Overwatch กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวแล้วนะครับ โดยในปี 2026 นี้ตัวเกมจะเปิดฉากบทใหม่ของจักรวาลเกม ผ่านเนื้อเรื่องระยะยาวตลอดทั้งปีในชื่อ The Reign of Talon เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปใน Season ที่ 1 ของปี 2026
ตลอดปีผู้เล่นจะได้ติดตามการเคลื่อนไหวของเนื้อเรื่องภายในเกม ซึ่งต่อไปนี้จะมีการเล่าเรื่องที่จริงจัง มีต้น มีกลาง มีจบ แบบเป็นปี ๆ กันไป
นอกจากนั้นตัวเกมยังมีการอัปเดตแบบยิ่งใหญ่ตลอดไป ปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ของเกมทุกจุด และนั่นทำให้ทีมงานตัดสินใจหวนคืนกลับไปใช้ชื่อ Overwatch กันอีกครั้ง สละทิ้งเลข 2 ที่ต่อท้าย ส่งสัญญาณความมั่นใจสุด ๆ ว่าตัวเกมจะ “Comeback” กลับมาแบบยิ่งใหญ่ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
ที่สำคัญที่สุดในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ทีมงานจะปล่อยฮีโร่ใหม่เข้าสู่ตัวเกมกันถึง 5 ตัว จัดกันมาครบทุกตำแหน่งทั้ง Tank, Damage และ Support โดยปีนี้ทีมงาน Blizzard ตั้งเป้าอัปเดตฮีโร่ใหม่เข้าสู่เกมกันทุก Season เท่ากับว่าเราจะมีฮีโร่ใหม่ใน Overwatch ในปี 2026 นี้กันถึง 10 ตัว
ล่าสุดผมเองได้มีโอกาสไปทดสอบลองเล่นฮีโร่ใหม่ทั้ง 5 ตัวมาแล้วเรียบร้อย ในฐานะแฟน Overwatch ก็เลยขอหยิบยกเอาความรู้สึกโดยรวมในการเล่นฮีโร่ทั้ง 5 ตัวนี้มาบอกเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน

DOMINA
เริ่มกันที่ Tank หนึ่งเดียวที่อัปเดตเข้าสู่ตัวเกมในรอบปี กับ Domina ตัวละครจากฝั่ง Talon ตัวร้ายของเกม ในด้านเนื้อเรื่องแล้ว Domina มีบทบาทเป็นทายาทและประธานบริษัท Vishkar Industries
Skill ต่าง ๆ ของ Domina ประกอบไปด้วย
- Photon Magnum (อาวุธหลัก)
ปืนลำแสงระยะกลาง ชาร์จยิงสร้างความเสียหายรุนแรงหลังชาร์จเสร็จ
- Barrier Array
เปิดโล่พลังงานแสงด้านหน้า แต่ละส่วนสามารถถูกยิงทำลายแยกเป็นชิ้น ๆ ต่างจากโล่อื่นที่เคยมีในเกม
- Crystal Charge
ปล่อยคริสตัลพลังงานไปด้านหน้า กดซ้ำเพื่อทำให้เกิดการระเบิด
- Sonic Repulsors
ผลักศัตรูให้กระเด็น ถ้าถูกผลักชนกำแพงจะทำให้ติดสถานะมึนงงชั่วคราว
- Ultimate — Panopticon
ยิงลำแสง Hard-Light ไปด้านหน้าและขังศัตรูไว้ภายในก่อนจะระเบิดสร้างความเสียหาย
- Passive – Reconstruction
เมื่อสร้างความเสียหายใส่ศัตรูจะฟื้นฟู Shield ของตัวเอง
สำหรับรูปแบบการเล่นนั้น Domina จัดเป็น Poke Tank หรือ Tank สายโจมตีระยะไกล ซึ่งปัจจุบันในเกมก็มีแต่ตัวละครอย่าง Sigma อีกตัวที่ถือเป็น Tank ในสไตล์ดังกล่าว
ในฐานะ Poke Tank นั้น Domina จะอาศัยการยืนจุดตรึงพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม Domina ถือเป็นตัวละครที่เล่นสนุกมาก ๆ ความสามารถนั้นครบเครื่อง ตัวโล่ก็มีความแตกต่างเพราะเป็นโล่ที่ถูกยิงให้แตกเป็นส่วน ๆ ได้ ดังนั้นการเล่นกับโล่ของ Domina จะมีการเคลื่อนไหวมากกว่า Tank โล่ตัวอื่น ๆ เราต้องคอยดูให้ดีว่าโล่ส่วนไหนถูกยิงพังไปแล้วและขยับตัวหามุมเล่นตาม
ส่วน Skill ต่าง ๆ นั้นใช้งานง่ายและมีความรุนแรงตามสไตล์ของ Tank อยู่แล้ว ยิ่งรวมเข้ากับ Passive เฉพาะตัวของ Domina ที่ยิ่งสร้างความเสียหายก็ยิ่งฟื้นพลังโล่ทำให้การยืนคุมพื้นที่ทำ Zone ได้แบบถนัด
จุดอ่อนของ Domina ก็จะเป็นเรื่องของการต่อสู้แบบประชิดตัว อย่างถ้า Tank ฝ่ายตรงข้ามเป็นสไตล์ตัวยืนเข้ามาหวดกันแบบต่อหน้าต่อตา อันนี้ Domina จะเสียเปรียบมากเวลาปล่อยให้ศัตรูเข้ามาถึงระยะประชิดได้สำเร็จ
จุดเด่นของ Domina น่าจะเป็นเรื่องการบังคับ และเสน่ห์ในส่วนการออกแบบ Domina ถือเป็น Tank ที่มีเอกลักษณ์สูงและน่าจะถูกใจผู้เล่นหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้เล่นบางส่วนที่อาจจะรู้สึกว่าตัวละคร Tank เก่า ๆ ที่มีอยู่ในเกมยังไม่ตอบโจทย์ในสไตล์การเล่นหรือการออกแบบสักเท่าไหร่

EMRE
อดีตสมาชิกหน่วย Overwatch ที่ถูกครอบงำสลับฝ่ายมาอยู่กับ Talon ด้วยเหตุผลบางอย่าง สไตล์การเล่นคือการเดินยิงเน้นการเคลื่อนที่เร็วด้วยอาวุธไรเฟิลแบบยิงสามนัด
สกิลต่าง ๆ ของ EMRE ประกอบไปด้วย
- Synthetic Burst Rifle (อาวุธหลัก)
ไรเฟิลจู่โจมแบบยิงสามนัด
- Take Aim (Secondary Fire ของอาวุธหลัก)
กดค้างเพื่อซูม ยิงได้แม่นขึ้นและเพิ่มระยะกระสุนโดยไม่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่
- Siphon Blaster
ปืนพกกระสุนพลังงานระเบิด ดูดเลือดเมื่อสร้างความเสียหายใส่ศัตรู เมื่อเปิดใช้งานจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและกระโดดได้สูงขึ้น
- Cyber Frag
ระเบิดมือที่เริ่มทำงานเมื่อเด้งกระทบ
- Ultimate — Override Protocol
แปลงกายเป็นร่างอาวุธ ยิงกระสุนระเบิดหรือกระสุนชาร์จพลังงานสร้างความเสียหายรุนแรง
- Passive – Altered Vitals
Passive Regen ฟื้นพลังชีวิตเร็วขึ้นและฟื้นพลังชีวิตทันที 30 แต้ม
สาย Damage คนใหม่ ที่ถ้าวัดจากตัวละครใหม่ 5 ตัวในปีนี้ถือว่าเล่นง่ายเข้ามาเข้าใจได้ง่ายที่สุด Emre ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นสไตล์ Run and Gun จับแล้วสนุกเข้าใจได้ทันที แบบเดียวกับตัวละครอย่าง Soldier 76 หรือ Sojourn
Skill ต่าง ๆ ของ Emre นั้นเข้าใจง่าย เน้นการทำ Damage และการเคลื่อนที่ จุดเด่นจริง ๆ คือตัวไรเฟิลยิงสามนัดที่ยิงสนุกทำความเสียหายได้รุนแรงมาก ๆ พวกตัวบิน ๆ นี่โดนสอยได้อย่างรวดเร็ว เพราะซูมให้ยิงได้แม่นและแรงขึ้นได้อีกในระยะไกลตัวระเบิด Cyber Frag ใช้เปิดการต่อสู้และใช้ปิดจัดการศัตรูได้ดี ต้องสังเกตุนิดนึงว่าตัวระเบิดจะเริ่มทำงานเมื่อกระแทกพื้นหรือกำแพงก่อนดังนั้นการเล็งต้องอาศัยการปกชิ่งให้โดนพื้นที่ในฉากนิดนึง
ส่วน Skill ที่ดูใช้ความสามารถมากที่สุดของ Emre น่าจะเป็นตัว Siphon Blaster ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานจะเป็นการหยิบปืนพกกระสุนระเบิดออกมา ต้องเข้าใจว่าเวลาถือปืนพกอยู่ Emre จะเคลื่อนที่ได้เร็วและกระโดดได้สูง ดังนั้นการสลับอาวุธจะเป็นตัวแยกแบบชัดเจนระหว่าง Emre ทั่วไปกับ Emre ตัวโหด
โดยรวมแล้วนี่จะเป็น Damage ตัวใหม่ที่เข้ามือผู้เล่นทุกระดับและทำ Damage เยอะได้ตลอดทั้งเกมแน่นอน

MIZUKI
มือสังการสังกัดตระกูล Hashimoto เป็น Support สายยืน มีท่าโจมตีและสกัดกั้นศัตรูพร้อมการรักษาเพื่อนโดยรอบ
- Spirit Glaive (อาวุธหลัก)
โยนใบมีดหมุนที่สามารถชิ่งกำแพงเพื่อโจมตีศัตรู
- Healing Kasa
โยนหมวกใส่เพื่อนในทีมสะท้อนไปหาเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้ ๆ และฟื้นฟูพลังชีวิตให้เพื่อนและตัวเอง
- Katashiro Return
พุ่งตัวไปด้านหน้าและทิ้งตุ๊กตากระดาษเอาไว้ เมื่อกดซ้ำจะเคลื่อนที่กลับมาจุดเดิม เคลื่อนที่เร็วขึ้นระหว่างการใช้งาน
- Binding Chain
โยนโซ่ใส่เป้าหมาย ศัตรูที่ถูกจะโดนตรึงไว้กับที่ชั่วคราว
- Ultimate — Kekkai Sanctuary
สร้างโล่ป้องกันขนาดใหญ่ ฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อน และดูดกลืนกระสุนจากศัตรูที่ยิงเข้ามาจากด้านนอก
- Passive – Remedy Aura
ฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อนรอบ ๆ ประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อโจมตีหรือรักษาเพื่อน
มาอีกหนึ่งสำหรับตัวละครจากประเทศญี่ปุ่น ว่ากันไม่ได้เพราะการออกแบบสไตล์ “นินจา” นี่มันเท่จริง ๆ
โดยรวมแล้ว Mizuki ถือเป็น Support สายลุยแบบเต็มตัว (ถึงจริง ๆ แล้ว Support ในเกมนี้ก็ควรจะทำ Damage กันอยู่แล้ว) ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ Mizuki ก็คือ Support ในแบบยืนสู้ วางตัวอย่างกลางทีม โดยตัว Mizuki จะฟื้นพลังเพื่อนร่วมทีมรอบ ๆ ตัวแบบเดียวกับ Luzio หรือ Brigitte
แต่จะต่างกันตรงที่ Mizuki จะฮีลแรงหรือไม่จะขึ้นอยู่กับว่าทำ Damage หรือใช้ Skill โยนหมวกเก็บเพจพลังของ Remedy Aura ได้เยอะรึเปล่า
โดยรวม Mizuki จึงมีความสามารถที่ครบเครื่องและเน้นไปที่การจัดการศัตรู ด้วยการโยนโซ่ Binding Chain หยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูที่โดนเข้า และท่า Katashiro Return ที่คล้ายกับท่า Recall ของ Tracer ทำให้ Mizuki พร้อมในการ “ดวล” กับศัตรูที่หวังเข้ามาจัดการ
ส่วนท่า Ultimate ที่อาจจะดูไม่เร้าใจมากเท่าไหร่แต่การที่สามารถดูดกระสุนได้ทุกรูปแบบทำให้ท่านี้ถ้าใช้ดี ๆ ก็สามารถ Counter ท่า Ultimate ได้หลายอัน
เรียกได้ว่า Muziki ออกแบบมาให้เป็น Support สายแบกที่มีความสามารถ “พลิกเกม” ได้ตลอดเวลา

ANRAN
ผู้ใช้เปลวเพลิงสไตล์การต่อสู้แบบลอบโจมตีสังหารศัตรูในแนวหลัง เปิดให้ลองเล่นใน Trial ตั้งแต่วันที่ 5 – 11 กุมภาพันธ์
- Zhuque Fans (อาวุธหลัก)
ยิงลูกไฟใส่ศัตรู
- Fan the Flames (อาวุธหลัก Secondary Fire)
พัดสายลมทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายรุนแรงติดสถานะถูกเผาอยู่
- Inferno Rush
พุ่งตัวไปข้างหน้าสร้างความเสียหายใส่ศัตรูที่ถูกชน
- Dancing Blaze
พุ่งโจมตีศัตรูรอบตัวและหลบหลีกความเสียหายระหว่างการใช้งาน
- Ultimate — Vermillion Ascent (ปกติ)
พุ่งตัวไปข้างหน้าสร้างแรงระเบิดและทำให้ศัตรูติดสถานะถูกเผาทันที
- Ultimate — Vermillion Revival (กดใช้งานเมื่อตาย)
ชุบชีวิตตนเองและปล่อยแรงระเบิดสร้างความเสียหาย
- Passive – Ignition
การโจมตีทำให้ศัตรูติดสถานะถูกเผา
Damage ตัวใหม่สาย Flanker หรือสาย “ล้วง” เน้นการลอบโจมตีในแนวหลัง ด้วยการโจมตีที่รุนแรงและการเคลื่อนที่อันว่องไว จุดที่ Anran แตกต่างจาก Damage สายล้วงตัวอื่น ๆ อยู่ที่การ Set Up คอมโบ
โดยสไตล์การเล่นหลักของ Anran คือการทำให้ศัตรู “ติดไฟ” ทุกครั้งที่เราโจมตีศัตรูโดยท่าต่าง ๆ หรือการยิงโจมตีปกติ จะปรากฎหลอดขึ้นด้านบน เมื่อถูกโจมตีจนหลอดเต็มตัวละครดังกล่าวจะติดไฟ หลังจากนั้นเมื่อเราใช้ ท่า Fan the Flames หรือคลิ๊กขวาจะเป็นการพัดลมโจมตีศัตรู ทำให้ตัวที่ติดไฟได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
โดยรวมแล้ว Anran แข็งแกร่งในการสร้างความปั่นป่วนในแนวหลัง ด้วยท่าการเคลื่อนไหวหลายอัน แถมพอปล่อยไว้นานก็สามารถสร้างความเสียหายได้รุนแรงและต่อเนื่อง
จุดเด่นที่สุดของ Anran น่าจะเป็นการที่นี่เป็นตัวละครแรกในเกมที่มีท่า Ultimate สองแบบ นอกจากท่า Ultimate ธรรมดา ถ้าตัว Anran ตายอยู่และมีเกจ Ultimate เต็มจะสามารถเลือกกดใช้เพื่อชุบชีวิตตัวเองได้ด้วย ดังนั้น Anran จึงเหมาะกับการเข้าไปสร้างความปั่นป่วนแบบเต็มที่ ดึงความสนใจของศัตรู

Jetpack Cat
JETPACK CAT
แมวบินสุดล้ำมาพร้อมความสามารถในการขนส่งเพื่อนและการบินแบบไม่จำกัด
- Biotic Pawjectiles (อาวุธหลัก)
ยิงกระสุนแสงระยะกลางที่ฟื้นพลังเพื่อนและสร้างความเสียหายใส่ศัตรู
- Lifeline
เข้าสู่โหมดขนส่ง เพื่อนร่วมทีมสามารถเกาะบินไปด้วย โดยจะมีความเร็วในการบินเพิ่มและฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อนที่เกาะมา
- Frenetic Flight
เร่งความเร็วไปในทิศทางที่ต้องการ ฟื้นฟูเชื้อเพลิงช้าขึ้นหากแบกผู้เล่นคนอื่นอยู่ด้วย
- Purr
ฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อนรอบตัว โดยจะค่อย ๆ เพิ่มความถี่ พร้อมกลับผลักศัตรูรอบตัวออกไประหว่างเปิดใช้งาน
- Ultimate — Catnapper
พุ่งตัวโจมตีลงที่พื้น ศัตรูรอบ ๆ จะถูกกระแทกให้ล้มลงและจับตัวศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดคนหนึ่งเอาไว้
- Passive – Jetpack
บินได้อย่างอิสระตลอดเวลา
Support ตัวใหม่ที่หลายคนรอคอยมานาน แมวบินตัวซับที่ผมรู้สึกว่าเล่นยากที่สุดแล้วในตัวละครใหม่ทั้ง 5 ตัวที่เตรียมอัปเดตใหม่ใน Season 1
จุดเด่นที่สุดของ Jetpack Cat คือการที่สามารถบินได้แบบอิสระตลอดเวลา นี่จะเป็นตัวละครแรกของเกมที่คุณสามารถบินไปไหนก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น
ถึงแม้จะสามารถบินทิ้งระยะได้ตามใจ แต่ Skill ต่าง ๆ ของ Jetpack Cat ถูกออกแบบมาให้สมดุล ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ เริ่มตั้งแต่ปืนหลักที่ใช้ทั้งฮีลเพื่อนและโจมตีศัตรู ตัวปืนมีระยะจำกัดที่ประมาณ 40 เมตร ดังนั้นผู้เล่นจะไม่สามารถบินหนีไปยิงโจมตีจากไกล ๆ ได้อย่างเดียว ต้องหาจังหวะเข้ามาทำเกมด้วยเหมือนกัน
ท่าที่พิเศษที่สุดของ Jetpack Cat คือ Lifeline เมื่อเปิดใช้งานเพื่อนร่วมทีมจะสามารถกดยืนยันเพื่อขอ “เกาะ” ไปกับ Jetpack Cat ได้
ในการสัมภาษณ์กับทีมงานผมได้รับการยืนยันว่าตัวละครพิเศษอื่น ๆ เช่น Bob จะสามารถเกาะไปกับ Jetpack Cat ได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นนี่ถือว่าจะเป็นตัวละครที่เน้นการเล่นเป็นทีมสูงมาก ๆ การจะใช้งาน Jetpack Cat ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คงต้องอาศัยการคุยกับเพื่อนร่วมทีม การขนส่ง Tank ที่โดยปกติอาจจะไม่สามารถเคลื่อนไหวไปยังจุดต่าง ๆ ได้รวดเร็ว การเปิดจังหวะเกมใหม่ ๆ จะเป็นอาวุธสำคัญของ Jetpack Cat
=======================================================================
โดยรวมแล้วทั้ง 5 ตัวละครล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป และเชื่อว่าน่าจะสร้างความสนุกให้กับผู้เล่นทุกรูปแบบใน Overwatch Season 1 ในปี 2026 นี้ครับ











