NFT คืออะไร ? น่าสนใจแค่ไหนสำหรับวงการวิดีโอเกม

ท่ามกลางกระแส Cryptocurrency ที่กำลังมาแรง อีกหนึ่งสิ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่นกัน ก็คือ NFT (Non-Fungible Tokens) ซึ่งแพร่ไปสู่หลากหลายวงการ รวมถึงเกมด้วย

แล้ว NFT มันคืออะไร ? จะกลายมาเป็นอนาคตใหม่ของธุรกิจเกมนับจากนี้หรือเปล่า เกมเมอร์อย่างเรา ๆ ควรจะต้องรู้จักเอาไว้หรือไม่ ขอเชิญมาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับเรากันได้เลย

อะไรคือ NFT ?

NFT หรือ “โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้” กล่าวโดยทั่วไปแล้วก็คือ “สิทธิ์” สำหรับการครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีความจำเพาะเจาะจง ใครที่ได้ครอบครองสิ่ง ๆ นี้จะถือได้ว่าเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

คำว่า “Non-Fungible” อันหมายถึงไม่สามารถนำไปใช้ทดแทนได้ ก็มาจากที่ตัวมันมีความแตกต่างและมีมูลค่าไม่เท่ากัน ซึ่งถ้าจะให้เทียบในฝั่งของวงการเกม ก็จะเหมือนกับการ์ดสะสมที่ถูกพิมพ์ออกมาปริมาณจำกัด แต่ละการ์ดมีคุณลักษณะ ตำหนิ หรือสภาพความสมบูรณ์ที่แตกต่างกันไป

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชาว CS:GO จะเข้าใจได้ง่าย ก็คือมีดภายในเกม ที่แม้ว่าจะได้มาจากการสุ่มกล่อง Loot Box แต่เมื่อสุ่มได้แล้ว ก็จะมาในสภาพความสมบูรณ์ที่แตกต่างกัน วัดด้วยค่า Float (เลขทศนิยม) ว่าถ้ายิ่งเข้าใกล้ 0 ก็ยิ่งหมายถึงความใหม่เอี่ยมจากโรงงาน ขณะที่หาก Float เยอะ ก็คือสึกกร่อนจากการใช้งานมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งความหลากหลายตรงจุดนี้ ก็เป็นแนวคิดที่คล้ายคลึงกันกับ NFT นั่นเอง

เพราะทุกอย่างล้วนมีค่า เมื่ออยู่ในมือของคนที่เห็นค่า ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทวีตแรกของเหล่าคนดัง, ภาพ GIF ช็อตเด็ดของนักบาสเก็ตบอล และผลงานศิลปะที่เป็น Digital Art อีกมากมาย ก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่หาซื้อมาครอบครองได้เพียงไม่กี่คลิก (ถ้าเงินถึง) และเป็นเจ้าของผลงานชิ้นนั้น ๆ โดยชอบธรรม

ผลงาน NFT ชิ้นแรกของ NFT1 x YOUNGOHM ที่ปิดประมูลไปในราคา 1.3 WETH (156,XXX THB ณ วันที่ 13 พ.ค. 2021)

ดังนั้น หากเปรียบเทียบแล้วก็เหมือนกับการซื้อที่ดิน โดยที่ NFT = โฉนดรับรองความเป็นเจ้าของผลงานผ่านเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกขั้น เพราะการรับรองนี้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

แล้ว NFT เกี่ยวกับวงการคริปโตฯ อย่างไร ? โดยพื้นฐานแล้ว NFT ก็คือเหรียญประเภทหนึ่ง แต่ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของมัน ทำให้ NFT มีความเป็นของสะสมมากกว่าจะใช้เทรดกันแบบจริงจัง

ทั้งนี้ การซื้อขาย NFT ก็คือการซื้อขาย “สิทธิ์” ความเป็นเจ้าของของผลงานที่ NFT นั้น ๆ ผูกติดอยู่ด้วยนั่นเอง ซึ่งเมื่อได้เป็นเจ้าของแล้ว ก็มีสิทธิ์ที่จะเก็บสะสมเอาไว้เอง, โอนต่อให้คนอื่น, เอาไปขายต่อ หรือจะเอาขึ้นไปประมูลก็ยังได้ เช่นเดียวกับสินทรัพย์ในโลกความเป็นจริง

ส่วนใหญ่แล้วการซื้อขาย NFT ก็จะชำระเงินด้วยเหรียญคริปโตฯ เป็นหลัก โดยตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม มีผู้นำ NFT มาลงขายโดยแพร่หลาย ได้แก่ Rarible, OpenSea และ SuperRare เป็นต้น

NFT ในแวดวงเกม

ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่ไปเสียทีเดียว เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีเกมจำนวนหนึ่งที่อยู่บน Blockchain และชูจุดเด่นว่าผู้เล่นสามารถจะครอบครองไอเท็มภายในเกมได้จริง ๆ แต่เพียงผู้เดียวมาแล้ว

สำหรับเกมที่เป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย เห็นจะหนีไม่พ้น CryptoKitties ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เข้ามาจับจองและสะสม NFT ในรูปแบบสิ่งมีชีวิตสุดน่ารักรูปร่างคล้ายแมวเหล่านี้ และสามารถที่จะผสมพันธุ์พวกมันออกมาเป็นหน้าตาใหม่ ๆ อันมีความจำเพาะของตัวเองต่อไปได้อีกเรื่อย ๆ 

อีกหนึ่งเกมที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ก็คือ Axie Infinity ที่ผู้เล่นสามารถจะสะสม, ขยายพันธุ์ และซื้อขายสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Axie ได้ คล้ายคลึงกับว่าเป็นโปเกมอนตัวหนึ่ง

เกมนี้จะให้ผู้เล่นได้ดูแลเหล่า Axie และจัดทีม 3 ตัวเพื่อออกไปต่อสู้กับศัตรูทั้งแบบ PvE และ PvP ซึ่งแน่นอนว่า Axie เหล่านี้ก็มีค่าสเตตัสแตกต่างกันไป ทั้งพลังชีวิต, ความเร็ว, ความสามารถ และการซื้อขาย NFT ในเกมนี้ ก็คือการซื้อขายสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ Axie แต่ละตัว ซึ่งผู้เล่นสามารถหามาปั้นและขายออกไปเพื่อทำกำไรได้ หรือจะขายแค่ไอเท็มที่ดรอปมา, ขายที่ดินในเกม ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำให้เกมนี้มีช่องทางในการทำกำไรหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าใครอยากมุ่งไปในทิศทางใด

ส่วนในฝั่งของเหล่าเกมเมอร์ จะเข้าใจได้เป็นอย่างดี ว่า “ความแรร์ของไอเท็ม” นี้สามารถที่จะสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้นได้ นึกภาพถึงเกม MMORPG ที่มีอาวุธสุดทรงพลังอยู่ในเกมเพียงชิ้นเดียว ใครที่ดรอปได้มันมาก็จะเป็นอันจบ ผู้เล่นคนอื่นไม่มีสิทธิ์ดรอปได้อีกแล้ว ก็คงไม่ต้องบอกว่าหากจะนำอาวุธชิ้นนี้มาขึ้นประมูล มันจะมีราคาพุ่งไปได้มากเพียงใด

บริษัทใหญ่ ๆ ที่เริ่มหาลู่ทางก้าวเข้าสู่ตลาด

ด้วยความ (ค่อนข้าง) ใหม่ของมัน ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีค่ายเกมใหญ่ ๆ ค่ายไหนออกมาทำให้ดูเป็นตัวอย่างชัดเจนนัก

เชื่อได้เลยว่า NFT กลายไปเป็นหัวข้อในที่ประชุมของบริษัทเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว เพราะนี่อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำเงินสำคัญในอนาคต เหลือแค่เพียงว่าจะทำมันออกมาในโมเดลธุรกิจแบบใดให้น่าดึงดูด และเกมเมอร์อยากจะจับจ่ายใช้สอยกันมากที่สุด

ปัจจุบันมีบริษัทที่ให้ความสนใจแล้วแน่ ๆ คือ SEGA ที่ได้ออกมาประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่าพวกเขาจะนำเอาผลงานเกมคลาสสิคกลับมาวางขายใหม่ในรูปแบบ NFT ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนนี้เป็นต้นไป (มิถุนายน – กันยายน)

ซึ่งในเมื่อที่มันเป็น NFT เกมที่ว่าก็คงจะไม่ได้เป็นอีกหนึ่งก๊อปปี้เหมือนกับที่ใครหลาย ๆ คนเคยได้เล่นเป็นแน่ อาจจะมีการใส่เนื้อหาสุด Limited, เบื้องหลังการสร้าง หรืออาจจะถูกรีมาสเตอร์ใหม่ให้ผู้ที่ครอบครองได้สัมผัสกันแบบ Exclusive

กล่าวง่าย ๆ คือ SEGA อาจกำลังตั้งเป้าจะวางขายเกมที่ไม่ได้เป็นแค่ Collector’s Edition หากแต่เป็นอีกเวอร์ชันของเกม ที่มีจำนวนจำกัดยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้

โดยการก้าวเข้าสู่ตลาด NFT ครั้งนี้ จะได้รับความร่วมมือจากบริษัท Double Jump.Tokyo ผู้เคยมีผลงานเกม My Crypto Heroes มาแล้ว เกมดังกล่าวเปิดให้ผู้เล่นสามารถเป็นเจ้าของฮีโร่และอาวุธภายในเกมได้จริง ๆ แบบเดียวกันกับ CryptoKitties และ Axie Infinity จึงบอกได้ว่าพวกเขาก็คืออีกหนึ่งผู้บุกเบิกแนวทางของ NFT ในเกมมาก่อนด้วยเช่นกัน

ทางด้านของ GameStop บริษัทร้านขายเกมรายใหญ่ของโลก ก็เป็นอีกเจ้าที่ก้าวเข้ามาสู่ตลาด NFT แล้ว โดยปัจจุบันมีการเปิดหน้าเว็บไซต์ GameStop NFT ขึ้นมา แต่ยังไม่ระบุรายละเอียดแน่ชัดว่าพวกเขาจะทำอะไร

ซึ่งก็มีการคาดเดาที่น่าสนใจ ว่านี่อาจเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มใหม่ที่จะเปิดให้สามารถมาลงขายผลงาน NFT ที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอเกมอยู่บนนี้ โดยเราก็ยังคงต้องรอติดตามการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป

อนาคตของ NFT สำหรับวิดีโอเกม

คาดว่าอีกไม่นาน เราจะได้เห็นบริษัทเกมใหญ่ ๆ ก้าวมาสู่ตลาดนี้กันอย่างต่อเนื่อง และก็จะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตลาดของแต่ละเจ้าแล้ว ว่าจะนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาอย่างไรให้ดูมีมูลค่า และดึงดูดเกมเมอร์ได้เหมือนอย่างที่โมเดล “การสุ่มกาชา” ทำสำเร็จอย่างงดงามมาแล้ว

อะไรบ้างจะทำให้ NFT ติดตลาดเกมเมอร์ได้ ?

  • มาในรูปแบบของไอเท็มที่ทำให้ผู้เล่นปราถนาจะครอบครอง จะเป็นด้านความสวยงาม หรือความแข็งแกร่งก็ได้ ซึ่งทีมพัฒนาจะต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ว่ามันควรจะต้อง “โกง” กว่าของทั่วไปมากน้อยเพียงใดถึงจะพอเหมาะพอดี
  • ผู้เล่นรู้สึกสนุกกับการได้ซื้อขายมันจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพียงมาเพื่อตามกระแสชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
  • จะเป็นเกมใหม่ไปเลยก็ได้ แต่ถ้านำระบบมาใส่ในเกมเดิมที่มีฐานผู้เล่นอยู่แล้ว จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ Protos ออกมาเผยถึงสถิติจากการศึกษาวิจัยตลาด NFT และพบว่าตอนนี้ซบเซาลงมามากแล้ว จากจุดที่เคยมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 100 ล้านเหรียญฯ ภายในวันเดียว ร่วงลงมาเหลือเพียงราว ๆ 19.4 ล้านเหรียญฯ สอดคล้องกับตัวเลขจำนวนผู้ใช้งานที่ Active อยู่ ซึ่งร่วงลงมาจาก 12,000 เหลือเพียงประมาณ 3,900 คนเท่านั้น

แม้จะดูเหมือนว่าฟองสบู่ NFT แตกไปแล้วในตอนนี้ แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง สามารถคิดค้นนวัตกรรมเพื่อมาปลุกกระแสขึ้นมาอีกครั้งก็ได้

และหากว่าหวยมาตกอยู่ที่วงการเกมจริง ๆ ก็คงตอบคำถามของบทความนี้ได้เลย ว่ามันจะน่าสนใจมาก เพราะนั่นหมายความว่าเราจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ ตามมามากมายสุดแล้วแต่ที่ผู้พัฒนาจะครีเอต ไม่ว่าจะเป็นไอเท็มสุดลิมิเต็ด, สกินที่มีแค่คุณคนเดียวได้เป็นเจ้าของ หรือตัวละครในเกมกาชาที่สามารถซื้อขายกันได้ ซึ่งแค่ได้คิดก็น่าสนุก และอยากจะให้วันนั้นมาถึงไว ๆ แล้ว

ข้อมูลอ้างอิง

NFT ในมุมมองอุตสาหกรรมเกม – Game Informer

สถิติในช่วงที่ผ่านมา – Protos

อื่น ๆ – Ethereum, 9arm, Kotaku, The Verge

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close