนว่าเขาไม่เคยช่วยชีวิตใครได้เลย Leon ก็ได้พบกับภาพของ Zeno และ Grace ผ่านหน้าจอของกล้องวงจรปิด ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะอยู่ที่ปีกฝั่งตะวันออกของ RPD แต่ปัญหาก็คือ ประตูเหล็กที่เชื่อมไปยังส่วนนั้นถูกล็อกเอาไว้ ทำให้ Leon ต้องออกเดินสำรวจสถานีตำรวจแห่งนี้อีกครั้งเพื่อหาวิธีเปิดประตูนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ของสถานีแห่งนี้ถูกทำลายไปด้วยแรงของขีปนาวุธ เหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังพอให้เดินสำรวจได้ เหยื่อบางรายจากโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น ยังคงนอนอยู่ในจุดเดิมแม้ตอนนี้ร่างกายของพวกเขาจะเหลือเพียงแค่โครงกระดูกที่ถูกกลบอยู่ใต้ฝุ่น เจ้าหน้าที่ที่กลายเป็นซอมบี้บางคนยังคงเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ RPD และ Leon ก็เป็นคนมอบความสงบให้กับพวกเขา โดยบอกให้พวกเขาหลับให้สบาย
ระหว่างการสำรวจ Leon ยังได้พบกับบันทึกของผู้หมวด Marvin Branagh ในบันทึกนั้นระบุถึงการเตรียมงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่อฉลองต้อนรับตำรวจน้องใหม่อย่างเขาในวันแรกของการเข้าประจำการ แต่ก็เป็นโชคร้ายที่ Umbrella ได้พรากงานเลี้ยงอันแสนอบอุ่นนั้นไปจากทุกคน เมื่ออ่านข้อความนั้นจบ Leon จึงหยุดยืนอยู่หน้าป้ายชื่อของผู้หมวด Marvin ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นเบา ๆ ว่า ผู้หมวด Marvin ครับ ผมเคนเนดี้ วันนี้มารายงานตัวแล้วนะครับ

เมื่อเดินทางไปที่ห้องสมุด Leon จะได้พบกับพบแม่แรงที่เขาเคยใช้เคลื่อนย้ายตู้หนังสือเมื่อครั้งก่อน คราวนี้เขาได้นำมันมาใช้เพื่อยกประตูเหล็กที่ปิดกั้นเส้นทางเอาไว้ เมื่อผ่านประตูเข้ามาได้ Leon จะได้แอบฟังบทสนทนาระหว่าง Zeno และ Grace ซึ่งเธอก็กำลังสงสัยว่า Zeno พาเธอมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใดกันแน่ Zeno ได้อธิบายว่า กองกำลังทหารจากทั่วทุกมุมโลกต่างเดินทางมาที่ Raccoon City เพื่อสิ่งเดียวและนั่นก็คือ Elpis อาวุธชีวภาพที่มีศักยภาพในการทำลายสมดุลทางการทหารของทั้งโลก มันคือไวรัสตัวสุดท้ายที่ Oswell E. Spencer สร้างขึ้น ที่ซึ่งถูกเชื่อว่า มันออกแบบมาเพื่อควบคุมจิตใจของมนุษย์
รัฐบาลสหรัฐไม่ต้องการให้ใครได้ครอบครองมัน และนี่คือเหตุผลที่แท้จริงในการสั่งยิงขีปนาวุธทำลายเมือง Raccoon City ส่วนเรื่องยับยั่งการระบาดของเชื้อไวรัสเป็นเพียงแค่เรื่องลวงโลกเท่านั้น Zeno บอกว่า Grace คือกุญแจสำคัญ ก่อนที่เขาจะได้แสดงรูปถ่ายของ Emily ให้กับเธอได้ดู เขาบอกว่านี่คือ Emily แต่ไม่ใช่เด็กสาวคนเดียวกับที่ Grace ได้พบ Emily เป็นหนึ่งในร่างโคลนมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็มีเรื่องราวที่น่าเศร้าของตัวเอง มันเป็นความพยายามที่จะโคลนนิ่งตัว Grace ขึ้นมา Zeno ได้เปิดวิดีโอให้กับ Grace ได้ดู ถึงเรื่องราวที่น่าเศร้าของหนึ่งในร่างโคลน ซึ่งมันก็คือเรื่องราวของ Chole ที่เกิดขึ้นในปี 1990 ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ในตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่โครงการย้ายความทรงจำของ Spencer นั่นเอง

และด้วยความเข้าใจผิดของ Zeno ที่คิดว่า Grace คือกุญแจของ Spencer เขาเลยเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถปลดล็อก Elpis ที่ Ark ได้ Grace เริ่มเสียสติเล็กน้อย เพราะเธอคิดว่าเธอเป็นเพียงคนที่ถูกสร้างขึ้นจากการทดลอง เธอได้ถาม Zeno ว่าเธอถูกสร้างขึ้นมาหรือเปล่า และ Zeno ก็ตอบอย่างมั่นใจว่าใช่ ทำให้ Grace คิดไปเองว่าเรื่องราวในชีวิตของเธอเป็นเพียงแค่เรื่องโกหก Leon ได้เข้ามาขัดจังหวะทั้งสองคน แต่ Grace ก็หมดสติไปจากความเครียดที่เกิดขึ้น Leon พยายามยิง Zeno แต่เขาก็ได้แสดงความสามารถเหนือมนุษย์ในการหลบกระสุนได้เหมือนที่ Wesker เคยทำ ก่อนที่เขาจะส่งอสุรกาย Tyrant หรือ Mr. X ลงมาจัดการกับ Leon และอุ้ม Grace หนีไป ทำให้ Leon ก็ต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนเก่าจากครั้งอดีตอีกครั้ง
Leon ได้รีบหลบหนี Tyrant ออกจาก RPD และรีบมุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ระหว่างทางเขาจะต้องผ่านร้านขายปืนของ Kendo ภาพในอดีตที่เจ็บปวดได้ย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้ง ช่วงเวลาที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขามาตลอดชีวิต เมื่อ Leon ได้เดินเข้าไปด้านหลังของร้าน เขาได้พบกับซากโครงกระดูกของ Emma ลูกสาวของ Kendo และที่วางอยู่ข้าง ๆ กันนั้นก็คือกล่องยาที่ Umbrella เคยจัดหาให้กับเธอ สิ่งนี้ทำให้ความโกรธในใจของ Leon ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และเขาสาบานว่า “เขาจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

เมื่อออกมาจากร้านปืนของ Kendo ; Leon จะได้เผชิญหน้ากับ Tyrant อีกครั้ง ที่คราวนี้มันได้เขวี้ยงมิสไซล์มาใส่เขา Leon กระเด็นออกไปไกลด้วยแรงของระเบิด ก่อนที่จะยิงปืนใส่มิสไซล์อีกลูกหนึ่งที่อยู่ในมือของมัน ทำให้เจ้า Tyrant กลายพันธุ์เป็น Super Tyrant ทว่าด้วยประสบการณ์การต่อสู้กับเหล่าอาวุธชีวภาพมาเกือบ 30 ปี มันก็ทำให้เขาสามารกำจัดมันลงได้อย่างง่ายดาย
Leon มุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ซึ่งตอนนี้แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว เขาได้ลงไปในซากปรักหักพัง และได้พบเชือกโรยตัวที่ BSAA ทิ้งเอาไว้ ระหว่างโรยตัวไปด้านล่าง ลีออนจะได้สังเกตเห็นรากของต้นไม่สีดำที่ขยายอาณาเขตไปทั่วบริเวณ และเมื่อมาถึงด้านล่างสุดของหลุมลึก เขาก็ได้ถูกจู่โจมด้วยเถาวัลย์สีดำขนาดมหึมา ซึ่งมันก็คืออาวุธชีวภาพนามว่า Plant 43 ที่หลุดรอดออกมาในระหว่างการข้นย้าย แต่ Leon ก็สามารถกำจัดมันลงได้
ARK – ป้อมปราการสุดท้ายของ Umbrella

เมื่อเผาเจ้า Plant 43 ไหม้จนเป็นตอตะโก Leon จะได้พบกับทางเข้าสู่ศูนย์วิจัย ARK ประตูขนาดมหึมาที่สลักด้วยสัญลักษณ์ของบริษัท Umbrella ที่ด้านในเขาจะได้พบกับทรัพย์สินที่เคยเป็นของบริษัท Tricell, HCF และ Umbrella ภายในห้องทดลอง Leon จะได้พบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็น Grace และ Zeno ที่อยู่ที่ศูนย์กลางของศูนย์วิจัยที่เรียกว่า Pandora แต่ในขณะที่ Leon กำลังจะเดินทางไป เขาก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่าง Elite Guard ทำให้ Leon จำเป็นต้องต่อสู้และสังหารพวกเขาลง
เมื่อลุยฝ่ากองกำลังพิเศษมาได้ Leon จะได้พบกับวิสัยทัศน์และความหลงใหลของ Oswell E. Spencer ผ่านการตกแต่งของศูนย์วิจัย ที่เขาต้องการจะสร้างวิวัฒนาการและการทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ Leon ยังได้พบกับแคตตาล็อกสินค้าของ Umbrella ที่กำลังถูกสร้างขึ้นและนำไปขายด้วย ไม่ว่าจะเป็น Garmr อสุรสุนัขที่เขาเจอบนทางด่วน Tyrant ที่เขาเผชิญที่ RPD ; Plant 43 ตันไม้เพชฌฆาตหน้าศูนย์วิจัย รวมไปจนถึงปรสิต Nemesis Gamma ที่พัฒนาต่อมาจากโครงการ Nemesis

เมื่อเดินทางต่อ Leon จะได้เผชิญหน้ากับ The Commander ผู้บัญชาการหน่วยพิเศษ ที่ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล หากแต่คือ Hunk มัจจุราชของ Umbrella นั่นเอง เขาได้เข้ามาต่อสู้กับ Leon ด้วยขวานประจำตัว แม้จะอายุมากแล้วแต่ฝีมือของเขาก็ยังคงเก่งกาจเหมือนที่เคยเป็นมา ซึ่งถ้าหากถามว่าทำไมผมถึงมั่นใจว่าชายคนนี้คือ Hunk ผมก็มีข้อสังเกต 4 ข้อมาให้ทุกคนลองคิดตามกันครับ
- ข้อแรกตัวละครนี้ใช้ Mocap และนักพากย์คนเดียวกันกับ Hunk ใน Resident Evil 2 Remake
- ข้อที่สองในระหว่างการต่อสู้เขาได้ใช้ท่าประจำตัวอย่างการจัดกระดูกคอกับ Leon
- ข้อที่สามเมื่อ Leon กำจัดเขาลงได้ ที่มือของเขาจะปรากฏรอยดำที่แสดงถึงอาการ Raccoon City Syndrom เหมือนที่ Leon กำลังเป็น นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ชายผู้นี้ก็คือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจาก Raccoon City มาเหมือนกันนั่นเอง
- และข้อสุดท้ายในเมื่อภาคนี้เป็นการปิดฉาก Umbrella แน่นอนว่านี่ก็ต้องเป็นการปิดฉาก Hunk สุนัขรับใช้ของบริษัทนี้ด้วยเช่นกันครับ
เมื่อ Leon กำจัดเขาลงได้ เขาจะได้ชื่นชมฝีมือของ The Commander ว่า ชายคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว Leon ได้เดินมาถึง Pandora และได้พบกับ Grace และ Zeno

Zeno ได้บอกกับ Grace ว่าเทคโนโลยีในการควบคุมจิตใจของคนถูกสร้างขึ้นมาโดยสมบูรณ์แล้ว แต่มันยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการแพร่เชื้อให้คนอื่น อันนี้พูดถึงเชื้อ Mold จากภาค 7 ; Zeno เชื่อว่า Spencer ได้แก้ปัญหานี้ได้ด้วย Elpis เขากล่าวต่อว่า The Connections ได้ปิดล้อมเมืองนี้เอาไว้เพื่อที่จะได้ครอบครองมัน ก่อนที่เขาจะได้เปิดแผงคอนโซลขึ้นมา และมีคำถามปรากฏว่า “อะไรคือสิ่งที่ผู้สร้างปรารถนา?”
Zeno กล่าวต่อว่าหากป้อนรหัสผ่านผิดเพียงครั้งเดียว ศูนย์วิจัย ARK จะถูกทำลาย และ Elpis จะสูญหายไปตลอดกาล ดังนั้นเขาจึงถาม Grace ว่ารหัสผ่านคืออะไร ซึ่ง Grace ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยจึงได้ตอบกลับไปว่าเธอนั้นไม่รู้ ไม่รู้ จะไปรู้ได้ยังไงเล้าปัดโถ่ว
ในขณะเดียวกัน Leon ก็ได้เดินเข้ามาเพื่อเผชิญหน้ากับ Zeno แต่เขาก็เย้ยหยันว่า Leon ไม่สามารถเอาชนะเขาได้หรอก ก่อนที่เขาจะได้โชว์เท่ด้วยความสามารถแบบเดียวกับ Wesker อีกครั้ง Leon ได้ใช้ขวานฟันแขนของ Zeno ขาด แต่ทว่าบาดแผลนั้นกลับสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถแล้วความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันมากเกินไป ทำให้ Leon ต้องพ่ายแพ้ในการต่อสูู้ในครั้งนี้ Leon เริ่มไอเป็นเลือดอีกครั้ง และ Zeno ก็กำลังจะฆ่าเขา แต่ Grace ที่หัวไวก็ได้เอาปืนมาจ่อที่ศีรษะของเธอเอง เพื่อไม่ให้ Zeno สังหาร Leon

Leon ใช้โอกาสนี้ในการยิงทำลายเสาต้นหนึ่งของแท่นที่พวกเขายืนอยู่ ก่อนที่จะรีบพา Grace หลบหนีมาจาก Zeno ได้สำเร็จ แท่นยืนที่พวกเขาอยู่ได้พาพวกเขาไปยังพื้นที่กำจัดซากชีวภาพ ทว่าเมื่อมาถึง Leon ก็ได้หมดสติไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน Leon ก็ได้ฟื้นขึ้น พร้อมกับ Grace นี่ยังคงนั่งเฝ้าเขาอยู่ไม่ห่าง ทว่าการติดเชื้อของเขาในตอนนี้ก็ได้แพร่กระจายและลุกลามไปจนทั่วร่างกายแล้ว เขาได้เล่าให้ Grace ฟังว่า Raccoon City คือจุดเริ่มต้นสำหรับเขา และเขาอยากจะยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้ลงเสียที Grace บอกว่าพวกเราไม่สามารถหยุด Zeno ได้ Leon จึงได้สอบถามเกี่ยวกับรหัสผ่านที่เขาถาม Grace ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ Grace บอกว่าเธอไม่รู้เลยว่า Zeno พูดถึงเรื่องอะไร ขณะที่เธอค่อย ๆ พยุง Leon ลุกขึ้น เขาบอกว่าเขาจะกลับขึ้นไปทำลาย Elpis ซึ่ง Grace ก็ได้บอกกับเขาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะขอไปจบเรื่องนี้ด้วย Leon จึงได้ให้ Grace สัญญาว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เธอจะต้องยุติเรื่องนี้และทำลาย Elpis ทิ้งเสีย
ทั้งสองได้เดินไปตามทางและได้พบกับประตูบานหนึ่งที่มีเครนขนาดใหญ่ขวางทางเอาไว้ Grace จึงได้อาสาที่จะไปเคลื่อนย้ายเครนที่เครื่องควบคุมให้ โดย Leon ก็จะได้ช่วยยกเธอขึ้นไป พร้อมกับบอกให้เธอระวังตัวด้วย Grace จะต้องออกตามหากุญแจเพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องควบคุุม เธอจึงต้องเดินสำรวจศูนย์วิจัยแห่งนี้ ต้องหลบหลีกฝูง Licker และซอมบี้มากมาย แต่สุดท้ายเธอก็หามันจนพบและนำกลับมาขยับเครนได้สำเร็จ เปิดทางให้ Leon สามารถเดินทางต่อไปได้

Grace ได้พบกับกุญแจอีกหนึ่งดอก ที่สามารถนำไปเปิดประตูต่าง ๆ ของศูนย์วิจัยที่ปิดล็อคอยู่ก่อนหน้านี้ได้ และในที่สุด Grace ก็จะได้มาถึงห้องเก็บข้อมูล ที่กลางห้องนั้นคือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่กำลังแสดงข้อมูลทั้งหมดของเธออยู่บนหน้าจอ และเมื่อเธอเข้าไปสำรวจ เธอก็จะได้ใส่แผ่น MO Disc ที่แม่ของเธอซ่อนเอาไว้หลังภาพวาดในโรงแรม เปิดเผยให้เห็นไฟล์มากมายในนั้น เมื่อคลิกที่ไฟล์ชื่อ The Creator มันคือไฟล์วิดีโอที่แม่ของเธอกำลังสัมภาษณ์ Oswell E. Spencer และในการสัมภาษณ์นี้เขาได้พูดถึงชีวิตที่พลิกผันอย่างไม่คาดคิด ดูเหมือนว่าเขาจะแสดงความสำนึกผิดต่อการกระทำของเขา และความทะเยอทะยานของเขาที่อยากจะเป็นพระเจ้า ก็ได้ทำลายชีวิตของผู้คนนับไม่ถ้วน Spencer กล่าวว่าเขาอยากให้โลกได้รับรู้ความจริง ไฟล์นี้ได้จบลง แต่ทว่ากลับมีอีกไฟล์หนึ่งที่ชื่อว่า “Grace” วางอยู่ข้างกัน
ในขณะเดียวกัน Leon ได้กลับเข้ามาศูนย์วิจัย อาการของเขากำลังย่ำแย่ลงทุกวินาที เนื่องจากตอนนี้การติดเชื้อของเขาได้ลุกลามมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายเดียวของเขาก็คือการลากร่างกายอันหนักอึ้งนี้ไปทำลาย Elpis เขาต้องต่อกับพวก Licker มากมาย จนในที่สุดก็สามารถเดินทางมาถึงลิฟต์และกลับขึ้นไปยังทางเข้า Pandora ได้สำเร็จ

ในด้านของ Grace เธอก็ได้เปิดไฟล์ที่เป็นชื่อของเธอ ซึ่งมันก็คือวิดีโอที่ต่อจากการสัมภาษณ์ Spencer ของ Alyssa เธอถามเขาเกี่ยวกับมรดกที่เขาอยากทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้ ซึ่ง Spencer ก็ได้กล่าวว่างานวิจัยของเขาได้เปิดกล่อง Pandora ขึ้นมาและปลดปล่อยหายนะสู่โลก มนุษย์ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าพวกเขาจะตายเมื่อใด และนี่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขามีความหวัง เขาบอกว่าเขาคิดผิดและเขากำลังถูกความรู้สึกผิดกัดกินจิตใจ ว่าความสุขที่แ้จริงนั้นไม่สามารถบรรลุได้ด้วยการทำลายชีวิตของผู้อื่น
ก่อนที่ Spencer จะขอยุติการสัมภาษณ์ซึ่งทำให้ Alyssa งุนงงเล็กน้อย เธอถามเขาว่าทำไมถึงเชิญเธอมาที่นี่ถ้าทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เขาจะพูดกับเธอ ก่อนที่จู่ ๆ จะมีคนอุ้มเด็กทารกมาให้กับ Spencer และ Alyssa ถามว่านี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างการทดลองของเขาหรือเปล่า ซึ่ง Spencer ก็บอกว่าไม่ใช่ เด็กผู้หญิงตัวน้อยคนนี้เป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดา เด็กกำพร้าที่เขารับมาเลี้ยงและรับเป็นลูกบุญธรรม เขาบอกว่าเธอคือความหวังของเขา เขาเชิญ Alyssa มาอุ้มเธอ ซึ่ง Alyssa ก็จะได้บอกว่าเธอน่ารักมาก และ Spencer ก็ได้บอกว่าเด็กหญิงคนนี้มีชื่อว่า Grace และเขาหวังว่าสิ่งที่เขาพูดกับเธอในวันนี้ จะเป็นเหมือนบทเพลงส่งวิญญาณสำหรับผู้ที่ล่วงลับจากไป

Grace ที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่เธอได้ค้นพบ แต่ก่อนที่จะได้ทำความเข้าใจอะไรไปมากกว่านี้ เธอก็ได้เห็น Leon ที่กำลังอาเจียนเป็นเลือด และเขากำลังจะตาย Grace จึงรีบวิ่งไปหาเขาในทันที ซึ่งเธอก็จะได้เดินผ่านห้องทำงานของ Oswell E. Spencer ซึ่งภายในห้องนี้เราก็จะได้พบกับภาพของหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีอักษรภาษาอังกฤษอย่างตัว M สลักเอาไว้ ทำให้เราอนุมานได้ว่ารูปของหญิงสาวผู้นี้ก็คือ Miranda นั่นเอง

เมื่อวิ่งมาจนพบกับ Leon ; Grace ก็ได้ช่วยพยุงเขาขึ้นและพาเขาเข้าไปในพื้นที่ Pandora แต่ Grace บอกว่าเธอไม่รู้รหัสผ่าน ซึ่ง Leon บอกให้เธอใส่รหัสผิด ๆ ลงไปและมันจะทำลายทุกอย่างลงเอง Grace จึงได้ต่อรองกับ Zeno ที่กำลังยืนรอทั้งสองอยู่ว่า เธอจะใส่รหัสผ่านให้หากเขายอมปล่อยให้ Leon มีชีวิตรอด ซึ่ง Zeno ก็ตกลงตามนั้น เมื่อเข้าไปใกล้ Elpis ตัวเกมก็จะให้ผู้เล่นเลือกว่าจะทำลายมันตามที่ Leon บอก หรือจะปลดปล่อยมันตามคำสำนึกผิดของ Spencer
ซึ่งถ้าหากเราเลือกทำลาย Elpis ศูนย์วิจัย ARK ก็จะถูกทำลายลงในทันที Leon ได้พยายามพา Grace หนี และได้เข้าต่อสู้กับ Zeno แต่ด้วยร่างกายของเขาที่อ่อนแอลงเต็มที มันก็ทำให้เขาต้องพ่ายแพ้ และถูก Zeno สังหารลงในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าฉากจบนี้ไม่ใช่ฉากจบหลักนะครับ เพราะฉะนั้นเราไปดูฉากจบที่แท้จริงกันดีกว่า

เมื่อเข้าไปใกล้ Elpis ; Grace ก็ได้นึกถึงสิ่งที่แม่พูดกับเธอไว้เสมอ ว่าเธอคือความหวังของแม่ และ Spencer ก็พูดถึงความหวังด้วยเช่นกัน เธอจึงได้ป้อนรหัสผ่านด้วยคำว่า “HOPE” ลงบนแผงคอนโซล และในที่สุด Elpis ก็ได้ถูกปลดปล่อย หลอดไวรัสสีเหลืองอร่ามราวกับทองคำได้ปรากฏขึ้น Leon ถาม Grace ว่าเธอกำลังทำอะไร เธอจึงได้อธิบายว่า Spencer นั้นเสียใจในสิ่งที่เขาทำลงไปและแสวงหาหนทางในการไถ่บาป
แต่ Zeno ที่ไม่ยอมฟัง เขาก็ได้ฉีด Elpis เข้าสู่ร่างกายของตัวเอง พลังเหนือมนุษย์ของเขาได้สลายหายไปในทันที Grace จึงอธิบายต่อว่า Elpis คือยารักษาและยาต้านเชื้อไวรัสทั้งหมดที่สกัดมาจาก Progenitor Virus ซึ่งรวมถึง T-Virus ที่กลายพันธุ์ในร่างกายด้วย Grace ได้กล่าวเสริมว่าเธอเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่ได้มีความพิเศษอะไรอย่างที่ Zeno เข้าใจ Zeno ที่โมโหจัดจึงได้พุ่งเข้ามาหา Grace แต่ Leon ก็ได้เข้ามาขัดขวางเขาเอาไว้ ก่อนที่จู่ ๆ Victor ที่รอดชีวิตมาได้ก็ได้เดินเข้ามา และบอกว่าท่านอาจารย์ของเขาคืออัจฉริยะ Zeno ถึงกับหัวเสียทันทีที่ได้ทุ่มเงินจำนวนมากไปกับการทดลองของ Victor
Victor บอกว่าด้วย Elpis อาวุธชีวภาพทั้งหมดในโลกจะไร้ประโยชน์ลงในทันที ระเบียบของโลกจะถูกโยนเข้าสู่ความโกลาหล Spencer ได้มอบอนาธิปไตยให้กับโลกใบนี้ นั่นคือสิ่งที่ Victor เชื่อมั่นในอาจารย์ของเขา เขาจึงสาบานว่าเขาจะทำให้วิสัยทัศน์ของท่านอาจารย์ของเขาเป็นจริง
Zeno ได้บอกว่าเราไม่ได้ต้องการยารักษา แต่เราต้องการอาวุธ และ Victor กับ Spencer ก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมายเท่านั้น Victor เลยสวนกลับว่าแต่ถึงกระนั้นท่านอาจารย์ของเขาก็สามารถเอาชนะพวกแกได้หมดทุกคนเลยนะ และ Zeno ก็เป็นแค่เพียงของเลียนแบบเท่านั้น Zeno เลยบอกว่ามันจบแล้ว The Connections จะไม่ทนกับแกอีกต่อไป Victor จึงได้ใช้แขนกลายพันธุ์ของเขาฟันไปที่คอของ Zeno จนขาดสะบั้น และได้ใช้มันแทงเข้าไปที่ท้องของ Grace เธอจึงได้รีบนำ Elpis ฉีดให้กับ Leon และบอกเขาว่ามันคือยารักษา ซึ่งมันก็ส่งผลในทันที T-Virus ที่แฝงอยู่ในร่างกายของ Leon ได้สลายหายไป และเขาก็กลับมาแข็งแรงขึ้นในทันที

Victor ได้เดินเข้ามาหยิบ Elpis และเปิดระบบทำลายศูนย์วิจัย ARK ทำให้ Leon ตกลงไปด้านล่างของศูนย์วิจัยและได้เผชิญหน้ากับ Victor อีกครั้ง เขาได้เข้าต่อสู้กับ Victor อย่างดุเดือด ซึ่ง Victor เองก็แข็งแกร่งเอามาก ๆ ระหว่างการต่อสู้ Victor จะได้บอกว่า เขาสาบายว่าจะทำให้ประสงค์ของ Spencer นั้นเป็นจริง แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของผู้อื่นอีกมากมายก็ตาม ซึ่ง Leon ก็จะได้ตอบกลับว่าเขาเองก็สาบานที่จะปกป้องชีวิตของผู้คนตลอดไปเช่นกัน
เมื่อสู้กันได้สักพัก Victor ที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้กลายพันธุ์อีกครั้ง ซึ่งเขาก็ได้กลายร่างเป็น Nemesis Gamma นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาแข็งแกร่งมาก ๆ นั่นเอง Leon ทุ่มสุดกำลังในการต่อสู้ในครั้งนี้ และในที่สุดก็สามารถโค่น Victor ลงได้สำเร็จด้วยขวานประจำตัว และปืน Requiem ของเขา
เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดสงบลง Leon ก็ได้รีบออกตามหา Grace เขาได้พบว่าเธอได้รับบาดเจ็บ แต่เธอก็ไม่เป็นอะไรมาก ศูนย์วิจับแห่งนี้กำลังถล่มลงมาและมันก็ไม่มีทางให้หลบหนี ทั้งสองกำลังจะถูกฝังอยู่ใต้ซากแห่งนี้ไปตลอดกาล ไฟค่อย ๆ ดับลงทีละดวง Leon บอกว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอจนสุดทาง จากนั้นไม่นาน

ไฟก็สว่างขึ้นอีกครั้ง มีใครบางคนกำลังโรยตัวลงมา Leon เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขา แต่หนึ่งในนั้นได้ติดต่อหา Alpha และบอก Leon ว่า Captain Redfield ได้ฝากข้อความมาถึงเขา พวกเขาเหล่านี้คือหน่วย Hound Wolf ของ Chris Redfield อดีตหน่วยปฏิบัติการยอดฝีมือของ BSAA นั่นเอง
เมื่อรอดชีวิตกันออกมาได้ Leon ได้ติดต่อกลับไปหา Sherry เขาบอกเธอว่ามียาโดสหนึ่งที่มีชื่อของเธออยู่ และเมื่อเธอหายดี เธอก็จะกลับมาทำงานภาคสนามได้ตามปกติ จากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปพูดคุยกับ Grace เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิต Emily เอาไว้ได้ Leon จึงได้บอกว่าในตอนนั้น เขาไม่ได้ยิงโดนจุดสำคัญใด ๆ ของเธอเลย เพื่อที่พวกเราจะยังสามารถช่วยชีวิตเธอได้ ก่อนที่ Leon จะได้เดินจากไป พร้อมโยนถุงมือทิ้งและแอบสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย เรื่องราวอีกบทหนึ่งในชีวิตของเขาก็ได้จบลง

หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด สำนักงานข่าวส่วนใหญ่ก็ได้รายงานการค้นพบศูนย์วิจัย ARK ที่แอบตั้งอยู่ในซากปรักหักพังของเมือง Raccoon City เรื่องราวนี้ได้ก็ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณชน สถานที่แห่งนี้คือสาเหตุที่ทำให้อาวุธชีวภาพกระจายไปทั่วโลก โดยมีกลุ่มคนบางกลุ่มดำเนินการมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ การสืบสวนของ FBI ในคดีของ Spencer และ Umbrella ถูกเปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยหลายคนเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จงใจฟ้องให้ Umbrella ล่มสลาย เพื่อเป็นการโยนความผิด
นักทฤษฎีสมคบคิดเริ่มแพร่ข่าวลือทางออนไลน์ว่า รัฐบาลสหรัฐที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรเงามืด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ Alyssa Ashcroft เพื่อเป็นการปกปิดบางอย่าง ด้านประธานาธิบดีจึงจำเป็นที่จะต้องออกมาปฏิเสธการข่าวลือต่าง ๆ ว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องนี้ สถาบันดูแลผ้ป่วย Rhodes Hill ได้ถูกเปิดโปงว่าเป็นฉากหน้าของการก่อการร้ายทางชีวภาพ และ Emily ก็ได้ถูกพบอยู่ภายในรังไหม ก่อนที่จะได้ช่วยชีวิตเธอออกมา

เมื่อวันเวลาผ่านไป Grace ก็ได้กลับไปทำงานและกำลังคุยโทรศัพท์กับ Leon ซึ่งเขาได้แจ้งกับเธอว่าตอนนี้ Sherry ปลอดภัยแล้ว ซึ่ง Grace ก็ได้บอกว่า Emily ก็ปลอดภัยเช่นกัน ซึ่งเธอก็หายจากอาการเป็นต้อกระจกแล้ว และตอนนี้ Grace ก็เป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเธอ หัวหน้าของ Grace อย่าง Nathan Dampsy ก็ได้เดินมาตามรายงานของเธอเกี่ยวกับคดีของ Spencer และ Umbrell จากเธอ

ทว่าเรื่องราวกลับยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ที่ Raccoon City หน่วยพิเศษสองนายได้เดินเข้ามาในซากของศูนย์วิจัย ARK พร้อมกับศพของทหาร BSAA นอนเสียชีวิต ทั้งสองได้เข้ามาเก็บกู้บางอย่าง และบอกว่าเราจะรีบเก็บกู้ให้เสร็จ ก่อนที่พวกเขาจะส่งทีม Hound Wolf มา และเรื่องราวของ Resident Evil Requiem ก็ได้จบลง
ความเห็นจากผู้เขียน
ต้องบอกเลยครับว่า แม้เนื้อเรื่องของเกมภาคนี้จะมีจุดให้เอ๊ะอยู่บ้างในบางช่วง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของ Resident Evil Requiem ลดลงเลยครับ ผมเองเอนจอยกับเกมภาคนี้มาก ๆ โดยเฉพาะฉากในสถาบัน Rhodes Hill ที่ได้เล่นเป็น Grace ทำให้ผมแอบคิดถึง Resident Evil ภาคแรกที่เราได้เข้าไปสำรวจคฤหาสน์ Spencer เลยครับ ในส่วนของการได้กลับมายัง Raccoon City ได้มาเดินสำรวจสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง มันก็เป็นความรู้สึกที่ทั้งน่าตื่นเต้น ทั้งเศร้า และเต็มไปด้วยความคิดถึงในเวลาเดียวกัน
หลายฉากในเกมเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แฟน Resident Evil น่าจะรู้สึกอินไม่น้อย โดยเฉพาะ Easter Egg ต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาแบบไม่ยั้งมือ บอกเลยว่าสายตามเนื้อเรื่องอย่างผมเนี่ยฟินสุด ๆ ไปเลยครับและถึงแม้ว่าเรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการปิดเรื่องราวของ Umbrella แต่มันก็ได้ทิ้งคำถามอีกหลายคำถามเอาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งมันก็ทำให้โลกของ Resident Evil ดูลึกลับและน่าติดตามมากขึ้นกว่าเดิมครับ
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณเป็นแฟนของซีรีส์ Resident Evil อยู่แล้ว ผมคิดว่า Resident Evil Requiem เป็นอีกหนึ่งภาคที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ ครับ และมารอติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวบทใหม่ของ Resident Evil จะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไปกันครับ










