5 เกมที่พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีโหมด Single Player ก็ได้

ความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ในปัจจุบันมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องว่าเกมประเภท Single Player กำลังจะตายหรือไม่ และอะไรทำให้มันกำลังตาย ทั้งสองฝ่ายมีประเด็นที่น่าสนใจกันทั้งคู่ ฝ่ายแรกบอกว่าที่มันกำลังจะตายเพราะเรานิยมมานั่งดูคนอื่นเล่นมากกว่าการเล่นเอง อีกฝ่ายก็คิดว่ามันไม่ตายหรอกถ้าเอายอดขายมาเทียบกันดูตรง ๆ อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนเลย เพราะในขณะนี้ไม่มีอะไรสามารถวัดได้ว่าตกลงแล้วมันกำลังตายหรือไม่ตาย แล้วถ้ามันตายจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เกมทุกเกมจะต้องตายไปด้วยหรือเปล่า คำถามพวกนี้ต่างก็น่าสนใจทั้งนั้น

แต่เราขอพักคำถามพวกนั้นไปก่อน เนื่องจากในปัจจุบันเกมมันไม่ได้มีแค่โหมด Single Player การเล่นออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งโหมดที่คนส่วนมากนิยมเล่นกันในยุคนี้ แทบทุกเกมมีโหมด Multiplayer หมด อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี Co-op ไว้ก่อน น้อยเกมมากที่จะแยกตัวมาทำ Single Player เดี่ยว ๆ หลายคนคิดว่าการเล่นออนไลน์เป็นสิ่งไม่ดี แต่จริง ๆ มันก็เป็นอีกโหมดที่ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากการเล่นคนเดียว แค่มันให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันเท่านั้น และนี่คือ “5 เกมที่พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีโหมด Single Player ก็ได้” จาก GamingDose (ส่วนใครอยากเห็นมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่น่าสนใจในมุมอื่นๆก็ไปอ่านกันได้ ที่นี่ และ ที่นี่ )

 

1.Battlefield

ไม่ใช่เพราะ War Story มันห่วย แต่ Battlefield ไม่ใช่เกมที่ขายเนื้อเรื่องมาตั้งแต่แรก ความสนุกของเกมนี้อยู่ที่โหมดออนไลน์ที่แตกต่างจากเกมอื่น มันมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีเสน่ห์ที่น่าค้นหา ซึ่งทุก ๆ อย่างที่พูดมามันบดบัง War Story จนหมด แม้ว่าจะพยายามทำเนื้อเรื่องออกมาให้ดีแค่ไหน ทำมาซึ้งเท่าไหร่ หรืออลังการยิ่งใหญ่เช่นไร มันก็เทียบกับประสบการณ์ในโหมดออนไลน์ไม่ได้เลย ส่วนตัวเลยคิดว่าถึง Battlefield ไม่มี Single Player มันก็ยังเป็น Battlefield อยู่ดี หากแต่การนำโหมดออนไลน์ออกต่างหาก ที่ทำให้มันไม่เป็น Battlefield

Battlefield

 

2.Friday the 13th: The Game

การเพิ่มโหมด Single Player มาในเดือนที่แล้วทำให้เกมดูสมบูรณ์ขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโหมดนี้มันมีความสำคัญอะไรกับเกมมากนัก ด้วยความที่เกมมันเน้นเล่นเป็นกลุ่ม เน้นการสื่อสารเป็นหลัก ทำให้ Single Player ในเกมนี้เป็นเหมือนแค่น้ำจิ้มที่ทำออกมาสนองนี๊ดแฟน ๆ Jason แค่นั้น โหมดเล่นคนเดียวของเกมนี้มีแค่ฆ่า ฆ่า ฆ่า แล้วก็ฆ่า ซ้ำไปซ้ำมา คุณไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไรเลย คุณแค่หาวิธีฆ่ายังไงก็ได้ให้โหดร้ายที่สุด เราไม่ได้บอกว่ามันไม่ดี แค่บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

Friday 13th

 

3.Call of Duty

กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังผู้พัฒนาออกมาบอกว่าในภาค 4 ของ Black Ops จะไม่มีโหมด Single Player อีกแล้ว หลายคนเสียใจร่ำร้องบอกว่าข้อดีของ CoD คือเนื้อเรื่อง แล้วจะไปตัดมันออกทำไม ? ตอนแรกผู้เขียนก็เชื่อแบบนั้นแหละ จนมาเห็นโพลนี้ด้วยตัวเอง (อันนี้) ก็เกิดความคิดแบบว่า เออ เอามันออกก็ดีแล้ว ประกอบกับถามคนใกล้ตัว หลายคนก็บอกว่าซื้อมาเพื่อเล่นโหมดซอมบี้ ไม่ได้ซื้อมาเล่นโหมดเนื้อเรื่อง แค่นี้ก็ตัดสินแล้วว่ามันไม่จำเป็นจะต้องมีก็ได้ บางทีการมีอยู่ของอะไรที่มันไม่จำเป็น สู้ไม่มีตั้งแต่แรกยังดีกว่า เราอาจจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มในตอนแรก แต่ถ้าผู้พัฒนาลดค่าเกมให้คุณเพราะเขาตัดฟังก์ชั่น Single Player ออก คุณจะโวยวายอีกไหมว่าทำไมไม่มี Single Player ?

Call of Duty

 

4.Monster Hunter

ซีรี่ส์ล่าแย้นี้หลายคนอาจจะไม่ทราบว่ามันมีโหมดเนื้อเรื่องด้วย คือจริง ๆ มันมี Story Quest ของมันเอง หลายคนอาจจะงงว่าแล้วมัน Single Player ยังไง ในเมื่อเราร่วมทีมกับคนอื่นได้เหมือนเควสปกติ เอาจริง ๆ มันก็ไม่ใช่ Single Player จ๋า แต่ผู้เขียนรู้สึกว่าการยัด Story Quest เข้ามาในเกมมันก็เหมือนการพยายามใส่โหมดเล่นคนเดียวมานี่แหละ มันจะมีคนจำพวกหนึ่งที่รักความสุนทรีย์ในการเล่น จนไม่สามารถเล่นร่วมทีมกับคนอื่นได้หากต้องการจะดื่มด่ำเนื้อหาของเกมจริง ๆ ซึ่งผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ทำให้เราคิดว่าจริง ๆ แล้วไม่ต้องใส่มันมาก็ได้นะ เพราะจากที่เล่นมันก็ไม่ได้จำเป็นอะไรขนาดนั้น

Monster Hunter

 

5.FIFA

หลายคนอาจจะรู้สึกทึ่งในช่วงแรกที่ FIFA เปิดตัวโหมดเนื้อเรื่องออกมา เพราะมันเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายมาก ๆ เนื่องจากเกมแนวสปอร์ตนั้นไม่ค่อยจะมีใครลงทุนทำโหมดเนื้อเรื่องเท่าไหร่ (ยกเว้นพวก WWE UFC พวกนั้นมีเกือบทุกภาค) แต่พอนาน ๆ เข้า ความว้าวในตอนแรกมันหายไป เหลือแค่ความสงสัยว่ามันจะมีไปทำไม ? อย่างแรกคือมันเล่นค่อนข้างยาก คงไม่มีใครชอบที่จะคุมตัวละครตัวเดียวในเกมฟุตบอลหรอกจริงไหม อย่างที่สองคือเนื้อหามันไม่มี Impact อะไรเลย เหมือนเล่นไปงั้น ๆ อย่างที่สามคือระบบการเล่นไม่มีอะไรแตกต่างจากการเล่นปกติแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นเอาเวลาไปเล่นโหมดออนไลน์กับชาวบ้านเขาเถอะ

FIFA 18

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง