BY KKMTC
12 Mar 24 6:35 pm

รีวิว Like a Dragon: Infinite Wealth – ประสบการณ์เกม Yakuza ที่เกือบสมบูรณ์ ด้วยเกมเพลย์สนุกกว่าเดิม และคอนเทนต์อัดแน่น

465 Views

Like a Dragon: Infinite Wealth เป็นหนึ่งในเกม RPG ผลัดเทิร์นจาก Ryu Ga Gotoku Studio ที่แฟน ๆ ตั้งตารอคอย เพราะเชื่อว่าเป็นการออกโรง “ครั้งสุดท้าย” ของตำนานมังกร Kiryu Kazuma หลังจากเราได้เล่นเกิน 100 ชั่วโมง ก็ยืนยันได้ว่าดีสมกับคำร่ำลือจริง ๆ แล้วเกมนี้เป็นอย่างไร มาอ่านในบทความรีวิว Like a Dragon: Infinite Wealth ได้เลย

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่อง Like a Dragon: Infinite Wealth (จากนี้จะเรียกว่า Infinite Wealth) เป็นเหตุการณ์หลัง Yakuza: Like a Dragon (ภาค 7) ที่ Ichiban Kasuga อดีตยากูซ่าได้หันมาทำอาชีพสุจริต พร้อมถูกยกย่องเป็น “ฮีโร่แห่งโยโกฮามะ” จากการเปิดโปงแผนชั่วและคอร์รัปชันของนักการเมือง Ryo Aoki

จนกระทั่งวันหนึ่ง ช่วงเวลาแห่งความสุขของ Ichiban ก็จบลง หลังโดนคว่ำบาตรจากสังคม หลัง VTuber สายรายงานข่าวดรามาชื่อดัง Tatara Channel ปล่อยข่าวปลอมว่า Ichiban พยายามตั้งแก๊งยากูซ่าของตัวเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ Ichiban โดนไล่ออกจากงาน ส่วน Nanba กับ Adachi ก็ติดร่างแห่โดนให้ออกจากงานด้วย

จากการสืบสวน พบว่าแก๊ง Seiryu Clan มีการเคลื่อนไหวผิดปกติด้วยการรับสมัครอดีตยากูซ่าเป็นจำนวนมาก เหล่าแก๊ง Ichiban จึงรวมตัวกันบุกสำนักงานใหญ่ เพื่อสืบสวนการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ จนพบกับ Ebina Masataka ผู้รักษาการตำแหน่งประธาน Seiryu Clan และ Jo Sawashiro อดีตกัปตันและที่ปรึกษาของ Arakawa Family ที่ได้พ้นคุกก่อนกำหนดการ

ต่อมา Sawashiro เผยว่า Akane Kishida คนรักของ Masumi Arakawa และแม่แท้ ๆ ของ Ichiban ที่เชื่อว่าตายมาหลายปีแล้ว กลับยังมีชีวิตอยู่ในเกาะฮาวาย Sawashiro จึงมอบหมายภารกิจให้ Ichiban ไปประเทศสหรัฐฯ เพื่อพบหาแม่ที่แท้จริงของเขา ทำให้การผจญภัยของ Ichiban ในต่างแดนจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ก็ต้องบอกก่อนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นแค่ช่วงเกริ่นนำเท่านั้น เนื้อเรื่องจริง ๆ ของภาคนี้มีเรื่องราวให้เล่าอีกมากมาย

เรื่องราว Yakuza ภาคนี้เหมือนกับภาคที่ผ่านมา คือพระเอกกับเพื่อนในปาร์ตี้ ต้องเผชิญหน้าผากับอันตรายเพื่อตามหาความจริง และหยุดยั้งแผนการร้ายของยากูซ่าหรือองค์กรใต้ดินที่พยายามลักพาตัวโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด

ด้วยบทสนทนาที่เขียนมาดี ฉากคัตซีนภาพยนตร์มีรายละเอียดสมจริง เล่าเรื่องชวนให้น่าติดตาม มักปิดท้ายตอนจบด้วย Cliffhanger และที่สำคัญที่สุด ตัวละครเอก Ichiban Kasuga, Kiryu Kazuma รวมถึงเพื่อน ๆ ในปาร์ตี้ก็น่าหลงใหลทุกคน ถ้าชอบเสพสตอรี่เป็นหลัก เรามั่นใจว่าคุณต้องรู้สึกอยากติดตามเนื้อเรื่องต่อไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนคล้ายชมทีวีซีรีส์เรื่องหนึ่ง

และสิ่งหนึ่งที่เนื้อเรื่อง Yakuza ภาคนี้น่าสนใจ เพราะมักกล่าวถึงปัญหาสังคมในยุคปัจจุบัน อย่างเช่น Cancel Culture, การเสพข่าวปั่น ข่าวปลอมโดยขาดการกลั่นกรองหรือคิดวิเคราะห์แยกแยะ, VTuber ได้รับการยอมรับเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อสังคม และทุกคนสามารถเป็น Content Creator หรือนักข่าวได้เพียงแค่มีมือถือกับกล้องที่บางคนยอมทำพฤติกรรมน่ารังเกียจ ไม่มีมารยาท ขาดจรรยาบรรณ เพียงเพื่อให้ช่องตัวเองมียอด Subscribe มากขึ้น

แม้เนื้อเรื่อง Infinite Wealth มีโมเมนต์น่าตื่นเต้น สนุกสนาน และดรามาน่าจดจำ แต่คุณภาพสตอรี่โดยรวมยังสู้เกมภาค 7 ไม่ได้ ปัญหาหลักของเนื้อเรื่องภาคนี้ (ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็เป็นมาหลายภาคแล้ว) คือ Pacing ช่วงตอน 1-6 ที่แม้เปิดตัวได้น่าสนใจมาก แต่การเล่าเรื่องบางช่วงถูกขัดจังหวะ เพราะนำเสนอกับสอนวิธีเล่นโหมดใหม่ มินิเกมเด่นใหม่ และระบบอื่น ๆ ซึ่งผู้เล่นจะถูกบังคับต้องทำเพื่อให้ดำเนินสตอรี่ต่อไปได้

นอกจากนี้ ตัวเกมมีปัญหา Pacing ในช่วงท้ายเนื้อเรื่องที่เหมือนโดนเร่งให้จบไว รวมถึงบางสถานการณ์ก็ถูกแก้ไขได้ง่ายเกินไป ทำให้บางโมเมนต์ขาดอิมแพค และ Anti-Climatic พอสมควร และมีช่องโหว่ของพล็อตในบางจุดที่ไม่ได้เฉลยคำตอบชัดเจนเหมือนกั๊กไว้ทำภาคต่อ

แม้เนื้อเรื่อง Infinite Wealth มีความทะเยอทะยาน แต่ความพยายามดังกล่าวดันกลับมาทำร้ายคุณภาพสตอรี่ที่ส่งผลให้เนื้อเรื่องบางช่วงเกิดความยุ่งเหยิง จนผู้เล่นบางคนอาจตามเนื้อหาไม่ทัน

ก็ต้องย้ำว่าเนื้อเรื่อง Infinite Wealth ยังทำได้ดี มีโมเมนต์น่าจดจำหลายฉาก และมอบความบันเทิงให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่ม แต่เนื่องจากเกมภาค 7 ทำเนื้อเรื่องได้ดีมาก ฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบเนื้อเรื่องระหว่างภาค 7, 0 กับ Infinite Wealth ก็ทำให้มองเห็นข้อเสียของสตอรี่ภาคนี้แบบชัดเจน ซึ่งในมุมมองของผมมันคือการก้าวถอยหลังจากภาค 7 ทั้งที่ควรจะก้าวไปพร้อมกันหรือก้าวหน้ามากขึ้น

แล้วก็ต้องเตือนว่าเนื้อเรื่องภาค Infinite Wealth เล่าต่อเนื่องจากภาค 7, Gaiden และมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ Yakuza ภาคเก่า เราจึงแนะนำว่าก่อนเล่นเกมนี้ควรเข้าใจเนื้อหาภาคก่อน เพื่อให้เข้าใจบริบทของเนื้อหา และรู้จักตัวละครจากภาคเก่า

การนำเสนอ คอนเทนต์

ก็ต้องบอกเลยว่าหัวข้อนี้ยาวแน่นอน เพราะมีหลายอย่างที่ต้องเล่าเกี่ยวกับคอนเทนต์ และการนำเสนอของ Infinite Wealth

อย่างแรกต้องพูดถึงแผนที่กันก่อน เกมนี้มีแผ่นที่ให้ผจญภัย 3 แผนที่ เช่น Isezaki Ijincho, Kamurocho และเมือง Honolulu ในฮาวาย ซึ่งเป็นครั้งแรกของเกมตระกูล Yakuza ที่มีแผนที่นอกประเทศญี่ปุ่น

แม้เมือง Honolulu ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่ทุกพื้นที่มีรายละเอียดเยอะ, มี Landmark เด่น เช่น ห้างสรรพสินค้า ชายหาด คลับ ร้านค้าที่น่าสนใจ และสามารถจับภาพบรรยากาศความเป็นฮาวายได้ตามที่หลายคนจินตนาการไว้ว่าเป็นเกาะสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว

แน่นอนว่าฮาวายไม่ได้มีแค่ชายหาดกับโรงแรมหรู 5 ดาว เพราะในเมือง Honolulu มีหลายโซนให้ผู้เล่นสำรวจ เช่น โซนย่านโคมแดง Night Street, โซนห้างสรรพสินค้า Anaconda Shopping Center, ไชน่าทาวน์, ย่านที่พักอาศัยของคนญี่ปุ่น Little Japan, District Five ย่านที่ปกครองโดยมาเฟียท้องถิ่น และอื่น ๆ ที่ทำให้โลกของเกมดูกว้างใหญ่ทั้งที่ความจริงมีขนาดเล็ก

นอกจากนี้ เมือง Honolulu ในเกมก็มีชีวิตชีวามาก ๆ เพราะ NPC เกือบทุกคนจะทำกิจกรรมส่วนตัว ระหว่างเดินเล่นเราจะเห็นการแสดงข้างถนน เล่นกีฬา พูดคุยสนทนา การทักทายซึ่งกันและกัน แล้วด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม ก็ทำให้เรามองเห็นวิถีการใช้ชีวิต/ไลฟ์สไตล์ของชาวเมืองระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ที่ไม่เหมือนกัน

หนึ่งในจุดเด่น คือศัตรูเกมนี้มีการดีไซน์แปลกประหลาด บ้าบอจนหลุดโลก ซึ่งก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะ Ichiban เป็นคนชอบเล่นเกม RPG และมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ในจิตใจ ทำให้ระหว่างการต่อสู้ Ichiban ชอบจินตนาการว่าตัวเองเป็นฮีโร่ในโลกเกม RPG ผลลัพธ์ออกมาจึงทำให้มอนสเตอร์เกมนี้คือพวกมนุษย์ พวก Weirdo ซึ่งแน่นอน Kiryu ก็ติดเชื้อมาจาก Ichiban เช่นกัน

เนื่องจากเป็นครั้งแรกของเกม Yakuzu ที่มีเซตติงนอกประเทศญี่ปุ่น การเดินเล่นในฮาวายจึงมอบประสบการณ์การเดินทางในเกมที่สดใหม่ เหมือนได้เหยียบต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิตจริง จนเชียร์ว่าอยากให้เกม Yakuza ภาคต่อไปใช้เซตติงเป็นต่างประเทศอีกครั้ง

รวมถึงเป็นเกมภาคแรกของ Yakuza ที่มี Dynamic Weather หรือระบบเปลี่ยนสภาพอากาศเป็นฝนตก ซึ่งทำให้โลกในเกมสมจริงมากขึ้น แม้ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่แปลกใหม่ แต่ก็เป็นฟีเจอร์ที่เราเชื่อว่าทุกคนต้อนรับและไม่ขัดใจที่เพิ่มเข้ามาในเกม

แต่ถ้าให้พูดถึงข้อเสียเกี่ยวกับโลกเกม ก็มีนิดหน่อยตรงส่วนของพฤติกรรม NPC ที่สัญจรไปมา คือเมื่อฝนตก NPC ส่วนใหญ่จะยังคงเดินเล่นกลางฝนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และที่น่าแปลกใจคือระบบ Dynamic Weather ไม่มีในประเทศญี่ปุ่นซะอย่างนั้น

แต่นั่นก็เป็นข้อเสียนิดหน่อยที่สามารถมองข้ามไปได้ เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกในเกมมีชีวิตชีวามาก เพราะผู้เล่นสามารถโต้ตอบกับ NPC, ร้านค้า และวัตถุต่าง ๆ ที่บางครั้งเป็นการทริกเกอร์เควสต์เสริมกับมินิเกมสุดหรรษา

มาถึงเรื่องคอนเทนต์ของ Infinite Wealth กันบ้าง ซึ่งต้องขอสปอยล์ฟีเจอร์นิดหน่อย ช่วงเกือบกลางเกม ผู้เล่นจะบังคับเล่นเป็น Ichiban ในฮาวาย และ Kiryu ในญี่ปุ่น โดยทั้งสองคนจะมีมินิเกมกับ Substory ไม่เหมือนกัน

กล่าวถึงฝั่งของ Ichiban ก่อน เนื้อเรื่อง Substory (จากนี้จะเรียกว่าเควสต์เสริมด้วย) ของเขาจะเหมือนกับภาค 7 ที่ต้องเจอคนเพี้ยน ๆ และช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน เนื้อเรื่องเควสต์เสริมของ Ichiban จะมีหลายโทนตั้งแต่เฮฮาปาจิงกะ อบอุ่นหัวใจ สนุกสนานไปจนถึงรามาสะเทือนอารมณ์

สิ่งที่ชอบที่สุดสำหรับเควสต์เสริมของ Ichiban คือบางเควสต์จะมีลูกเล่นใหม่เป็นฟีเจอร์พิเศษที่มีให้เล่นเฉพาะเควสต์เดียว ยกตัวอย่างเช่นมีเควสต์หนึ่งที่ต้องรับบทเป็นนักแสดง Stuntman ต้องวิ่งหลบรถที่กำลังชนเรา หรือมีเควสต์หนึ่งที่เราต้องรับบทเป็นผู้ท้าชิงในเกมโชว์ ต้องคอยหลบไม่ให้ถูกนักวิ่งจับได้

แม้เกมการเล่นพิเศษในเควสต์เสริมไม่ได้ล้ำลึก แต่ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของเนื้อหามากขึ้นไม่ใช่น้อยเลย และเนื้อเรื่องเควสต์ส่วนใหญ่เองก็เขียนดี และมีการนำเสนอสิ่งที่เป็นเทรนด์ในยุคปัจจุบัน ทำให้เนื้อหามีความเกี่ยวข้องถึงตัวผู้เล่นกับโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

นอกจากนี้ Ichiban สามารถเข้าถึงโหมดเกมเสริมขนาดใหญ่อย่าง Sujimon Battle มินิเกมล้อเลียน Pokémon ที่ Ichiban ต้องจับพวกศัตรูในเกมมาเป็นคู่หู แล้วต่อสู้กับ Trainer ที่เก่งกาจ เพื่อชนะการแข่งขันแล้วคว้าตำแหน่งเป็น Sujimon Master ให้ได้

แล้วยังมี Dondoko Island มินิเกมชิลล์ ๆ ล้อเลียน Animal Crossing ที่ผู้เล่นต้องซ่อมแซมเกาะรีสอร์ตให้กลับมาน่าพักอาศัยอีกครั้ง

ทั้งสองมินิเกม มีเกมการเล่นที่ล้ำลึกกว่ามินิเกมทั่วไป และมีเนื้อเรื่องแยกออกจากสตอรี่หลัก โดยทั้งสองมินิเกมเล่นง่าย แต่ชวนให้ติดงอมแงมง่ายมาก เพราะเราจะได้เห็นความคืบหน้าระหว่างการเล่นตลอดเวลา ด้วยการดีไซน์เกมที่ชวนให้อยากเล่นต่อไปเรื่อย ๆ บางครั้งจึงเผลอเล่นมินิเกมเพลินทั้งวันจนลืมเล่นเนื้อเรื่องหลักไปเลย

แต่ถ้าไม่อยากเล่น Sujimon Battle กับ Dondoko Island ก็ไม่เป็นไร เพราะของรางวัลที่ได้จากการเล่นมินิเกมเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้เกมหลักง่ายขึ้นมากนัก และยังสามารถเคลียร์เนื้อเรื่องหลักได้โดยไม่มีการบังคับต้องเล่นโหมดเกมนี้จนจบ

ด้านฝั่ง Kiryu มีเควสต์เสริมเป็นเนื้อเรื่อง Substory ที่เจอกับตัวละครอื่น ๆ ที่เคยปรากฏตัวในเกมภาคเก่า, ไปจุด Memoirs เพื่อรำลึกเหตุการณ์ในอดีต และ Life Links เป็นเนื้อเรื่องเสริมของ Kiryu ที่ได้รับความช่วยเหลือจากนักสืบ Date Makoto เพื่อเจอกับเพื่อนเก่าในอดีต

คอนเทนต์เสริมของ Kiryu ถือเป็นเนื้อหา Fan Service สำหรับแฟน ๆ เกม Yakuza โดยเฉพาะ เพราะเราจะพบตัวละครพันธมิตรของ Kiryu จากเกมภาคเก่าที่หายหน้าหายตามานาน และเนื้อเรื่องเขียนให้ผู้เล่นรู้สึกสะเทือนอารมณ์ และสงสาร Kiryu ที่ไม่สามารถเจอเพื่อนเก่า เพื่อไม่ให้ถูกเปิดโปงว่าตัวเองกำลังมีชีวิตอยู่

แต่น่าเสียดายที่ Kiryu ไม่ได้มีคอนเทนต์หลากหลายเท่าของฝั่ง Ichiban เนื่องจากฝั่ง Kiryu ไม่มีมินิเกมขนาดใหญ่ และเนื้อหาเควสต์ส่วนใหญ่เป็นการย้อนรอยนึกถึงอดีต ซึ่งแม้ไม่ใช่ข้อเสีย แต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่บางกลุ่มจะวิจารณ์เควสต์เสริมของ Kiryu ว่ามีแต่เนื้อหาเดิม ไม่มีโทนฮา ๆ หรือหลากอารมณ์เหมือนฝั่ง Ichiban

แน่นอน มินิเกมเล็ก ๆ เช่น ปาเป้า ขี่จักรยานเก็บขยะ ทำข้อสอบวัดความรู้ เล่นเกมการ์ด เล่นตู้เกมคลาสสิกของ SEGA และอื่น ๆ ก็ได้กลับมาให้เล่นในภาคนี้ ส่วนมินิเกมใหม่อย่าง Crazy Delivery มินิเกมส่งอาหารที่ล้อเลียน Crazy Taxi, Miss Match มินิเกมจีบสาวที่ต้องเลือกคำตอบกับกดปุ่มให้ถูกต้อง, มินิเกมถ่ายรูปคนแปลกประหลาดระหว่างนั่งรถราง ก็เล่นได้เพลิดเพลิน ช่วยคลายเครียดหลังเสพเนื้อเรื่องหลักได้อย่างดี แล้วยังไม่นับคอนเทนต์ Endgame ที่มีให้เล่นต่อหลังจบเนื้อเรื่องอีกด้วยนะ

แม้มินิเกมจะบ้าบอ แต่กลับไม่ทำลายโทนเนื้อเรื่องหลักที่มีบรรยากาศซีเรียสจริงจัง คอนเทนต์เสริมของ Infinite Wealth จึงเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่แสดงเอกลักษณ์ของเกมซีรีส์ Yakuza อย่างแท้จริง

เกมเพลย์

หลังซัดกันนัวแล้วจากเกม Lost Judgment, Ishin! และ Gaiden ภาคนี้ได้กลับมาใช้ระบบการต่อสู้แบบผลัดเทิร์นเหมือนภาค 7 อีกครั้ง

Infinite Wealth ได้เอาข้อเสียจากภาค 7 มาแก้ไขใหม่ ทำให้การเล่นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จากภาคก่อนที่เราไม่สามารถเดินระหว่างต่อสู้ ภาคนี้เราสามารถเดินได้เฉพาะในพื้นที่วงกลม ซึ่งก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหากตัวละครเดินได้ทุกพื้นที่จะทำให้บาลานซ์ความยากพังทันที แล้วเมื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในระยะวงกลมของเรา เกมจะนับเป็นการโจมตีแบบ Proximity Bonus ช่วยเพิ่มดาเมจเล็กน้อย และหากโจมตีศัตรูจากด้านหลัง จะเป็นการโจมตี Back Attack ที่ดาเมจจะแรงขึ้นกว่าปกติ

นอกจากนี้ ยังมีปรับปรุงเกมการเล่นตรงส่วนอื่น ยกตัวอย่างเด่น เช่น ตัวเกมบอกแล้วว่ารอบตัวเรามีอาวุธกับสิ่งของอะไรที่สามารถใช้โจมตีศัตรูได้, ระบบโดนขัดจังหวะการโจมตีเมื่อเจอศัตรูขวางทาง ทำให้เสียเทิร์นฟรีได้ถูกตัดออกไป, เพิ่มระบบ Smackdown เมื่อเจอศัตรูเลเวลต่ำจะทำการโจมตีครั้งเดียวเพื่อรับชัยชนะทันที ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับฟาร์ม Job Level และการโจมตีแบบ Knockback ที่ผลักศัตรูให้ไปโดนศัตรูอีกฝั่งหนึ่ง

และที่สำคัญที่สุด มีหน้าต่างแนะนำแล้วว่าก่อนเข้า Long Battle, ดันเจี้ยน หรือ Boss Fight ควรมีเลเวลเท่าไหร่ และควรใช้ Gear กับอาวุธระดับกี่ดาว รวมถึงตลอดการเล่นเนื้อเรื่องหลัก ก็ไม่เจอปัญหาความยากแบบกระโดด (Difficulty Spike) เหมือนที่เจอในภาค 7

แม้ดูเหมือนเป็นการแก้ไขธรรมดา แต่เมื่อได้ลองเล่นจริง ๆ ก็รู้สึกทันทีว่าระบบการต่อสู้ลื่นไหล มีความยืดหยุ่น รวดเร็วมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด ซึ่งจัดว่าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่จากภาคก่อน

ส่วนกฎการเล่นยังเหมือนภาค 7 คือผู้เล่นสามารถตั้งทีมได้สูงสุด 4 คน แต่บังคับว่าหัวหน้าปาร์ตี้ต้องเป็น Ichiban หรือ Kiryu เท่านั้น และหากหลอดเลือดหัวหน้าปาร์ตี้หมด ก็เท่ากับว่าพ่ายแพ้ในการต่อสู้ทันที ไม่ว่าลูกทีมจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม ฉะนั้นระหว่างการเล่นต้องคอยตรวจสอบว่าพลัง HP ของแต่ละคนมีอยู่ปริมาณเท่าไหร่แล้ว และนึกไว้ในใจว่าหัวหน้าทีมต้องรอดเป็นคนสุดท้ายเท่านั้น

ในภาคนี้มีสมาชิกคนใหม่ที่เข้ามาช่วยเหลือ Ichiban กับ Kiryu ซึ่งมี Eric Tomizawa นักขับแท็กซี่ที่ถูกบังคับให้ทำงานกับยากูซ่า, Chitose Fujinomiya ลูกคุณหนูที่ทำอาชีพเสริมเป็นแม่บ้านของ Akane และ Seonhee หัวหน้าแก๊ง Geomijul กับ Yokohama Liumang

ส่วนสมาชิกดั้งเดิม (OG) จากภาค 7 เช่น Saeko, Nanba, Adachi, Zhao และ Joongi Han ก็กลับมามีบทบาทในภาคนี้ และเป็นตัวละครที่เล่นได้เช่นกัน (ยกเว้น Eri ที่ไม่ได้กลับมา)

สมาชิกทุกคนมีอาชีพ Exclusive เป็นของตัวเอง อย่างเช่น Kiryu มีอาชีพ Dragon of Dojima ที่เน้นการโจมตีด้วยกำปั้น, Ichiban มีอาชีพ Hero ที่มีทั้งสกิลโจมตี บัฟความสามารถ กับฟื้นพลัง หรือ Eric มีอาชีพ Cabbie ที่เน้นการโจมตีด้วยเวทมนตร์หลายธาตุ

แต่หากไม่ชอบอาชีพที่กำลังเล่นอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ โดยอาชีพใหม่ในภาคนี้มี Desperado, Housekeeper, Pyrodancer, Geodancer, Action Star, Samurai, Aquanaut และ Kunoichi (รวมถึง Linebacker และ Tennis Ace ที่เป็น DLC) ซึ่งทุกอาชีพมีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกัน และสามารถปลดล็อกได้เมื่อ Ichiban มีค่า Stats ตรงตามเงื่อนไข

นอกจากนี้ ทุกตัวละครมีเลเวล Bond หรือความสัมพันธ์ระหว่าง Ichiban/Kiryu และสมาชิกปาร์ตี้ ที่ผู้เล่นสามารถเพิ่ม Bond ได้จากการชนะต่อสู้, ทำกิจกรรมเสริม, ให้ของขวัญ, ปลดบทสนทนา และทำ Bond Bingo ด้วยการเดินไปจุดต่าง ๆ เพื่อให้เรารู้ความชอบ ความเกลียด และงานอดิเรกต่าง ๆ ของตัวละคร

เมื่อ Bond ถึงเลเวลที่กำหนด นอกจากจะปลดล็อกเนื้อเรื่องเสริมของตัวละครนั้นแล้ว ยังปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้ เช่น ผู้เล่นจะสามารถโจมตีแบบ Tag Team เพื่อเพิ่ม MP ทั้งสองคน, ใช้ท่าไม้ตายพิเศษที่เป็นการ Tag Team และมีการปลดล็อกช่องสกิล ให้สามารถเลือกสกิลจาก Job อื่นมาใช้งาน ยกตัวอย่าง หากอาชีพที่เล่นอยู่ไม่มีสกิลโจมตีด้วยของคม ก็เอาสกิลโจมตีด้วยของคมจากอาชีพอื่นมาใช้ได้

นอกจากนี้ Ichiban กับ Kiryu มี Stats เป็นของตัวเอง โดยฝั่ง Ichiban เป็นค่า Personality ส่วน Kiryu เป็นค่า Awakening ซึ่งทั้งสองค่าสามารถเพิ่มได้จากการทำกิจกรรม และความสำเร็จต่าง ๆ ตามลิสต์

ค่า Stats ตรงส่วนนี้มีผลทำให้ตัวละครเอกมีความสามารถแกร่งขึ้น และได้รับสกิลติดตัวถาวร เช่น ฝั่ง Ichiban จะมีสกิลบัฟแรงขึ้น หรือฝั่ง Kiryu เมื่อกดป้องกันโจมตีได้ถูกจังหวะ จะทำการปล่อยท่าโจมตี Komaki Knockback กลับทันที

และฟีเจอร์การต่อสู้ที่ส่วนตัวคิดว่าสร้างสรรค์มาก ๆ ก็ไม่มีทางหนีพ้น Dragon’s Resurgence ของ Kiryu คือเมื่อเกจเต็มแล้ว จะสามารถกดค้างเพื่อปล่อยท่าไม้ตายที่เปลี่ยนจากเกมผลัดเทิร์นกลายเป็นเกม Beat’ em Up ชั่วคราว รวมถึงสามารถเดินไปไหนก็ได้อีกด้วย

Dragon’s Resurgence ก็คือระบบ Ex-Heat ของ Yakuza 6 ที่เมื่อใช้แล้ว Kiryu จะโจมตีอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เมื่อระยะเวลาการใช้งานหมดจะกลับเข้าสู่โหมดปกติ ซึ่งนอกจากเป็นสกิลที่ทรงพลังแล้ว มันก็เข้ากับคาแรคเตอร์ Kiryu มากอีกด้วย

เมื่อพูดถึงความยากท้าทาย ระดับ Normal ของเกมนี้จัดว่าไม่ยากมากนัก ถ้าหากเตรียมตัวมาพร้อม หรือมีเลเวลเกินที่แนะนำไว้ ก็สามารถเคลียร์เนื้อเรื่องได้สบาย ๆ

ระบบ RPG เกมนี้จัดว่าไม่ซับซ้อน เล่นค่อนข้างง่าย โดยความยากที่แท้จริงจะมาจากการลุยดันเจี้ยน ซึ่งหากไม่เตรียมพร้อมมาดี ๆ หรือวางกลยุทธ์ผิดพลาด ก็ทำให้ฝ่ายเราพ่ายแพ้ได้เช่นกัน หากเจอวิกฤตมีโอกาสแพ้สูงมาก ผู้เล่นมีสิทธิ์เรียก Poundmate เป็นการเรียก NPC มาช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ ซึ่งแน่นอน แต่ละ NPC ก็มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน และปลดล็อกได้จากการทำเควสต์เสริมเหมือนเดิม

เอาจริง ๆ ส่วนตัวไม่ค่อยได้ใช้ Poundmate เนื่องจากเรียก 1 ครั้งต้องเสียเงินเยอะพอสมควร และเรียกใช้ครั้งถัดไป ค่าบริการก็ยิ่งแพงมากขึ้นหลายเท่าจนไม่คุ้มค่า ซึ่งก็สมเหตุสมผลเพราะจะโกงมากหากใช้ได้ไม่อั้น แต่เหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น Poundmate จะต้องได้ใช้ในดันจี้ยนแน่นอน เพราะมันช่วยให้เกมลดความตึงกับพ้นวิกฤตได้จริง

ถึงเกมเพลย์รวดเร็วกว่าภาคเก่า แต่สุดท้าย Infinite Wealth คือเกม RPG ที่ต้อง Grinding เพื่อพัฒนาตัวละครให้เก่งขึ้น โดยจุดสำหรับฟาร์มทุกอย่างตั้งแต่เลเวลตัวละคร เลเวลอาชีพ ทรัพยากรสำหรับคราฟต์/อัปเกรดอาวุธ จนถึงอาวุธนู่นนี่นั่น กับเงินจำนวนมากก็มาจากการลุยดันจี้ยนทั้งนั้น

ดันเจี้ยนภาคนี้เป็นแนว Roguelike ที่สุ่มแผนที่ ของดรอป ศัตรู แล้วจบด้วยการปะทะบอสรองกับบอสใหญ่ ทุกครั้งที่จบการเดินทางช่วงครึ่งแรกกับครึ่งหลังจะได้รับรางวัลเป็น Gear หายาก แล้วได้ Point จำนวนหนึ่ง ซึ่งเอาไปซื้อไอเทมที่ร้านค้า เนื่องจากเกือบทุกอย่างเป็นการสุ่ม ทำให้การฟาร์มดันเจี้ยนไม่ค่อยน่าเบื่อ เล่นเพลิน และมีความท้าทายระดับหนึ่ง

ดันเจี้ยนก็มีความยากหลายระดับตั้งแต่ง่าย ปานกลาง ยาก ไปจนถึงระดับ EX และหลังจบเนื้อเรื่องหลัก จะมีดันเจี้ยนพิเศษไว้สำหรับฟาร์มเลเวล อาวุธ ทรัพยากรหายากสุด เพื่อเตรียมตัวปะทะกับ Amon Clan ซึ่งมีความยากสมกับ End Game อย่างแท้จริง

อีกจุดหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ เงิน Gear และอาวุธ ได้แชร์ร่วมกันระหว่างปาร์ตี้ฝ่าย Kiryu กับ Ichiban ผู้เล่นจึงสามารถสลับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดเวลา Grind ได้ระดับหนึ่ง เพราะไม่ต้องมานั่งฟาร์มของใหม่อีกครั้ง

สุดท้าย Quality-of-Life ดีขึ้นจากเกมภาคเก่า โดยเราสามารถขี่ Segway เพื่อเดินทางเร็วกว่าวิ่ง และสามารถ Fast Travel ทันทีด้วยการจิ้มไอคอนแท็กซี่บนแผนที่ แต่ UI/UX ยังต้องปรับปรุงนิดหน่อย โดยเฉพาะการเข้าหน้าโทรศัพท์มือถือ และการค้นหาไอเทมกับ Gear มันต้องกดปุ่มหลายครั้งจนแอบรู้สึกรำคาญนิดหน่อย รวมถึงการเปลี่ยนอาชีพต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ Alo-Happy Tours เท่านั้น แต่ด้วยรวมแล้ว ระบบหลายอย่างได้ปรับปรุง และมอบประสบการณ์การเล่นที่ดีขึ้นแบบชัดเจน

ประสิทธิภาพ กราฟิก

ถ้าหากเล่นภาค Gaiden บน PC แล้วลื่นไหล ก็รับประกันเลยว่าเล่น Infinite Wealth ได้โดยไม่มีปัญหา เพราะประสิทธิภาพโดยรวมระหว่างสองเกมแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย

จากการเล่นเกมบน PC โดยใช้ CPU Core i5-9600K การ์ดจอ RTX 2070 Super แล้วตั้งค่าเป็นภาพความละเอียดคมชัดระดับ 1080p กับปรับกราฟิก High ทุกอย่าง ตัวเกมสามารถรันโดยรักษาเฟรมเรตไว้ที่ 60 ตลอดทั้งการเล่น โดยอาการเฟรมเรตสะดุดจะเริ่มแสดงให้เห็นเมื่อเอฟเฟกต์บนหน้าจอ และประชากร NPC ในพื้นที่เยอะมาก ๆ เท่านั้น

คุณภาพกราฟิกมีตัวเลือกให้ปรับสูงสุดเพียงแค่ High สามารถตั้งค่ากราฟิกพื้นฐาน เช่น Texture, Depth of Field, Anti-Aliasing, DLSS, FSR ฯลฯ แม้ฟีเจอร์ตั้งค่ากราฟิกไม่ได้เยอะหวือหวามากนัก แต่ก็ไม่ขาดหายจนปรับอะไรไม่ได้เลย

แม้ Infinite Wealth ไม่มีภาพกราฟิกเทพระดับเกม AAA แต่ด้วยขุมพลัง Dragon Engine ที่ให้เอฟเฟกต์แสงสมจริง โมเดลตัวละครหลักมีรายละเอียด และภาพถูกปรุงแต่งอย่างเหมาะสม ทำให้กราฟิกเกมนี้จัดว่าสวยงามมาก

ส่วนบั๊กที่เจอในเกม มีเพียงแค่บั๊กเสียงพากย์ตัวละครในเกม (ไม่ใช่ฉากคัตซีน) พูดเป็นภาษาอังกฤษทั้งที่ตั้งค่าให้เล่นเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ปัญหาดังกล่าวไม่มีอีกแล้ว จึงคาดว่าทีมงานแก้ไขบั๊กดังกล่าวเรียบร้อย

ด้วยผลลัพธ์ดังกล่าว จึงสามารถสรุปได้ว่า Infinite Wealth บน PC มีการ Optimized มาอย่างดี คอมพิวเตอร์สเปกระดับกลางจนถึงเกือบ High-End สามารถเล่นเกมนี้ด้วยภาพ 1080p ในกราฟิกระดับสูงได้สบาย และไม่กินทรัพยากรเครื่องมากเกินจนไร้สาระ

ข้อเสียอย่างเดียวคือเอฟเฟกต์ Spawn ของ NPC และรถยนต์ที่สัญจร มักปรากฏตัว และหายไปแบบต่อหน้าต่อหน้า ซึ่งในเกมก็ไม่มีให้ตั้งค่าประสิทธิภาพตรงส่วนนี้อีกด้วย ก็อาจส่งผลทำให้ผู้เล่นบางคนสูญเสียความรู้สึกดื่มด่ำไปกับโลกในเกมได้

สรุป

Like a Dragon: Infinite Wealth คือเกมภาคต่อที่ RGG Studio ได้ใส่หัวใจลงไปเต็มเปี่ยม อะไรที่เป็นข้อเสียจากภาค 7 ก็แก้ไขให้ดีขึ้น และกล้าออกจาก Comfort Zone ด้วยการพาแก๊ง Ichiban ไปผจญอันตรายที่นอกประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก แถมทำออกมาดีเกินคาด

ด้วยเกมการเล่นเอกลักษณ์หลายอย่างของ Yakuza ยังอยู่ครบ แถมนำเสนอชวนให้คนติดตามเกมตระกูลนี้ได้คิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ อีกครั้ง นี่คือสุดยอดเกม Yakuza ที่แฟนคลับต้องเล่นให้ได้ แม้คุณภาพเนื้อเรื่องจะฟอร์มตก และไม่มีอิมแพคเท่าภาค 7 ก็ตาม

Like a Dragon: Infinite Wealth

9 / 10 คะแนน

9

ข้อดี

  • เกมเพลย์ยืดหยุ่นกว่าเดิม มีการแก้ไขให้ดีขึ้นจากภาค 7
  • มีคอนเทนต์ให้ทำเยอะมากจนจุก
  • จำลองฮาวายได้สมจริง เมือง Honolulu มีรายละเอียด
  • ตัวละครใหม่ในปาร์ตี้น่าหลงใหล

ข้อเสีย

  • เนื้อเรื่องมีปัญหา Pacing และมีช่องโหว่ของพล็อตบางจุด
  • UI/UX หน้าเลือกอาวุธ/เกราะยังต้องปรับปรุง

Achina Limanwat

เค - Content Writer

Back to top