5 เกม Exclusive สุดเฟลที่เกมเมอร์เล่นแล้วต้องกุมขมับ

สวยแต่รูป จูบไม่หอมไปกับเกม Exclusive ที่น่าผิดหวัง เป็นตราบาปให้กับเครื่องคอนโซลไปตลอดชีวิต

ไม่มีเกม Exclusive ไหนจะเพอร์เฟ็คไปซะทุกเกม ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีเกมขายเครื่องคอนโซลคุณภาพสุดพรีเมี่ยมออกมาให้เล่นมากมายไม่ว่าจะเป็น God of War, Gran Turismo, Uncharted ใน PlayStation และ Gear of Wars, Forza, Halo สำหรับ Microsoft แต่ก็มีเกม Exclusive ที่ไม่สบความสำเร็จเท่าที่ควรเช่นกัน ชนิดที่แม้แต่เกมเมอร์และทีมผู้พัฒนาไม่อยากจะขุดคุ้ยให้นึกถึงมันอีกรอบหนึ่งกันเลยทีเดียว

นี่คือ 5 เกม Exclusive สุดเฟลที่เกมเมอร์เล่นแล้วต่างกุมขมับ ส่วนใหญ่จะเป็นเกมที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตาให้ความสนใจ แต่เมื่อถึงวันปล่อยเกมจริง แทนที่จะให้ประสบการณ์ที่สนุก แต่กลายเป็นเกมที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกแหวะกับมันซะงั้น

Dead Rising 3 (Microsoft)

หลังจาก Dead Rising 1-2 ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ใครล่ะจะไม่อยากเล่น Dead Rising 3 ที่พิเศษกว่าภาคอื่น เพราะเป็นเกม Exclusive เฉพาะ Microsoft Xbox One เท่านั้น และมันก็น่าผิดหวังอีกด้วย

แน่นอนว่าการฆ่าซอมบี้ในเกม Dead Rising 3 ยังทำสนุกเหมือนเคย แต่เมื่อเล่นในส่วนของเนื้อเรื่องไปซักพัก เกมจะรู้สึกถึงความซ้ำซากด้วย Objective แบบเดิม ๆ เกือบทั้งเกม การต่อสู้กับบอสที่ค่อนข้างไม่แฟร์ รวมถึงตัวละครเอกอย่าง Nick Ramos บวกกับตัวละครเสริมก็ไม่มีเอกลักษณ์น่าดูดดึงเทียบกับ Frank West ในภาคแรก และ Chuck Greene ในภาคสอง แถมเนื้อเรื่องก็สุด Cliche ไม่มีอะไรแปลกใหม่ที่ดูเหมือนจะแย่กว่าภาคที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

Dead Rising 3

ต่อมา Dead Rising 3 Apocalypse Edition ได้พอร์ตลง PC แต่ก็มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการพอร์ตที่แย่เกินทน ไม่ว่าจะเป็นการจำกัด 30 FPS และกินสเปคคอมพิวเตอร์ที่มากเกินความจำเป็น จนทำให้เกมเมอร์ชาว PC ได้ร้องหยี๋เกมนี้ไปตาม ๆ กัน ในขณะที่ Xbox One สามารถเล่นเกมนี้ได้ตามปกติ

Metascore: 70/100

The Order 1886 (PS4)

ถ้าให้คะแนนเกม The Order 1886 ในเรื่องงานภาพกราฟิก แอนิเมชั่น คัตซีน วิชวลเอฟเฟค และเสียงพากย์ ผมยกให้ 10/10 ไปเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องระบบการเล่น และองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมด บอกได้เต็มปากว่าสอบไม่ผ่าน

เกม The Order 1886 เป็นเกมที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟน ๆ PS4 เป็นอย่างมาก เพราะการนำเสนอที่ดูดี รวมถึงทีมผู้พัฒนาโดย Ready at Dawn และได้ Santa Monica Studio ที่เคยมีผลงานน่าเชื่อถืออย่าง God of War เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาเกมนี้ แต่เมื่อได้สัมผัสถึงแก่นแท้จริง ๆ แล้วกลับเป็นเกมยิง TPS ทั่วไป, การต่อสู้กับบอสเป็น Quick Time Event เพียว ๆ , ทั้งเกมจะมีแต่หลบและยิงตลอดทั้งเกม และระบบสำรวจสิ่งของที่ออกแบบมาเพียงไว้อวดโชว์กราฟิกไว้เฉย ๆ เท่านั้น ทำให้ตลอดในการเล่นเกม The Order 1886 น่าเบื่อมาก

The Order 1886

เนื้อเรื่องดำเนินแบบช้า ๆ แต่ไม่มีเสน่ห์ ฉากคัตซีนยาวเกินไป (ประมาณ 40 นาที) แต่ตรงกันข้ามระยะเวลาในการเล่นเนื้อเรื่องกลับสั้นจู๋เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น แถมตอบจบก็ไม่เคลียร์ ปริศนาหลายอย่างยังคงเป็นปริศนา แม้แต่ตัวร้ายจริง ๆ ก็ไม่ปรากฎในภาคนี้ ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะมีภาคสองต่อ แต่จนถึงตอนนั้นเกมจะยังคงได้รับความไว้ใจจากแฟน ๆ อีกครั้งหรือเปล่า

Metascore: 63/100

Ryse: Son of Rome (Microsoft)

จะบอกว่าเป็น The Order 1886 ของ Xbox One ก็ว่าได้ เพราะว่ากราฟิกของเกมนี้ ใช้ขุมพลังกราฟิกและทีมผู้พัฒนาโดย Crytek ซึ่งถ้าให้คะแนนในส่วนของกราฟิกอย่างเดียวจะให้เต็ม 10/10 แต่สอบตกในเรื่องของระบบเกมเพลย์เหมือนกัน

สิ่งที่เป็นปัญหาของเกมนี้มากที่สุด คือระบบการต่อสู้ที่ตื้น ไม่ลึก เบสิกเกินไป เล่นให้ผ่านได้โดยการพังปุ่มอย่างไม่มีแบบแผน พร้อมกับเนื้อเรื่องที่ไม่มีจุดประสงค์ตายตัวที่ทำให้ผู้เล่นไม่รู้สึกอยากจะติดตามหรือมีแรงผลักดันให้เล่นต่อ ทำให้เกมโดยรวมแล้วรู้สึกธรรมดามาก ๆ จนเกมเมอร์หลายคนแซวว่าเป็นเกมที่ทำขึ้นเป็น Tech Demo เพื่ออวดประสิทธิภาพเครื่องคอนโซลมากกว่าที่จะใช้เล่นเพื่อความสนุกจริง ๆ

Ryse Son of Rome

Metascore: 60/100

Knack (PS4)

Sony เคยชูโรงว่าจะเป็นมาสคอตประจำเครื่องเล่น PlayStation คล้ายกับ Sonic ของ Sega แต่ก็ผลลัพธ์ออกมาไม่ได้สวยอย่างที่คิดไว้ เพราะว่าทุกอย่างมันธรรมดาไปหมดเลย รวมไปถึงเกม Knack อีกด้วย

Knack เป็นทั้งชื่อ และชื่อตัวละครหลักที่มีลักษะหุ่นยนต์ (ที่ดูไม่ค่อยจะเวิร์คในสายตาผมเท่าไหร่) ข้อดีของเกมนี้มีอย่างเดียวก็คือขุมกราฟิกของ PS4 ที่มีผลลัพธ์ออกมาได้สวย แต่นอกเหนือจากนั้น ทุกอย่างในเกมนี้ “ธรรมดา” เกินไป ไม่ว่าจะเป็นระบบการต่อสู้ที่เรียบง่ายเกินไป ศัตรูง่ายเกินไป การออกแบบแผนที่และปริศนาก็ไม่ได้ดีเป็นพิเศษ เนื้อเรื่องเหมือนการ์ตูนทั่วไปที่สามารถหาดูได้ในช่วงเช้าวันหยุดสุปดาห์ แต่แตกต่างตรงที่ว่าเนื้อเรื่องของ Knack มันจืดชืดซะเหลือเกิน

Knack

เกมนี้อาจจะโอเคถ้าอยู่ในช่วงของยุคของ PS2 แต่นี่คือ PS4 เกมควรจะมีอะไรที่เปิดตัวได้ยิ่งใหญ่กว่านี้ ให้สมกับที่เป็นเกม Exclusive เข้าสู่รูปแบบ Next Generation อย่างแท้จริง

Metacritic: 54/100

Fighter Within (Xbox One, Kinect)

ไอเดียที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นนักต่อสู้ในเกมแล้วสามารถควบคุมท่าต่อสู้ได้อย่างอิสระไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด  แต่น่าเสียดายเกมหลายเจ้าได้พยายามจะทำตามไอเดียนี้ แต่ผลลัพธ์ล้มเหลวมาโดยตลอด และในปี 2013 เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้นจะช่วยให้ความฝันในวัยเด็กที่เป็นจริงได้หรือไม่ คำตอบคือ … ไม่

Fighter Within เกมต่อสู้ Exclusive สำหรับ Xbox One ที่ต้องใช้ Kinect เท่านั้น เพื่อให้ผู้เล่นสามารถออกลีล่าท่าทางต่อสู้ได้ตามอิสระดั่งร่างกายที่เราสั่งมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเกมแห่งอนาคต แต่ก็วูบดิ่งลงเหวไปตามระเบียบ เพราะตั้งแต่ปล่อยเกมมาวันแรก เกมก็ประสบปัญหามากมายในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น Kinect ไม่ตอบสนองตรงตามร่างกายของเรา การปูประวัติตัวละครและบททำได้แย่ เกมเต็มไปด้วยบัค ซึ่งทำให้เกมนี้เล่นไม่สนุก และหาข้อดีแทบไม่ได้

fighter within

ข้อดีข้อเดียวก็คงเป็นเรื่องของกราฟิคที่สมกับเป็น Next Generation แต่มันก็เท่านั้นแหล่ะครับ กราฟิกดีแต่เกมไม่สนุก มันก็ไม่ช่วยให้เกมนี้มีคุณภาพดีแต่อย่างใด สวยแต่ภาพ แต่จูบไม่หอม

Metacritic: 23/100

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close