BY Nuttawut Apiratwarakul
Less than a minute ago

Blizzard กลับมาในแผนใหญ่หวังพา Overwatch กลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

0 Views

ในช่วงเปิดตัว Overwatch 2 ประสบปัญหาสะดุดระหว่างการเดิน แม้ตัวเกมจะมีโอกาสในการพาตัวเกมเข้าสู่ยุคใหม่ นำมาด้วยโหมด PvE กับการตั้งเป้าเป็นเกมที่เข้าถึงผู้เล่นทุกรูปแบบ ทิ้งเกมภาคเก่ากระโดดเข้าสู่เอนจิ้นใหม่ ท่ามกลางกระแสดราม่าหลายอย่างของเกม

แต่สุดท้ายความฝันดังกล่าวก็ไม่เป็นจริง หลังโหมด PvE ถูกยกเลิกท่ามกลางความผิดหวังของแฟน ๆ บางส่วน

แม้ Blizzard จะพัฒนาและปรับปรุง Overwatch 2 อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับคนจำนวนมาก Overwatch 2 ก็ไม่สามารถกลับไปสู่จุดสูงสุดเหมือนที่ภาคต้นฉบับทำไว้ได้ การอัปเดตแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เพียงพอจะดึงความสนใจ สำหรับหลาย ๆ คน Overwatch 2 เป็นผลงานเกมที่ไม่ควรมีอยู่ด้วยซ้ำ

คำถามจึงมีอยู่ว่า Blizzard จะทำอย่างไรให้คนกลับมาสนใจ Overwatch อีกครั้ง?

คำตอบนั้นชัดขึ้น หลังล่าสุดผมได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของ Blizzard พบปะพูดคุยกับเหล่าทีมพัฒนาและได้เห็น “แผนการใหม่ครั้งใหญ่” ที่พวกเขาวางเอาไว้ในปีนี้

Ow S1 Herolineup Keyart

ก้าวใหม่ของ OVERWATCH

ในเดือนนี้ (วันที่ 11 กุมภาพันธ์) Overwatch 2 กำลังจะได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน เริ่มด้วยการเปิดตัวฮีโร่ใหม่พร้อมกันถึง 5 ตัว มากกว่าการอัปเดตใด ๆ ในอดีต (มากกว่าตอนที่ Overwatch 2 เปิดตัวเสียอีก ที่มีฮีโร่ใหม่เพียง 3 ตัว)

และไม่ใช่แค่นั้น เพราะ Blizzard มีแผนปล่อยฮีโร่ใหม่เพิ่มอีก 5 ตัวตลอดทั้งปี 2026 รวมเป็น 10 ฮีโร่ในปีเดียว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเกม Overwatch

นอกจากฮีโร่ใหม่ ยังมีการยกเครื่องหน้าจอเมนู UI/UX ทั้งหมด มีการผลักดันเนื้อเรื่องครั้งใหญ่ และแน่นอนว่าของเก่าอย่างโหมดการเล่น แผนที่ สกิน ใหม่ ๆ ทั้งหมดก็เตรียมถูกใส่เข้ามาเช่นเดียวกัน

แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือการตัดสินใจ เอาเลข 2 ออกจากชื่อเกม และกลับไปใช้ชื่อสั้น ๆ ว่า Overwatch หวนคืนสู่ชื่อเก่าต้นฉบับกันอีกครั้ง

Ow Spotlight 119 2

ชื่อ Overwatch 2 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่มันแบกความทรงจำเชิงลบเอาไว้หลายส่วน

อย่างที่เล่ากันไปตอนแรก ชื่อภาคเลข 2 นั้น มีภาพลักษณ์เชิงลบติดอยู่แบบปฎิเสธไม่ได้ หลายคนรู้สึกว่ามันบังคับย้ายผู้เล่นจาก Overwatch 1 มายัง Overwatch 2 ขณะเดียวการหลายอย่างในช่วงแรกเช่น การล็อกฮีโร่ไว้หลัง Battle Pass หรือการเปลี่ยนโหมดการเล่นหลักจาก 6v6 เป็น 5v5  และโหมด PvE ที่ถูกยกเลิก

เลข 2 จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่ Overwatch “หลงทาง” นั่นเอง

Walter Kong หัวหน้าฝ่าย Live Service ของ Blizzard พูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาในงานแถลงข่าวและการสัมภาษณ์ที่เราได้เข้าร่วม

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงไม่เรียกมันว่า Overwatch 2”
— Walter Kong

เขายอมรับว่าช่วงเวลาตั้งต้นของเกม Overwatch 2 นั้นยากลำบาก แต่ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่จำเป็น เพื่อให้ Overwatch กลายเป็นเกม Live Service ที่ดีอย่างเต็มตัว

“มันเป็นช่วงเวลาของความท้าทายที่เราจำเป็นต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อมาถึงจุดที่เราอยู่วันนี้”
— Walter Kong

Ow Spotlight 237

แน่นอนว่าสำหรับหลายคนแล้ว การที่ตัวเกมย้อนกลับไปใช้เลข 2 มันเหมือนการยอมรับว่า Overwatch 2 เป็นข้อผิดพลาด หรือเป็นเกมที่ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก แต่ คุณ Aaron Keller ผู้อำนวยการเกม Overwatch มองการตัดเลข 2 ออกไปในอีกมุม

“ผมไม่คิดว่านี่คือการยอมรับว่าเราล้มเหลว”
— Aaron Keller

เขาอธิบายว่าผู้เล่นจำนวนมากเริ่มกลับมามองว่า Overwatch อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา และบางคนถึงขั้นบอกว่าเกมตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่  Overwatch เหมาะสมกับการได้เป็นภาคต่อที่แท้จริงที่สุดแล้ว

แต่สำหรับ Blizzard การเปลี่ยนชื่อคือการส่งสัญญาณว่า Overwatch คือเกมที่จะมีอยู่ต่อไประยะยาว ไม่ใช่เกมที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ Overwatch 3 ในอนาคตอันใกล้

“เราไม่อยากให้ผู้เล่นกังวลว่า Overwatch จะถูกแทนที่ด้วย Overwatch 3 แต่อย่างใด”
— Aaron Keller

โฟกัส PvP และการวาง PvE ไว้เบื้องหลัง

แม้ Overwatch จะเคยมีแผนใหญ่ในระดับไตรภาค แต่วันนี้ Blizzard ชัดเจนแล้วว่า Overwatch จะมุ่งเน้นพัฒนาตัวเกมไปที่โหมดการเล่นแบบ Competitive PvP เป็นหลัก

คุณ Aaron Keller ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า PvE Missions ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอย่างที่คาดหวัง และทรัพยากรควรถูกใช้กับส่วนที่ผู้เล่นให้ความสนใจมากที่สุด

“เราเห็นชัดว่าควรทุ่มทรัพยากรให้กับประสบการณ์ PvP หลักของเกม”
— Aaron Keller

Domina

5 ฮีโร่ใหม่ กับการเขย่าเมตาครั้งใหญ่

การปล่อยฮีโร่ใหม่พร้อมกันถึง 5 ตัว ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีบางอย่างสำหรับผู้เล่นทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น Tank, Support หรือ Damage

ที่โดดเด่นที่สุดสำหรับหลายคนก็คงจะเป็น Jetpack Cat ฮีโร่บินได้ถาวรตัวแรกของเกม ที่เปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ เปิดสไตล์การเล่นแบบใหม่ ไปจนถึง Anran ตัวดาเมจที่เล่นง่ายแต่ทรงพลัง, Mizuki ซัพพอร์ตที่ต้องใช้ทักษะสูง, Domina แทงก์สายบาเรียร์รูปแบบใหม่ และ Emre ตัวละครสายวิ่งยิงแฟน ๆ เกม FPS เข้าถึงได้ง่าย

ผลกระทบจากฮีโร่เหล่านี้จะเปลี่ยนภาพรวมของเกมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่ Blizzard ต้องการ

“กลยุทธ์ของเราคือการเริ่มต้นทุกปีด้วยโมเมนต์ใหญ่แบบนี้”
— Aaron Keller

โครงสร้างใหม่แบบ Year-Long Expansion

Blizzard ไม่เรียกสิ่งนี้ว่าการ Reboot หรือการย้อนกลับไปตั้งต้นใหม่ แต่เปรียบว่าเป็น “การขยายเกม” โดยหลังจากนี้เป็นต้นไปทีมงานจะมุ่งเน้นการเล่าเรื่องของจักรวาล Overwatch แบบเต็มที่

โดย The Reign of Talon หรือเนื้อเรื่องบทแรกของปีนี้จะถูกเล่าเรื่องผ่าน 6 ซีซัน พร้อมอัปเดตตามปกติควบคู่ไปด้วย

ที่สำคัญคือ ทั้งหมดฟรี และหลังจากนี้ทีมงานก็ยังมีอะไรใหม่ ๆ อีกหลายอย่างที่น่าตื่นเต้นรอคอยเผยให้แฟน ๆ เกมได้เห็นอีกเช่นกัน

“นี่คือความมุ่งมั่นของเราที่จะทำอะไรให้ใหญ่ขึ้น”
— Aaron Keller

เนื้อเรื่องของ Overwatch จะไม่ใช่แค่หนังสั้นหรือคอมิกอีกต่อไป แต่จะส่งผลต่อแผนที่ เกมเพลย์ และเหตุการณ์ในเกมแบบเรียลไทม์

“เมื่อเกมเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องมากขึ้น มันจะทรงพลังขึ้นมาก”
— Aaron Keller

Season 1 จะเป็นจุดเริ่มต้น และ Season 5 จะเป็นบทสรุปใหญ่ ก่อนปูทางไปสู่เรื่องราวถัดไปในปีต่อ ๆ ไป

Lunar New Year Catch A Mari 002

Overwatch กับบทบาท “เสาหลัก” ของ Blizzard

Johanna Faries ประธาน Blizzard กล่าวถึง Overwatch อย่างชัดเจน

“Overwatch คือเสาหลักของ Blizzard และเป็นจักรวาลที่สามารถเติบโตไปได้อีกมาก”
— Johanna Faries

ท่าทีของ Blizzard ยืนยันว่า Overwatch ต่อไปนี้จะไม่ใช่แค่ผลงานในรูปแบบ “เกม”  แต่จะเป็นแบรนด์สำคัญ ที่สามารถขยายเนื้อหาไปยังรูปแบบอื่น ๆ ได้ในอนาคต

จากที่เราได้พูดคุยกับทีมงานและผู้บริหารของ Blizzard เราจับสัญญาณได้ว่าการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้น่าจะเป็นก้าวสำคัญในการพา Overwatch ไปยังทิศทางใหม่ และอาจเป็นสัญญาณในการ “ขยาย” ตัวเกมให้ไปเกินกว่าแค่เกมภาคหลักเท่านั้น

อย่างที่เราย้ำกันไว้ Overwatch 2 เคยเดินสะดุดครั้งใหญ่ แต่ทีมงานก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลักดันผลงานเกมนี้แบบต่อเนื่อง

จากทุกสิ่งที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้พูดคุย ทำให้บอกได้เต็มปากว่าตอนนี้ Overwatch กลับมาแล้ว และเชื่อว่าในปีนี้มันจะต้องถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องแน่นอน

ไม่มีตอนไหนแล้วที่เหมาะที่สุดที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเกม Overwatch เท่ากับในปี 2026 นี้

Nuttawut Apiratwarakul

โน้ต - Co-Founder / Editor-in-chief

Back to top