ใกล้วางขายเข้ามาทุกที สำหรับ “Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection” เกมมอนฮันฯ ที่เน้นการเล่าเรื่อง และมาในรูปแบบ RPG Turn-based
ซึ่งในภาคนี้ หลังจากเราได้ลองมา ก็ต้องบอกเลยว่ามันทั้งเข้มข้น จริงจัง และเพลินกว่าที่เคย
เพียงแต่มันจะเป็นอย่างไร, มีอะไรน่าสนใจบ้าง, แล้วแฟนมอนฮันที่เคยเล่นแต่เกมภาคหลัก ถ้าเพิ่งมาเริ่มต้นกับเกมนี้ จะจูนติดได้หรือเปล่า ก็มาทำความรู้จักกันในพรีวิวนี้ได้เลย
แนะนำเกมเบื้องต้น

อย่างที่บอกไปว่า Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection คือเกม RPG ที่เน้นการเล่าเรื่อง ดังนั้นรสชาติของมันก็จะต่างไปจาก Monster Hunter ที่หลายคนคุ้นชิน
จากเดิมที่เราเคยรับบทเป็น “Hunter” ออกล่ามอนฯ , แล่ชิ้นส่วนมอนฯ และนำมาคราฟต์เป็นอาวุธ ชุดเกราะ ให้แกร่งขึ้น
คราวนี้ผู้เล่นจะรับบทเป็น “Rider” แทน
Rider, คือนักผจญภัยที่มีมอนสเตอร์เป็นคู่หู เราสามารถขึ้นขี่หลังมัน หรือจับคู่สู้ไปด้วยกันก็ได้
ดังนั้น Rider จึงมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคู่หู และมอนสเตอร์ที่ถูกฝึกจนกลายมาเป็นคู่หูของเรา ก็จะถูกเรียกว่า “Monstie” แทน ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือเป็นโปเกม่อนเทรนเนอร์ ที่ตัวเราเองก็จับอาวุธสู้ได้เหมือนกัน
ในโลกของมอนฮัน จึงมีทั้งอาชีพ “Hunter” และ “Rider” ที่มีบทบาทและวิถีชีวิตต่างกันไป
ซึ่งพอ Monster Hunter Stories มาโฟกัสอยู่ที่เรื่องราวของ Rider, ดังนั้นตัวเกมก็จะลดน้ำหนักความเป็นแอ็กชันลงมา กล่าวคือ เกมยังมีให้สู้กับมอนฯ ในป่าอยู่ แต่ก็จะมีพาร์ทของการสะสมมอนฯ เพิ่มมาด้วย ซึ่งมันคือการที่เราย่องเข้าไปในรัง, เก็บไข่ของมอนฯ กลับมา และฟักไข่จนออกมาเป็น Monstie ตัวใหม่ ให้เราได้ดูแล ได้อัปเลเวล และอัปเกรดสกิลใหม่ ๆ เพื่อมาร่วมเป็นคู่หูสู้ไปด้วยกันกับเรา
เนื้อเรื่อง

สำหรับเรื่องราวใน Monster Hunter Stories 3 จะว่าด้วยยุคสมัยแห่งความยากลำบาก มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศอย่าง “Azuria” และ “Vermeil”
พร้อมกันนี้ ก็มีภัยพิบัติลึกลับ ที่กำลังกัดกินไปทั่วผืนแผ่นดิน — มันคือปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนพืชพรรณและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น “คริสตัล” จนไม่มีใครอาศัยอยู่ได้
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังมุ่งสู่ความวุ่นวาย ประเทศ Azuria ก็ได้พบกับไข่ของ “Rathalos”
และฟักออกมาเป็น Rathalos คู่แฝด
ว่ากันว่า… นี่คือลางร้าย

ซึ่งในเวลาต่อมา Rathalos ตัวหนึ่ง จะตกมาอยู่ในความดูแลของ “เรา” หรือก็คือตัวเอกของเกมนี้ ผู้เป็นรัชทายาทแห่ง Azuria ในขณะที่ Rathalos อีกตัวหนึ่ง จนถึงปัจจุบันก็ยังคงหายสาบสูญ
เรื่องราวของ Monster Hunter Stories 3 จึงเปิดม่านขึ้น ท่ามกลางไฟสงครามที่กำลังปะทุ และภัยพิบัติคริสตัล ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะรับมืออย่างไร
ดังนั้นหากเทียบกันกับภาค 1 และภาค 2 ก็จะเห็นชัดเลยว่าคราวนี้ ทางทีมงานมีการปรับมู้ดแอนด์โทนมาใหม่ให้จริงจังขึ้นมาก ๆ
เนื้อหาของเกมจะมีความเป็นผู้ใหญ่ มีประเด็นเรื่องการเมืองและสงคราม
ที่คราวนี้ มนุษย์จะไม่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์
แต่จะขึ้นขี่หลังพวกมัน แล้วหันมาฆ่าฟันกันเอง
ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นเรื่องราวบทใหม่ เกิดขึ้นในสถานที่ใหม่ ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมภาค 1 ภาค 2 มาก่อน และสามารถเริ่มต้นที่ภาคนี้ได้เลย ซี่งดูแล้วก็น่าจะเป็นความตั้งใจของ Capcom ที่อยากให้คนได้สัมผัสกับเกมภาค Stories ให้เยอะขึ้น
นอกจากนี้ เกมก็มีทั้งเควสต์หลัก, เควสต์รอง และยังมีเควสต์ที่เป็น Side Story ให้เราได้เรียนรู้ ได้เข้าใจภูมิหลังของเพื่อนในปาร์ตี้ให้ดีขึ้นด้วย
ดังนั้นก็ถือว่าน่าติดตามเลย และน่าจะได้ใช้เวลาอยู่กับเนื้อเรื่องกันไปยาว ๆ นับหลายสิบชั่วโมง

ระบบเกมเพลย์
Monster Hunter Stories 3 มันคือเกมที่เราสำรวจแผนที่ได้อิสระ ผู้เล่นจะเดินไปเก็บวัตถุดิบ, ขุดแร่ หรือเข้ารังไปฉกไข่มอนสเตอร์ออกมา ก็ทำได้เต็มที่ไม่มีการห้ามกัน
ซึ่งด้วยความที่เกมนี้ จะให้เรารับบทเป็น “Rider” ดังนั้นการขึ้นขี่หลัง Monstie จึงมีความสำคัญมาก ซึ่ง Monstie แต่ละตัวก็จะมีความสามารถต่างกันไป
อย่าง Rathalos อาจจะบินร่อนบนฟ้าได้, ทำลายหินก้อนใหญ่ได้ หรือขู่คำรามไม่ให้มอนฯ ตัวเล็ก ๆ เข้าใกล้ ก็ทำได้
แต่ขณะเดียวกัน มันก็ปีนกำแพงไม่ไหว เราเลยอาจต้องเปลี่ยนไปขี่ Tobi Kadachi แทน เพื่อปีนป่ายขึ้นไปแบบคล่องตัว
หรือในบางพื้นที่ ที่อาจจะต้องว่ายน้ำข้ามไป เราก็อาจจะต้องมองหามอนฯ ที่ว่ายน้ำได้ (เช่น Royal Ludroth) มาเข้าปาร์ตี้เผื่อไว้สักหน่อย

ดังนั้นการจัด Monstie ให้ทำหน้าที่ครอบคลุมนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเกมนี้จะมีสล็อตให้เราจัดทีมได้สูงสุด 6 ตัว ถ้าอยากขี่ตัวไหน ก็สลับสับเปลี่ยนได้ตลอดแบบไม่มีคูลดาวน์
และเมื่อไรก็ตามที่เราต้องเข้าไปปะทะกับมอนฯ ในแผนที่ เกมก็จะพาเราเข้าฉากสู้แบบ Turn-based
ซึ่งใน Monster Hunter Stories 3 จะเป็นการสู้แบบแท็กทีมกัน 2 คู่
คู่แรกคือตัวเรา กับ Monstie ของเรา
และอีกคู่หนึ่งคือ NPC และ Monstie ประจำตัวของคนนั้น (ซึ่งจะถูกล็อคเอาไว้)
ตรงส่วนนี้ก็จะมีระบบระเบียบที่คล้ายกันกับเกม Turn-based ทั่วไป เพียงแต่ผู้เล่นจะบังคับได้แค่คู่ตัวเองเท่านั้น ซึ่งหลัก ๆ ก็คือการป้อนคำสั่งลงไป ว่าจะให้โจมตีอย่างไร ใช้สกิลไหน และจะโจมตีไปที่พาร์ทส่วนใดของศัตรู
โดยใน Monster Hunter Stories จะมีระบบแพ้-ชนะทางแบบเป่ายิงฉุบอยู่ด้วย เราสามารถเลือกได้ว่าในแต่ละเทิร์น จะออกท่าเป็นการโจมตี Type อะไร ระหว่าง Power (สีแดง), Speed (สีน้ำเงิน) และ Technical (สีเขียว) ซึ่งถ้าเราต้องเผชิญหน้ากับศัตรู แล้ว Type ของเราชนะทาง ก็จะสร้างความได้เปรียบในเทิร์นนั้น ๆ
ส่วนอาวุธที่มีให้เล่นในภาคนี้ จะมีอยู่ 6 ชิ้นคือดาบใหญ่, ดาบยาว, ค้อน, ขลุ่ยค้อน, ธนู และ Gunlance
อาวุธแต่ละชิ้น จะมี Mechanic ที่อิงมาจากเกมหลัก เช่นดาบใหญ่จะต้องมีการสะสมชาร์จ, ดาบยาว จะมีสกิลให้เราฟันเพื่อเก็บ Spirit Guage หรืออย่างขลุ่ยค้อน เราก็ต้องคอยเรียงลำดับ Type โจมตีให้แม่น
หากเทิร์นนี้โจมตีเป็น Type Speed (สีน้ำเงิน) เทิร์นหน้าอาจจะต้องโจมตีเป็น Type Technical (สีเขียว) เพื่อเรียงและเก็บโน้ตเพลงให้ครบ แล้วรอกดท่าโจมตีใหญ่ใส่ศัตรู

ที่น่าสนใจคือ เราสามารถเปลี่ยนอาวุธได้ด้วยระหว่างสู้ เหมือนกับ Monster Hunter Wilds เลย
แถมในเกมนี้ยังให้เราพกอาวุธติดตัวไปได้ถึง 3 ชิ้น ก็ถือว่ายืดหยุ่น และน่าจะจัด Build ได้เยอะตามความถนัดของแต่ละคน
ซึ่งพอฟัง ๆ ดูแล้ว, Turn-based ของเกมนี้ก็มีความยิบย่อยพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเข้าถึงได้ยากจนเกินไป
เพราะคุณ Ryozo Tsujimoto โปรดิวเซอร์คนเก่งที่ชาวมอนฮันรู้จักกันเป็นอย่างดี เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับเราเองว่า Stories 3 จะมีความเป็นมิตรกับผู้เล่น
หากคุณสู้จนชนะ เกมก็จะฟื้น HP และหัวใจกลับมาเต็ม Max พร้อมให้ลุยศัตรูเวฟต่อไปทันที
หรือต่อให้สู้แพ้ เกมก็ไม่ได้ลงโทษอะไรเลย เราสามารถกด Retry หรือจะถอยกลับไปฟาร์มก่อนก็ทำได้เหมือนกัน
สำหรับระบบ Build ตัวละคร — ในภาคนี้เรายังคงต้องล่ามอนฯ รวมถึงแล่ชิ้นส่วนเอามาคราฟต์อาวุธ ชุดเกราะอยู่
แต่มันถูกลดทอนมาให้ง่ายขึ้นมาก ๆ แล้ว อย่างชุดเกราะก็คือคราฟต์มาทีเดียว ได้สวมใส่แบบครบทั้งตัว ไม่มีแยกชิ้น ส่วนอาวุธก็ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย คราฟต์ทีเดียวก็ใช้ได้ค่อนข้างนาน อย่างน้อยก็เท่าที่เราเล่นมาและรู้สึกได้

ภาคนี้มีระบบ Gem ให้ติดตั้งสกิลลงอาวุธ/ชุดเกราะเหมือนกัน แต่จะเป็นการใส่ Active Skill ลงไปแทน
ถึงจะฟังดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรให้ Grinding , แต่จริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามันยังมีอยู่ เพียงแค่ว่ามันจะไปอยู่ที่ส่วนของ Monstie ในเกมแทน ซึ่งเราต้องใช้เวลาฟาร์ม และสุ่มหาสกิลดี ๆ มาใช้ ควบคู่ไปกับระบบ “ยีน” ที่เราสามารถโอนถ่ายย้ายสกิล ปรับแต่งพันธุกรรมให้มอนฯ เก่งในแบบที่ต้องการ
มอนสเตอร์ในเกม

สำหรับพรีวิวนี้ ทาง Capcom ให้เราเปิดเผยเนื้อหาได้เฉพาะ 2 Region แรกในเกมก่อน แต่ก็ต้องบอกว่าแค่นี้ ก็กินเวลาไปได้เกิน 10 ชั่วโมงแล้วจริง ๆ
โดยมอนฯ ที่เราเจอ คือมิตรสหายจากเกมภาคก่อน ๆ ทั้งหมดเลย หากใครเล่นภาค Rise และภาค Wilds มา ก็แทบจะคุ้นหน้าคุ้นตาทุกตัวกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ถ้านับเฉพาะมอนฯ ตัวเด่น ๆ หน่อย เอาเท่าที่เราพอสปอยล์ได้ ก็จะมี Seregios, Deviljho และถ้าอิงจากออฟฟิเชียล ก็จะมี Rey Dau กับ Arkveld (จากภาค Wilds) เข้ามาเป็น Monstie ให้เราใส่เข้าทีมได้ด้วยเหมือนกัน
ส่วนนอกเหนือจากนี้คงต้องขออุบไว้ก่อน ไว้ค่อยว่ากันอีกทีในตอนที่เกมเต็มวางขายแล้ว
และด้วยความที่เซ็ตติ้งของภาคนี้ มันคือโลกที่มี “ภัยพิบัติคริสตัล” กำลังกัดกินระบบนิเวศน์อยู่ ดังนั้นในเกมก็จะมีมอนฯ พิเศษที่มีคริสตัลฝังติดอยู่ตามตัว
มอนฯ ประเภทนี้จะมีคำว่า “Feral” นำหน้าชื่อ ซึ่งผู้เล่นต้องพยายามเลี่ยงไม่ไปตีใส่พาร์ทที่เป็นคริสตัล ไม่อย่างนั้นมันจะตีสวนกลับมาอย่างรุนแรง และกลายเป็นผลเสียกับตัวเราเกินจำเป็น
และก็ยังมีศัตรูอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า “Invasive Monster” หรือมอนสเตอร์รุกถิ่น — พวกนี้จะโหดกว่ามอนฯ ทั่วไปมาก และในการเจอหน้าครั้งแรก คุณจะยังชนะมันไม่ได้ ทำได้แค่หาวิธีไล่มันกลับรังไปก่อน

ซึ่งมอนฯ Invasive แต่ละตัวจะมีวิธีไล่ไม่เหมือนกัน หน้าที่ของผู้เล่นจึงต้องเป็นการตามหาเบาะแส พร้อมฟังคำใบ้จาก NPC แล้วหาคำตอบเอาเอง ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไล่มันไปได้สำเร็จ
ภาพรวม
ดังนั้นโดยรวม — Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection ก็คือมอนฮันอีกภาค ที่เราเห็นแววมาแต่ไกลว่าคอนเทนต์น่าจะอัดแน่นสุด ๆ และดูทรง ก็คงได้อยู่กันเป็นร้อยชั่วโมงแน่นอน ซึ่งก็ต้องขอบคุณทาง Capcom ที่ส่งเกมมาให้เราได้ลองก่อน แล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง
แต่สุดท้ายแล้ว มันจะดีไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แล้วเรื่องราวของ Rathalos คู่แฝดแห่งโชคชะตา จะจบลงอย่างไร ก็คงต้องรอติดตามกันในเวอร์ชันเต็ม
ตัวเกมจะวางขายทั้งบน PlayStation 5, Xbox Series, Nintendo Switch 2 และ PC เตรียมออกผจญภัยพร้อมกันได้เลย ในวันที่ 13 มีนาคมนี้












